Skip to main content
 

วันที่ 15 พฤศจิกายน คือวันประชุมสุดยอดผู้นำโลก 20 ชาติว่าด้วยเศรษฐกิจ ซึ่งถูกคาดหมายว่า จะเป็นการประชุมเพื่อกำหนดมาตรการทางการเงินของโลกอีกครั้งหลังจากมันเคยเกิดขึ้นแล้วหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเศรษฐกิจโลกพังพาบลง จนนำมาสู้ระบบแลกเปลี่ยนเงินที่ชื่อว่า Bretton Woods System

G20: "we must rethink we must rethink the financial system from scratch, as at Bretton Woods."

นิโคลัส ซาร์โกซี ประธานาธิบดีแห่งฝรั่งเศสเป็นผู้เอ่ยประโยคนี้ เมื่อวันที่ 26 กันยายน ที่ผ่านมา และนำมาสู่การกำหนดการประชุมสุดยอดผู้นำโลกที่จะมีขึ้นในวันที่ 15 พ.ย. นี้

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ประธานาธิบดีของอาร์เจนตินา คริสตินา เฟอร์นันเดซ กล่าวว่า วิกฤตการณ์เงินของโลกต้องการมาตรการที่เข้มแข็งทั้งในด้านตลาดการเงินและมาตรการเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายเงินทุน และระบบแบรตตัน วูดส์ แบบใหม่ก็เป็นเรื่องที่จำเป็น

วันที่ 13 ตุลาคม นายกรัฐมนตรีของอังกฤษ กล่าวว่า ผู้นำของโลกจำเป็นต้องพบปะกันเพื่อลงความเห็นร่วมกันเกี่ยวกับระบบเศรษฐกิจใหม่ "เราต้องมีระบบแบรตตัน วูดส์ ใหม่ สร้างสถาปัตยกรรมทางการเงินระหว่างประเทศขึ้นใหม่ในปีข้างหน้า เช่นกันกับคำกล่าวจากปากของนายจูลิโอ เตรมอนตี รัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจของอิตาลี ซึ่งสนับสนุนให้การประชุมผู้นำ G7 เป็นวาระผลักดัน "New Bretton Woods." พ่วงไปกับการวิพากษ์ว่าสหรัฐต้องรับผิดชอบต่อวิกฤตการเงินของโลกในปี 2008

ระบบ Bretton Woods (ตั้งชื่อตามชื่อเมืองเมืองแบรตตัน วูดส์ สหรัฐอเมริกา ซึ่งผู้นำของโลกขณะนั้นได้หารือร่วมกันและเห็นชอบต่อระบบการแลกเปลี่ยนเงินตราด้วยอัตราคงที่) ที่ผู้นำทั้งหลายกล่าวถึงนั้น เป็นระบบกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราคงที่ซึ่งมีเงินดอลล่าร์เป็นฐาน อิงกับทองคำคือ 35 ดอลล่าร์ ต่อทองคำ 1 ออนซ์ ซึ่งเป็นระบบที่ใช้มาตั้งแต่ปี 1946 ถึงช่วงต้นทศวรรษ 1970 ทว่าระบบดังกล่าวก็แก้ปัญหาภาวะไม่มั่นคงของเศรษฐกิจโลกหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้เท่านั้น เพราะหลังจากนั้น เมื่อเกิดภาวะธนบัตรดอลล่าร์ล้นตลาด สหรัฐต้องประกาศเลิกอิงการแลกเปลี่ยนเงินตรากับทองคำในปี 1971 นำมาสู่ระบบค่าเงินลอยตัว ซึ่งตลาดเงินตราสามารถแลกเปลี่ยนเงินตราอย่างเสรีในปัจจุบัน

การประชุมสุดยอดผู้นำโลกครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่รวบรวมบรรดาผู้นำจากทั่วทุกมุมโลก รวมทั้งผู้นำในกลุ่มประเทศ G7 กลุ่ม G 20 และกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ที่สำคัญ อาทิ จีน บราซิล ซาอุดิอาระเบีย และอินเดีย นอกจากนี้ ผู้ว่าการธนาคารกลางทั่วโลก กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) องค์การสหประชาชาติ (UN) และกลุ่มการประชุมเสถียรภาพทางการเงิน (FSF)

