คำนิยม 'ดา ตอร์ปิโด' ปราศรัย โดย 'ทีมพันธมิตรฯ'

ทีมข่าวการเมือง ประชาไท

บันทึกปฏิกิริยาฝ่ายขวาใหม่' ภายใต้ฉายาพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย' หลังจากการปราศรัยที่สนามหลวงของ น.ส.ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือดา ตอร์ปิโด' เมื่อวันที่ 18 กรกฎคมที่ผ่านมา

โดยพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้หยิบประเด็นการปราศรัยของดา ตอร์ปิโด' มาวิพากษ์วิจารณ์เป็นเวลาต่อเนื่องกันหลายคืนนับตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม เป็นต้นมา กระทั่ง กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บ.ชน.) ขอให้ศาลอาญากรุงเทพฯ อนุมัติหมายจับเลขที่ 2209/51 ให้จับกุม น.ส.ดารณีข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เมื่อวันที่ 22 ก.ค.

ทำให้ น.ส.ดารณี ต้องสิ้นอิสรภาพตั้งแต่ถูกจับที่บ้านพักเมื่อวันที่ 22 ก.ค. ที่ผ่านมา และในวันที่ 23 ก.ค. ศาลก็ยกคำร้องไม่ให้ ผศ.ดร.สุทธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ใช้ตำแหน่งประกันตัว น.ส.ดารณี

คดีของ น.ส.ดารณี ยังทำให้เกิดการออกหมายจับพ่วงนายสนธิ ลิ้มทองกุล' เมื่อวันที่ 23 ก. ค. ด้วยข้อหาเดียวกัน คือเผยแพร่ข้อความหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ อย่างไรก็ตาม หลังสอบปากคำตำรวจยินยอมให้นายสนธิประกันตัว หลังจากนายสนธิพร้อมผู้สนับสนุนหลายพันคนเดินขบวนมาให้กำลังใจที่หน้ากอง บัญชาการตำรวจนครบาล เมื่อ 24 ก.ค. ที่ผ่านมา

ทั้งที่คดีนี้อยู่ในขั้นเริ่มต้น จึงไม่มีใครพูดได้ว่าดา ตอร์ปิโด' มีความผิดหรือไม่ แต่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยนำเรื่องนี้ไปขยายผล บอกว่าดา ตอร์ปิโด' หมิ่นสถาบันกษัตริย์ และบนเวทีก็เต็มไปด้วยการพิพากษา' โดยแกนนำพันธมิตรว่าต้องจัดการดา ตอร์ปิโด' ชนิดเอาให้ตาย' ‘ตบให้คว่ำ' ‘ต้องกระทืบ' ฯลฯ

บัดนี้ ปฏิกิริยาบนเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยต่อดา ตอร์ปิโด' หลายวันหลายคืนได้กลายเป็นคำนิยม' มุมกลับ พวกเขาได้ทำให้ผู้คนจำนวนมากสนทนาถึงดา ตอร์ปิโด' และมีส่วนกระตุ้นความกระหายใคร่รู้คำพูดคำปราศรัยของเธอ

ต่อไปนี้คือปฏิกิริยาอันเป็นความเห็นของแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หวังว่าผู้อ่านจะเต็มอิ่มกับปฏิกิริยาอันกลายเป็นคำนิยม' มุมกลับให้กับคำปราศรัยของดา ตอร์ปิโด'

000

(คำชี้แจง - คำปราศรัยของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยต่อไปนี้ อาจมีบางช่วงใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสม ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณ และถ้อยคำบางช่วงมีความจำเป็นต้องตัดออกจึงต้องขออภัยผู้อ่านมา ณ ที่นี้)

18 กรกฎาคม 2551

น.ส.ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือดา ตอร์ปิโด' ปราศรัยในที่ชุมนุมต่อต้านพันธมิตร ที่สนามหลวง

โดย ก่อนที่จะมีการกล่าวถึงการปราศรัยดังกล่าวโดย สนธิ ลิ้มทองกุล ได้มีการเผยแพร่เสียงปราศรัยดังกล่าวในอินเตอร์เน็ต อย่างไรก็ตามหลังการกล่าวถึงคำปราศรัยดังกล่าวโดยนายสนธิ ลิ้มทองกุล เว็บไซต์การเมืองไทยต่างๆ ได้มีประกาศขอความร่วมมือผู้ใช้อินเตอร์เน็ตงดเผยแพร่ไฟล์และการเข้าถึงไฟล์ ดังกล่าว

000

20 กรกฎาคม 2551

มีการพูดถึงการปราศรัยของดา ตอร์ปิโด' ในที่สาธารณะเป็นครั้งแรกโดยนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ระหว่างการปราศรัยของเขา

 

สนธิ ลิ้มทองกุล

"อีนางนี่นอกจากจะต้องติดคุกแล้ว จะต้องเอามันให้ตาย ผมพูดจากตัวผมเองสาบาน อย่าให้กูเจอมึงที่ไหนนะ กูจะตบให้คว่ำเลยอีห่า มันเลวที่สุดพี่น้อง อย่าไปฟัง เพราะมันหมิ่นยิ่งกว่าหมิ่น ไอ้จักรภพว่าหมิ่นแล้ว อีนี่คูณสิบเข้าไป"

 

ลั่นเอาให้ตาย' สาบานตบให้คว่ำ'

ในเวลา 22.00 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล ขึ้นปราศรัยบนเวทีพันธมิตร กล่าวถึง น.ส.ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ "ดา ตอร์ปิโด" หนึ่งในกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปก.) ซึ่งปราศรัยที่เวทีสนามหลวง เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา

 

โดยนายสนธิชูแผ่นซีดีขึ้นมาและบอกว่าหลักฐานอยู่ที่นี่ และกล่าวว่า "ผมไม่เคยเห็นเห็นใครเลวทรามต่ำช้า ชั่วช้ายิ่งกว่าเหี้ย เหี้ยเรียกแม่" โดยนายสนธิกล่าวว่าดา ตอร์ปิโดบังอาจปราศรัยหมิ่นสถาบันเบื้องสูง

นายสนธิกล่าวต่อว่า "พี่น้อง ... พี่น้องไม่อยากฟังหรอกว่ามันพูดว่าอย่างไร"

ผู้ชุมนุมกล่าวว่า "อยาก"

 

นายสนธิปฏิเสธว่า "ไม่ได้" และกล่าวต่อว่า "เอาสั้นๆ" และสรุปให้ผู้ชุมนุมว่า น.ส.ดารณีปราศรัยว่าอะไร เมื่อผู้ชุมนุมได้ฟังที่นายสนธิสรุป ได้แสดงความไม่พอใจ น.ส.ดารณีเป็นอย่างมาก มีการโห่ และตะโกนคำว่า "เหี้ย" ขึ้นมาเป็นระยะ

 

นายสนธิกล่าวว่าอาทิตย์หน้าจะไปแจ้งความ น.ส.ดารณี ที่ สน.ชนะสงคราม และต้องการจับตาดูว่า พล.ต.ต.อำนวย พล.ต.ท.อัศวิน พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. นายตำรวจเหล่านี้จะทำงานได้รวดเร็วเหมือนกับคดีของอาจารย์สมเกียรติหรือ เปล่า โดยมีหลักฐานที่ชัดเจนอยู่ในมือแล้ว

นายสนธิยังกล่าวว่า

"อีนางนี่นอกจากจะต้องติดคุกแล้ว จะต้องเอามันให้ตาย ผมพูดจากตัวผมเองสาบาน อย่าให้กูเจอมึงที่ไหนนะ กูจะตบให้คว่ำเลยอีห่า มันเลวที่สุดพี่น้อง อย่าไปฟัง เพราะมันหมิ่นยิ่งกว่าหมิ่น ไอ้จักรภพว่าหมิ่นแล้ว อีนี่คูณสิบเข้าไป"

 

นี่ไง นปก. แล้วคนที่อยู่เบื้องหลัง นปก. คือไอ้ห้อย บุรีรัมย์ เป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลังทั้งหมด ผู้อยู่เบื้องหลังนายธีระชัย แสนแก้ว เกณฑ์คนไปข่มขู่ทำร้ายพันธมิตรฯ ที่อุดรธานี และการจัดตั้งคนไทยปะทะกันเองที่ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งทั้งหมดทำกันเป็นขบวนการ โดยไอ้ห้อยทำงานรับใช้นายมัน

 

"สังคมไทยแบ่งข้างกันชัดเจนแล้ว มึงไปยืนข้างนรกไป กูจะยืนข้างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" นายสนธิกล่าว

"พี่น้อง ทำไมเราต้องมาสู้ เพราะเราต้องล้างสังคมไทยใช่ไหมพี่น้อง ล้างไอ้คนชาติชั่วพวกนี้ ให้มันตกเวทีไปให้หมด ใช่ไหม"

 

"ผมไม่อยากเอ่ยคำว่าเหี้ย เพราะมันยิ่งกว่าเหี้ย มันเลวทรามต่ำช้าที่สุด ยังไม่เคยเห็นใครเลวทรามต่ำช้าเท่าอีดาตอร์ปิโด"

 

"ผมตั้งใจจะพูดหลายเรื่อง แต่มันโกรธมันคั่งแค้น มันไม่รู้ว่าจะควบคุมอารมณ์ได้อย่างไร ผมทนไม่ได้จริงๆ เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น ใช่ไหมพี่น้อง มันเกิดมาตั้งแต่ปี 2545-46 แล้ว เป็นกระบวนการมาตลอด รวมไปจนถึงกระบวนการโจมตี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ไอ้นรกป่วนกรุงพวกนี้ ไอ้โชติศักดิ์ที่ไม่ยอมยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงภาพยนตร์ คดีไปถึงไหนแล้ววะตำรวจ ถ้าพวกคุณจะไม่เคารพนับถือ ราชบัลลังก์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า บอกมาสิ แยกค่ายกันให้ชัดเลย ขนาดเสื้อมันยังใส่เสื้อสีแดง X__________________________________________________X (ผู้ชุมนุมตอบ - สี แดง) ไปดูได้เลยไอ้นรกป่วนกรุงตามจังหวัดต่างๆ เสื้อสีแดงทั้งนั้น มันจงใจที่แท้จริง เห็นไหมพี่น้อง มันทำทุกอย่างให้เป็นสัญลักษณ์ไปหมด แน่จริงประกาศออกมาสิ แยกข้างให้เห็นไปเลย"

 

นายสนธิกล่าวว่าที่สังคมไทยเป็นแบบนี้ เพราะข้าราชการที่แต่ก่อนเรียกก่อนเรียกว่าข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ตอนหลังทักษิณมาเปลี่ยนเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ได้ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมา

 

เรื่องที่ผมพูด หลักฐานมีหมด ผมได้ยิน คนเอามาให้ พี่น้อง ผมตัวชาไปทั้งตัวเลย ผมนึกว่าตายแล้วกูเป็นอัมพาตหรือเปล่านี่ มือมันชา มือมันแข็ง เพราะผมนึกไม่ถึงว่าเป็นมันคำพูดออกมาจากปากคน ผมนึกว่าเป็นคำพูดออกมาจากสัตว์นรก พี่น้องอีดา พ่อแม่อีดา ทำไมไม่สั่งสอนลูกตัวเอง ชาญเชิงศิลปกุลมันก็ลูกเจ๊กคนหนึ่ง ผมก็ลูกเจ๊ก ลูกจีน แต่ผมว่าอีกหน่อยผมนี่ลูกจีนแท้ ส่วนพวกมันลูกจีนเตี๊ยะ

 

ผมบอกกับปานเทพ (พัวพงษ์พันธ์) อะไรมันจะเกิดให้มันเกิด เราอย่ามาคิดว่าเรามาแค่ขึ้นปราศรัย ผมบอกเรามาทำงานให้ประชาชน เราเป็นลูกจ้างประชาชน ถ้าประชาชนให้เรามาทุกวันเราจะมา ถ้าวันไหนประชาชนไม่ให้เรามาเราก็ไม่มา เพราะเราเป็นลูกจ้างประชาชน

 

"พี่น้องผมสาบานกับตัวเองไว้แล้ว ผมเจอมันที่ไหนผมจะตบมันให้คว่ำเลยอีนี่ มันจะเป็นผู้หญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ไทย และในประวัติศาสตร์ชีวิตผมที่ผมตบมัน พี่น้องครับผมพูดความจริงพี่น้อง เนื้อหาที่มันพูดในนี้ เลวทรามต่ำช้าชั่วช้า เหี้ยเรียกพี่ ผมยืนยัน ยืนยัน พี่น้องครับ เรามาที่นี่เราเลือกข้างเรียบร้อยแล้วใช่ไหม เราเลือกยืนข้างความดีความถูกต้อง เราเลือกยืนข้างราชบัลลังก์ พระบาทสมเด็จพระนางเจ้า เราพร้อมสละชีวิตต่อสู้กับอ้ายและอีคนไหนก็ตามที่มาล่วงเกินพระองค์ท่าน ใช่ไม่ใช่ครับพี่น้อง"

000

 

สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์

"แหม ฟังหัวหน้าใหญ่ คุณสนธิ ลิ้มทองกุลพูดตะกี้ เท่าที่ดูการ ตบ ตบ ตบ นี่ เข้าใจว่า ดา ตอร์ปิโด ฟันร่วงหมดเกลี้ยงเลยครับพี่น้อง นี่เขาเรียก ตบเพื่อชาติ ตบเพื่อสถาบัน"

 

ซูฮกสนธิ "ตบเพื่อชาติ ตบเพื่อสถาบัน"

22.30 น. นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ขึ้นปราศรัยต่อ เขาแนะนำตัวเองเลียนนายศรัณยู วงศ์กระจ่างนักแสดงที่ขึ้นปราศรัยบนเวทีพันธมิตรว่า "สวัสดีครับ ผมศรัณยู ขอขอบคุณมากครับ" เรียกเสียงกรี๊ดจากผุ้ชุมนุม กล่าวติดตลกว่าผมปราศรัยมาเกือบตายไม่เคยได้รับการต้อนรับเท่านายตั้วเลย นายสมเกียรติยังกล่าวหา นปก. ว่า นปก.ได้ชกพระแล้วจะกระทืบเด็ก ขอให้พันธมิตรอย่าเอาเด็กมาชุมนุมตอนกลางวัน

 

ในช่วงหนึ่ง นายสมเกียรติ กล่าวถึงการปราศรัยของนายสนธิว่า

 

"ท่าน สนธิบรรเลงไปหมดแล้ว ประเภทคำที่ฉวัดเฉวียน และหนักสุดๆ เลยตั้งแต่ฟังคุณสนธิมา สงสัยไฟธาตุใกล้แตกอีกคนหนึ่งแล้วครับพี่น้อง แหม ฟังหัวหน้าใหญ่ คุณสนธิ ลิ้มทองกุลพูดตะกี้ เท่าที่ดูการ ตบ ตบ ตบ นี่ เข้าใจว่า ดา ตอร์ปิโดฟันร่วงหมดเกลี้ยงเลยครับพี่น้อง นี่เขาเรียก ตบเพื่อชาติ ตบเพื่อสถาบัน"

000

 

ภูวดล ทรงประเสริฐ

"คนๆ นี้ไม่ควรจะเกิดในแผ่นดินนี้ เพราะคนๆ นี้ บัดซบเกินไปจะที่เป็นข้าฝ่าละอองธุลีพระบาท"

"คนๆ นี้แสดงความอาฆาดมาดร้าย อย่างจริงใจ จริงจัง อย่างบัดซบ อย่างสามานย์ อย่างสถุนที่สุด เท่าที่ผมเคยเจอมนุษยชาติที่พูดต่อผู้นำตัวเองอย่างนั้น"

"ผม ที่จริงเป็นคนเกลียดดูเว็บที่สุด ยังต้องไปฟังมัน ฟังด้วยความทุเรศตัวเองว่ามันเกิดอะไรกันขึ้นมาในประเทศนี้ ที่ไอ้ชนชั้นนำ ที่สมุนรับใช้ของไอ้หน้าเหลี่ยมมันทำได้ขนาดนี้ พี่น้องที่รักทั้งหลาย โปรดไปเลือกหาเอาเองเถิด ถ้าถึงวันนั้น ถ้าพี่น้องจัดการอะไร พี่น้องไม่ต้องเสียดอกเสียดายเลยนะครับ กระทืบคนอย่างนี้ผมว่า กระทืบมดยังมีค่ากว่าด้วยซ้ำ"

 

รับประกัน "สามหาว บัดซบที่สุด เท่าที่พี่น้องจะเคยได้ยินมา"

ต่อมา ศ.ดร.ภูวดล ทรงประเสริฐ อาจารย์คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวปราศรัยถึง น.ส.ดารณี หรือดา ตอร์ปิโด' โดยเปิดรูป น.ส.ดารณี ให้ผู้ชุมนุมดูผ่านจอโปรเจกเตอร์และบอกให้ผู้ชุมนุมจำหน้าบุคคลนี้ไว้และบอกว่า "คนๆ นี้ไม่ควรจะเกิดในแผ่นดินนี้ เพราะคนๆ นี้ บัดซบเกินไปจะที่เป็นข้าฝ่าละอองธุลีพระบาท"

ศ.ดร.ภูวดล กล่าวว่า น.ส.ดารณีขึ้นเวทีปราศรัย 2 ครั้งที่สนามหลวง ซึ่งเป็นเวทีที่ ศ.ดร.ภูวดลระบุว่า "มีคนฟังไม่เกิน 50 คน และมีสุนัขไม่เกิน 50 ตัว" เขายังระบุว่า

 

"มีการแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อสถาบันสูงสุดของประเทศ คนๆ นี้แสดงความอาฆาดมาดร้าย อย่างจริงใจ จริงจัง อย่างบัดซบ อย่างสามานย์ อย่างสถุนที่สุด เท่าที่ผมเคยเจอมนุษยชาติที่พูดต่อผู้นำตัวเองอย่างนั้น" ศ.ดร.ภูวดลกล่าว

 

"นี่ ไม่ใช่เพียงเป็นหน้าที่ของคนไทย ที่จะต้องประณาม จำหน้าคนบัดซบนี้ไว้ได้เลย ผมขอเรียกร้องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติไปเปิดเทปทั้งสองม้วนดู หาได้ง่าย ขนาดผมไม่ใช่ตำรวจยังมีของ ยังมีสิทธิได้ฟังเลย มีการไรท์ลงในเว็บไซต์เสียด้วยซ้ำ ผมอยากเรียกร้องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดการโดยรีบด่วนไม่มีข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้น ถ้าไม่จัดการเรื่องนี้ก็ขอให้ยุบสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เลยครับ" ศ. ดร.ภูวดล กล่าวว่ายิ่งกว่ากรณีที่นายจักรภพ เพ็ญแขพูดที่ลอส แองเจลลิส และที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศ อีดอกนี่ สามหาว บัดซบที่สุด เท่าที่พี่น้องจะเคยได้ยินมา

 

"มันถึงกับบอกว่า XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX มันถามอย่างนี้เลยครับพี่น้อง"

 

เรียกร้องกระทืบ ไม่ต้องเสียดาย ชี้จาบจ้วงรุนแรงสุดในประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์

ศ.ดร.ภูวดลยังเรียกร้อง ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และบรรดาทหารรักษาพระองค์ทุกคนให้ "จัดการ แก้ไขปัญหาอีนางมารตัวนี้ให้เสร็จ เพราะจริงๆ แล้วอีนางตัวนี้เป็นลูกน้องใครก็รู้ ไม่ใช่เป็นลูกน้องแค่ นปก. ลูกน้อยไอ้ห้อยร้อยยี่สิบแต่นายที่แท้จริงของมันคือไอ้หน้าเหลี่ยม" ศ.ดร.ภูวดลให้เหตุผลว่า น.ส.ดารณี ปราศรัยพูดถึงความดีงามของไอ้หน้าเหลี่ยม' เปรียบเทียบไอ้หน้าเหลี่ยมเท่ากับปรีดี พนมยงค์ นอกจากนี้ยังมีการจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ โดย ศ.ดร.ภูวดลให้คำจำกัดความว่า "มัน จาบจ้วงมุ่งร้ายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ชัดเจนที่สุด ไม่ต้องไปหาตำราไหนๆ มาตีความ ถ้าคุณฟังภาษาไทยได้ คุณไปจัดการ ไม่อย่างนั้นคุณก็เลิกเป็นทหารรักษาพระองค์ได้แล้วทุกคน"

 

"ผม ไม่คิดว่าคนไทย พ.ศ.นี้จะบัดซบขนาดนี้ มันสุดบัดซบ ผมเชื่อว่าเทปม้วนนี้ พี่น้องดึงออกมาได้ เพราะมันใส่ในเว็บ นปก. นะครับ ผมที่จริงเป็นคนเกลียดดูเว็บที่สุด ยังต้องไปฟังมัน ฟังด้วยความทุเรศตัวเองว่ามันเกิดอะไรกันขึ้นมาในประเทศนี้ ที่ไอ้ชนชั้นนำ ที่สมุนรับใช้ของไอ้หน้าเหลี่ยมมันทำได้ขนาดนี้ พี่น้องที่รักทั้งหลาย โปรดไปเลือกหาเอาเองเถิด ถ้าถึงวันนั้น ถ้าพี่น้องจัดการอะไร พี่น้องไม่ต้องเสียดอกเสียดายเลยนะครับ กระทืบคนอย่างนี้ผมว่า กระทืบมดยังมีค่ากว่าด้วยซ้ำ"

 

ตอนท้ายของการปราศรัย ศ.ดร.ภูวดล ยังถามไปถึงบรรดานายพลผู้รักชาติ' ว่าอย่ารักแต่ปาก เพราะเข้าพิธีสวนสนามทุกวันที่ 3 ธ. ค. ท่านปฏิบัติตัว แต่งตัวเท่อย่างเดียวไม่ได้ ท่านสวนสนามด้วยผ้าสักหลาดครั้งละกี่ล้านบาท จงทำให้เห็นว่าจงรักภักดีต่อสถาบันสูงสุดได้ไหม

 

ศ.ดร.ภูวดล ระบุว่า ดา ตอร์ปิโด "จาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างรุนแรงที่สุด เท่าที่เคยมีคนไทยเคยวิพากษ์วิจารณ์ เคยมุ่งร้ายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เท่ากับคนๆ นี้ ไม่เคยมี เท่าที่ผมเกิดมา เท่าที่ผมศึกษามา ประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์กว่า 200 ปี ไม่เคยมีใครวิจารณ์ วิพากษ์ จาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ เท่ากับอีนางเปรตตัวนี้"

000

 

21 กรกฎาคม 2551

วันนี้ พ.อ.(หญิง) ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ด้วยกองทัพบกได้รับทราบข้อมูลข่าวสาร ว่า น.ส.ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ ดา ตอร์ปิโด ได้ขึ้นกล่าวปราศรัยในการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) ณ บริเวณท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2551 โดย มีการใช้ถ้อยคำดูหมิ่น หมิ่นประมาท หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย ต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ อันเป็นการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และถือเป็นการมิบังควรอย่างที่สุด

 

พ.อ.(หญิง) กล่าวว่า จากการกระทำดังกล่าว กองทัพบกจึงได้มีหนังสือด่วนที่สุด เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2551 ถึง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เรื่อง ขอให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ โดยเนื้อหาในหนังสือระบุว่า กองทัพบกขอให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้กรุณาตรวจสอบการปราศรัยของ น.ส.ดารณี หากพบว่ามีการกระทำความผิดจริง ขอให้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ หนังสือดังกล่าวได้ส่งไปยังกองบัญชาการตำรวจนครบาลแล้วในวันเดียวกัน

 

ภูวดล ทรงประเสริฐ

"มันจงใจลบหลู่ ชิงชัง เคียดแค้น มุ่งร้าย ชิงชัง ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างชัดเจน ตามรัฐธรรมนูญ สำนักงานตำรวจ เอ็งไปมุดหัวอยู่ที่ไหน ไอ้ผู้บริหารทั้งหลาย ผมไม่ต้องเรียนนิติศาสตร์ เรียนประวัติศาสตร์กูก็ตีความเป็น ว่าสิ่งเหล่านี้ คือความชั่วช้า สามานย์ บัดซบ ลบหลู่สถาบันพระมหากษัตริย์อย่างชัดเจนที่สุดกว่ายุคใด สมัยใด"

 

 

ภูวดลแจ้งที่อยู่ ดา ตอร์ปิโด' ให้ผู้ชุมนุม ไปจัดการตามศรัทธา
เวลา
19.30 น. ศ.ดร.ภูวดล ทรงประเสริฐ อาจารย์คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวปราศรัยกล่าวถึง "ระบอบขายชาติขายแผ่นดิน ภายใต้การชี้นำของไอ้หน้าหอย" เป็นที่น่าสังเกตว่าระหว่างที่มีการถ่ายทอดสดการปราศรัยของ ศ.ดร.ภูวดล ทางสถานีโทรทัศน์ ASTV จะฉายภาพบุคคลและสิ่งที่ ศ.ดร.ภูวดล กล่าวถึงทางหน้าจอโทรทัศน์ตลอด

เขาได้กล่าวถึง น.ส.ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ ดา ตอร์ปิโด' เป็นวันที่สองว่าเป็นลูกจีนต่างด้าว พ่อแม่เป็นจีนต่างด้าว ระบุชื่อพ่อแม่ของ น.ส.ดารณี ระบุภูมิลำเนาตามบัตรประชาชน และบอกกับผู้ชุมนุมพันธมิตรว่า "ไปจัดการ ไปสนองพระเดชพระคุณ ตามศรัทธาเอาเอง"

ศ.ดร.ภูวดล กล่าวว่ารัฐบาลหรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ได้ทำอะไรกับกรณีการปราศรัยของ น.ส.ดารณีเลย กองบัญชาการตำรวจนครบาล ที่ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลที่ไปทำหน้าที่ที่สนามหลวงในช่วงหัวค่ำของวันที่ 18 นั้น ถือว่า ท่านกำลังฝ่าฝืนกฎหมาย เพราะนอกจากจะไม่จับคนดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งๆ หน้าแล้ว ยังปกปิดด้วย ซึ่งการกระทำครั้งนี้มีเอกสารเยอะแยะ แม้กระทั่ง กลุ่ม นปก.ที่มีจิตวิญญาณเป็นมนุษย์ รักสถาบันยังทนไม่ได้ต้องเอาหลักฐานมาให้เรา

อ้างไม่ได้มีแค่ ดา ตอร์ปิโด' แต่ทำกันเป็นขบวนการ
ศ.ดร.ภูวดลบอกว่า พฤติกรรมของ น.ส.ดารณี ทำกันเป็นขบวนการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์จริงๆ และกล่าวหาว่าหลายกรณีที่เกิดขึ้นในประเทศไทยทำกันเป็นขบวนการและเชื่อมโยงกัน

