Skip to main content

กลับมาตามหัวใจเรียกร้องอีกครั้งหลังจากพักร้อนเมืองไทย  กลับไปอ่านหนังสือของสาวสองเภท หรือสาวประเภทสองที่บุกตลาดเมืองไทยตามแผงหนังสือชั้นนำทั่วไป  อดไม่ไหวจึงขอหยิบมาฝากแนะนำเผื่อใครสนใจอยากอ่านเรื่องราวหลากหลาย มากมายมุมมอง สามารถอ่านได้จากหนังสือที่สาว ๆ เธอเขียนถ่ายทอดเพื่อเป็นสื่อสร้างสรรค์ผ่านตัวหนังสือ มีเล่มไหน ยังไงบ้างนั่งปูเสื่ออ่านได้ค่ะ

เกริ่นนำส่วนตัวก่อนว่า  สมัยก่อนตอนอยู่นอกเมือง ไม่ใช่เมืองนอก (บ้านนอก) เคยอ่านนิตยสารเล่มหนึ่ง จำไม่ได้ว่าเป็นสกุลไทย หรือขวัญเรือน  มีคอลัมน์ที่เค้าเขียนถึง “กะเทยไทยในต่างแดน” ตอนนั้นยังเป็นเด็กชาย อีแอบ ไม่แสดงออก ต้องแอบเอาไปอ่านคนเดียวด้วยหัวใจสั่นระรัว กลัวมีใครมาจับได้ว่าอ่านเรื่องราวของกะเทย เดี๋ยวความลับแตก นึกทีไรก็ขำทุกที

มาวันนี้ เมื่อโลกเปลี่ยนไป อะไร ๆ ก็เปลี่ยนไปได้เสมอ จึงกล้าที่จะขอพูดถึงตลาพ็อกเก็ตบุ๊คคึกคัก เมื่อสาวงาม (ประเภทสอง) ตบเท้ากันมาประชันลงหน้าปก และเขียนหนังสือ  วางแผงตามร้านทั่วไทยให้อ่านกันอย่างหนำใจฮ่ะ

1

เริ่มต้นด้วยสองเล่มล่าสุดวางแผงร้อนฉ่าตอนนี้ (คำว่า “ร้อนฉ่า”หนังสือพิมพ์บางเล่มเค้าบอก  หุหุ)  คือ  “เม้าท์แตก...ชาวเรา”  จีบปากจีบคอโดยอิชั้นเองฮ่ะ  "ชาน่า"  จากเมื่อก่อนแค่อ่านคอลัมน์เกย์ก็ต้องหลบๆ ซ่อน ๆ เหมือนไปลักขโมยใครกินซะงั้นหละ ใครจะรู้ว่า วันหนึ่งจับพลัดจับผลูหยิบปากกามาจิกเขียนเรื่องเกย์ กะเทยซะเอง  มิหนำซ้ำยังกล้าเอาใบหน้าที่งาม (หน้า) มาลงปก ไม่สวยไม่เริ่ดแต่เชิดไว้ก่อน  เล่มนี้เป็นเรื่องราวที่นำมารวมเล่มจากเว็บข่าวประชาไท กับคอลัมน์ “พาเม้าท์ชีวิตชาวเกย์”  เนื้อเรื่องสะท้อนเรื่องราวหลากหลายมุมมองของเกย์ไทยและเกย์ต่างแดน ไลฟ์สไตล์วิถีเกย์กล้าแสนฮา สุดขำ แสบสันต์ หรือเศร้าน้ำเน่าเอาเรื่องหลากหลายสาระและความมันบนพื้นฐานของชีวิตจริงที่ต้องเกี่ยวข้องกับชายจริงหญิงแท้  อ่านได้ไม่จำกัดเพศ

2

อีกเล่มที่ร้อนระอุ วางแผงไล่ล่ากัน เรื่อง "Helen แฉความลับดารา"  จัดจ้านได้ใจ เน้นแฉ ดารา คนในวงการมายา ฉีกหน้ากันเห็น ๆ โดย เฮเลน คนในวงการเบื้องหลังม่านมายาถือว่า ดุ เด็ด เผ็ด มัน ไม่แพ้กัน ใครที่ชอบติดขอบดาราคนโปรดคนไหน ติดตามอ่านได้เบื้องลึกเบื้องหลังใครเป็นยังไง ควักใส้ให้รู้กันถ้วนหน้า  เธอเข้าใจโผล่มาช่วง เรื่องฮอตร้อนร้าวของรักสามเศร้าน้ำเน่าอย่างดารา "เราสามคน" เป็นทอร์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ของคนเสพวงการบันเทิงหลายราย