กลุ่มประเทศ G20 นั้น เป็นการประชุมของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว 7 ประเทศ (G7) และประเทศที่มีบทบาทสำคัญทางเศรษฐกิจและการเมืองโลกอีก 12 ประเทศ รวมกับประธานสหภาพยุโรป 1 ตำแหน่ง

ประเทศสมาชิกทั้งหมดมีประชากรราว 2 ใน 3 ของโลก และมีผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP)  รวมกันแล้วประมาณ 80เปอร์เซ็นต์ของโลก

ทั้งนี้ ประเทศที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม 20 สุดยอดผู้นำโลกได้แก่ อาร์เจนตินา ออสเตรเลีย บราซิล แคนาดา จีน ฝรั่งเศส เยอรมัน อินเดีย อินโดนีเซีย อิตาลี ญี่ปุ่น เม็กซิโก รัสเซีย ซาอุดิ อาระเบีย แอฟริกาใต้ เกาหลีใต้ ตุรกี สหราชอาณาจักร สหรัฐอมริกา และสหภาพยุโรป

วิเคราะห์จากนักวิเคราะห์

แม้ว่าจะถูกจับตามองถึงมาตรการเพื่อรับมือกับภาวะตกต่ำทางเศรษฐกิจของสหรัฐและสหภาพยุโรปซึ่งเริ่มส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของโลก แต่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงประเมินว่า ที่ประชุมสุดยอดผู้นำโลกจะยังคงไม่มีมาตรการอะไรใหม่ๆ ออกมา ขณะที่บรรยากาศในตลาดหุ้นนั้นก็ผูกความคาดหวังไว้กับผลการประชุมครั้งนี้

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วนั้น ขณะนี้ ธนาคารโลก (World Bank) ได้เตรียมทำเอกสารวิเคราะห์ตลาดการเงินและเศรษฐกิจโลกสำหรับการประชุม G20 โดยที่ในเอกสารดังกล่าวนี้ ธนาคารโลกได้ปรับลดประมาณการอัตราการเติบโตเศรษฐกิจ (GDP) ของโลกในปี 2552 เหลือเพียง 1% โดยปรับลดประมาณการ GDP ของประเทศกำลังพัฒนาเหลือ 4.5% ประเทศที่พัฒนาแล้ว (OECD) หดตัวลง 0.2% จากวิกฤตการเงินสหรัฐฯ ซึ่งขณะนี้ขยายตัวเป็นวิกฤตเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้ ในเอกสารฉบับดังกล่าว ธนาคารโลกได้เรียกร้องให้ผู้นำโลกมองข้างเสถียรภาพของดุลการชำระเงินระหว่างประเทศและให้ความสำคัญสภาพคล่องทางการเงิน สนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

นักลงทุนได้จับตามองว่า ประธานาธิบดีของสหรัฐจะกล่าวอะไรในการประชุมดังกล่าว ซึ่งนั่นหมายถึงทิศทางต่อไปของระบบการเงินและเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศผู้นำ ทั้งนี้สื่อมวลชนได้รายงานคำสัมภาษณ์นายแดน ไพรซ์ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศของประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช คาดว่า การประชุม G20 ที่ กรุงวอชิงตัน วันเสาร์นี้ ที่ประชุมจะเห็นชอบให้ใช้มาตรการเฉพาะในการรับมือกับภาวะผันผวนในตลาดการเงิน และยับยั้งการถดถอยของเศรษฐกิจโลก พร้อมทั้งคาดถึงแนวโน้มว่าที่ประชุม G20 จะมีการหารือกันเพื่อเรียกร้องให้บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ จัดอันดับเครดิตให้มีมาตรฐานสูงขึ้น โดยอาศัยข้อมูลตามความเป็นจริง หลังจากที่ บริษัท สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ส (S&P) , มูดีส์ อินเวสเตอร์สเซอร์วิส และ ฟิทช์ เรทติ้งส์ ถูกวุฒิสภาสหรัฐฯ โจมตีว่า มีผลประโยชน์ทับซ้อน และปิดบังสถานะที่แท้จริงของบริษัทปล่อยกู้จำนองจนเป็นเหตุให้กิดภาวะผันผวนในตลาด อีกทั้งไม่ได้ส่งสัญญาณเตือนนักลงทุนเกี่ยวกับความเสี่ยงของตราสารหนี้ ที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยรองรับ (MBS)