โดยเขาระบุว่า สถานีโทรทัศน์ NBT ที่ออกอากาศเรื่องการโค่นล้มราชวงศ์ฝรั่งเศสของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และการล้มล้างระบอบกษัตริย์ของโอลิเวอร์ ครอมเวลล์ที่ทำให้พระเจ้าจอห์นที่ 1 สิ้นอำนาจ และวันที่ 14-16 เมษายน 2551 สถานี NBT ก็เสนอการเลือกตั้งในเนปาล และการล้มลงของสถาบันกษัตริย์เนปาล โดยสถานีโทรทัศน์ NBT สมัยนั้นมีนายจักรภพ เพ็ญแข รมต.สำนักนายกฯ กำกับดูแลในขณะนั้น ตำรวจยังสอบสวนไปไม่ถึงไหนในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเช่นกัน

นายภูวดลยังกล่าวหานายภูมิวัฒน์ นุกิจ ด้วย โดยระบุว่า ต่อมาในวันที่ 19 เมษายน ลูกน้องมันอีกคนคือนายภูมิวัฒน์ นุกิจ ก็มีการท้าทายพระราชอำนาจของพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการถวายฎีกาคัดค้านพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ว่าไม่มีเหมาะสมที่จะเป็นองคมนตรี "มึงเสือกอะไรไอ้ห่าเหวทั้งหลาย" คนๆ นี้อยู่ในกลุ่มพลเมืองภิวัฒน์ มีลูกพี่ชื่อว่านายสมบัติ บุญงามอนงค์เป็นแกนนำ นปก.รุ่นสอง คนๆ นี้และลูกพี่มันได้ออกเว็บ www.thaisayno.com ซึ่งใกล้ชิดกับนักวิชาการอนุบาลเที่ยงวันหรือมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน

กล่าวหา โชติศักดิ์' ไม่ยืนเป็นการรับใช้ ไอ้หน้าหอย'
"และอีกกรณีหนึ่ง คือ วันที่ 22 เมษายน นายโชติศักดิ์ อ่อนสูง ซึ่งเป็นลูกน้องมันอีกที ได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาไม่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมี นี่หน้าตามัน ซึ่งคนๆ นี้เสียชาติเกิด เสียชาติเกิดความเป็นคนใต้แท้ๆ แต่ทำตัวเป็นสุนัขรับใช้ไอ้หน้าหอยและพรรคพวกมันตลอดเวลา" ศ.ดร.ภูวดลกล่าว

"ถัดจากนั้นยังมีอีหน้าหมวยอีกคนหนึ่ง น.ส.จิตรา คชเดช ประธานสหภาพแรงงานโรงงานไทรอัมพ์ แรงงานยกทรงน่ะขายยกทรง เล็กๆ ใส่วาโก้ ใหญ่ๆ ก็ใส่ไทรอัมม์ก็แล้วกัน ก็ใส่เสื้อยืดมาออกรายการที่ช่องเอ็นบีที ที่มีข้อความ "ไม่ยืนไม่ใช่อาชญากร คิดต่างไม่ใช่อาชญากรรม" บ้านมึงสิไม่ใช่ บ้านกูใช่แน่นอน"

"พี่น้องทั้งหลายแก๊งเหล่านี้ จะมีความใกล้ชิดสนิทสนม เป็นลูกน้อง เป็นพลพรรค กับระบอบทักษิณ สร้างเครือข่ายมา 5 ปีแล้ว ซึ่งเป็นเครือข่ายของเว็บหนึ่งที่ถูกปิดไปแล้ว

แค่นั้นยังไม่พอ ยังมีเว็บประชาไท มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเจ้าของวารสาร กองบรรณาธิการนิตยสารฟ้าเดียวกัน ซึ่งฟ้าเดียวกันฉบับล่าสุด ซึ่งกำลังจะวางขายบนแผงเร็ววันนี้ พี่น้องรู้ไหมหน้าปกเป็นรูปอะไร XXX XXX XXX XXX XXX XXX XXX XXX XXX XXX XXX XXX XXX XXX XXX XXX

XXX XXX XXX XXX XXX XXX XXX แล้วมันเขียนว่า ขวาไทย'

มันจงใจลบหลู่ ชิงชัง เคียดแค้น มุ่งร้าย ชิงชัง ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างชัดเจน ตามรัฐธรรมนูญ สำนักงานตำรวจ เอ็งไปมุดหัวอยู่ที่ไหน ไอ้ผู้บริหารทั้งหลาย ผมไม่ต้องเรียนนิติศาสตร์ เรียนประวัติศาสตร์กูก็ตีความเป็น ว่าสิ่งเหล่านี้ คือความชั่วช้า สามานย์ บัดซบ ลบหลู่สถาบันพระมหากษัตริย์อย่างชัดเจนที่สุดกว่ายุคใด สมัยใด

ศ.ดร.ภูวดล ยังกล่าวถึงเว็บประชาไท และนิตยสารฟ้าเดียว ว่าเชื่อมโยงกันเป็นขบวนการ และ ศ.ดร.ภูวดล ยังอ้างว่านิตยสารฟ้าเดียวกันอยู่ได้เพราะนายธนากร จึงรุ่งเรืองกิจ (น่าจะเป็นนายธนาธร แต่ ศ.ดร.ภูวดล อ่านออกเสียงแบบนี้) โดยนายธนากรเป็นบุตรชายนายพัฒนา จึงรุ่งเรืองกิจซึ่งเสียชีวิตแล้ว โดยนายพัฒนาเป็นพี่ชายนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ โดย ศ.ดร.ภูวดลได้กล่าวโจมตีกองบรรณาธิการฟ้าเดียวกัน และนายธนากรด้วยถ้อยคำรุนแรง

 

สดุดี ดา ตอร์ปิโด' ทรงคุณค่าต่อระบอบไอ้หอย
ในตอนท้ายของการปราศรัย ศ.ดร.ภูวดลกล่าวถึง ดา ตอร์ปิโด' อีกครั้งว่า "โดยเฉพาะอีดา หน้าดอ นี่แหละ จงจำไว้พี่น้อง จำหน้าไอ้คนๆ นี้ไว้ นี่แหละ ไอ้นี่ลูกจีนต่างด้าว เป็นคนกร่างที่สุด ทำตัวบัดซบที่สุด ทำตัวเป็นสมุนรับใช้ที่ทรงคุณค่าที่สุดของระบอบไอ้หอยจนถึงทุกวันนี้ วันนี้ก็ยังทำมาหาแดกที่พีทีวี และทำหน้าที่ประสานงานไปประสานงานมาในช่อง 11 ด้วยพี่น้อง พี่น้องจงจำไว้ว่า ถ้าหากสถาบันพระมหากษัตริย์ ยังคงถูกลบหลู่จากคนเหล่านี้ โดยที่สำนักงานตำรวจไม่ทำอะไร พี่น้องจงจำไว้ได้เลยภายในเวลาไม่นาน ผมเชื่อว่าแผ่นดินนี้จะลุกเป็นไฟ จากความไม่พอใจที่อีนางกะหรี่ตัวนี้ด่าสถาบันสูงสุดอย่างแน่นอน" ศ.ดร.ภูวดล กล่าว

000

 

สนธิ ลิ้มทองกุล

"ถ้าสังคมเป็นแบบนี้ ถ้ามันต้องเกิดสงครามประชาชนก็ต้องเกิด ใช่ไหม"

 

ปูดหมิ่นรายใหม่ สหายสมชาย' จ้อผ่านวิทยุชุมชน
ต่อมา เวลาประมาณ
22.00 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวขออภัยประชาชน ที่ใช้วาจาหยาบคายไปนิดหนึ่ง' ในการปราศรัยเมื่อวันก่อน โดยผู้ชุมนุมบอกว่าไม่เป็นไร นายสนธิกล่าวต่อว่า "ผมเรียกเขาอย่างมากก็อีดา อาจารย์ภูวดลเรียกว่าอีดอก ผมลงไปถึงเวทีเขาบอกอีห่า ผมเลยไม่รู้ว่าใครหยาบ เพราะผมพูดแค่อีดา"

นายสนธิ กล่าวถึงการปราศรัยของ น.ส.ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือดา ตอร์ปิโด ที่ปราศรัยบนเวทีของ นปก.ที่ท้องสนามหลวงเมื่อวันที่ 18 ก.ค. ซึ่งเป็นการปราศรัยต่อหน้าตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ ทั้งตำรวจสันติบาล ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) ไปอัดเสียง น่ามหัศจรรย์มากที่ตำรวจเหล่านั้นนั่งเฉย

"ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล รองผบ.ตร. พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโณ ผบก.น.1 ก็ยังนั่งเฉย เห็นหรือยังพี่น้อง แล้วบรรดารองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติก็ยังนั่งเฉย ให้ไอ้ลูกเจ๊กอย่างผมมาพูดมื่อวันที่ 20 จึงเกิดเรื่องเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาในสังคม"

นายสนธิ ระบุ และว่านี่เกิดอะไรขึ้นในแผ่นดินไทย ผมไม่เคยคิดว่าในชีวิตผม อายุ 60 ย่าง 61 จะได้เห็น XXX XXX XXX XXX XXX XXX XXX แล้วตำรวจนั่งเฉยๆ ศรภ.นั่งเฉยๆ มันเกิดอะไรขึ้นพี่น้อง พี่น้องครับ สังคมไทยวันนี้มันแบ่งข้างชัดเจนแล้ว

นายสนธิ ยังกล่าวว่า ได้รับแจ้งว่าเมื่อตอนเย็นวันเดียวกันมีวิทยุชุมชนคลื่นหนึ่งแถวนนทบุรี มีดีเจคนหนึ่งซึ่งเคยเข้าป่าในเขตอีสานใต้มีชื่อจัดตั้งว่าสหายสมชาย และเคยเป็นที่ปรึกษาของคนใกล้ชิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเคยเป็นฝ่ายซ้ายมาก่อน โดยนายสนธิอ้างว่าสหายสมชายคนนี้เป็นผู้ดำเนินรายการคลื่นวิทยุชุมชนดังกล่าวได้กล่าวจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูงหลายประการ XXX XXX XXX XXX XXX XXX XXX XXX XXX XXX XXX XXX XXX XXX XXX XXX XXX XXX XXX XXX XXX XXX XXX XXX XXX XXX XXX XXX XXX XXX XXX XXX XXX XXX XXX XXX XXX XXX XXX XXX

นายสนธิ ชี้ให้เห็นว่า คนเหล่านี้ทั้งหมดล้วนเชื่อมโยงเป็นพวกเดียวกันทั้งสิ้น เป็นสัตว์ครอกเดียวกันทั้ง ดา ตอร์ปิโด' ก็เคยขึ้นเวทีร่วมกับ นายจักรภพ เพ็ญแข สหายสมชายก็เป็นที่ปรึกษาของคนใกล้ชิด พ.ต.ทักษิณ และกลุ่ม นปก.ก็มี ยี้ห้อยร้อยยี่สิบชักใยอยู่เบื้องหลัง หรือนายวีระ ที่เป็น นปก.ออกทีวีช่อง 11 แล้ว นายสมัคร ที่บอกว่าพ่อเป็นพระยา อ้างว่าจงรักภักดี มันปล่อยให้คนพวกนี้จาบจ้วงพระมหากษัตริย์อย่างเปิดเผย ไม่ได้ซ่อนเร้น ได้อย่างไร

"ถ้าสังคมเป็นแบบนี้ ถ้ามันต้องเกิดสงครามประชาชนก็ต้องเกิด ใช่ไหม" นายสนธิระบุ และยังกล่าวว่าการเป็นพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเป็นเรื่องที่ภูมิใจโคตร โคตรภูมิใจ

000

 

22 กรกฎาคม 2551

กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บ.ชน.) ขอให้ศาลอาญากรุงเทพฯ อนุมัติหมายจับเลขที่ 2209/51 ให้จับกุม น.ส.ดารณีข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 นำไปสู่การจับกุม ดา ตอร์ปิโด' ในช่วงบ่ายในที่พักย่านพหลโยธิน และต่อมาเว็บไซต์ส่วนตัวของ ดา ตอร์ปิโด' ก็ถูกปิด

สุริยะใส กตะศิลา

"กรณีของ นายจักรภพ และ ดา ตอร์ปิโด ตนเชื่อว่า เป็นเพียงแค่เบี้ยๆ หนึ่ง แต่เชื่อว่ายังมีเบื้องหลังที่ยังทำเป็นกระบวนการ กรณีนี้ตนคิดว่าเป็นสถานการณ์อ่อนไหว รัฐบาลไม่สามารถจัดการพวกจาบจ้วงได้ กองทัพจึงต้องออกมาดำเนินการ"

 

สุริยะใสชี้รัฐบาลทำอะไรไม่ได้ กองทัพต้องออกมาจัดการพวกจาบจ้วง
เมื่อเวลา 18.00 น. ของวันที่ 22 ก.ค. ระหว่างการแถลงข่าวช่วงหนึ่งของนายสุริยะใส กตะศิลา เขากล่าวถึงกรณีที่กองทัพบก มีท่าทีกับคดี "ดา ตอร์ปิโด" ว่า

ขอตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดกองทัพถึงมีความฉับไวต่อเหตุการณ์นี้ แต่ตำรวจกับรัฐบาลกลับนิ่งเฉย โดยเฉพาะตำรวจสันติบาลที่อยู่ในพื้นที่สนามหลวงกลับยังนิ่งเฉย ดังนั้น ประเด็นนี้เชื่อว่าเป็นเรื่องที่ทหารดำเนินการเหมือนกับเป็นการตบหน้ารัฐบาลและตำรวจ ซึ่งถือว่าทราบกระบวนการจาบจ้วงรัฐบาลกลับไม่มีท่าที โดยเฉพาะกรณีของ นายจักรภพ และ ดา ตอร์ปิโด ตนเชื่อว่า เป็นเพียงแค่เบี้ยๆ หนึ่ง แต่เชื่อว่ายังมีเบื้องหลังที่ยังทำเป็นกระบวนการ กรณีนี้ตนคิดว่าเป็นสถานการณ์อ่อนไหว รัฐบาลไม่สามารถจัดการพวกจาบจ้วงได้ กองทัพจึงต้องออกมาดำเนินการ

000

 

พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์

"รู้สึกดีใจกับประเทศที่สุด ที่วันนี้มีการจับกุมผู้ซึ่งผมคิดว่า บังอาจที่สุดเท่าที่ผมรับราชการมา ไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนเป็นแบบนี้ คำพูดที่สุภาพ คงใช้กับ ... ผมอยากจะพูดว่ามันเดียรัจฉานดีๆ นี่เอง

 

พล.อ.ปฐมพงษ์ เฟื่องการหมิ่นเชื่อมกับเรื่องสูญเสียดินแดนแน่นอน
เวลาประมาณ 19.00 น. พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ ประธานคณะที่ปรึกษากองบัญชาการทหารสูงสุด โดยก่อนที่จะเริ่มปราศรัย ก็ได้กล่าวขอบคุณ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขอบคุณเอเอสทีวี และพี่น้องประชาชนที่ดำเนินการจนนำไปสู่การจับกุมคนที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และทำให้ไม่มีใครกล้าทำแบบนี้อีก

พล.อ.ปฐมพงษ์ กล่าวว่า "รู้สึกดีใจกับประเทศที่สุด ที่วันนี้มีการจับกุมผู้ซึ่งผมคิดว่า บังอาจที่สุดเท่าที่ผมรับราชการมา ไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนเป็นแบบนี้ คำพูดที่สุภาพ คงใช้กับ ... ผมอยากจะพูดว่ามันเดียรัจฉานดีๆ นี่เองพวกนี้ เรื่องที่จะได้ดำเนินการต่อไปก็คือ ประสานงานกับคณะกรรมการพลังแผ่นดิน นำไปสู่การปฏิบัติการเชิงรุก อย่าให้อ้ายและอีคนไหน คิดบังอาจเช่นนี้ต่อไป ผมไม่เชื่อว่า คนๆ นี้ ทำอะไรโดยคนเดียว มันมีขบวนการแน่นอน จากฐานข่าวที่เราได้รับทราบ ผมได้ดำเนินการทางด้านงานข่าวกรอง และได้รู้เส้นสายของการทำงานบ้างระดับหนึ่งแล้ว"

พล.อ.ปฐมพงษ์ ย้ำว่าจากนี้ไปจะประสานกับคณะกรรมการพลังแผ่นดิน ที่มี พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ เป็นประธาน เพื่อปฏิบัติการเชิงรุก มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก

"จากหลักฐานด้านการข่าว พบว่า มีหลายคนร่วมเป็นขบวนการ และคนๆ นี้ไม่ได้ทำคนเดียว มีทั้งผู้สนับสนุน ผู้ปฏิบัติการ และผู้ที่เพิกเฉย คนพวกนี้ต้องกำจัดให้สิ้นซาก ก็ยังนับว่าตำรวจยังทำหน้าที่ให้ความเมตตากับนางดารณี ถ้าให้ประกันตัวออกมา ผมยังสงสัยว่าเลือดเลวๆ แบบนี้มันจะเปรอะแผ่นดินไทยหรือเปล่า และไม่แน่ใจเหมือนกันว่า ผมไม่เคยคิดว่าโจรชั่ว ผู้ร้ายคนใด ซึ่งอยู่ในคุก อยู่ในที่คุมขัง ร่วมกันกับนางดารณีจะมีความชั่วร้ายเช่นนางดารณี วันนี้ก็อาจจะต้องนอนไม่หลับทั้งคืน เพราะคนในที่คุมขังก็รับไม่ได้เหมือนกันว่าอีนี่มันเป็นอย่างไร" ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษากองบัญชาการทหารสูงสุด ระบุ และว่า การหมิ่นพระบรมเดชานุภาพของกลุ่มหรือคณะบุคคลใดก็แล้วแต่ เชื่อมโยงกับการสูญเสียดินแดนของประเทศอย่างแน่นอน

พล.อ.ปฐมพงษ์ เรียกร้องให้ทหารราชองครักษ์ และตำรวจราชสำนัก ให้จับตา มองดู ผู้ซึ่งกระทำการหมิ่นบรมเดชานุภาพทุก 24 ชั่วโมง คนพวกนี้ให้ความปรานีไม่ได้ แม้แต่นิดเดียว เราจะได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

000

 

สนธิ ลิ้มทองกุล

"ยังมีจุลสารเพื่อสหายร่วมอุดมการณ์ไม่จำกัดชนชั้นชื่อว่า สหาย' มันเอารูปเลนินขึ้นหน้าปก มันเขียนว่าผู้นำ ผมไม่กล้าอ่านพี่น้อง อ่านไม่ได้พี่น้อง อ่านไม่ได้ เพราะว่าไอ้คนทำหนังสือเล่มนี้เหี้ยเรียกพ่อ"

 

เผย สหายสมชาย' คือชูชีพ ชีวะสุทธิ์ ก่อนอัดจุลสาร สหาย' เหี้ยเรียกพ่อ
ในเวลา 21.00 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล ได้กล่าวปราศรัยถึง สหายสมชาย' ที่เขากล่าวเมื่อวานนี้ ว่าเป็นผู้จัดรายการวิทยุชุมชนเอฟเอ็มคลื่น 102.75 ที่ออกอากาศจากนนทบุรีและถ่ายทอดสัญญาณไปที่ราชบุรี มีการพูดจาจาบจ้วงพระเจ้าอยู่หัว โดยนายสนธิเปิดเผยว่า สหายสมชาย' คือ นายชูชีพ ชีวะสุทธิ์ ซึ่งเคยเคลื่อนไหวในพื้นที่อีสานใต้ และคนคนนี้ยังเป็นที่ปรึกษาของที่ปรึกษาฝ่ายซ้ายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

นายสนธิ กล่าวว่า นายชูชีพคนนี้ยังเคยมาปราศรัยที่เวทีสนามหลวงด้วย พร้อมทั้งเปิดเผยว่า มีบันทึกระบุถึงการจาบจ้วงจำนวน 19 หัวข้อ ซึ่งแต่ละหัวข้อไม่สามารถนำมาเปิดเผยได้ ทั้งนี้ การออกอากาศของสหายสมชายที่กล่าวจาบจ้วงได้ออกอากาศต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน ต่อเนื่องมาจนถึงวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมานี่เอง

ผมอยากถามว่า อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์คนนี้ทำอะไรอยู่ มีอย่างที่ไหนปล่อยให้สถุนบ้านสถุนเมืองออกวิทยุมาพูดจาจาบจ้วงได้อย่างต่อเนื่อง นายสนธิ ระบุ และว่านอกจากนี้ ยังมีจุลสารเพื่อสหายร่วมอุดมการณ์ไม่จำกัดชนชั้นชื่อว่า สหาย' มันเอารูปเลนินขึ้นหน้าปก มันเขียนว่าผู้นำ ผมไม่กล้าอ่านพี่น้อง อ่านไม่ได้พี่น้อง อ่านไม่ได้ เพราะว่าไอ้คนทำหนังสือเล่มนี้เหี้ยเรียกพ่อ XXX XXX XXX XXX XXX XXX XXX XXX XXX กระบวนการนี้รุนแรงยิ่งขึ้นๆ รุนแรงมาก ม็อบสนามหลวงไม่รู้จะเอาใครขึ้นแล้วมันเอาไอ้เสธ.แดง (พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล) ขึ้น เสธ.แดงขึ้นไปสำรากว่าไง บอกว่าเขาพระวิหารเป็นของเขมรนานแล้ว มาโวยวายทำไมกัน นี่ทหารนะ นายสนธิกล่าว และได้สาปแช่งให้ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ติดคุกจนตาย

000

 

23 กรกฎาคม 2551

ศาลยกคำร้องไม่ให้ ผศ.ดร.สุทธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ใช้ตำแหน่งประกันตัว น.ส.ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ ดา ตอร์ปิโด'

นอกจากนี้เมื่อ เวลา 15.00 น.ที่ห้องพิจารณาคดี 904 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก อนุมัติหมายจับนายสนธิ ลิ้มทองกุล ตามคำร้องของ พ.ต.ท.สุรศักดิ์ สิงห์ไกร รอง ผกก.สส.สน.ดุสิต ข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเบิกความว่า เนื่องจากนายสนธิ แกนนำพันธมิตรได้ขึ้นปราศรัย การกล่าวอ้างถึงเหตุการณ์ที่ น.ส.ดารณี กล่าวข้อความหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ซึ่งอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายอาญา

ทำให้ในการปราศรัยของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยคืนดังกล่าว ไม่มีนายสนธิ ลิ้มทองกุลร่วมปราศรัยด้วย โดยแกนนำพันธมิตรที่เหลือต่างยืนยันความบริสุทธิ์ของนายสนธิว่าไม่มีเจตนาเหมือน ดา ตอร์ปิโด'

 

สุริยะใส กตะศิลา

"กรณีของ ดา ตอร์ปิโด' เชื่อหรือว่าดำเนินการตามลำพังคนเดียว อมพระมาพูดก็ไม่เชื่อ เป็นไปไม่ได้ แม้แต่ผมดูแล้วยังขนลุก ไม่สามารถฟังจบได้ เป็นถ้อยความที่รุนแรงมาก"

 

ยืนยันสนธิไม่หมิ่น เปรียบเทียบเหมือนบอกตำรวจจับขโมย
เวลา
00.20 น. ของเช้าวันที่ 24 กรกฎาคม 2551 นายสุริยะใส กล่าวปราศรัยย้ำเจตนารมณ์ของการเปิดโปงบันทึกการปราศรัยของ ดา ตอร์ปิโด ว่า นายสนธิ ลิ้มทองกุลระบุชัดเจนว่า ไม่สามารถเปิดซีดีได้ เพราะอาจผิดกฎหมาย แสดงให้เห็นว่าไม่มีลักษณะของการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ แต่เป็นการสรุปให้ตำรวจรีบดำเนินการ เพราะก่อนหน้านี้คดีอาญาของ นายจักรภพ เพ็ญแข ตำรวจไม่ได้ดำเนินการใดๆ สิ่งที่นายสนธินำมาพูดบนเวที เหมือนคนๆ หนึ่งกำลังชี้หน้าคนๆ หนึ่งให้ตำรวจจับว่าผิดซึ่งหน้า ขโมยทรัพย์สินคนอื่น ให้ตำรวจจับคนขโมย ไมใช่มาจับคนที่ชี้นิ้วว่าใครเป็นโจร ทำให้เชื่อถือกระบวนการยุติธรรมสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ได้แล้ว

ถ้าเขาไม่ให้ประกันตัว เราชุมนุมหน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาลดีไหม จะได้รู้กันพรุ่งนี้ ถ้าตำรวจตุกติกกับเรา และนายสุริยะใสยืนยันว่าผู้ชุมนุมที่ชุมนุมจะไม่มีการกดดันศาล มีแต่จะให้กำลังศาล เพราะพันธมิตรเป็นวัคซีนที่ดีของกระบวนการยุติธรรม ว่าจะไม่มีสิ่งแปลกปลอมไปทำลายล้างกระบวนการยุติธรรม

 

เผยฟังดาแล้ว ขนลุก' โบ้ยข้อหาหมิ่นใช้กับ นปก. เท่านั้น
"คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพต้องใช้กล่าวหากับฝ่าย นปก. ไม่ใช่ฝ่ายพันธมิตร แกนนำผู้ปราศรัยบนเวทีไม่มีข้อคลางแคลงใจแม้แต่โน้นว่าไม่จงรักภักดี กรณีของ ดา ตอร์ปิโด' เชื่อหรือว่าดำเนินการตามลำพังคนเดียว อมพระมาพูดก็ไม่เชื่อ เป็นไปไม่ได้ แม้แต่ผมดูแล้วยังขนลุก ไม่สามารถฟังจบได้ เป็นถ้อยความที่รุนแรงมาก

"ที่น่าสนใจระหว่างที่นังดาปราศรัย ถ้าคนนั่งฟังจงรักภักดีด้วย ถ้าพูดจาหมิ่นเหม่พี่น้องต้องชี้หน้า ขว้างปาสิ่งของ ไล่ลงเวที แต่การกลับตรงกันข้าม ฝั่งโน้นไชโยโห่ร้อง ชอบใจ ไม่มีใครห้ามให้หยุด สาระที่นังดารณีพูดไม่ได้จบที่เวทีนั้นที่เดียว มีการขยายความในเครือข่าย มีการเปลี่ยนภาษา สาระ ไปออกรายการสดในวิทยุชุมชน แม้แต่ออกในพีทีวี เรามีหลักฐานและเตรียมดำเนินคดีกลับภายในสัปดาห์นี้"