3

ก่อนหน้านี้มีอีกหลายเล่มที่แรงพร้อมสาระ ถ่ายทอดจากเรื่องราวและประสบการณ์ที่น่าจับตามอง เริ่มที่เล่มแรกของกะเทยผู้ปลอมแปลงบัตร จากนายเป็นนางสาวเพื่อสิทธิหน้าที่คนหนึ่งที่มีใจรัก   ฉันอยากเป็นหญิง  อยากเข้าประกวดนางงาม  เธอตั้งชื่อหนังสือว่า  "กะเท๊ย  กะเทย"  โดย นก ยลดา โคมกลอง  ดีกรี มิสอัลคาซ่าร์ ปี 2005  และปัจจุบันเป็นนักศึกษาปริญญาเอก   เล่มนี้นก เธอทั้งเขียนและพิมพ์เอง  จัดจำหน่ายเองจนได้รับการตอบรับอย่างถ้วมท้น   

ส่วน “กะเทย No.1” ของ “ป๊อบ ไฮโซ” หรือ“เกรียงศักดิ์ ศิริชาติไชย” เขียนตีแผ่ชีวิตตามสไตล์ ไฮโซของเธอ นำเสนอเรื่องราวความดังต่อสังคม นี่หละตัวตนที่แท้จริงของคนในวงการไฮโซ อย่างป๊อบ  ใครอยากรู้ว่าทำไมถึงได้ตำแหน่ง กะเทยหมายเลขหนึ่งลองอ่านดูค่ะ

 

ด้านเจ๊เดย์ “เดชาวุฒิ ฉันทากะโร” ก็ไม่ยอมน้อยหน้าฉีกม่านนางโชว์โผล่เป็นพ็อกเก็ตบุ๊ค เมื่อก่อนฉายา  "เดย์ฟรีแมน"  เกย์กะเทยคนไหนไม่รู้จักถือว่า ยังไม่ถึงเจ้าสำนักอย่างแท้จริง เธอผลิตผลงานผ่านตัวหนังสือ “วันเดย์โชว์”  ล้วงลึกวงการชีวิตนางโชว์อาชีพที่เธอเกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริง ๆ เล้ย แล้วคุณจะรู้ว่า ทำไมเธอถึงได้ฉายา นางโชว์เบอร์หนึ่งของไทย  ใครที่คิดถึงเธอหาหนังสือเล่มนี้มาอ่านรับรองจะไม่ผิดหวัง เบื้องหน้าและเบื้องหลังของ ดรีมเกิร์ล  อุ๊ย ไม่ใช่สิ ดรีมเกย์นางโชว์เมืองไทย

อีกเล่มเกี่ยวกับวิถีชีวีของ นางฟ้านิกกี้-กีรนันท์ สุวัณสิงห์ ส่งหนังสือเรื่อง  “น้ำตานางฟ้า”  มาวางแผงปีนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้เธอเคยเขียนเล่มแรก  เรื่อง  “ผมเป็นแอร์โฮสเตสครับ” ซึ่งรวมเรื่องราวของเธอผู้ซึ่งเป็นแอร์โฮสเตสสาวประเภทสองคนแรก   การกลับมาเล่มสองของเธอนั้นกรองเรื่องจริงทุกตัวอักษร ที่มาจากหัวใจที่ปวดร้าวและหยดน้ำตา ว่าทำไมแย่งสามีของชาวบ้านไปครอง จนถูกตราหน้าว่าเป็นเมียน้อยและกลายโศกนาฏกรรมของความรัก

4

นอกจากนี้ “แซนดี้-เซ็น ดอกแสง” กลั้นไว้ไม่ไหว  สั่งสมประสบการณ์แสบๆ คันๆ มันๆ จี๊ดจ๊าดจาก ต่างแดน มานำเสนอเป็นพ็อกเกตบุ๊กชื่อ “กะเทยไทยแลนด์ แซนดี้ แซ่บ! แซ่บ!” โปรยหน้าปกว่า เปลือยชีวิตสุดแซ่บของกะเทยไทยหัวใจชะนีที่ถีบตัวเองจากจุดต่ำสุดกู่แล้วก็ขึ้นสู่จุดสมหวัง พร้อมเผยนาทีชีวิตที่รับอาชีพ น้องโส (โสเภณี)ในต่างแดน สุดแสนบัดซบขมขื่นเกินบรรยาย อ่านง่ายได้ข้อคิดเป็นอุทาหรณ์สอนใจสาวเทียม หรือใครที่เกี่ยวข้องได้อย่างดีทีเดียว

เรียกได้ว่าหลายเล่มที่คุณจะวางไม่ลง  ที่กล่าวมายังไม่รวมเรื่องราวที่นักเขียนหลายท่านปั่นงานเขียนพ็อกเก็ตบุ๊ค เกี่ยวกับสาวประเภทสอง ไม่ว่าจะเป็นหญิงจริงหญิงเก่งอย่าง คุณอิ๋ง อิ๋ง ที่ตีแผ่เรื่องราวของเธอเกี่ยวกับความรักสุดเศร้ากับเขาที่เป็นเกย์เมื่อปีก่อน ๆ  หรือ อีกเล่มเขียนโดยคุณวารุณี แสงกาญจนวนิช  "ตัดทิ้ง" ชีวิตจริงของสาวประเภทสอง ที่เขียนจากสารคดีตีแผ่สาวประเภทสอง ซึ่งกลับก็ไม่ได้ ไปก็ไม่ถึง

ที่แนะนำวันนี้หาได้รวมถึง หนังสือเกย์ อีแอบ เก็กชงอีกมากมายไว้คราวหน้าจะนำมาแนะนำกันฮ่ะ

ชาน่าเชื่อว่ากว่าจะเป็นพ็อกเก็ตบุ๊ค รวมเล่มเป็นรูปร่างขึ้นมา  นักเขียนทุกท่านแทบจะใช้ช่วงชีวิต  เกือบทั้งชีวิตหรือส่วนหนึ่งของเค้าถ่ายทอดเพื่อให้ผู้อ่านทุกท่านได้สาระและบันเทิงจากการอ่าน  หากพอจะเป็นข้อคิด สาระและอะไรหลายอย่างที่ผู้อ่านได้จากเล่มหนึ่งนั้น ชาน่าเชื่อว่านักเขียนเค้าก็บรรลุวัตถุประสงค์แล้วล่ะค่ะ

ใครชอบอ่านเล่มไหน  แนว (กะเทย) ใด ไปหาตามแผงหนังสือได้  อ่านแล้วได้ความยังไงส่งเมล์มาคุยกันบ้างนะคะ

พบกันสัปดาห์หน้าค่ะ  ขอบคุณจ๊าดนักเจ้า

ชาน่า  (บ้างเข้าใจอ่านว่า  หน้าชา  (ฮา ฮา)... )
เขียนจาก  เมือง  Nasau  ประเทศ Bahamas