ด้านญี่ปุ่น ก็มีข่าวออกมาแล้วว่า  นายทาโร อาโสะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น จะประกาศแผนการอัดฉีดเงินทุนมูลค่า 10 ล้านล้านเยน หรือ 1.05 แสนล้านดอลลาร์ ให้กับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เพื่อใช้ในการปล่อยกู้ฉุกเฉินในกับกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่

บทบาทของประเทศที่ไม่ถูกนับรวม

จริงๆ แล้วในการประชุมของผู้นำโลก ไม่เพียงแต่จะต้องถูกจับตามองจากประเทศที่ไม่ถูกนับรวม แต่ยังคงรวมถึง ประชากร ที่ไม่ถูกนับรวมด้วย เนื่องจากแนวทางของกลุ่มผู้นำ G20 นั้นชัดเจนว่า ดำเนินไปตามแนวทางเสรีนิยมทางเศรษฐกิจอย่างสุดโต่ง และนั่นย่อมส่งผลถึงนโยบายในการจัดสรรทรัพยากรซึ่งส่งผลทั้งต่อประชาชนในประเทศกลุ่ม G20 เองและในประเทศที่เหลือ

การประกาศยืนหยัดเพื่อชาวนาชาวไร่ในซีกโลกใต้ ประจันหน้ากับธุรกิจการเกษตรแห่งซีกโลกเหนือ [1] เกิดจากการเคลื่อนไหวทางสังคมของภาคประชาชนในกลุ่มประเทศ G20 เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2548 ที่กรุงนิวเดลี อินเดีย ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวคู่ขนานไปกับการประชุมของผู้นำ เป็นอีกตัวอย่างที่ดีว่า แม้ความพยายามของผู้นำโลกในการประชุมกำหนดวาระทางเศรษฐกิจของโลก ก็อาจไม่สามารถครอบคลุมไปถึงผลกระทบจากระบบเศรษฐกิจเสรี ซึ่งเกิดกับประชากรในประเทศของตัวเองเช่นกัน

ทั้งนี้ สิ่งที่พึงสังเกตได้ประการหนึ่งคือ การนับรวมประเทศผู้นำทางเศรษฐกิจก็ไม่ได้เป็นไปอย่างเคร่งครัด [2] ตามการจัดอันดับของไอเอ็มเอฟหรือธนาคารโลกนัก เพราะบางประเทศที่มีจีดีพีสูงอย่างไต้หวัน กลับไม่ถูกนับรวม ซึ่งนี่อาจจะเป็นข้อสังเกตถึงบทบาทของจีนแผนดินใหญ่ที่กำลังผงาดขึ้นมามีอิทธิพลต่อระบบเศรษฐกิจโลกอยู่ขณะนี้ ซาอุดิ อาระเบีย อาร์เจนตินา และแอฟริกาใต้ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 21-25 ถูกนับรวมอยู่ในกลุ่ม G20 ขณะที่ประเทศไทยที่มีอันดับทางเศรษฐกิจสูงกว่าแอฟริกากลับถูกข้ามไป ดังนั้นไทยในฐานะที่ยังไม่ถูกจัดเข้าพวก รวมถึงถูกกระโดดข้ามไปด้วยนั้น ก็คงต้องติดตามการประชุมดังกล่าวในฐานะประเทศที่จะต้องปรับตัวตามวาระของผู้นำโลกต่อไป

อ้างอิง:

1. ข้อเรียกร้องถึงกลุ่ม G20: ปฏิเสธกระบวนทัศน์ข้อตกลงเสรีเรื่องการเกษตร (AoA)http://www.focusweb.org/thailand/html/modules.php?op=modload&name=News&file=article&sid=117&mode=thread&order=0&thold=0

2. List of countries by GDP (PPP), http://en.wikipedia.org/wiki/List_of_countries_by_GDP_(PPP)

อ่านเพิ่มเติม

G20 major economies, http://en.wikipedia.org/wiki/G20_(Group_of_economies)