000

 

24 กรกฎาคม 2551

แนวร่วมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยหลายพันคนเดินทางมาส่งนายสนธิ ลิ้มทองกุล มอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล

โดย พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผบช.น เปิดเผยว่า ได้สอบปากคำนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเสร็จสิ้นแล้ว และได้มอบ พล.ต.ต.วัจนนท์ ถิระวัฒน์ รองผบช.น.ดูแลคดีนี้ต่อไป ซึ่งการสอบสวนได้ดำเนินตามขั้นตอน และนายสนธิ ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว โดยนายคำนูญ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว โดยใช้ตำแหน่งค้ำประกัน และเมื่อได้พิจารณาตำแหน่งของผู้ประกันและหลักฐานอื่นๆ ประกอบแล้ว เห็นว่าสามารถให้ประกันได้เนื่องจากมีตำแหน่งที่น่าเชื่อถือ หากผิดสัญญาที่ยื่นประกันตัวไว้ ต้องชดใช้ 300,000 บาท ซึ่งเมื่อครั้งที่นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ได้มามอบตัวที่ สน.นางเลิ้ง และ บชน.พนักงานสอบพิจารณาดูแล้วไม่น่าจะหลบหนีและมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งจึงให้ประกันตัว โดยทั้งสองกรณีให้ประกันตัวเพราะมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ตำแหน่งค้ำประกันมั่นคง

พล.ต.ท.อัศวิน กล่าวต่อว่า นายสนธิ ได้เข้ามอบตัวเพราะทราบข่าวจากสื่อว่าถูกออกหมายจับ ซึ่งได้ให้ทนายยื่นประกันตัวเองได้ จึงพิจารณาให้ประกันตัวได้ ส่วนกรณีของ นางสาวดารณี เชิงชาญศิลปกุล หรือ ดา ตอร์ปิโด ไม่ยอมมอบตัว ตำรวจต้องตามไปจับกุม ตามหมายจับ อีกทั้งสอบปากคำเสร็จก็ไม่ได้ยื่นประกันตัวทางตำรวจจึงต้องนำตัวไปฝากขัง และค้านการประกันตัว เนื่องจากเห็นว่า น่าจะมีพฤติการณ์หลบหนี ทั้งนี้ ในส่วนของนายสนธิ ได้นัดมาให้ปากคำเพิ่มเติมในวันที่ 16 สิงหาคม เวลา 13.00 น.ที่ สน.นางเลิ้ง โดยจะเดินทางมาพร้อมกับนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ซึ่งนัดวันเดียวกัน

ความเห็น

Submitted by กุชอบพันธมิตร ม... on

ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า !!!!!!

ไอ่ ชาติห มา นปก ไอ่หัวดอ มีไรป่ะ ฮี่ ฮี่

พวกเอ็งมันก็แค่ กระดาษเช็ดตูด ว่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ++++

กุอยาก ให้เป็น ยุค สฤษณ์ สมัย 2499 จังเลยว่ะ

3เกลอ หัวขวด อย่างพวกเมิง พฤติกรรมอย่างเมิง

ปากหมา ไม่รู้จักอะไร รับรอง

อย่างน้อย เมิงโดนลากคอ ลงจากเวทีแน่

ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า !!!!!!!

Submitted by กุชอบพันธมิตร ม... on

สนธิ จำลอง คือ ฮี่โร่ของการเมืองไทย อย่างแท้จริงงงงงงงงงงงงงงง ฮี่ ฮี่ !!!!!!!!
สนธิ จำลอง คือ ฮี่โร่ของการเมืองไทย อย่างแท้จริงงงงงงงงงงงงงงง ฮี่ ฮี่ !!!!!!!!
สนธิ จำลอง คือ ฮี่โร่ของการเมืองไทย อย่างแท้จริงงงงงงงงงงงงงงง ฮี่ ฮี่ !!!!!!!!
สนธิ จำลอง คือ ฮี่โร่ของการเมืองไทย อย่างแท้จริงงงงงงงงงงงงงงง ฮี่ ฮี่ !!!!!!!!
สนธิ จำลอง คือ ฮี่โร่ของการเมืองไทย อย่างแท้จริงงงงงงงงงงงงงงง ฮี่ ฮี่ !!!!!!!!
สนธิ จำลอง คือ ฮี่โร่ของการเมืองไทย อย่างแท้จริงงงงงงงงงงงงงงง ฮี่ ฮี่ !!!!!!!!
สนธิ จำลอง คือ ฮี่โร่ของการเมืองไทย อย่างแท้จริงงงงงงงงงงงงงงง ฮี่ ฮี่ !!!!!!!!
สนธิ จำลอง คือ ฮี่โร่ของการเมืองไทย อย่างแท้จริงงงงงงงงงงงงงงง ฮี่ ฮี่ !!!!!!!!
สนธิ จำลอง คือ ฮี่โร่ของการเมืองไทย อย่างแท้จริงงงงงงงงงงงงงงง ฮี่ ฮี่ !!!!!!!!
สนธิ จำลอง คือ ฮี่โร่ของการเมืองไทย อย่างแท้จริงงงงงงงงงงงงงงง ฮี่ ฮี่ !!!!!!!!
สนธิ จำลอง คือ ฮี่โร่ของการเมืองไทย อย่างแท้จริงงงงงงงงงงงงงงง ฮี่ ฮี่ !!!!!!!!
สนธิ จำลอง คือ ฮี่โร่ของการเมืองไทย อย่างแท้จริงงงงงงงงงงงงงงง ฮี่ ฮี่ !!!!!!!!

Submitted by คนไทย 100% on

เราเกิดมาเป็นคน ควรมีสติและระลึกอยู่เสมอเป็นคนไทยด้วยกันแท้ๆ แต่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย คิดว่าต้วเองดี ใครดิคไม่เหมือนตัวเลวหมด คนเราไม่มีใครสมบูรณ์แบบ อย่าให้ใครแค่คนเดียวมาชักจูงได้ ต้องใช้สมองและวิจารณญาณ วันนี้เรายังมีชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์อยู่ ควรคิดว่าทำอย่างไรให้ทั้ง 3 สถาบัน อยู่คู่กับเราไปตลอด ถ้ายังคิดไม่ได้ก็คงไม่มีแผนที่ประเทศไทยอยู่ในแผนที่โลก ศาสนาพุทธสอนว่าการให้อภัยเป็นบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่ การพูดจาให้ร้ายส่อเสียดก็เป็นบาป ควรละเลิกเสียให้หมดอย่าเป็นคนพุทธแค่เพียงลมปาก

Submitted by คนไทยรักกัน on

เพลงคำพ่อสอน จงจดจำคำพ่อสอนไว้ จดจำ ให้ขึ้นใจ คนไทยทุกคน จดจำไว้ แล้วนำไปปฎิบัติตน แนะนำคน ให้ปฎิบัติตาม พ่อสอนไว้ว่า ให้ทำตน เป็นคนดี ให้รู้จัก สามัคคี ทั่วเขตคาม ซื่อสัตย์ สุจริต ไม่คิดต่ำช้าเลวทราม ทำเพื่อ ชาวสยาม ไม่ใช่ทำเพื่อตนเอง คนไทยช่วยกัน ดูแลชาติบ้านเมือง ให้รุ่งเรือง มีคนดีมาปกครอง ไม่ให้ คนไม่ดี หยิ่งผยอง เข้ามาปกครอง ชาติบ้านเมือง คนไทยที่ดี ต้องร่วมมือ ร่วมใจกัน ต่อต้านกีดกัน คนไม่ดี ทุกเรื่อง ไม่ให้ เข้ามายุ่ง กับชาติบ้านเมือง ชาติไทย จะได้รุ่งเรือง ดังพ่อตั้งใจ

Submitted by คนไทยรักกัน on

ข้าพระพุทธเจ้า จะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์และจะปฎิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฎิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ

Submitted by คนไทยรักกัน on

ร่วมไว้ทุกข์ 14 - 16 พ.ย.51 ส่งเสด็จสมเด็จพระพี่นางเธอ ฯ สู่สวรรคาลัย แต่งกายชุดดำ

Submitted by คนไทยรักกัน on

สมเด็จพระพี่นางเธอ ฯ ทรงเสียสละเวลาส่วนพระองค์ เสด็จไปช่วยเหลือชาวบ้านในถิ่นทุรกันดาร ทั่วประเทศไทย โดยไม่ทรงเหน็ดเหนื่อย ทรงต้องการให้ความช่วยเหลือไปถึงชาวบ้านที่ห่างไกล ผู้ยากไร้ด้อยโอกาส ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ทรงสร้างมูลนิธต่าง ๆและลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านด้วยพระองค์เอง เช่น มูลนิธิ พอ.สว. , มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ , มูลนิธิขาเทียม , ทุนการกุศลสมเด็จย่า , ออทิสติก , มูลนิธิช่วยการสาธารณสุขชุมชน และ พระกรณียกิจอื่น ๆ อีกมาย

Submitted by คนไทยรักกัน on

ในกรุงเทพมหานคร อีก 10 - 15 ปีข้างหน้า น้ำจะท่วม เพราะน้ำทะเลจากขั้วโลกเหนือจะละลายเพิ่มมากขึ้น ทำให้ปริมาณน้ำในทะเลเพิ่มขึ้น และขณะนี้ทางอ่าวไทย น้ำทะเลก็เพิ่มขึ้นจนขยายพื้นที่เข้ามายังจังหวัดสมุทรปราการเป็นกิโลแล้ว ถ้าคนไทยยังไม่เริ่มสร้างเขื่อนป้องกันไว้ อาจจะไม่ทันการ ก็ได้ แล้วกรุงเทพเป็นแหล่งเศรษฐกิจของประเทศไทย มีวัดวาอารามหลวง และพระราชวัง ซึ่งเป็นโบราณสถานที่ควรค่าอนุรักษ์ไว้สืบไปให้ถึงรุ่นลูกหลานเหลนไทย และยังสามารถเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามมีคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรมไทย ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ เข้ามาเยี่ยมชม เป็นการสร้างรายได้ให้กับประเทศไทย และชาวบ้านในถิ่นนั้น ๆ ได้มีรายได้เสริม จากการซื้อใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวได้อีก มากมาย

Submitted by คนไทยรักกัน on

ประเทศไทยเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ เป็นอู่ข้าว อู่น้ำ ดังสุภาษิตว่า ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว อยู่อย่างเศรษฐกิจพอเพียง พออยู่ พอกิน สามารถอุ้มชูตัวเองได้ ไม่เดือนร้อน ไม่มีหนี้สิน ถ้าผลผลิตเหลือก็สามารถนำไปขายได้ ก็ได้รายได้เพิ่มในครอบครัว

Submitted by คนไทยรักกัน on

บรรพบุรุษของไทย พระมหากษัตรย์ไทยทุกพระองค์ ทรงปกบ้านป้องเมือง ทรงต่อสู้กับศัตรูด้วยพระองค์เอง เป็นจอมทัพ ไม่เคยให้ประเทศไทยต้องเป็นเมืองขึ้นของต่างประเทศเลย ไทยเป็นอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้

Submitted by คนไทยรักกัน on

คนไทยรักกัน เพื่อประเทศไทย อย่าให้ชาติอื่นมารุกรานได้

Submitted by คนไทยรักกัน on

พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพรเจ้าอยู่หัว “……ภายใน 10 ปี เมืองไทยน่าจะเจริญ ข้อสำคัญคือ ต้องหยุดการทุจริตให้สำเร็จ และไม่ทุจริตเสียเอง….” “….ถ้าทุจริตแม้แต่นิดเดียว ก็ขอแช่งให้มีอันเป็นไป พูดอย่างนี้หยาบคาย แต่ว่าขอให้ มีอันเป็นไป แต่ถ้าไม่ทุจริต สุจริตและมีความตั้งใจมุ่งมั่นสร้างความเจริญ ก็ขอให้ต่อายุ ได้ถึง 100 ปี ส่วนคนไหนที่มีอายุมากแล้ว ขอให้แข็งแรง ความสุจริตจะทำให้ประเทศไทยรอดพ้นอันตราย….” พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่คณะผู้ว่าราชการจังหวัด แบบบูรณาการ ในโอกาสเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฎิญาณ เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2546

Submitted by คนไทยรักกัน on

**พสกนิกรผู้จงรักภักดีในกรุงเทพมหานคร สามารถถวายดอกไม้จันทน์ ณ ซุ้มดอกไม้จันทน์ ซึ่งกรุงเทพมหานครจัดไว้ใกล้บริเวณสนามหลวง รวม ๘ ซุ้ม และที่วัดต่างๆเขตละ ๑ วัด
อนึ่ง ดอกไม้จันทน์ที่พสกนิกร ผู้จงรักภักดีในกรุงเทพมหานครถวาย ให้ผู้ว่าราชการ
กรุงเทพมหานคร เชิญพานทูลเกล้าฯถวายที่บริเวณหอเปลื้องพระเมรุในเวลา ๒๑.๐๐ น.