บล็อกของ ชาน่า

ชาน่า
ภาษาใครคิดว่าไม่สำคัญ บางคนบอกว่า แหม ... บางครั้งไม่จำเป็นต้องพูด ใช้ภาษาใบ้เอาก็ได้ แต่บังเอิญคนที่คุณใบ้ด้วยไม่เก็ตก็แย่สิฮะ.. หากพอมีเวลาว่างใช้เวลาในการศึกษาภาษาเพิ่มเติมชาน่าว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ดีทีเดียว  อย่างเวลาชาน่าไปแต่ละเมืองแต่ละประเทศนั้น จำเป็นต้องพอรู้ว่าไปไหนมา สามวาสองศอก หรือแม้แต่ภาษาเฉพาะในหมู่ชาวเรา ทำให้  "ง่ายสำหรับคุณค่ะ"
ชาน่า
วันนี้เรือจอดอยู่ประเทศบาฮามัส พรุ่งนี้จะเข้าฟลอริด้า นั่งทำงานเป็นโอเปอเรเตอร์รับโทรศัพท์จองห้องอาหารคนเดียว  เสี้ยวหนึ่งของวันทำงาน จู่ ๆ ก็เกิดอาการเป็นสุข จนต้องระบาย หยิบปากกามาจิกเขียน ถ่ายทอดความสุข ส่งตรงสู่เมืองไทย  
เค้าบอกว่า คนเราจะสุขหรือทุกข์นั้นขึ้นอยู่ที่ใจ บางครั้งกว่าจะสุขได้ก็ต้องมีองค์ประกอบหลายอย่างไม่ว่าจะเรื่องของสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ การเมือง สังคม ส่วนตัว และจิตใจ เป็นต้น
บางครั้งเจ้า “ความทุกข์”  มักจะมาเยือน  นั่นก็เป็นเรื่องธรรมดาสามัญบ้าน ๆ ทั่วไป ที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ปุถุชนคนเดินดินอย่างเราท่านทั้งหลาย   แต่เราจะหาวิธีการดับทุกข์เช่นไร…
ชาน่า
ชีวิตที่ต้องเกี่ยวข้องของคนหลากเพศชายจริง หญิงแท้ หรือแม้แต่เกย์ กะเทย นั้นย่อมมีปะปนกับชนและคนทุกชนชั้นวงการไม่เว้นแม้แต่ชีวิตของนักศึกษา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอนาคตแห่งชาติ เป็นลูกเป็นหลานเราๆ ท่านๆ เนี่ยล่ะฮะวันนี้ชาน่าอ่านข่าวคราวจาก นสพ.คงชักเล็ก พิมพ์ผิดฮ่า คมชัดลึก เกี่ยวกับชีวิตของกะเทยหรือสาวประเภทสองที่ต้องแต่งตัวเป็นนักศึกษาหญิงไปมหาวิทยาลัย จึงหยิบมาฝากผู้อ่านประจำคอลัมน์ “พาเม้าท์ชีวิตชาวเกย์” ณ ประชาไทกันบ้างเชื่อหรือไม่ว่า ชีวิตของคนเป็นเกย์ อีแอบ นั้นไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องของความขัดแย้งในการแต่งกายเลย เพราะพวกเค้าก็คือเพศชายดีๆ ที่คุณเห็นนั่นแหล่ะ…
ชาน่า
ความรักหากใครไม่เคยสัมผัสก็ยากจะอธิบายให้เข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงแก่นและก้นบึ้งของหัวใจ “ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์”  ประโยคหนึ่งที่เคยได้ยินมาแต่ไหนแต่ไร ตอนเป็นเด็กไร้เดียงสา ก็แค่อ่าน ได้ยิน และเข้าใจ แต่ไม่ได้สัมผัส รับรสของความรักและความทุกข์โลกวันนี้ได้ผ่านเข้า และผ่านไปจากบทเรียนและประสบการณ์ของชีวิตโลกแห่งความจริงกับสิ่งที่ฝันบางครั้งมันห่างไกลกันเหลือคณานับ  ทุกคนฝันอยากมีรักที่สวยงาม รักที่ทำให้ชีวิตนี้มีความสุข แต่หากเมื่อไหร่ รักนั้นไม่เป็นดังหวัง  ไม่เหมือนในฝัน มันย่อมเกิดทุกข์กับความรักคนที่ไม่เคยอกหัก  ก็เพราะเขาไม่เคยมีความรัก…
ชาน่า
ช่วงพักร้อนสามเดือนที่ผ่านมาได้ไปงานเปิดตัวหนังสือของเพื่อนที่ เอสพลานาด ทางทีมงานและสำนักพิมพ์สร้างสรรค์บุ๊คส์ ได้มอบหนังสือเล่มนี้ ...   “ตัดทิ้ง” ชีวิตจริงของสาวประเภทสอง  ซึ่งเขียนและดัดแปลงมาจากวิทยานิพนธ์ของ คุณวารุณี แสงกาญจนวนิช   อ่านแล้วต้องขอยกนิ้วให้ ว่าเป็นอีกหนังสือคุณภาพที่อ่านแล้วโดนฮ่ะ  ได้สาระและความรู้อีกหลายเรื่องราวที่เรายังไม่เคยรู้มาก่อน ชีวิตจริงของชาน่านั้นเป็นเกย์ ไม่ได้เป็นกะเทย แต่ที่ต้องแต่งสาวเป็นพรางชมพู ก็เพราะไม่อยากให้ทางบ้านรู้ (อันที่จริงคือไม่อยากให้คุณแม่ทราบ แค่คนเดียวเท่านั้นที่แคร์ความรู้สึก…
ชาน่า
 “ฮีธ เลดเจอร์” ขวัญใจชาวเกย์, พระเอกBrokeback Mountainเกิด – แก่ – เจ็บ – ตาย นั้นเป็นเรื่องธรรมดา แต่บางครั้งก็ยากจะทำใจได้  โดยเฉพาะหากใครสักคนอันเป็นที่รัก และผูกพัน แม้กระทั่งแค่ชื่นชม ปลื้ม ๆ ของคุณจากไปก่อนวัยอันสมควร   “เค้าหลับสบายไปแล้วล่ะ คงเหลือแต่เราที่จะก้าวต่อไป สู้ต่อไปตราบเท่าที่ลมหายใจยังอยู่แม้มันจะทรมาน ปวดร้าวแค่ไหน  ขอเวลาตั้งตัว ขอทำใจหน่อยได้ไหมคนดี”วันที่ 23 ม.ค. 2008 เป็นวันที่พระเอกในดวงใจของผมจากไปอย่างไม่มีวันกลับ เขาผู้นั้นคือ  ฮีธ เลดเจอร์ หนุ่มน้อยหน้าไม่หล่อแต่เร้าใจวัยซาวแปด  ชาวออสซี่ …
ชาน่า
การแสดงความรักและความใคร่ที่ขาดไม่ได้สำหรับชาวเกย์ ส่วนหนึ่งคงหนีไม่พ้นการร่วมเพศ แต่จะเป็นเพศร่วมแบบไหนคงทายได้ไม่ยากนัก  ซึ่งอันที่จริงแล้วก็เป็นธรรมชาติของเกย์ กะเทยที่ต้องใช้ทวารยังหวานอยู่ภายในร่างกายเพื่อประกอบกามกิจ (อยู่บ้าง)  ซึ่งภาระนี้จะตกอยู่กับฝ่ายรับ จนเกย์คิงหลายคนบอกว่า “ผมไม่ชอบรับ ผมชอบรุก เพราะเป็นฝ่ายรับมันเจ๊บบบบ เจ็บ”  ขออนุญาตทำความเข้าใจกับคนที่ยังอ่อนต่อวิชาเกย์ศาสตร์ ว่า ฝ่ายรับคือ ผู้ให้ (ทวารยังหวานอยู่) ส่วนฝ่ายรุกคือผู้กระทำ
ชาน่า
คงไม่มีใครจะกล้าปฎิเสธได้ว่า ความใฝ่ฝันของเกย์กะเทย เก้าสิบเก้าจุดเก้าเก้าเปอร์เซ็นต์ อยากจะทำหน้าที่ของการประกวดความงาม คุณค่าที่เธอคู่ควร ไม่ว่าจะเป็นเวทีใด ๆ ก็ตามที่จัดขึ้น ตอนเป็นเด็กชายอยู่บ้านนอกคอกนา เคยไปงานฤดูหนาวที่ทางจังหวัดหรืออำเภอเค้าจัดประกวด “นางฟ้าจำแลง” ตอนนั้นด้วยความไร้เดียงสา ใคร่รู้เยี่ยงนัก คำว่านางฟ้าจำแลงคืออะไร พอเติบโตขึ้นจึงเริ่มเข้าใจความหมายและเข้าใจตัวเองมากขึ้น “ฉันอยากเป็นนางฟ้าจำแลงจังเลย” พร่ำบ่นพึมพำในใจคนเดียว เพราะอิชั้นมีแววตั้งแต่จำความได้แล้วล่ะฮะ “โฉมเอย โฉมงาม อร่ามแท้แลอรุณ.......” เพลงที่ใช้ประกวดเมื่อครั้งจำความได้…
ชาน่า
ส่งท้ายปลายปี  ความหนาวเข้ามาเยือนเหมือนใจหวิว ๆ  หลายคนเปรียบเปรยถึงความอ้างว้างว้าเหว่ ในช่วงฤดูหนาว  ช่างเข้ากันนัก  แต่ที่นี่ในต่างแดนเขตทะเลแคริบเบี้ยน สำหรับคนท้องถิ่นไม่รู้จักคำว่าหนาวเหน็บนอกจากอากาศเย็น ๆ  ณ วันนี้ที่เกาะท้องฟ้ามืดมน ตั้งเค้าฝนจะตก  บ่อยครั้งที่ฝนฟ้าและอากาศเป็นใจมักจะปล่อยใจฝัน แบบบิวด์อารมณ์ได้ไม่ยากนักสำหรับหัวโปกไร้นม อารมณ์เกินหญิงของเกย์อย่างเรา  ฉันนั่งอยู่บาร์เล็ก ๆ แห่งหนึ่งของเกาะ Antigua and Barbuda เขตทะเลแคริบเบี้ยน  หลังจากที่เราสามคนเกย์เพื่อนรัก พากันออกจาก รีสอร์ทหรูราคาสี่ร้อยล้านเหรียญ หรือที่รู้จักกันดี…
ชาน่า
สังคมที่เปิดกว้างและยอมรับโลกแห่งความเป็นจริงได้เกิดขึ้นอีกระดับหนึ่ง เมื่อได้เห็นหนังไทย หนังดี หนังเด่นแนวหน้าแห่งปีนี้  เรื่อง “รักแห่งสยาม” หนังที่สะท้อนให้เห็นถึงความรักหลากอารมณ์ ของสังคมเมืองไทย ในความเหมือนที่แตกต่างของสังคม(อีกแล้วครับท่าน) เป็นกระแสแรงได้จิต สั่นสะเทือนหลายริกเตอร์ เขย่าให้เห็นถึงภาพสะท้อนของสังคมไทยในยุคปัจจุบัน  เมื่อ  “รักแห่งสยาม”  ผ่านสายตามหาชน   ทั้งพลพรรคคนรักเกย์ แอนตี้เกย์ รักครอบครัว รักเพื่อน รักแฟน รักเพศไหนๆ ยังไงก็ตาม“คงเป็นหนังวัยรุ่นกุ๊กกิ๊ก ทั่ว ๆ ไป  สปอยหรือเปล่าน๊า”“แหวะ ... หนังเกย์ แน่ ๆ เลยเท้อออ !”“โอ้โห…
ชาน่า
กลับมาตามหัวใจเรียกร้องอีกครั้งหลังจากพักร้อนเมืองไทย  กลับไปอ่านหนังสือของสาวสองเภท หรือสาวประเภทสองที่บุกตลาดเมืองไทยตามแผงหนังสือชั้นนำทั่วไป  อดไม่ไหวจึงขอหยิบมาฝากแนะนำเผื่อใครสนใจอยากอ่านเรื่องราวหลากหลาย มากมายมุมมอง สามารถอ่านได้จากหนังสือที่สาว ๆ เธอเขียนถ่ายทอดเพื่อเป็นสื่อสร้างสรรค์ผ่านตัวหนังสือ มีเล่มไหน ยังไงบ้างนั่งปูเสื่ออ่านได้ค่ะเกริ่นนำส่วนตัวก่อนว่า  สมัยก่อนตอนอยู่นอกเมือง ไม่ใช่เมืองนอก (บ้านนอก) เคยอ่านนิตยสารเล่มหนึ่ง จำไม่ได้ว่าเป็นสกุลไทย หรือขวัญเรือน  มีคอลัมน์ที่เค้าเขียนถึง “กะเทยไทยในต่างแดน” ตอนนั้นยังเป็นเด็กชาย อีแอบ ไม่แสดงออก…
ชาน่า
ห่างหายไปนานหลังจาก เปิดตัวหนังสือ “เม้าท์แตก...ชาวเรา” ได้สองวันก็ลัดฟ้า กลับไปทำงานต่อที่เรือสำราญ ณ อเมริกา  กว่าจะตั้งตัวได้เหนื่อยเอาการทีเดียวค่ะหมกมุ่นกับการทำงานและการปรับตัวสักระยะ จึงเริ่มออกไปพักผ่อนหย่อนใจ ตามประสาคนทำงาน ลอยล่องท่องไป ในโลกกว้าง  วันว่างหลังการทำงานหนักเป็นนางแบกอินเตอร์ (แบกถาดอาหารคาวหวาน)วันนี้หลังจากทำงานกลางวันรับจองห้องอาหารทางโทรศัพท์เสร็จจึงรีบออกไปเที่ยวหาดเกย์ ซึ่งเป็นแหล่งชุมชนชาวเกย์อันเลื่องชื่อของพลเมืองชาวเกาะของประเทศอเมริกา ที่อยู่ทะเลแคริบเบี้ยน  นามว่า “ St.Thomas”  U.S.V.I ย่อมาจาก United State Virgin Island.…