Bretton Woods II, http://en.wikipedia.org/wiki/Bretton_Woods_II

Bretton Woods system, http://en.wikipedia.org/wiki/Bretton_Woods_system

บล็อกของ หัวไม้ story

หัวไม้ story
ชื่อบทความเดิม : เยือนสวนทูนอิน อ่านชีวิต ความคิด 75 กะรัต 'รงค์ วงษ์สวรรค์  ภู เชียงดาว : เรียบเรียง/รายงาน   หมายเหตุ : นี่เป็นมุมมองชีวิต ความคิด ว่าด้วยการเมือง ทหาร การปฏิวัติ สุขภาพ และการเขียนหนังสือ ของ ' รงค์ วงษ์สวรรค์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี 2538 ที่ได้ถ่ายทอดออกมา เมื่อ 20 พ.ค.2550 ณ สวนทูนอิน โป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่  รายงานชิ้นนี้เคยตีพิมพ์ ใน ‘นิตยสารขวัญเรือน' ปักษ์แรก กรกฎาคม 2550 ผู้เขียนขออนุญาตนำมาเรียบเรียง/รายงาน ใน ‘ประชาไท' อีกครั้ง เพื่อเป็นการไว้อาลัยและรำลึกถึงการจากไปอย่างสงบของพญาอินทรีแห่งวรรณกรรม เมื่อค่ำของวันที่ 15 มี.ค.…
หัวไม้ story
“การคุมประชากรด้วยข้อมูลและแนวคิดที่โกหกอาจจะไม่นำไปสู่ประเทศไทยที่สำเร็จได้ แต่กลับเป็นการทำลายการพัฒนาและอนาคตของสังคมไทยเอง”ธงชัย วินิจจะกูล3 มี.ค. 2552
หัวไม้ story
ทีมข่าวการเมือง หลังจากวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ผู้ชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เคลื่อนขบวนจากสนามหลวงมาชุมนุมล้อมทำเนียบรัฐบาลและปักหลักพักค้างชุมนุมอยู่หลายคืน โดยมีข้อเรียกร้องคือ 1.ดำเนินคดีกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย 2.ปลดนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ 3.นำรัฐธรรมนูญปี 2540 มาใช้ และ 4.ให้ยุบสภา การชุมนุมเป็นไปอย่างต่อเนื่องหลายคืนโดยสงบเรียบร้อย ผู้ชุมนุมยอมให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะและคณะรัฐมนตรีเข้าไปทำงานในทำเนียบ โดยไม่มีการกระทบกระทั่งเกิดขึ้น จนแม้แต่นายอภิสิทธิ์ และรองนายกรัฐมนตรีอย่างนายสุเทพ…
หัวไม้ story
  เอเชียตะวันออกเฉียงใต้คือภูมิภาคที่ไม่เคยเป็นตัวแสดงหลักในเกมอำนาจโลกเลยนับจากยุคอาณานิคมมาจนถึงยุคโลกาภิวัตน์ การร่วมตัวกันของชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในนามอาเซียนเป็นความพยายามอย่างหนึ่งของชาติในภูมิภาคนี้ที่จะเสริมสร้างอำนาจในการต่อรองทางเศรษฐกิจในระดับโลก ในยุคสงครามเย็น ภูมิภาคนี้ถูกแบ่งให้เป็น 2 ค่าย ตามบรรยากาศการเมืองโลก แต่หลังจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียต ผู้นำค่ายสังคมนิยม ในช่วงทศวรรษที่ 90 ประเทศในภูมิภาคอาเซียนก็หันหน้าไปในทิศทางเดียวกัน บทหนทางเสรีนิยมเดียวกัน ซึ่งประเทศเหล่านี้ถูกปฏิบัติในฐานที่เป็นชายขอบแดนของอำนาจต่อรองเช่นเดิม…
หัวไม้ story
 ทีมข่าวการเมือง   "พฤติกรรมของคนกลุ่มหนึ่งที่ดำเนินอยู่ในขณะนี้ ไม่อยู่ในขอบข่ายของสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ จึงเป็นการใช้กฎหมู่ละเมิดกฎหมายอย่างชัดแจ้ง คือ เป็นราชาธิปไตยยิ่งกว่าองค์พระราชาธิบดี อันเป็นอันตรายต่อราชบัลลังก์ยิ่งนัก ดังที่พวก Ultra Royalist ในฝรั่งเศสสมัยหนึ่งทำให้พระราชวงศ์บูร์บองล่มสลายมาแล้ว" สุพจน์ ด่านตระกูลสถาบันวิทยาศาสตร์สังคม (ประเทศไทย)มีนาคม 2549 1."ลุงสุพจน์" หรือ สุพจน์ ด่านตระกูล นักคิด นักเขียนวัย 86 ปี เสียชีวิตอย่างสงบ หลังล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง เมื่อคืนวันที่ 12 ก.พ. ที่ผ่านมาชาญวิทย์ เกษตรศิริ นักประวัติศาสตร์…
หัวไม้ story
[บันทึกคำปราศรัย 'กษิต ภิรมย์' ถึง 'ฮุน เซน' ในการชุมนุมพันธมิตรฯ เมื่อ 15 ต.ค. และ 27 ต.ค. 2551 โปรดอ่านเพื่อให้เห็น ‘วิสัยทัศน์' และ ‘ท่าที' ต่อประเทศเพื่อนบ้านของรัฐมนตรีผู้ซึ่ง ‘อภิสิทธิ์'  ลงทุน 'อุ้ม'] โดย ทีมข่าวการเมือง ประชาไท  กษิต ภิรมย์ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อ 22 ธันวาคม 2551 (ที่มา: Daylife.com/Reuters) เส้นไหน โควตาใครกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กลายเป็นสายล่อฟ้า รัฐบาล ‘มาร์ค 1' เพราะข้อครหาว่าเป็นรัฐมนตรีโควตา ‘พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย' จากบทบาทปราศรัยบนเวทีพันธมิตรประชาธิปไตยอยู่บ่อยครั้งนับตั้งแต่ ‘เฟส 1 - 2549'…
หัวไม้ story
  "เขาไม่ให้ผมประกันตัว เขาบอกกลัวผมหลบหนี ผมจะหนีไปไหน ผมเป็นคนไทยนะ จะให้ผมไปไหน ผมจ่ายภาษีปีละหลายหมื่นบาท แต่วันนี้ผมรู้สึกเหมือนเป็นแค่คนที่มาอาศัยแผ่นดินอยู่ เขาไม่ให้ผมประกันตัว เขาบอกว่าผมจะทำความผิดซ้ำ จะทำลายหลักฐาน ผมจะทำทำไม ในเมื่อถ้าทำแล้วมีแต่น้ำตา และมันไม่ใช่น้ำตาของผมคนเดียว แต่เป็นน้ำตาของคน 5 คน คือครอบครัวผม ลูกเมียผม ชีวิตผมตอนนี้มีแต่น้ำตา" สุวิชา ท่าค้อ ผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพรายล่าสุด เอ่ยปากผ่านม่านน้ำตาที่ไหลพร่างพรูต่อหน้าแผ่นกระจกบางๆ ที่กั้นระหว่างเขาและผู้สื่อข่าวสุวิชามีการเครียดมาก ร้องไห้เกือบตลอดเวลา…
หัวไม้ story
ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เว็บไซต์หนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ ‘นิวส์ออฟเดอะเวิลด์' ของอังกฤษ มีผู้เข้าชมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากที่เคยมีคนแค่ ‘หลักพัน' คลิกเข้ามาอ่านข่าวประเภทสีสันบันเทิงซุบซิบดารา แต่ทันทีที่สื่อกระแสหลักอย่างสำนักข่าวบีบีซี เอพี รอยเตอร์ หรือไทม์ของอังกฤษ รายงานว่าเว็บนิวส์ออฟเดอะเวิลด์ มีการเผยแพร่ ‘คลิปหลุด' ของ ‘เจ้าชายแฮรี่' รัชทายาทลำดับที่ 3 แห่งราชวงศ์อังกฤษ ยอดผู้เข้าชมก็พุ่งแตะหลัก 50,000 คนภายในเวลาไม่กี่วัน สิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นคือการถกเถียงอย่างจริงจังในชุมชนพลเมืองอินเตอร์เน็ต ว่าด้วยเรื่องการเหยียดเชื้อชาติ, สิทธิส่วนบุคคล, เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น…
หัวไม้ story
 Photos by : Berd Whitlock , from : http://www.flickr.com/photos/rwhitlock/3167211359/     - ทีมข่าวความมั่นคง -  หลังบรรยากาศเฉลิมฉลองคริสมาสต์เพียง 2 วัน และอีกเพียงไม่กี่วันก็จะเป็นวันขึ้นปีใหม่ แต่สำหรับชาวปาเลสไตน์ ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2551 มันไม่ใช่วันแห่งความสุขรื่นรมย์เหมือนที่อื่นๆ แต่กลับเป็นวันที่แสนเจ็บปวด เลือดไหลรินและน้ำตาไหลนอง ในวันนั้นอิสราเอลลงมือส่งหน่วยปฏิบัติการทางอากาศเข้าโจมตีที่ทำการรัฐบาลฮามาส รวมไปถึงบ้านเรือนของผลเรือน ปฏิบัติดังกล่าวต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 800 ราย
หัวไม้ story
  ทีมข่าวการเมือง"สิ่งที่เขาเขียนนั้นเป็นเพียงการกล่าวถึงเรื่องความสัมพันธ์ลับๆ ของพระราชวงศ์ในลำดับที่ใกล้ชิดกับพระมหากษัตริย์โดยไม่แม้แต่จะเอ่ยนามว่าเป็นพระราชวงศ์พระองค์ใด ข้อความที่เขียนนั้นยาวเพียง 2 ประโยค จากหนังสือที่พิมพ์เผยแพร่แค่ 50 เล่ม แต่เขาอยู่ในคุกไทยมาแล้ว 4 เดือนเต็มๆ โดยคำร้องขอประกันตัวถูกปฏิเสธไปแล้ว 4 ครั้ง"ย่อหน้าข้างบนเป็นการให้ข้อมูลจากองค์การผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน ซึ่งแสดงความวิตกกังวลในระดับที่หนักขึ้นเกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิเสรีภาพในประเทศไทย โดยจดหมายอิเล็กโทรนิกส์ที่ส่งไปยังเครือข่ายนักกิจกรรมด้านเสรีภาพในการแสดงความเห็นทั่วโลก…
หัวไม้ story
 ทีมข่าวการเมืองภายในประเทศ สื่อไทยและรัฐบาลใหม่ดูจะยังดำเนินไปตามขนบที่เป็นมายาวนานคือยังอยู่ในช่วงเวลาน้ำผึ้งพระจันทร์ แต่นอกพรมแดนรัฐไทยออกไป กลับเป็นบรรยากาศที่แตกต่าง ข้อมูลข่าวสารที่ถูกรายงานออกไปดูจะไม่เป็นมิตรต่อรัฐบาลใหม่ของประเทศจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้สักเท่าใด น้ำผึ้งไม่หวาน พลันที่ประเทศไทยได้รัฐบาลใหม่ที่มีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำ สิ่งที่รอยเตอร์แนะนำเกี่ยวกับนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของไทยก็คือ....
หัวไม้ story
โดย ทีมข่าวการเมือง   000 “ติดใจทฤษฎีแมลงสาบ กลัวว่าพรรคคู่แข่งจะว่า แต่ดูแล้วตอนนี้รัฐบาลชุดนี้ทำตัวเหมือนแมลงสาบเหมือนกัน ในแง่ชอบความสกปรก ความมืด ที่สำคัญคือขยายตัวได้เร็วมาก ปีกว่าๆ ก็แพร่พันธุ์ได้มากมาย ตนคิดว่าหลักการปฏิรูปที่แท้จริงคือทุกคนต้องเข้าใจในสิทธิเสรีภาพ หากนักการเมืองคิดถึงแต่อำนาจก็ไม่มีทางปฏิรูปได้สำเร็จ เพราะการปฏิรูปต้องผ่องถ่ายอำนาจ ไม่ใช่ใช้อำนาจได้ตามใจและกลัวว่าจะมีการตรวจสอบได้ตามขอบเขตที่กฎหมายกำหนด” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์7 เมษายน 2545 000 “เราได้รับการเลือกตั้งมาจากประชาชน…