**พสกนิกรผู้จงรักภักดีในต่างจังหวัด สามารถถวายดอกไม้จันทน์ ณ วัดที่กระทรวง
มหาดไทยมอบให้จังหวัดจัดอำเภอละ ๑ วัด โดยจัดโต๊ะหมู่ตั้งเครื่องสักการะประดิษฐาน
พระฉายาลักษณ์ และพานรับดอกไม้จันทน์ รวมทั้งจัดการแสดงพระธรรมเทศนา
ก่อนพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ในเวลา ๑๖.๓๐ น. และให้จังหวัดตั้งโทรทัศน์ รับถ่ายทอดสด
พระราชพิธีจากสนามหลวงให้พสกนิกรรับชมด้วย อนึ่ง ดอกไม้จันทน์ที่พสกนิกร
ผู้จงรักภักดีในต่างจังหวัด ถวาย ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นๆ เชิญไปเผา
ตั้งแต่เวลา ๒๒.๐๐ น. วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

Submitted by คนไทยรักกัน on

บทสดุดีเฉลิมพระเกียรติและบทถวายอาลัย สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ยอพระเกียรติคุณซ้อง ซึ่งด้วย ทำดีถวาย บุญพระลอยเฟื่องฟ้า ฟูสวรรค์ งามพระจิตอัศจรรย์ แจ่มจ้า
อวยสุขราษฏร์สุขสันต์ ทรงสรรพ กิจแฮ
เลอพระคุณเกริกล้า เลิศล้ำ คำเฉลย
สรวงรองเขนยรับไท้ ทายิกา
เจ้าฟ้าสุดบูชา ชคัตร้อง
สุดโศษกลืนน้ำตา ตื้อตีบ ใจเอย
ยอดพระเกียรติคุณซ้อง ซึ่งดวย ทำดีถวาย

Submitted by คนไทยรักกัน on

อิสรภาพ ความมั่นคง ตลอดจนความเจริญรุ่งเรืองของประเทศของเรา ขึ้นอยู่กับกิจการทหารเป็นสำคัญตลอดมาทุกยุคทุกสมัย เพราะเมืองไทยของเรานี้เป็นเมืองทหาร คนไทยทุกคนมีเลือดทหาร เป็นนักต่อสู้ ผู้รัก และหวงแหนความเป็นไทยยิ่งด้วยชีวิต ข้าพเจ้าจึงมีความพอใจอย่างยิ่ง ที่ได้เห็นความกลมเกลียวเป็นปึกแผ่นของทหารทั้งสามเหล่าในวันนี้

Submitted by คนไทยรักกัน on

ทหารมีหน้าที่ป้องกันรักษาประเทศ หน้าที่นี้ นอกจากในด้านการรบแล้ว ยังมีด้านอื่นซึ่งสำคัญเท่าเทียมกันอยู่อีก คือ การสร้างความสัมพันธ์ อันดีกับประชาชน ทหารต้องทำตัวเป็นมิตร ต้องสงเคราะห์อนุเคราะห์ประชาชน ด้วยการให้ความคุ้มครองป้องกัน และช่วยเหลือในความเป็นอยู่ ตลอดถึงการแนะนำสนับสนุนในการครองชีพด้วย

Submitted by คนไทยรักกัน on

ถ้าทหารปฎิบัติหน้าที่ได้อย่างครบถ้วน ก็จะเป็นที่อุ่นใจ และเป็นที่เชื่อถือไว้วางใจของประชาชนได้อย่างแท้จริง ขอท่านทั้งหลายจงร่วมมือร่วมใจกัน ทำหน้าที่ของทหารให้สมบูรณ์ทุกด้าน มีความพรักพร้อมเป็นใจเดียวกัน ประกอบกรณียกิจเพื่อความมั่นคงความเจริญรุ่งเรืองของประเทศ และความร่มเย็น เป็นผาสุกของประราษฏรไทยทุกคน

Submitted by คนไทยรักกัน on

ขอคุณพระศรีรัตนตรัย จงคุ้มครองท่านทั้งหลาย ให้แคล้วคลาดจากภัยทุกประการ บันดาลให้เกิดกำลังกาย กำลังใจ และกำลังปัญญา สามารถปฎิบัติหน้าที่ราชการให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติยิ่งขึ้นสืบไป

Submitted by คนไทยรักกัน on

เมื่อวานวันลอยกระทง ไปลอยกระทงที่ไหนกันมาบ้างค่ะ สนุกหรือเปล่าค่ะ

Submitted by คนไทยรักกัน on

ประชาชนที่จะเดินทางมาร่วมพระราชพิธีขอให้ใช้บริการรถยนต์ของ ขสมก. ที่จัดบริการรับส่งฟรี ตั้งแต่เวลา 04.00 น.วันที่ 14 พฤศจิกายน-เที่ยงคืนวันที่ 15 พฤศจิกายน ตามจุดบริการ 6 จุด คืออนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ วงเวียนใหญ่ สนามศุภชลาศัย สนามม้านางเลิ้ง ถนนราชพฤกษ์ และสถานีรถไฟหัวลำโพง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเส้นทางและข้อมูลจราจรสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) หมายเลขโทรศัพท์ 1197

Submitted by คนไทยรักกัน on

การปิดการจราจรวันพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมหลวงว่า วันที่ 14 พฤศจิกายนนี้ ตั้งแต่เวลา 18.00-05.00 น. วันที่ 15 พฤศจิกายน ห้ามจอดหรือหยุดรถทุกชนิด ยกเว้นรถสำนักพระราชวัง และเจ้าหน้าที่ในงานพระราชพิธี ในบริเวณท้องสนามหลวง ถนนราชดำเนินใน ถนนหน้าพระธาตุ ถนนหน้าพระลาน ถนนโค้งสนามหลวงด้านทิศเหนือ ถนนสนามไชย ถนนมหาราช ถนนราชินี ถนนหับเผย ถนนหลักเมือง ถนนกัลยาณไมตรี ถนนสราญรมย์ ถนนเจริญกรุงตั้งแต่แยกสนามไชยถึงแยกถนนราชินี ถนนพระพิพิธ ถนนท้ายวัง และถนนพระจันทร์

Submitted by คนไทยรักกัน on

สำหรับวันที่ 15 พฤศจิกายน ตั้งแต่เวลาเที่ยงคืนเป็นต้นไปให้จัดรถเดินทางเดียวในถนนอัษฎางค์ตั้งแต่แยกราชดำเนินกลางถึงแยกถนนบำรุงเมืองเข้าจากทางแยกถนนราชดำเนินกลางออกทางแยกถนนบำรุงเมือง ถนนบำรุงเมืองตั้งแต่ทางแยกถนนอัษฎางค์ถึงทางแยกถนนเฟื่องนคร ถนนพระอาทิตย์เข้าจากทางแยกถนนเจ้าฟ้าออกทางแยกถนนพระสุเมรุ และถนนพระสุเมรุเข้าจากถนนพระอาทิตย์ออกทางแยกถนนจักรพงษ์ (แยกบางลำพู)

Submitted by คนไทยรักกัน on

ส่วนรายชื่อวัดและสถานที่ถวายดอกไม้จันทน์ภาคประชาชนทั่วประเทศในงานพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในเขตกรุงเทพมหานครมีทั้งหมด 46 แห่ง ได้แก่ วัดคลองเตยใน เขตคลองเตย วัดอนงคารามวรวิหาร เขตคลองสาน วัดคู้บอน เขตคลองสามวา วัดบุญศรีมุนีกรณ์ เขตคันนายาว วัดเสมียนนารี เขตจตุจักร วัดราชโอรสารามราชวรวิหาร เขตจอมทอง วัดดอนเมือง เขตดอนเมือง วัดพรหมวงศาราม เขตดินแดง วัดรัชฎาธิษฐาน เขตตลิ่งชัน วัดปุรณาวาส เขตทวีวัฒนา วัดทุ่งครุ เขตทุ่งครุ วัดเวฬุราชิณวรวิหาร เขตธนบุรี วัดเจ้าอาม เขตบางกอกน้อย วัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ วัดเทพลีลา เขตบางกะปิ วัดเลา เขตบางขุนเทียน วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร เขตบางเขน วัดราชสิงขร เขตบางคอแหลม วัดมัชฌันติการาม เขตบางซื่อ

Submitted by คนไทยรักกัน on

วัดบุณยประดิษฐ์ เขตบางแค วัดบางนาใน เขตบางนา วัดนินสุขาราม เขตบางบอน วัดวิมุตยาราม เขตบางพลัด วัดมหาพฤฒาราม เขตบางรัก วัดนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม วัดปทุมวนาราม เขตปทุมวัน วัดกระทุ่มเสือปลา เขตประเวศ วัดไผ่ตัน เขตพญาไท วัดวชิรธรรมสาธิตวรวิหาร เขตพระโขนง วัดจันทร์ประดิษฐาราม เขตภาษีเจริญ วัดบำเพ็ญเหนือ เขตมีนบุรี วัดปริวาส เขตยานนาวา วัดดิสหงสาราม เขตราชเทวี วัดราษฎร์บูรณะ เขตราษฎร์บูรณะ วัดสุทธาโภชน์ เขตลาดกระบัง วัดสาครสุ่นประชาสรรค์ เขตลาดพร้าว วัดบึงทองหลาง เขตวังทองหลาง วัดธาตุทอง เขตวัฒนา วัดยาง เขตสวนหลวง วัดราชโยธา เขตสะพานสูง วัดยานนาวา เขตสาทร วัดอยู่ดีบำรุงธรรม เขตสายไหม วัดอุดมรังสี เขตหนองแขม วัดหนองจอก เขตหนองจอก วัดหลักสี่ เขตหลักสี่ วัดอุทัยธาราม เขตห้วยขวาง

Submitted by คนไทยรักกัน on

ในส่วนภูมิภาคทั้ง 75 จังหวัด จังหวัดจัดสถานที่ให้ประชาชนได้ถวายดอกไม้จันทน์ตามวัดหลักในเขต อ.เมือง

Submitted by คนไทยรักกัน on

สวัสดีค่ะ ทุกคน อากาศช่วงนี้เปลี่ยนแปลงบ่อย เริ่มเข้าหน้าหนาวแล้ว รักษาสุขภาพกันด้วยนะค่ะ ไม่สบายก็ทานยา พักผ่อนเยอะๆ นอนห่มผ้าหนาๆ นะค่ะ

Submitted by คนไทยรักกัน on

วันที่ 14 - 16 พ.ย.51 ใครได้ไปร่วมงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ถวายดอกไม้จันทน์ที่ท้องสนามหลวง หรือวัดต่าง ๆ ที่กำหนดไว้ ทั่วประเทศ จัดงานร่วมทำบุญถวายพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ ฯ ได้ยิ่งใหญ่ และพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศไทย พระราชพิธีที่ท้องสนามหลวง พระเมรุ สวยงามวิจิตราการตายิ่งใหญ่ สมพระเกียรติ พสกนิกรร่วมถวายอาลัยเต็มท้องสนามหลวง แต่งกายชุดดำ รอรับเสด็จ ฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอลุยเดชมหาราช และสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ ทุกพระองค์ และริ้วขบวนพระอิสริยยศ , ริ้วขบวนกองทหาร จัดได้สวยงามเดินได้พร้อมเพรียงกัน ยิ่งใหญ่ ตามพระราชพิธีตามแบบโบราณ ทุกหน่วยได้ร่วมแรงร่วมใจร้อยดวงใจทุกดวง เพื่อสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ เสด็จสู่สวรรคาลัย

Submitted by คนไทยรักกัน on

ชีวิตคนเราก็ลำบาก ครอบครัวก็ต้องดิ้นรน หาเงิน หางาน เพื่อเลี้ยงครอบครัวให้อยู่รอด เศรษฐกิจก็แย่ เพราะต่างประเทศหุ้นล้ม ประเทศไทยก็โดยไปด้วย เพราะเราต้องพึ่งพาค้าขายกับต่างประเทศอยู่ อาจจะต้องปลดพนักงานลง เพราะไม่มีการลงทุนค้าขาย หยุดชะงัก

Submitted by คนไทยรักกัน on

สำหรับนิทรรศการดังกล่าว กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-30 พฤศจิกายน 2551 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. – 21.00 น. เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ชมความงดงามของพระเมรุ พระที่นั่งทรงธรรม และอาคารประกอบอื่นๆ อย่างใกล้ชิด ในขณะเดียวกันจะมีการให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับคติความเชื่อในการจัดสร้างพระเมรุด้วย

Submitted by คนไทยรักกัน on

ทางด้าน นายอภินันท์ โปษยานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สคร.) กระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า ตามที่ สศร. ได้จัดทำโครงการศิลปกรรม พระประวัติ และพระกรณียกิจในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ จำนวนทั้งหมด 84 ภาพ ขณะนี้ สศร. ได้นำผลงานดังกล่าว ไปติดตั้งสำหรับจัดแสดงในส่วนหนึ่งของนิทรรศการฯ บริเวณพระเมรุเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ประชาชนได้รับชมผลงานของศิลปินที่สร้างถวายแด่สมเด็จพระพี่นางเธอฯ

Submitted by คนไทยรักกัน on

สคร. ยังได้จัดพิมพ์หนังสือรวบรวมภาพทั้งหมดเบื้องต้นจำนวน 400,000 เล่ม สำหรับแจกจ่ายประชาชนฟรีด้วย และพร้อมจะจัดพิมพ์เพิ่มเติมให้เพียงพอกับความต้องการของประชาชน อย่างไรก็ตาม ภายหลังการจัดแสดงภาพทั้งหมดที่พระเมรุแล้ว จะมีการนำไปจัดแสดงในส่วนภูมิภาค แต่ยังไม่ได้กำหนดสถานที่

นายอภินันท์ ยังกล่าวถึงภาพรวมของนิทรรศการฯ ว่า จะเปิดโอกาสให้ประชาชนถ่ายภาพของพระเมรุ รวมทั้งพระที่นั่งทรงธรรม และอาคารประกอบอื่นๆ ทุกมุม โดยตลอดเวลาจะมีการเปิดไฟส่องสว่างเช่นเดียวกับระหว่างพระราชพิธี อย่างไรก็ตาม ต้องขอความกรุณาประชาชนอย่างแตะต้องพระเมรุ เนื้องานต่างๆ และผลงานจิตกรรมที่นำมาจัดแสดง

Submitted by คนไทยรักกัน on

นายประวิทย์ บุญมี ผู้อำนวยการฝ่ายเกษตรสำนักงานประสานงาน โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ กล่าวถึงการแจกต้นไม้ที่ประดับอยู่บริเวณรอบพระเมรุว่า จะมีการแจกให้กับประชาชนภายหลังการเปิดให้ประชาชนทั่วไป สามารถเข้าชมความงามของพระเมรุ และการจัดแสดงนิทรรศการ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์แล้ว ซึ่งคาดว่าจะเป็นวันที่ 1 ธันวาคม โดยต้นไม้ที่จะมีการแจกให้ทั้งหมดมีประมาณกว่า 200,000 ต้น เปิดรับได้ในเวลา 08.00 น. จำนวนคนละ 1 ต้น เท่านั้น

Submitted by job on

ด่วน! เปิดรับสมัครผู้ร่วมงานจำนวนมาก ไม่จำกัดวุฒิ อายุ 19 ปี ขึ้นไป
กรุงเทพฯ/ปริมณฑลจะพิจารณาเป็นพิเศษ
www.job-th.com/thai

Submitted by คนไทยรักกัน on

"นางฟ้า" สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ จะสิ้นพระชนม์จากพวกเราปวงชนชาวไทย ท่ามกลางความโศกเศร้าอาลัย แต่ความงดงามแห่งพระเกียรติคุณ ที่ทรงปฏิบัติพระราชกิจ ยังคงประทับตราตรึงในดวงใจชาวไทยตลอดไป

Submitted by คนไทยรักกัน on

"พระพี่นาง" ทรงอุทิศพระองค์เพื่อส่วนรวม ทั้งด้านการศึกษา โปรดการเป็นครู ทรงเริ่มเป็นอาจารย์ภาษาฝรั่งเศสครั้งแรก ณ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้านการแพทย์และสาธารณสุข โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง "หน่วยแพทย์อาสา สมเด็จพระราชชนนี" ชื่อย่อ พอ.สว. ด้านศิลปวัฒนธรรม ด้านดนตรี ทรงรับหน่วยงานต่างๆไว้ในพระอุปถัมภ์ และ ทรงก่อตั้งมูลนิธิเพื่อประโยชน์สุขของคนไทยมากมายถึง 64 มูลนิธิ

Submitted by คนไทยรักกัน on

ภาพพระเมรุที่สวยงามวิจิตรตระการตา สีเหลืองทองอร่าม ตั้งตระหง่านอยู่กลางท้องสนามหลวงมีพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า หลั่งไหลเดินทางเข้าไปชมความงดงามกันอย่างเนืองแน่น ด้วยสองความรู้สึกที่ได้มาดูด้วยตาของตัวเอง ความรู้สึกแรกมีความสุข ชื่นชมในความวิจิตรงดงามของพระเมรุที่จัดสร้างได้สมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ แต่อีกหนึ่งความรู้สึกคือ ความเศร้าและอาลัยกับวันพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 15 พฤศจิกายนนี้

Submitted by คนไทยรักกัน on

พฤหัสบดี (5) เป็นสิริมงคลเปรียบเหมือนเทพเทวาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองประเทศชาติ ซึ่งก่อนเดือนพฤศจิกายน 2549 อ่อนแรงไม่สามารถเปล่งพลานุภาพได้เต็มที่นั้นได้เริ่มเข้มแข็งอีกครั้งตั้งแต่ปลายพฤศจิกายน 2550 เป็นต้นมา ดังนั้นไม่ว่าสถานการณ์ทุกข์-สุขประเทศจะเป็นอย่างไรในท่ามกลางความเป็นไป โดยภาพรวมแล้วสิ่งศักดิ์สิทธิ์ยังจะคงคุ้มครองประเทศไทยเกือบตลอดทั้งปี

ปี 2551 นี้ พฤหัสบดีจะใช้เวลาส่วนใหญ่โคจรเดินหน้า-ถอยหลังในราศีธนูและมังกรซึ่งเป็นภพที่ 9 ศุภะและ 10 กรรมะของดวงเมือง

พฤหัสบดีสถิตในภพที่ 9 จะอำนวยโชคดีให้กับกิจการทางศาสนา กฎหมาย หรือมหาวิทยาลัย การค้าต่างประเทศ การปล่อยเรือลงน้ำครั้งสำคัญ มีกิจการใหม่ๆ เกี่ยวกับการบิน การเดินเรือ การคมนาคมทางไกล สถานการณ์ในประเทศราบรื่นขึ้น

พฤหัสบดีในภพที่ 10 ของดวงเมือง จะอำนวยโชคดีให้กับกษัตริย์หรือรัฐบาล ประเทศรุ่งเรือง การค้าไพบูลย์ มีเกียรติ มีการเริ่มต้นกิจการใหม่ของชาติ มีรัฐสภาหรือรัฐบาลใหม่ มีกิจการสาธารณะที่เกี่ยวกับกษัตริย์หรือรัฐบาล

พระเสาร์(7) ตัวแทนโทษทุกข์ การทำงานหนัก เก็บกดดังโฉลกที่ว่าโทษทุกข์ทายเสาร์

ปี 2551 ดาวเสาร

Submitted by คนไทยรักกัน on

ปี 2551 ดาวเสาร์โคจรเดินหน้าถอยหลังในราศีสิงห์ภพที่ 5 ปุตตะของดวงเมือง ทำนายว่าจะยังความอับโชคให้กับกิจการมหรสพการรื่นเริงบันเทิงใจดารา อารมณ์ ทุกข์จากการได้เสียก่อนสมรส อัตราคนเกิดต่ำมีความยุ่งยากเกี่ยวกับเด็กและโรงเรียน เกิดการเจ็บไข้ได้ป่วยที่เรื้อรัง หรือสูญเสียบุคคลสำคัญที่ป่วยยืดเยื้อที่เกี่ยวข้องกับภพนี้ของชะตาเมืองคือในระดับเด็กๆ ลูกๆ หลานๆ ของดวงเมือง

พระราหู(8) โหรไทยถือว่าเป็นเทวดาพระเคราะห์องค์หนึ่ง สร้างจากผีโขมด 12 หัว สีดำคล้ำ หมอง เป็นเทพเคราะห์ธาตุลมเพลมพัดพัดให้แตก ทำลาย รุนแรง โครมครามเปลี่ยนแปลงสามารถบดบังพระอาทิตย์(1) พระจันทร์(2)ได้ จึงเป็นตัวแทนของความลุ่มหลงมัวเมา อวิชชา ครูโหรจึงให้คำจำกัดความว่า “ทายมัวเมาให้ทายราหู”

ระยะที่ 1 ระหว่าง 1 มกราคม 2551-17 เมษายน 2551 เวลา 18.33 น.โคจรอยู่ในราศีกุมภ์ภพที่ 11 หรือโชคลาภของดวงเมือง ได้มาตรฐานเกษตราธิบดีเข้มแข็ง บ่งบอกว่าจะได้รัฐสภาใหม่ รวมทั้งนโยบายและความมุ่งหมายของชาติ

การเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ การเก็บภาษีอากรและลาภผลของประเทศ
ระยะที่ 2 ระหว่างวันที่ 17 เมษายน 2551 เวลา 18.33 น.-31 ธันวาคม 2551

Submitted by คนไทยรักกัน on

การเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ การเก็บภาษีอากรและลาภผลของประเทศ
ระยะที่ 2 ระหว่างวันที่ 17 เมษายน 2551 เวลา 18.33 น.-31 ธันวาคม 2551 เวลา 24.00 น.โคจรในราศีมังกรซึ่งเป็นภพที่ 10 ของดวงเมือง ได้มาตรฐานมหาจักรเป็นระยะเวลาที่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับบริหารประเทศหรือรัฐบาลคณะรัฐมนตรีแบบโลดโผนและคิดไม่ถึง

ระหว่างวันที่ 17 เมษายน 2551 เวลา 18.33 น.-31 ธันวาคม 2551 เวลา 24.00 น.โคจรในราศีมังกรซึ่งเป็นภพที่ 10 ของดวงเมือง ได้มาตรฐานมหาจักรเป็นระยะเวลาที่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับบริหารประเทศหรือรัฐบาลคณะรัฐมนตรีแบบโลดโผนและคิดไม่ถึง ดาวมฤตยู(0) เป็นตัวแทนภัยอาเพศ ความพลิกล็อก ในปี 2551 จะโคจรปลายราศีกุมภ์ภพโชคลาภของดวงเมือง ทำนายว่ากิจการรัฐสภาจะก้าวหน้า มีกฎหมายสำคัญออกมา มีการปฏิรูปบางอย่างที่ต้องใช้การพินิจพิจารณา แต่เนื่องจากทำมุมร้ายกับดาวบาปเคราะห์จะเกิดการผันแปรโดยฉับพลันและความยุ่งยากเกี่ยวกับการตรากฎหมาย การถูกโจมตีโดยคะแนนเสียงและการเลือกตั้งซ่อมที่ไร้ผล

Submitted by คนไทยรักกัน on

การเกิดปรากฏการณ์ดาวดับหรือคราสบนท้องฟ้าในปี 2251 ที่จะมีผลต่อดวงชะตาบ้านเมือง

อุปราคาครั้งที่ 1 วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา 10.46 น. เกิดสุริยุปราคาแบบวงแหวนในภพที่ 10 ของดวงเมืองราศีมังกร ธาตุดิน ชนิดจรราศีก่อให้เกิดผลอย่างรวดเร็วและผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วในเรื่องต่างๆ คือ

อุปราคาเกิดขึ้นในราศีมังกร ธาตุดิน ทำนายว่าอาจมีฝนแล้งความเสียหายทางพืชผลการเกษตร และอุตสาหกรรม เกิดการพังทลายของดิน การสูญเสียที่ดิน อาญาเขตมีปัญหาเกิดความยุ่งยากทางด้านการเงิน ราคาทองคำแปรปรวน

อุปราคาเกิดในภพที่ 10 กรรมะของดวงเมือง ทำนายว่าจะส่งผลให้เกิดความอับโชคแก่ผู้นำระดับสูง นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลขาดความนิยม เกิดความไม่พอใจความเสื่อมเกียรติ ความแตกแยกหรือความตาย การค้าของประเทศกระทบกระเทือน อำนาจกฎหมายและเจ้าหน้าที่หย่อนคลายลง เกิดปัญหาวิวาทะมากมายระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มปัญญาชน

Submitted by คนไทยรักกัน on

อุปราคาเกิดในอาณาเขตเทศาตรีฤกษ์ กิจการมหรสพบันเทิงใจเสริมสวย ฯลฯ หยุดชะงักเกิดความเศร้าโศกในประเทศ

อุปราคาครั้งที่ 2 เกิดจันทรุปราคาเต็มดวงในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2251 เวลา 10.32 น.ในราศีสิงห์ บางครั้งเกิดอย่างฉับพลันทันทีทันใด รุนแรงเหนือความคาดหมายและมีผลอยู่นาน

ทำนายว่า จะมีการตายของบุคคลสำคัญชั้นสูง ผู้มีอิทธิพลจะเข้าครอบงำรัฐสภาอย่างหน้าด้านที่สุด และยังจะใช้อิทธิพลครอบงำการเงินและสถาบันการเงินของชาติด้วย ทำให้เกิดภัยพิบัติใหญ่โตต่อบ้านเมือง

พวกผู้ชายจะก่อความวุ่นวาย มีการก่อกวนทางการเมือง เกิดฆาตกรรมสำคัญ เกิดความขัดแย้งสำคัญอันจะนำไปสู่ภาวะสงคราม การเคลื่อนไหวของกองทัพ

วงการบันเทิงรื่นเริง เสริมสวยจะอับโชค มีอะไรบางอย่างเกิดกับสังคมชั้นสูงและงานสังคม การเกิดลดลง อัตราการตายด้วยโรคหัวใจเพิ่มขึ้น ประชาชนดำรงชีพด้วยความลำบาก เกิดข้าวยากหมากแพง

อุปราคาครั้งที่ 3 เกิดสุริยุปราคาเต็มดวงในราศีกรกฎ ธาตุน้ำ จรราศี ก่อให้เกิดผลรวดเร็วและผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว

Submitted by คนไทยรักกัน on

ทำนายว่า ฝนจะตกมากเกิดพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรงมีปัญหาและอุบัติเหตุเกี่ยวกับน้ำ รวมทั้งฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล บางแห่งตกมาก บางแห่งตกน้อย รัฐบาลมีปัญหาเรื่องน้ำ มีโรคภัยจากของเหลว การค้าเกษตรกรรมที่ดิน พืชผลไร่นาเสียหาย

ประชาชนและฝ่ายค้านมีปัญหากับรัฐบาล เกิดความมุ่งร้ายในระหว่างชนชั้นอย่างรุนแรง บุคคลสำคัญอาจตายหรือเสื่อมเกียรติ ผู้นำชั้นสูงจะตายหรือเจ็บป่วยปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้จนกระทั่งต้องแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน กระทบถึงกิจการสตรีและเด็ก

อุปราคาครั้งที่ 4 เกิดจันทรุปราคาบางส่วนในภพที่ 11 ลาภะของดวงเมือง ราศีกุมภ์ ธาตุลม สถิรราศี บางครั้งรุนแรงเหนือความคาดหมายใหญ่โต และผลจะอยู่นาน

ทำนายว่า จะเกิดอับโชคต่อรัฐสภาที่จะถูกครอบงำโดยผู้มีอิทธิพล มีปัญหาในการร่างกฎหมาย พรรคการเมืองแตกแยก ร่างกฎหมายเลือกตั้งซ่อมไร้ผล สมาชิกสภาหลายคนถึงแก่กรรม มีปัญหายุ่งยากกับประเทศเพื่อนบ้าน และต่างประเทศจะขาดความนิยม
จะมีพายุที่รุนแรง กิจการรื่นเริงบันเทิงใจหยุดชะงัก เกิดความเศร้าโศกในประเทศ บุคคลสำคัญในวงการสาธารณะที่เป็นที่รักจะถึงแก่กรรม

Submitted by คนไทยรักกัน on

กรุงเทพฯ บางส่วนเริ่มถูกน้ำทะเลท่วมเข้ามาถึง อาจจะจมน้ำหายไปและจะเป็นเช่นนี้ต่อเนื่องไปอีกหลายปี และอาจจะจมหายไปจากแผนที่โลกหรือแผนที่ประเทศไทย อาจจะต้องเปลี่ยนแปลง ดังนั้นภาครัฐต้องตระหนักถึงเรื่องนี้ควรหาทางป้องกันไว้ก่อน

โลกจะเข้าสู่ยุคเข็ญ สหรัฐอเมริกาและตะวันออกกลางเริ่มเปิดฉากสงครามล้างเผ่าพันธุ์เป็นสงครามปรมาณู มีการใช้ขีปนาวุธติดหัวรบนิวเคลียร์ หรือสงครามไฮเทคนำมาใช้กัน ทำให้เกิดจุดวิกฤตการณ์ของโลกเขม็งเกลียวเป็นสงครามครั้งใหญ่ของโลก บ้านเมืองพินาศ ผู้คนล้มตายเป็นผักเป็นปลาจำนวนมหาศาล สงครามครั้งนี้จะยืดเยื้อไปอีกหลายปี

Submitted by คนไทยรักกัน on

อาณาบริเวณที่จะเกิดจุดฆาตคือ สหรัฐ อังกฤษ อิสราเอล กลุ่มประเทศปาเลสไตน์ ปากีสถาน อัฟกานิสถาน อินโดนีเซีย จีน และรัสเซีย

ฐานทัพนอกประเทศของมหาอำนาจจะถูกทำลาย ส่วนประเทศไทยเราจะถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องกับสงครามครั้งนี้ด้วย

ส่วนด้านเศรษฐกิจถือว่าตกต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ของโลกก็ว่าได้ ทั่วโลกเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า เศรษฐกิจของหสรัฐและยุโรปคลอนแคลน ซวนเซ โดยเฉพาะประเทศไทยเรา เป็นปีแห่งความล้มละลายทางเศรษฐกิจ ไม่อาจฟื้นขึ้นมาได้ ประชาชนอดอยาก ธุรกิจสับสน คนว่างงานหรือถูกปลดออกจากงานหลายแสนคนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบเกิดสงครามไปทั่วโลก ธนาคารทั้งเล็กและใหญ่เริ่มล้มและปิดตัวเองลง ตลาดหุ้นถูกกระทบกระเทือนอย่างหนักต้องปิดตัวเองลงอย่างถาวร มีคนฆ่าตัวตายเป็นจำนวนมาก ถือได้ว่าเป็นปีแห่ง "เศรษฐกิจเลือด" ก็เป็นได้

Submitted by คนไทยรักกัน on

พยากรณ์ประจำปีชวด เดือนมกราคม พ.ศ. 2551

ทางภาคใต้ถูกก่อวินาศกรรมครั้งใหญ่ ชาวต่างชาติเสียชีวิตมากมายจากผู้ก่อการร้าย

บ้านเมืองจะมีการปฏิรูปเป็นการใหญ่ ธนาคารแห่งประเทศไทยคงถอยหลังอย่างกู่ไม่กลับ ศัตรูภายนอกจะแสดงบทบาทระราน ยั่วยวนโทสะมากขึ้น โดยอาศัยสถานการณ์อันยุ่งเหยิงภายในเป็นเหตุ
คนงานในบริษัทใหญ่โตของประเทศ รวมทั้งข้าราชการต้องถูกปลดออกจากงานเนื่องจากเศรษฐกิจตกต่ำ ธนาคารและสถาบันการเงินชวนเช ผู้คนแห่ถอนเงิน บ้านเมืองอลเวง

การบริหารราชการแผ่นดินมีแต่อุปสรรคยุ่งยากเหลือประมาณ รัฐบาลล้มลุกคลุกคลาน เศรษฐกิจของประเทศซบเซา หุ้นตกแบบท้องร่วง

Submitted by คนไทยรักกัน on

เกิดโรคระบาดร้ายแรงทั่วประเทศ คนนับพันล้มป่วยและล้มตาย

เกิดภัยแล้ง การขาดแคลนน้ำเป็นอุปสรรคอันใหญ่หลวงที่รัฐบาลกำลังเผชิญหน้าอยู่ เหตุต่าง ๆ จะเป็นการทดลองพลังใจของท่านผู้อาสาเข้ามาปกครองประเทศในยามคับขันเช่นนี้

มีเรื่องกระทบกระทั่งกับเขมร ที่เป็นหอกข้าแคร่ที่แสนขมขื่น

ปลายเดือน กรุงเทพมหานคร มีการก่อวินาศกรรมอีกครั้งที่รุนแรง สถานฑูตหลายประเทศถูกทำลาย มีผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตมากมาย

เด็ก ๆ จะมีอันตรายจากอุบัติเหตุเสียชีวิตเยอะ

เป็นเดือนโกลาหล ยุ่งยากน่าดู โลกเกิดวิปริต ผู้นำที่บ้าคลั่งบางประเทศจะสั่งฆ่าคนเป็นเบือ หรือมิฉะนั้นก็ใช้อำนาจไม่เป็นธรรมเข้าฟาดฟันศัตรูทางการเมืองให้หมดฤทธิ์หมดเดชไปตามกัน

Submitted by คนไทยรักกัน on

โสรัจจะ นวลอยู่

แม้จะไม่เคยยอมรับว่าตัวเองเป็นหมอดูอาชีพ แต่ชื่อเสียงของ "โสรัจจะ นวลอยู่" กลับโด่งดังในฐานะนักพยากรณ์ชื่อดังมากกว่าอาชีพวิศวกรและข้าราชการกรมชลประทานที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
จากคอลัมน์ "ส่องราศี" ในหนังสือ นรี เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ได้ทำให้เจ้าของนาม "หมอโส" โลดแล่นเข้าสู่ยุทธจักรของการทำนายโชคชะตาราศี มาจนถึง "โสรัจ" แห่งแพรวพยากรณ์ และ "โสรัจจะ " แห่งดวงและดาว ในนิตยสารสกุลไทย ที่ผู้คนโดยเฉพาะทั้งวัยรุ่นและผู้หลักผู้ใหญ่ติดกันงอมแงม

ผูกขาดเป็นนักพยากรณ์ในหนังสือทายประจำปี "ศาสตร์แห่งโหร" ของสำนักพิมพ์ "มติชน" มาหลายปี แต่ละปีมักจะมีคำทำนายที่สร้างความฮือฮา เพราะแม่นลาวจับวาง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เศรษฐกิจตกต่ำ อุทกภัย อัคคีภัย ไปจนถึงการสูญเสียบุคคลสำคัญ

Submitted by คนไทยรักกัน on

ผลงานที่สร้างชื่อเสียง

1. ทายเหตุการณ์ก่อการร้ายครั้งใหญ่ 11 กันยายน 2544 ประเทศสหรัฐฯ ได้อย่างแม่นยำ จนหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ของเมืองไทยฉบับหนึ่ง ได้ตั้งสมญานามว่า "นอสตราดามุสเมืองไทย"

2. ไข้หวัดนก ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

3. เหตุการณ์ สึนามิ 26 ธันวาคม 2547 โดยได้ทายในหนังสือ "ศาสตร์แห่งโหร 2547" ไว้ว่า ในช่วงปลายปีจะเกิดวาตภัยครั้งร้ายแรงที่สุดที่เกิดขึ้นในประเทศไทย บ้านเรือน สิ่งก่อสร้างและผู้คนที่อาศัยอยู่ติดทะเลจะถูกหอบลงทะเลเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่

4. การพยากรณ์ล่วงหน้าถึงเหตุการณ์ การปฏิวัติรัฐประหารในเดือน กันยายน ปี 2549 ได้อย่างแม่นยำ

5. การก่อการร้ายที่รุนแรงใน 3 จังหวัดภาคใต้

Submitted by คนไทยรักกัน on

องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ทูลเกล้าฯถวายรางวัลในหลวง นางพวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยเมื่อเร็วๆนี้ ว่า ในวันที่ 1 ธันวาคมนี้ นายฟรานซิส เกอร์รี่ ผู้อำนวยการใหญ่ องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) จะเข้าเฝ้าฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อทูลเกล้าฯถวายรางวัลโกลบอล ลีดเดอร์ อวอร์ด (Global Leader Award) ซึ่งในโอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงรับการทูลเกล้าฯแทน

Submitted by คนไทยรักกัน on

โดยเหตุผลที่ WIPO ทูลเกล้าฯถวายรางวัลดังกล่าว เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงอุทิศตน และใช้งานทรัพย์สินทางปัญญาส่งเสริมและพัฒนาประเทศ รวมถึงชีวิตความเป็นอยู่ของพสกนิกรชาวไทยให้ดีขึ้นได้อย่างโดดเด่น เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก อีกทั้งยังทรงเป็นผู้นำของประเทศพระองค์แรก ที่ได้รับการทูลเกล้าฯถวายรางวัลนี้ นอกจากนี้ จากการหารือกันของสหพันธ์สมาคมนักประดิษฐ์ระหว่างประเทศ (International Federal of Inventor Association : IFIA) ซึ่งมีสมาชิก 84 ประเทศทั่วโลก มีมติให้วันที่ 2 กุมภาพันธ์ ของทุกปี ซึ่งเป็นวันที่ทรงได้รับการจดสิทธิบัตรกังหันน้ำชัยพัฒนา จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เป็นวันนักประดิษฐ์โลกด้วย

Pages

2 คำถามเรื่องหลักการในข่าว “แดง” จับ “แดง”

กรณี “แดงจับแดง” ที่เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ไม่ควรถูกมองว่าเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด หรือเรื่องน้ำผึ้งหยดเดียวและจบกัน แต่นี่คือเป็นปัญหาท่าที และหลักการของแกนนำซึ่งไปช้ากว่ามวลชนอย่างสม่ำเสมอ

M79 และผองเพื่อน: สิ่งเบี่ยงเบนข่าวสารราคาย่อมเยา

วิธีกลบข่าวแบบบ้านๆ ไทยๆ ไม่ต้องลงทุนมากก็กลบมันด้วยน้อง M79 ลูกกระสุนสนนราคาละไม่กี่ร้อย แต่ก็ได้พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งกลบข่าวคนเป็นหมื่นเป็นแสนที่ออกมาไล่รัฐบาลในขณะนี้

โอกาสเดียว 'ยึด' และ 'ยึดหมด' : ข่าวคดียึดทรัพย์ในสายตานักข่าวเทศ

สื่อต่างประเทศให้ความสนใจกับข่าวการเมืองในไทยกันหนาแน่นตลอดสัปดาห์นี้ ยิ่งใกล้วันศุกร์ วันที่สื่อทั้งหลายเรียกมันว่า judgement day มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งลงข่าวและบทวิเคราะห์กันคึกคักมากขึ้นเท่านั้น ประเด็นของการรายงานของสื่อนอกเน้นหนักไปที่สองเรื่องใหญ่คือ แนวทางของคำพิพากษาที่จะออกมา กับผลสะเทือนทางการเมืองจากการตัดสินหนนี้ ทั้งต่อการต่อสู้ทางการเมืองระหว่างสองขั้วคือเหลืองกับแดง และผลกระทบที่จะมีต่อเศรษฐกิจไทย

(ที่มาของภาพ: มังกรดำ) ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่อาคารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2551 หรือเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ถือเป็นการกลับเมืองไทยครั้งแรกนับตั้งแต่เขาออกจากประเทศไปประชุมที่องค์การสหประชาชาติและเกิดการรัฐประหารโค่นอำนาจเขาเมื่อ 19 กันยายน 2549 ต่อมาวันที่ 31 กรกฎาคม 2551 เขาเดินทางออกนอกประเทศอีกครั้งโดยไม่กลับมาฟังคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในคดีที่ดินรัชดา ล่าสุดในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะอ่านคำพิพากษาคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาทอีกคดี นับเป็นอีกครั้งหนึ่งที่สื่อทั้งไทยและต่างประเทศให้ความสนใจต่อเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองไทย