รวมมิตรคำฟ้อง ยุคการเมืองอิรุงตุงนัง

นับแต่รัฐบาลใหม่จากการเลือกตั้งเข้าสู่ตำแหน่ง การฟ้องร้องอันเนื่องมาจากการเมือง และการฟ้องร้องอันมีผลทางการเมืองก็ดาหน้าเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมไทย และองค์กรอิสระ เสมือนเป็นโหมโรงสำหรับ ตุลาการภิวัตน์ก็ไม่ปาน

เพื่อเป็นหมุดหยุดพักสำหรับความสับสนในคดีที่เยอะแยะ อีรุงตุงนังกันอยู่ขณะนี้  "ประชาไท" รวบรวมคดีที่มีการฟ้องร้องกัน ภายใต้เงื่อนเวลาเริ่มต้นคือรัฐบาลชุดนี้ ให้ดูกันว่ายุคนี้ ศาลนั้น "งานเข้า" ขนาดไหน

 

 

นายวีระ สมความคิด ประธานอำนวยการเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชั่น (คปต.) และนายประสิทธิ์ ดอนโพธิ์งาม ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ได้ยื่นคำร้องขอให้ กกต.พิจารณาพฤติกรรมของนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ว่ามีการกระทำเข้าข่ายเป็นตัวแทนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย หรือไม่

ความคืบหน้า 1 พ.ค. กกต. พิจารณา โดยแบ่งเป็นสองประเด็น คำร้องของนายประสิทธิ์นั้น กกต.มีมติ 4 ต่อ 1 ให้ยกคำร้อง เนื่องจากไม่ปรากฏหลักฐานเพียงพอที่จะเอาผิดได้ ส่วนคำร้องของนายวีระ กกต.มีมติ 3:1:1 สามเสียงเห็นว่าปรากฏหลักฐานเพียงพอที่พรรคพลังประชาชนเข้าข่ายเป็นตัวแทนของพรรคไทยรักไทย แต่เมื่อพิจารณาตามกฎหมายแล้วไม่เข้าข่ายมีความผิดตามมาตราใดของ พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง หนึ่งเสียงเห็นว่าไม่มีกฎหมายบัญญัติให้เป็นความผิดและไม่มีพฤติการณ์เข้าองค์ประกอบความผิด ส่วนอีกหนึ่งเสียงเห็นว่าควรแจ้งนายทะเบียนพรรคดำเนินการตรวจสอบต่อ

 

 

(26 ก.พ.) กกต. มีมติด้วยเสียงข้างมาก 3 ใน 5 (งดออกเสียงหนึ่งเสียง) ให้ใบแดงและส่งความเห็นไปยังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เพื่อสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของนายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ส.ส.แบบสัดส่วน ประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานรัฐสภา เนื่องจากพบว่ามีการทุจริตการเลือกตั้งที่จังหวัดเชียงราย

ความคืบหน้า 8 ก.ค. ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ยืนยันตามคำตัดสินของ กกต. พิพากษาให้เพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งของนายยงยุทธ ติยะไพรัช 5 ปีและให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.เชียงรายใหม่ 1 คน แทนนางสาวละออง ติยะไพรัช พรรคพลังประชาชน

15 ก.ค. นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง กล่าวว่า ได้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่จะยุบพรรคพลังประชาชนเนื่องจากศาลฎีกามีคำวินิจฉัยเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนายยงยุทธ ติยะไพรัช และให้มีการเลือกตั้งใหม่ในเขต 3 จ.เชียงราย โดยคณะกรรมการฯ ชุดดังกล่าวจะทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการตามมาตรา 95 ของพ.ร.บ.พรรคการเมือง โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน

 

 

(24 มี.ค.) พ.ต.ท.วัฒนศักดิ์ มุ่งกิจการดี พนักงานสอบสวน (สบ2) สน.บางมด ช่วยราชการ สน.พหลโยธิน เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.จตุพร งามสุวิชชากุล พนักงานสอบสวน กลุ่มงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับนายจักรภพ เพ็ญแข รมว.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 สืบเนื่องจากการปาฐกถาเป็นภาษาอังกฤษในหัวข้อเรื่อง ระบบอุปถัมภ์ ในฐานะที่เป็นอุปสรรคขัดขวางความเป็นประชาธิปไตยที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 29ส.ค.50 โดยนำแผ่นดีวีดีบันทึกการแถลงข่าวพร้อมกับเอกสารคำแปลภาษาจากอังกฤษเป็นภาษาไทยตามเนื้อหาในแผ่นดีวีดีดังกล่าว มอบให้กับพนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐาน

ความคืบหน้า 29 พ.ค. คณะกรรมการสอบสวนแถลงที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางว่า คดีที่นายจักรภพถูกกล่าวหาว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ได้ประชุมสรุปความเห็นเบื้องต้นว่า นายจักรภพมีพฤติกรรมความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 112 ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุก 3-15 ปี วันต่อมา (30 พ.ค.) นายจักรภพ ประกาศลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ล่าสุด 18 ก.ค. พล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบช.ก. กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานทั้งทางวาจา และสรุปสำนวนเอกสารจากหัวหน้าคณะกรรมการสอบสวนคดี

 

 

(8 เม.ย.) พ.ต.ท.วัฒนศักดิ์ มุ่งกิจการดี เดินทางเข้าพบ พ.ต.ต.บุญเลิศ กัลยาณมิตร พงส. (สบ 2) ที่กองบังคับการปราบปราม เพื่อแจ้งความให้ดำเนินคดีกับนายโจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวบีบีซีและคณะกรรมการสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ในข้อหาหมิ่นเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 กรณีที่นายโจนาธานซึ่งเป็นพิธีกรในงานใช้ถ้อยคำเปิดรายการสัมมนาในหัวข้อเรื่อง “coup, capital and crown” ซึ่งเข้าข่ายความผิดดังกล่าว โดยเหตุเกิดที่ห้องประชุมสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2550 พ.ต.ท.วัฒนศักดิ์ได้นำสำเนาซีดีบันทึกภาพและเสียงในงานสัมมนาดังกล่าว เอกสารการถอดคำพูดเป็นภาษาอังกฤษ และเอกสารการถอดความเป็นภาษาไทย มามอบไว้เป็นหลักฐานเบื้องต้น ซึ่งพนักงานสอบสวนได้รับเรื่องไว้ ก่อนจะเสนอให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาต่อไป

30 พ.ค. พ.ต.ท.วัฒนศักดิ์ แจ้งความให้ดำเนินคดีเพิ่มเติมกับนายโจนาธาน เฮด ในความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ กรณีนำเสนอภาพข่าวผ่านเว็บไซต์ www.bbcnews.com ที่ เข้าข่ายหมิ่นสถาบันเบื้องสูง พร้อมกันนี้ยังเข้าให้การเพิ่มเติมในคดีของนายจักรภพ เพ็ญแข อดีต รมว.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อีกด้วย พร้อมกับนำเอกสารการถอดคำพูดจากภาษาอังกฤษในการแถลงข่าวของนายจักรภพ เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2550 จำนวน 42 แผ่น เอกสารภาพถ่าย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับนายโจนาธาน และเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมอบให้กับพนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาดำเนินคดี

พ.ต.ท.วัฒนศักดิ์ ระบุว่า สำหรับในกรณีของนายโจนาธาน นอกจากมีการเสนอภาพข่าวในเว็บไซต์ www.bbcnews.com ซึ่งไม่เหมาะสมแล้ว ยังได้เคยไปเป็นพิธีกรในการจัดงานสัมมนาของสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2550 ที่มีนายจักรภพ เป็นผู้บรรยาย แสดงให้เห็นว่า นายโจนาธาน นายจักรภพ รวมทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ สนิทสนมกันและมีเจตนาที่จ้องทำลายสถาบัน นายโจนาธาน เฮด มีชื่อปรากฎอยู่ว่าเป็นผู้จัดทำเว็บไซด์ดังกล่าวจึงต้องเป็นผู้รับผิดชอบ

ความคืบหน้า อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน

 

 

(11 เม.ย.) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา ทำหนังสือถึงประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่ง ชาติ (ป.ป.ช.) และทำหนังสือถึงประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 17 เม.ย.2551 เพื่อขอให้มีการตรวจสอบพฤติการณ์ของนายสมัคร สุนทรเวช ในฐานะนายกรัฐมนตรี กรณีจัดรายการชิมไปบ่นไป ทาง ททบ.5 และรายการยกโขยงหกโมงเช้า ว่าขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 267 ที่ห้ามนายกฯ ดำรงตำแหน่งในบริษัท เป็นผลให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงหรือไม่ โดยต่อมา (6 มิ.ย.) นายเรืองไกร ได้นำรายชื่อ ส.ว. 29 คนยื่นต่อประธานวุฒิสภา เพื่อขอให้ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความเป็นนายกฯ ของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี 

ความคืบหน้า 16 ก.ค. กกต.มีมติ 4 ต่อ 1 ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา โดยตั้งข้อสังเกตบริษัทเฟรชมีเดียจ่ายค่าตอบแทนให้นายสมัครทุกครั้งที่จัดรายการ ก่อนดำรงตำแหน่งนายกฯ แต่ภายหลังดำรงตำแหน่งไม่พบมีการจ่ายเงิน จึงต้องให้ศาลวินิจฉัยให้เป็นบรรทัดฐาน ว่าการกระทำดังกล่าวถือเป็นการดำรงตำแหน่งในองค์กรหรือไม่

 

 

(16 เม.ย.) คณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติด้วยคะแนนเสียง 4 ต่อ 1 เห็นชอบตามที่นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง เสนอความเห็นให้ส่งสำนวนเรื่องการยุบพรรคชาติไทยและพรรคมัชฌิมาธิปไตยให้ อัยการสูงสุดพิจารณา

ความคืบหน้า 11 กค. ที่ประชุมคณะทำงานร่วมระหว่างตัวแทน กกต.และอัยการสูงสุดมีมติเอกฉันท์ ให้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาชี้ขาดว่า พรรคชาติไทยและพรรคมัชฌิมาธิปไตย มีความผิดถึงขั้นต้องถูกยุบพรรคหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมไม่ได้สรุปว่าทั้งสองกรณีมีความผิด ถึงขั้นยุบพรรคหรือไม่ เพราะยังมีกรรมการบางคนมีความเห็นต่างว่า ความผิดถึงระดับใดถึงควรจะยุบพรรค จึงเห็นควรส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาเป็นบรรทัดฐานต่อไป

 

 

(18 เม.ย.) 36 ส.ว.เข้าชื่อต่อประธานวุฒิสภา เพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย กรณี ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติให้ นายไชยา สะสมทรัพย์ รมว.สาธารณสุข ต้องพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากกระทำการขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 269 เพราะไม่ได้แจ้งการขอถือครองประโยชน์จากหุ้นที่นางจุไร สะสมทรัพย์ ภรรยาถือครองหุ้นบริษัท ทรัพย์ฮกเฮง จำกัด เกิน 5% มายังประธาน ป.ป.ช.ภายใน 30 วัน ตั้งแต่เข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการจัดการหุ้นส่วนของรัฐมนตรี พ.ศ. 2543

ความคืบหน้า 9 ก.ค. ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า นายไชยา สะสมทรัพย์ รมว.สาธารณสุข ขาดคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรีตั้งแต่ครบ 30 วันนับแต่รับตำแหน่งรัฐมนตรีเมื่อ 6 ก.พ. 2551 เนื่องจากมีการกระทำต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ จงใจฝ่าฝืนโดยไม่แจ้งประสงค์ในการรับประโยชน์จากหุ้นของคู่สมรส ในบริษัท ทรัพย์ฮกเฮง จำกัด ซึ่งถือหุ้นเกิน 5% ตามที่กฎหมายกำหนด

 

 

(28 เม.ย.) นายสุนิมิต จิระสุข อายุ 36 ปี เจ้าของกิจการส่วนตัวชาวขอนแก่น แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น เพื่อดำเนินคดีกับนายโชติศักดิ์ อ่อนสูง ข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ กรณีที่ไม่ยืนถวายความเคารพเมื่อได้ยินเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงภาพยนตร์ ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.116 (2) นอกจากนี้ยังแจ้งความดำเนินคดีกับเว็บไซต์ ฟ้าเดียวกัน และเว็บไซต์ ประชาไท ซึ่งมีกระทู้เกี่ยวกับกรณีของนายโชติศักดิ์ ซึ่งนายสุนิมิตระบุว่า มีการแสดงความเห็นกว่า 90 ความเห็น มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการกระทำของนายโชติศักดิ์ แต่ส่วนใหญ่จะเห็นด้วย และแสดงถึงการต่อต้านระบบกษัตริย์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้ในฐานะคนไทยที่เคารพรักสถาบันกษัตริย์ พร้อมกันนี้ยังเรียกร้องให้กระทรวงไอซีทีออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อกรณีดังกล่าวด้วย

ความคืบหน้า อยู่ระหว่างกระบวนการสืบสวนสอบสวน

 

 

(29 เม.ย.) นายวิฑูรย์ นามบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำนายวุฒิพงษ์ นามบุตร ดร.ศุภชัย ศรีหล้า ส.ส.อุบลราชธานี เขต 1 และนายวิทวัส พันธ์นิกุล อดีตผู้สมัคร ส.ส.อุบลราชธานี เขต 1 ของพรรค เข้ารับทราบ และปฏิเสธข้อหาที่มีผู้ร้องเรียนทำผิดกฎหมายเลือกตั้งด้วยการแจกตั๋วดูภาพยนตร์ที่โรงภาพยนตร์เนวาด้าหาเสียง ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จังหวัดอุบลราชธานี

ความคืบหน้า แหล่งข่าวจาก กกต. เปิดเผยกับ นสพ.กรุงเทพธุรกิจเมื่อ 12 ก.ค. ว่า ขณะนี้ กกต.ยังไม่มีมติในเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด แต่ในชั้นของ กกต. จังหวัด สรุปว่า นายวิฑูรย์กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งจริง และสมควรถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง และส่งมาให้ กกต. กลางรับทราบแล้ว โดยปัจจุบันคดีดังกล่าวอยู่ในชั้นการตั้งคณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวนเพื่อมาสืบหาข้อเท็จจริงและตรวจสอบอีกครั้งหนึ่งตามกระบวนการ และหลังจากนั้นก็จะสรุปความเห็นส่งให้ กกต. พิจารณาอีกครั้งหนึ่งว่าจะมีความเห็นอย่างไร

 นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง ด้านกิจการพรรคการเมือง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวประชาทรรศน์ ฉบับวันที่ 19 - 25 ก.ค. 2551 ว่า กรณีของนายวิฑูรย์ ได้มีการเสนอเข้ามาในที่ประชุม กกต. แล้วครั้งหนึ่ง และในที่ประชุมครั้งดังกล่าวก็ได้มีมติโดยส่วนใหญ่ให้ใบแดงแก่นายวิฑูรย์ แต่มีกรรมการท่านหนึ่ง คือ นายสุเมธ อุปนิสากร ได้ขอนำเรื่องไปพิจารณาต่อเอง เนื่องจากเห็นว่าควรจะมีการสอบสวนเพิ่มเติม จึงมีการยกเลิกการลงมติไป หลังจากนั้น คณะอนุกรรมการสอบสวนที่มีการสอบสวนเพิ่มเติมทั้งหมดมีมติให้ใบแดงเช่นกัน แต่สุดท้าย กกต.กลาง ก็ตีเรื่องกลับไปให้ กกต.อุบลราชธานี สอบสวนใหม่ ถึงตอนนี้เรื่องดังกล่าวผ่านพ้นไป 2-3 เดือนแล้ว กรณีดังกล่าวยังไม่มีการประชุมหารือกัน เพราะต้องรอให้เรื่องเข้ามาในวาระการประชุมก่อน ดังนั้นจึงยังไม่สามารถตอบคำถามได้มาก

 

(2 พ.ค.) 31 ส.ว.เข้าชื่อร้องต่อประธานวุฒิสภาเพื่อส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยสถานภาพของนายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รมช.พาณิชย์ หลังพบว่า นายวิรุฬไม่แจ้งการถือหุ้นของบริษัท ทรัพย์วัฒนา จำกัด เกิน 5% ต่อ ป.ป.ช.ซึ่งถือว่า เป็นการกระทำต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา 269 ประกอบพ.ร.บ.การจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี พ.ศ.2543 มาตรา 5 ทำให้ความเป็นรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัว

ความคืบหน้า 16 ก.ค. กกต.มีมติด้วยเสียงข้างมาก 3 ต่อ 2 ให้ยุติเรื่อง เนื่องจากคณะกรรมการบริษัทที่นายวิรุฬถือหุ้นอยู่ ได้มีมติพิเศษยกเลิกกิจการตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1236 (4) ตั้งแต่ 15 ม.ค.50 ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่นายวิรุฬจะเข้ามารับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ อย่างไรก็ตาม 22 ก.ค. ศาลรัฐธรรมนูญจะชี้ขาดอีกครั้ง

 

(10 มิ.ย.) นายอนันต์ วงศ์ประภารัตน์ เลขานุการศาลฎีกา ทำหนังสือบันทึกถึงนายวิรัช ลิ้มวิชัย ประธานศาลฎีกา ว่า เมื่อวันที่ 10 มิถุนาน 2551 เวลา 09.30 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้มารายงานตัวต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งวันดังกล่าวนายอนันต์ เลขานุการศาลฎีกา ไปตรวจดูความเรียบร้อยที่ศาลฎีกาฯ หลังจากนั้น ม.ล.ฐิติพงศ์ ชมพูนุช นิติกรประจำแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา เข้ามาสอบถามเรื่องที่ทนาย พ.ต.ท.ทักษิณ นำสิ่งของ ซึ่งเป็นถุงกระดาษสีขาวปิดสกอตเทปใสมิดชิด มาให้เจ้าหน้าที่ว่าจะรับไว้ได้หรือไม่ เมื่อเปิดถุงแล้วพบธนบัตร 1,000 บาท จำนวน 2 ตั้ง ตั้งละ 10 มัด รวมประมาณ 2 ล้านบาท นายอนันต์จึงสั่งให้เจ้าหน้าที่ส่งคืน โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางมาถึงศาลเพื่อรายงานตัว

ความคืบหน้า 25 มิ.ย. องค์คณะไต่สวนข้อเท็จจริงของศาลฎีกา มีคำสั่งให้จำคุกนายพิชิต ชื่นบาน ทนายความ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร,นางสาวศุภศรี ศรีสวัสดิ์ เสมียนทนายความ และนายธนา ตันศิริ ผู้ประสานงานทีมทนายความ พ.ต.ท.ทักษิณ ในคดีทุจริตที่ดินรัชดา คนละ 6 เดือน ฐานละเมิดอำนาจศาล

คำสั่งศาลยังระบุว่า การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาทั้งสาม มีพฤติการณ์เป็นการเสนอสินบนให้เจ้าหน้าที่ศาลแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง ชักจูงใจให้กระทำการโดยมิชอบด้วยกฏหมาย จึงมีคำสั่งให้เลขานุการศาลฎีกา ดำเนินการตามกฏหมายกับผู้ถูกกล่าวหาทั้งสาม ในความผิดให้สินบนแก่เจ้าพนักงาน ตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 144 ทั้งนี้ สำหรับคดีละเมิดอำนาจศาล เมื่อศาลมีคำสั่งให้จำคุกแล้ว คดีถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหาไม่สามารถยื่นอุทธรณ์คำสั่งได้

 

 

(12 มิ.ย.) น.พ.วิชัย โชควิวัฒน อดีตประธานคณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม (บอร์ด อภ.) กับพวกรวม 5 คน ยื่นฟ้องคณะรัฐมนตรี และนายไชยา มีคำสั่งย้ายบอร์ด อภ. อย่างไม่เป็นธรรมต่อศาลปกครองกลาง ขอให้ไต่สวนฉุกเฉิน

ความคืบหน้า (25 มิ.ย.) ศาลปกครองกลางมีคำสั่งคุ้มครองฉุกเฉินชั่วคราว จนกว่าจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น (4 ก.ค.) นพ.ศิริวัฒน์ให้ทนายความยื่นฟ้องศาลปกครอง ว่าถูกนายไชยาโยกย้ายไม่เป็นธรรมเช่นกันซึ่งศาลได้รับฟ้องไว้แล้ว

 

 

(19 มิ.ย.) นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พร้อม นายสุวัฒน์ อภัยภักดิ์ ทนายความเข้ายื่นฟ้อง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด สตช. ที่มารักษาการณ์บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ นำรถยนต์ติดเครื่องขยายเสียงแรง 10,000 วัตต์ หันลำโพงมายังด้านเวทีแล้วเปิดเพลงปลุกใจด้วยเสียงที่ดังมาก แทรกเสียงการนำเสนอข้อมูลของกลุ่มผู้ชุมนุม ตั้งแต่วันที่ 17-18 มิ.ย.ที่ผ่านมา ต่อศาลปกครอง

ความคืบหน้า 23 มิ.ย. ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งไม่รับฟ้องและให้จำหน่ายคดีดังกล่าวออกจากสารบบความเนื่องจากเห็นว่า เหตุแห่งการฟ้องคดีและความเดือดร้อนความเสียหายของผู้ฟ้องคดีได้หมดสิ้นไปแล้ว เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมและผู้ฟ้องคดีทั้ง 5 ได้เคลื่อนย้ายการชุมนุมจากบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ไปชุมนุมต่อที่หน้าทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา

 

 

(24 มิ.ย.) นายสุวัตร อภัยภักดิ์ นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรฯ และคณะ รวม 9 คน เป็นตัวแทนพันธมิตรฯ ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลาง ให้กระทรวงการต่างประเทศและคณะรัฐมนตรียุติการดำเนินการตามมติ ครม. ที่รับรองการออกแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชาสนับสนุนให้กัมพูชาจดทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก ไปจนกว่าคดีจะเป็นที่สิ้นสุด

ความคืบหน้า 28 มิ.ย. ศาลปกครองกลางมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ห้ามกระทรวงการต่างประเทศและคณะรัฐมนตรี นำมติ ครม. เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.51 ที่เห็นชอบร่างแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ซึ่ง ครม.เห็นชอบให้นายนพดล ปัทมะ รมว.การต่างประเทศ ไปลงนามในวันที่ 18 มิ.ย.51 นั้น ไปใช้ในแถลงการณ์ร่วม และห้ามดำเนินการตามแถลงการณ์ร่วมฯ จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น

 

(27 มิ.ย.) นางวรรธนันท์ พรวนต้นไทร ครูโรงเรียนราชวินิตมัธยม กับพวกรวม 10 คน ยื่นฟ้อง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายพิภพ ธงไชย นายสุริยะใส กตะศิลา นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ กลุ่มแกนนำพันธมิตรฯ เป็นจำเลยที่ 1-6 ต่อศาลแพ่ง ในความผิดฐานละเมิด และขอให้ศาลมีคำสั่งรื้อถอนเวทีพันธมิตร โดยคำฟ้องสรุปว่า การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรที่ปิดถนนพระราม 5 แยกวัดเบญจมบพิตร ถนนพิษณุโลก ตั้งแต่แยกนางเลิ้งถึงแยกพณิชยการ ซึ่งเป็นทางสาธารณะ และได้ตั้งเวทีปราศรัยบริเวณสะพานชมัยมรุเชษฐ์ ถนนพิษณุโลก ทำให้โจทก์ที่ต้องใช้เส้นทางผ่านที่ชุมนุมไปสอนหนังสือและเดินทางกลับบ้าน เกิดความไม่สะดวก ต้องเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่น ซ้ำต้องเดินเท้าเข้า-ออกโรงเรียนทำให้เสียเวลา เสียค่าใช้จ่าย

นอกจากนี้ คำฟ้องยังระบุอีกว่า การปราศรัยผ่านเครื่องกระจายเสียงที่ส่งเสียงดังอย่างมากโดยไม่ได้รับอนุญาต ด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย ตั้งแต่เวลา 07.30-14.30 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาการสอน การชุมนุมทำให้เกิดขยะมีกลิ่นเหม็น อุจจาระปัสสาวะไม่เป็นทาง ทำให้โจทก์ต้องทนรับเสียงและกลิ่น การกระทำของกลุ่มพันธมิตรจึงเป็นการจงใจทำให้โจทก์และนักเรียนได้รับความเสียหายแก่ร่างกาย อนามัย เสรีภาพ ทรัพย์สิน หรือสิทธิอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นการทำละเมิด

ความคืบหน้า 30 มิ.ย. ศาลแพ่ง มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ให้จำเลยทั้งหกกับพวก เปิดพื้นที่จราจรบนถนนพระราม 5 และถนนพิษณุโลก ให้โจทก์ทั้งสิบ รถยนต์โดยสารสาธารณะและประชาชนสามารถผ่านไปมาได้โดยสะดวก และห้ามจำเลยทั้งหกกับพวกใช้เครื่องขยายเสียงในลักษณะที่เป็นการรบกวนการเรียนการสอนของโรงเรียนราชวินิตมัธยม ในวันจันทร์-ศุกร์ ระหว่างเวลา 07.30 น.-16.30 น. ไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าคดีจะถึงที่สุด หรือศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

และต่อมา 7 ก.ค. ศาลแพ่งมีคำสั่งเพิ่มเติมให้แกนนำพันธมิตรฯ เปิดเส้นจราจรบนถนนพระราม 5 ไปถึงแยกวัดเบญฯ และถนนพิษณุโลก ไปจนถึงแยกสะพานชมัยมรุเชษฐ์ และแยกนางเลิ้งทุกช่องทางจราจร ตั้งแต่เวลา 05.00 - 18.00 น. ในวันจันทร์ - วันศุกร์ และหากเวทีกีดขวางเส้นทางการจราจรในช่วงเวลาดังกล่าวก็ให้จัดการ หรือย้าย เพื่อให้เกิดความสะดวกในการจัดและใช้ช่องทางจราจรดังกล่าว รวมทั้งหากมีสิ่งที่จัดทำหรือจัดตั้งขึ้นโดยแกนนำพันธมิตรฯ ก็ให้จัดการหรือย้ายวัตถุดังกล่าวด้วยโดยคำสั่งของศาลมีความหมายรวมถึงห้ามบุคคลอื่นนำวัตถุ หรือสิ่งกีดขวางใดกีดขวางเส้นทางจราจรดังกล่าวด้วย โดยคำสั่งมีผลตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค.จนกว่าคดีจะถึงที่สุด

 

 

(27 มิ.ย.)  ศาลปกครองกลาง ออกหมายเรียกนายไชยา สะสมทรัพย์ รมว.สาธารณสุข ไปให้ถ้อยคำต่อศาล เพื่อไต่สวนกรณีให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนเกี่ยวกับคำสั่งของศาลปกครองกลาง เนื่องจากการให้สัมภาษณ์อาจเข้าข่ายเป็นการละเมิดอำนาจศาล และออกหมายเรียกบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ 3 ฉบับ คือ มติชน โพสต์ทูเดย์ และผู้จัดการ เข้าให้ถ้อยคำด้วย

ความคืบหน้า (7 ก.ค.) ศาลปกครองกลางพิพากษาคดี นายไชยา หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ มติชนและโพสต์ทูเดย์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1-4 ฐานละเมิดอำนาจศาล จากการที่นายไชยาให้สัมภาษณ์วิจารณ์คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวระงับคำสั่งแต่งตั้งโยกย้าย นพ.วิชัย โชควิวัฒน์ ออกจากตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหารองค์การเภสัชกรรม โดยศาลพิพากษาว่า ผู้ใดทำการวิจารณ์ศาลปกครองโดยสุจริตและใช้วิธีการทางวิชาการ ให้ถือว่าไม่มีเจตนาดูหมิ่นศาล แต่สำหรับนายไชยาเป็นถึง รมว.สาธารณสุข การจะพูดอะไรย่อมอยู่ในความสนใจของประชาชน และยังมีตำแหน่งหน้าที่สำคัญย่อมเป็นแบบอย่างของข้าราชการในกระทรวง อีกทั้งยังเป็นการกล่าวในที่สาธารณะ ทำให้ผู้อื่นเข้าใจว่าเป็นความจริง นอกจากนี้ คำกล่าวยังไม่ได้มีเหตุผลทางวิชาการไม่ได้วิจารณ์โดยสุจริต เข้าข่ายละเมิดอำนาจศาล สมควรลงโทษปรับสูงสุดเป็นเงิน 50,000 บาท แต่เนื่องจากสำนึกผิดและขอโทษศาล จึงลดโทษปรับให้เหลือ 25,00 บาท ส่วนหนังสือพิมพ์ทั้ง 3 ฉบับ กระทำผิดเป็นครั้งแรกและลงถ้อยคำตามที่นายไชยาพูดจริง จึงกำหนดโทษตักเตือนโดยทำเป็นลายลักษณ์อักษร

 

 

(27 มิ.ย.) คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ ( คตส.) มอบหมายทนายความ นำคำฟ้องจำนวน 65 หน้า พร้อมสำนวนพยานหลักฐานการทุจริตจำนวน 7 ลัง รวม 1,887 หน้า ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลยต่อศาลฯ ในความผิดฐานใช้อำนาจหน้าที่กระทำผิด กรณีเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่จัดการ หรือดูแลกิจการใด เข้ามีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเอง หรือผู้อื่นเนื่องด้วยกิจการนั้น และผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152 และ 157 ที่เห็นชอบให้เอ็กซิมแบงก์อนุมัติปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำให้กับรัฐบาลพม่าวงเงิน 4,000 ล้านบาท ในโครงการพัฒนาระบบโทรคมนาคมของพม่า เพื่อหวังประโยชน์ในธุรกิจดาวเทียมที่มีการสั่งซื้ออุปกรณ์ จากบริษัทชินแซทเทิลไลท์ บริษัทในเครือชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ของตระกูลชินวัตร โดย คตส. ขอให้ศาล ฯ พิพากษาลง พ.ต.ท.ทักษิณ โดยให้นับโทษ ต่อจากคดีทุจริตซื้อ-ขายที่ดินรัชดาภิเษก คดีหมายเลขดำที่ อม.1/2550 ของศาล

ความคืบหน้า 30 มิ.ย. คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้ประชุมพิจารณาคำร้องที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ส่งคำโต้แย้งของจำเลยเพื่อขอให้วินิจฉัยว่าประกาศ คปค. ฉบับที่ 30 เรื่องการต่ออายุของ คตส. ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยที่ประชุมฯ ลงมติเป็นเอกฉันท์ 9 เสียงว่า กรณีดังกล่าวนั้นไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เนื่องจาก คปค. มีอำนาจรัฐาธิปัตย์ในขณะนั้น จึงมีอำนาจที่จะออกกฎหมายใช้บังคับเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ  ทั้งนี้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญจะส่งคำวินิจฉัย ดังกล่าวไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมืองรับทราบ

 

(30 มิ.ย.) ส.ว.จำนวน 77 คนยื่นต่อนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา เพื่อส่งความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้วินิจฉัย กรณีที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 17 มิ.ย.2551 ให้รับรองการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก และในวันที่ 18 มิ.ย. รมว.ต่างประเทศได้ไปลงนามในแถลงการณ์ร่วมกับกัมพูชา ซึ่งในแถลงการณ์ร่วมฯ ได้รับรองสิทธิและจำกัดสิทธิบางอย่างของประชาชนไทย ซึ่งน่าจะเข้าหลักการของกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 วรรคสองว่า สัญญาที่ทำแล้วมีผลกระทบต่ออธิปไตย รวมทั้งปัญหาดินแดนและสิทธิที่เกี่ยวข้องกับประชาชนจะต้องนำเข้าสภาฯ

ความคืบหน้า 8 ก.ค.ศาลรัฐธรรมนูญมีมติชี้ว่า แถลงการณ์ร่วมฯ ขัด รธน.มาตรา 190 ต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา

 

(30 มิ.ย.) นายสุภัตร อภัยภักดิ์ พร้อมพวกทั้ง 9 คน ได้มอบหมายให้ทนายความยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลาง ขอให้ศาลออกหมายเรียกขอให้ศาลออกหมายเรียก รศ.ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ หัวหน้าภาควิชากฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ น.ส.จีรนุช เปรมชัยพร ผู้จัดการเว็บไซต์ประชาไท และนายชูวัส ฤกษ์ศิริสุข บรรณาธิการเว็บไซต์ประชาไท มาสอบถามเพื่อดำเนินการลงโทษในข้อหาละเมิดอำนาจศาล

คำร้องระบุว่า คดีนี้ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทา ทุกข์ชั่วคราวก่อนคำพิพากษา เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2551 ต่อมาวันที่ 28 มิถุนายน 2551 รศ. ดร.วรเจตน์ กล่าวถึงกรณีศาลปกครองกลางมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ห้ามมติคณะรัฐมนตรีรับรองแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา รวมทั้งระงับการกระทำใดๆ ที่จะดำเนินการร่วมกับกัมพูชาระหว่างที่จะมีการพิพากษา โดยวิพากษ์วิจารณ์คำสั่งของศาลปกครองครั้งนี้ว่าเป็นไปในเชิงการเมือง (ACT OF STATE) ว่าเป็นปัญหาหลักการที่ไม่สามารถปล่อยผ่านไปได้ ไม่อยู่ในเขตอำนาจศาลปกครองที่จะรับไว้พิจารณาคดีได้

คำร้องระบุว่า สำหรับเว็บบอร์ดประชาไทเป็นเว็บบอร์ดที่ลงบทความจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ตลอดมา และในการลงบทความครั้งนี้ก็มีผู้แสดงความเห็นในเชิงละเมิดอำนาจศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งหมิ่นประมาทประธานศาลปกครอง เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างที่ไม่ดีและเพื่อเป็นการตัดไฟเสียแต่ต้นลม ขอศาลปกครองได้ออกหมายเรียกบุคคลทั้งสาม มาสอบถามและดำเนินการลงโทษข้อหาละเมิดอำนาจศาลต่อไป

ความคืบหน้า ศาลรับคำร้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำที่ 984/2551เพื่อพิจารณาว่าจะมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาหรือไม่ต่อไป

 

(3 ก.ค.) กกต.มีมติเอกฉันท์ให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง นายนพดล พลซื่อ รองเลขาธิการพรรคเพื่อแผ่นดินและกรรมการบริหารพรรค เป็นผู้สมัคร ส.ส. เขต 3 (ได้รับเลือกตั้งที่ จ.ร้อยเอ็ด) และนายกิตติพงศ์ พรหมชัยนันท์ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 3 (ไม่ได้รับเลือกตั้ง) เนื่องจากพบการกระทำผิดในข้อกล่าวหาว่า ขนคนไปฟังการปราศรัยหาเสียงเลือกตั้ง และให้เงินแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง กกต.ได้สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ และให้นายนพดลชดใช้ค่าเสียหายในการจัดการเลือกตั้งใหม่ รวมทั้งให้ดำเนินคดีอาญากับทั้งสองผู้สมัครรับเลือกตั้ง รวมทั้งผู้เกี่ยวข้อง และได้มอบหมายให้ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัยรวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องต่อศาลฏีกาภายใน 15 วัน เพื่อพิจารณาวินิจฉัยต่อไป หากศาลฎีกาวินิจฉัยยืนตามที่ กกต.ชี้มูล ก็มีโอกาสที่พรรคเพื่อแผ่นดินจะถูก กกต.เสนอยุบพรรค

ความคืบหน้า รอคำวินิจฉัยของศาลฎีกา

 

(3 ก.ค.) นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกพรรคพลังประชาชนและที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และนายธนชาติ ธรรมโชติ เพื่อแจ้งความร้องทุกข์กับ ตำรวจ สน.นางเลิ้ง ให้ดำเนินคดีกับ นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.ระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กับพวก ในข้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยได้มอบหลักฐานเป็นซีดีบันทึกการปราศรัยเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ที่ผ่านมา ของ นายสมเกียรติ ที่กล่าวว่า โรงเรียนราชวินิตมัธยม เป็นโรงเรียนของสมเด็จฮุนเซน ซึ่งสมเด็จฮุนเซน เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศกัมพูชา ขณะที่โรงเรียนราชวินิตมัธยม ถือกำเนิดขึ้นโดยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานที่ดินให้เป็นที่ตั้งโรงเรียน และพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญ พระมหามงกุฎเปล่งรัศมีมีเลขลำดับรัชกาลในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน เป็นตราประจำโรงเรียน แสดงให้เห็นว่าโรงเรียนราชวินิต เป็นโรงเรียนของพระเจ้าอยู่หัว ดังนั้น การกระทำดังกล่าวถือว่าทำให้ประชาชนทั่วประเทศเข้าใจว่าโรงเรียนราชวินิตมัธยมเป็นโรงเรียนในสมเด็จฮุนเซน ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศกัมพูชา ซึ่งเข้าข่ายความผิดหมิ่นเบื้องสูง

ความคืบหน้า นายสมเกียรติ เข้ามอบตัวที่ สน.นางเลิ้ง หลังจากศาลอนุมัติออกหมายจับ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม

 

(18 ก.ค.) พระคำพอง ชัยยธัมโม อายุ 48 ปี, นายวิชาญ ทับซ้อน อายุ 40 ปี, นางชนิกานต์ เก่งนอก อายุ 51 ปี 3 คนไทยที่ถูกเจ้าหน้าที่กองกำลังกัมพูชาจับกุม เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.คมสัน ทันนา พนักงานสอบสวน สภ.บึงมะลู อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เพื่อให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่กองกำลังกัมพูชา ในข้อหาร่วมกันหน่วงเหนี่ยว กักขัง หรือทำด้วยประการใดๆ ให้ผู้อื่น ปราศจากเสรีทางภาพทางกาย หลังจากพวกเขาปีนประตูเข้าไปในบริเวณทางขึ้นปราสาทพระวิหาร เพื่อนั่งปฎิบัติธรรม เพราะถือว่าพื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นแผ่นดินไทย และถูกเจ้าหน้าที่กองกำลังกัมพูชาจับกุมตัวไป

ความคืบหน้า อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน

ความเห็น

Submitted by คนจน on

ควรจะวิเคราะห์ให้ด้วยว่า คดีไหนเอียงหรือไม่

Submitted by คนรักชาติ on

อยากให้คนไทยทั้งประเทศ ได้รับรู้ข้อมูลที่แท้จริงว่า ประเทศชาติของเราขณะนี้ถูกพวกที่อ้างว่ารักชาติ ได้วางแผนอย่างแยบยลจะเอาไปเป็นของตนเอง เพื่อให้เป็นเศรษฐีอันดับ1ของโลกโดยที่คิดว่าไม่มีคนรู้ทัน จึงทุ่มเงินเพื่อจะซื้อทุกคนเป็นสมุน ถ้าไม่มีคนต่อต้านป่านนี้หมดแล้ว อยากให้ทุกคนลุกขึ้นมาสู้เพื่อเอาประเทศไทยเราคืนมา

เมื่อไหร่ชาวบ้านจะตาสว่างซักที่...ไอ้หน้าเหลี่ยมมันจะครอบครองประเทศไทยแล้ว..

2 คำถามเรื่องหลักการในข่าว “แดง” จับ “แดง”

กรณี “แดงจับแดง” ที่เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ไม่ควรถูกมองว่าเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด หรือเรื่องน้ำผึ้งหยดเดียวและจบกัน แต่นี่คือเป็นปัญหาท่าที และหลักการของแกนนำซึ่งไปช้ากว่ามวลชนอย่างสม่ำเสมอ

M79 และผองเพื่อน: สิ่งเบี่ยงเบนข่าวสารราคาย่อมเยา

วิธีกลบข่าวแบบบ้านๆ ไทยๆ ไม่ต้องลงทุนมากก็กลบมันด้วยน้อง M79 ลูกกระสุนสนนราคาละไม่กี่ร้อย แต่ก็ได้พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งกลบข่าวคนเป็นหมื่นเป็นแสนที่ออกมาไล่รัฐบาลในขณะนี้

โอกาสเดียว 'ยึด' และ 'ยึดหมด' : ข่าวคดียึดทรัพย์ในสายตานักข่าวเทศ

สื่อต่างประเทศให้ความสนใจกับข่าวการเมืองในไทยกันหนาแน่นตลอดสัปดาห์นี้ ยิ่งใกล้วันศุกร์ วันที่สื่อทั้งหลายเรียกมันว่า judgement day มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งลงข่าวและบทวิเคราะห์กันคึกคักมากขึ้นเท่านั้น ประเด็นของการรายงานของสื่อนอกเน้นหนักไปที่สองเรื่องใหญ่คือ แนวทางของคำพิพากษาที่จะออกมา กับผลสะเทือนทางการเมืองจากการตัดสินหนนี้ ทั้งต่อการต่อสู้ทางการเมืองระหว่างสองขั้วคือเหลืองกับแดง และผลกระทบที่จะมีต่อเศรษฐกิจไทย

(ที่มาของภาพ: มังกรดำ) ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่อาคารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2551 หรือเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ถือเป็นการกลับเมืองไทยครั้งแรกนับตั้งแต่เขาออกจากประเทศไปประชุมที่องค์การสหประชาชาติและเกิดการรัฐประหารโค่นอำนาจเขาเมื่อ 19 กันยายน 2549 ต่อมาวันที่ 31 กรกฎาคม 2551 เขาเดินทางออกนอกประเทศอีกครั้งโดยไม่กลับมาฟังคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในคดีที่ดินรัชดา ล่าสุดในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะอ่านคำพิพากษาคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาทอีกคดี นับเป็นอีกครั้งหนึ่งที่สื่อทั้งไทยและต่างประเทศให้ความสนใจต่อเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองไทย