Skip to main content

ห้องพิจารณาคดี 904 หลังสิ้นเสียงคำพิพากษาให้จำคุก 10 ปี...

\\/--break--\>

"สุวิชา ท่าค้อ" ซึ่งยืนนิ่งฟังคำพิพากษา ค่อยๆ เอามือข้างหนึ่งถือเชือกที่รั้งไว้กับตรวนที่ข้อเท้า เพื่อยกตรวนขึ้นให้เดินสะดวก เขาและผู้คุมเปิดประตูออกมาจากห้องพิจารณาคดี โดยไม่รู้ว่าจะต้องเจอกับทัพนักข่าวที่รออยู่ด้านนอก แสงแฟลชวิบวับตลอดเวลาที่เดินออกมา กล้องทีวียังคงจ่อตามนักโทษชายผู้นี้อย่างต่อเนื่อง แม้เขาจะพยายามใช้มือข้างที่เหลือปิดบังใบหน้าตัวเอง

พ่อ พี่สาวและน้องชาย รีบเดินตามออกมา ผู้เป็นพ่อวัย 70 กว่าร่ำไห้ และพยายามสวมกอดลูกชายก่อนที่จะเข้าประตูส่วนของผู้ต้องขัง ท่ามกลางกล้องทีวีที่ยังตามติด คืนนี้ภาพของเขาคงปรากฏในทีวีหลายช่อง หลังจากที่เขาพยายามปิดบังสภาพตนเองยามถูกคุมขังกับลูกๆ ทั้ง 3 คนของเขาตลอดมา เพราะไม่อาจยินยอมให้ลูกเห็นสภาพ "คนคุก" ได้

พี่สาวของสุวิชาพยายามกลั้นน้ำตาให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวจากหลายสำนัก ขณะที่ผู้เป็นพ่อยังคงร่ำไห้ เอามือปาดน้ำตา และพยุงตัวไปนั่งที่ม้านั่งข้างๆ ลิฟท์ กลุ่มทนายที่มากันหลายคนได้แต่ยืนนิ่งงันขณะรอติดต่อขอคัดสำเนาคำพิพากษา

ขณะอยู่ในลิฟท์ นักข่าวหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษฉบับหนึ่งยังคงพูดคุยกับผู้เป็นพ่อซึ่งเพิ่งหยุดร้องไห้ เขานิ่งเงียบเหมือนมีบางอย่างจุกอยู่ในลำคอ ผ่านไปอึดใจ คำพูดต่างๆ จึงพรั่งพรูออกมาราวกับทำนบที่รองรับน้ำไว้ไม่ไหว

"มันเหมือนผมมีบ้านอยู่ริมโขง น้ำมันเต็มฝั่ง แล้วจู่ๆ บ้านก็พังลงมาทั้งหลัง"

มีแต่ความเงียบในลิฟท์โดยสารนั้น จนกระทั่งลูกชายคนเล็กเอ่ยขึ้นมาว่า "พ่อ ไปพูดริมขง ริมโขงอะไร เขาจะไปนึกออกได้ไง"  นักข่าวสาวตอบว่า "นึกออก เคยไปๆ" แล้วทุกคนก็หัวเราะ...กันไปอย่างนั้น จากนั้นจึงตามมาด้วยคำตัดพ้อถึงชะตากรรมและโทษทัณฑ์ที่ลูกชายได้รับ โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับกรณีของชาวต่างชาติ

ที่ใต้ถุนศาล สุวิชาถูกคุมตัวไว้ที่นั่นก่อนที่จะนั่งรถลูกกรงของเรือนจำกลับไปพร้อมนักโทษคนอื่นๆ ในเย็นวันนี้ ภรรยาของเขาซึ่งไม่ยอมขึ้นไปฟังคำพิพากษากำลังเกาะลูกกรงคุยกับเขาอยู่ เธอไม่มีน้ำตาสักหยดให้เห็น หากแต่เป็นสามีที่ร้องไห้น้ำตานองหน้าอย่างไม่อายใคร นักข่าวไทยและต่างประเทศบางสำนัก รวมถึงเอ็นจีโอที่รณรงค์เรื่อง free speech ทางอินเตอร์เน็ต ยังคงติดตามมาพูดคุยกับเขา

"I never do anything wrong , the whole world please help me, I want to go back to my family." เสียงเขาตะโกนบอกผู้สื่อข่าวซึ่งพยายามฟังอย่างยากลำบาก ทั้งจากอาการสะอื้น และเสียงผู้ต้องหาและญาติคนอื่นๆ ที่ดังเซ็งแซ่ในบริเวณเยี่ยมนั้น

"ผมอยากกลับไปหาครอบครัว ไปเป็นชาวไร่ชาวนาก็เอา ขอให้ผมอาศัยอยู่ในประเทศนี้ต่อไปเถอะ ผมไม่มีที่ไปแล้ว ผมแค่ชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง ไม่มีอาวุธ ไม่มีเครือข่ายอะไรจริงๆ"

"ผมไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ขนาดอยู่ในคุก ของโดนขโมยเกือบทุกวันผมยังอโหสิเลย แต่อยู่ในสังคมไทย ความเชื่อแตกต่าง ผมกลายเป็นคนเลว" สุวิชาตัดพ้อพร้อมอธิบายว่า ระหว่างอยู่ในเรือนจำ เขาได้เขียนขอพระราชทานอภัยโทษต่อในหลวงแล้ว เนื่องจากก่อนหน้านี้เขาออกมาต่อต้านการรัฐประหาร และเข้าใจผิดจึงได้ก้าวล่วงพระองค์ ต่อมาเมื่อเจ้าหน้าที่ได้อธิบาย เขาจึงเข้าใจ และรู้สึกเสียใจ

ในบรรดาญาติและผู้สื่อข่าว ยังมีใครบางคนที่ไม่เคยรู้จักกับสุวิชามาก่อน แต่เป็นคนติดตามข่าวสารและมาร่วมฟังการพิจารณาคดีด้วยรู้สึกเห็นใจ สงสาร เขาเป็นคนที่คอยพยุงพ่อของสุวิชาเดินลงบันไดศาลราวกับเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ที่คุ้นเคย จากนั้นจึงมาเกาะลูกกรงให้กำลังใจสุวิชา

"ถ้าผมไม่ได้ออกจากประตูคุกไปพบลูก ผมก็คงไม่ได้พบลูกตลอดไป เพราะผมไม่ยอมให้ลูกมาเยี่ยม ผมทำใจให้ลูกเห็นในสภาพนี้ไม่ได้"

"ถามคนทั้งโลกให้ทีว่า ลูกผมสามคนจะอยู่ยังไง"

นอกเหนือจากเสียงตะโกนที่ขาดเป็นห้วงๆ สุวิชายังตะโกนบอกภรรยาให้เอารูปครอบครัวให้กับนักข่าวที่สนใจ ภรรยาของเขารีบค้นข้าวของในกระเป๋า หยิบอัลบั้มรูปขึ้นมา แล้วเปิดหารูปถ่ายครอบครัวยื่นให้นักข่าวอย่างลนลาน

เธออธิบายว่า ในภาพมีลูกชายคนโตอายุ 16 ปี เพิ่งจบ ม.3 เพิ่งบวชให้พ่อเมื่อสัปดาห์ก่อน ลูกสาวคนรองอายุ 14 ปี และลูกชายคนเล็กอายุ 7 ปี

ลูกชายสุวิชา

"นี่ไม่ใช่บวชธรรมดานะ เป็นการบวชในพระราชกุศล เผื่อจะได้ไถ่โทษให้พ่อเขาได้บ้าง" เธอละล่ำละลักบอกถึงการบวชของลูกชายในโครงการถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ณ วัดสระโบสถ์ จังหวัดร้อยเอ็ด

"เขาไม่ได้เป็นผู้ก่อการร้าย ทำไมทำกับเขาเหมือนเป็นผู้ก่อการร้าย"

"เขาบอกว่า ถ้าเขาออกมาได้จะลาออกจากงานไปอยู่บ้านนอกกัน เราเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา มาบอกทำไมล่ะว่าให้ปากคำแล้วจะปล่อยแฟนหนูกลับบ้าน" ภรรยาตัดพ้อถึงกระบวนการสอบสวนแบบไทยๆ  

เมื่อถามถึงอนาคตข้างหน้าของเธอผู้เป็นแม่บ้านมาโดยตลอด และกำลังต้องเป็นหัวเรือใหญ่ของบ้าน เธอส่ายหัวช้าๆ "ยังไม่รู้เลยว่าจะทำยังไง"

โชคดีที่ลูกชายคนโตซึ่งเรียนโรงเรียนอินเตอร์จบการศึกษาพอดี ส่วนลูกสาวคงต้องให้ลาออกจากโรงเรียนในกรุงเทพฯ ไปเรียนต่อในต่างจังหวัดภูมิลำเนาของปู่ย่า อย่างไรก็ตาม มันยังคงเป็นเรื่องยากลำบากที่จะให้เธอคาดคะเนชะตากรรมทั้งหมดของครอบครัว หลังสามีซึ่งเป็นวิศวกรเงินเดือนสูงในบริษัทขุดเจาะน้ำมันแห่งหนึ่งถูกจับกุมเมื่อต้นเดือนมกราคม และถูกไล่ออกจากงานโดยไม่ได้เงินชดเชยใดๆ

 

ก่อนที่พี่สาวของเธอจะพาพ่อกลับภูมิลำเนาที่นครพนม เธอลงมายังใต้ถุนศาลแสดงความวิตกกังวลถึงข่าววันนี้ "นักข่าวทีวีเต็มไปหมดเลย" ทุกคนพยักหน้า และไม่มีใครว่าอะไรต่อ คาดเดาได้ว่าเธอคงกลัวเด็กๆ จะได้รับผลกระทบจากสังคมรอบข้างอย่างที่เธอประสบ "คนอื่นๆ พอเขารู้ว่าเป็นญาติกับสุวิชา เขาก็รังเกียจ คิดว่าเราคิดเหมือนกัน ผิดเหมือนกัน เป็นอาชญากร"

ล่วงเลยเวลาอาหารเที่ยงมามากแล้ว ทุกคนขอตัวลากลับ... กลับไปสู่โลกใบเดิม คงเหลือแต่เขานั่งนิ่งบนม้านั่ง เบื้องหลังกรงขังพร้อมโซ่ตรวนที่ไม่มีใครคะเนน้ำหนักได้. 

000

ลำดับเหตุการณ์คดีสุวิชา ท่าค้อ

14 ม.ค. 2552 สุวิชา อายุ 34 ปี ทำงานตำแหน่งวิศวกรเครื่องจักร ของบริษัทขุดเจาะน้ำมันแห่งหนึ่ง ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัว หน้าร้านสุวรรณการช่าง อ.เมือง จ.นครพนม คำร้องของพนักงานสอบสวนระบุว่า เมื่อระหว่างวันที่ 27 เม.ย.-26 ธ.ค.2551 ผู้ต้องหากระทำผิดกฎหลายบท หลายกรรม ด้วยการเผยแพร่ข้อมูลรูปภาพ ซึ่งเป็นการกระทำดูหมิ่นองค์พระมหากษัตริย์และองค์รัชทายาท พนักงานสอบสวนติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 92/2552

16 ม.ค. 2552 สุวิชาถูกควบคุมตัวจาก นครพนมมายังศาลอาญา รัชดาภิเษกกรุงเทพฯ ด้วยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ เจ้าพนักงานยื่นคำร้องขอฝากขังครั้งแรก 12 วัน ไปจนถึงวันที่ 27 มกราคม โดยระบุว่า ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหามาจนครบกำหนดแล้ว แต่การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องรอสอบปากคำพยานอีก 15 ปาก รอผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานทางคอมพิวเตอร์จำนวน 3 เครื่อง แผ่นซีดี และเอกสารอีกจำนวนหลายรายการ จึงขอฝากขังไว้ หลังจากนั้น ทนายความของสุวิชาได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งประกันตัว 2ครั้ง แต่ศาลยกคำร้อง

26 มี.ค. 2552 อัยการมีคำสั่งฟ้องคดีนายสุวิชา ท่าค้อ เป็นจำเลยฐานกระทำความผิดโดยร่วมกับพวกที่หลบหนี หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะทำให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ และเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏภาพของผู้อื่น และภาพนั้นเป็นภาพที่ตัดต่อ เติม หรือดัดแปลงด้วยวิธีการทางอิเล็กโทรนิกส์หรือวิธีการอื่นใดโดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย อัยการขอให้ลงโทษตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 8, 9 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83,91 และ 112 และพระราชบัญญัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 3, 14 และ 16

30 มี.ค. 2552 จำเลยให้การรับสารภาพต่อศาลในระหว่างนัดชี้สองสถาน และศาลนัดฟังคำตัดสินในวันที่ 3 เม.ย. 2552 เวลา 9.00 น.

3 เม.ย.2552 เวลา 9.00 น. ที่ศาลอาญา ผู้พิพากษาอ่านคำตัดสินคดีที่พนักงานอัยการ โจทก์ ฟ้องนายสุวิชา ท่าค้อ เป็นจำเลยฐานกระทำความผิดโดยร่วมกับพวกที่หลบหนี หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะทำให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ และเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏภาพของผู้อื่น และภาพนั้นเป็นภาพที่ตัดต่อ เติม หรือดัดแปลงด้วยวิธีการทางอิเล็กโทรนิกส์หรือวิธีการอื่นใดโดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย อัยการขอให้ลงโทษตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 8, 9 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83,91 และ 112 และพระราชบัญญัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 3, 14 และ 16

ตัดสินว่ามีความผิดตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 8, 9 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(1), 83,91 และ 112 และพระราชบัญญัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14(2) และ 16(1) เนื่องจากเป็นความผิดหลายบท ให้ลงโทษตามมาตราที่มีโทษสูงสุด และความที่จำเลยกระทำความผิด 2 กระทง ให้ตัดสินให้ลงโทษ กระทงละ 10 ปี รวม 20 ปี แต่จำเลยให้การรับสารภาพ จึงลดโทษให้กระทงละ 5 ปี คงเหลือโทษจำคุก 10 ปี ไม่รอลงอาญา และให้ริบของกลาง

.........

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดใจจากคุก สุวิชา ท่าค้อ

http://www.prachatai.com/05web/th/home/15329

ศาลยกคำร้องขอประกันตัว สุวิชา ท่าค้อ' ทนายเตรียมอุทธรณ์ต่อสัปดาห์นี้

http://www.prachatai.com/05web/th/home/15349

สุวิชา ท่าค้อ รับสารภาพ ศาลนัดฟังคำพิพากษา 3 เม.ย. นี้

http://www.prachatai.com/05web/th/home/16074       

ศาลตัดสินจำคุก 10 ปี "สุวิชา ท่าค้อ" ตามมาตรา 112

http://www.prachatai.com/05web/th/home/16174

บล็อกของ หัวไม้ story

หัวไม้ story
ชื่อบทความเดิม : เยือนสวนทูนอิน อ่านชีวิต ความคิด 75 กะรัต 'รงค์ วงษ์สวรรค์  ภู เชียงดาว : เรียบเรียง/รายงาน   หมายเหตุ : นี่เป็นมุมมองชีวิต ความคิด ว่าด้วยการเมือง ทหาร การปฏิวัติ สุขภาพ และการเขียนหนังสือ ของ ' รงค์ วงษ์สวรรค์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี 2538 ที่ได้ถ่ายทอดออกมา เมื่อ 20 พ.ค.2550 ณ สวนทูนอิน โป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่  รายงานชิ้นนี้เคยตีพิมพ์ ใน ‘นิตยสารขวัญเรือน' ปักษ์แรก กรกฎาคม 2550 ผู้เขียนขออนุญาตนำมาเรียบเรียง/รายงาน ใน ‘ประชาไท' อีกครั้ง เพื่อเป็นการไว้อาลัยและรำลึกถึงการจากไปอย่างสงบของพญาอินทรีแห่งวรรณกรรม เมื่อค่ำของวันที่ 15 มี.ค.…
หัวไม้ story
“การคุมประชากรด้วยข้อมูลและแนวคิดที่โกหกอาจจะไม่นำไปสู่ประเทศไทยที่สำเร็จได้ แต่กลับเป็นการทำลายการพัฒนาและอนาคตของสังคมไทยเอง”ธงชัย วินิจจะกูล3 มี.ค. 2552
หัวไม้ story
ทีมข่าวการเมือง หลังจากวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ผู้ชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เคลื่อนขบวนจากสนามหลวงมาชุมนุมล้อมทำเนียบรัฐบาลและปักหลักพักค้างชุมนุมอยู่หลายคืน โดยมีข้อเรียกร้องคือ 1.ดำเนินคดีกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย 2.ปลดนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ 3.นำรัฐธรรมนูญปี 2540 มาใช้ และ 4.ให้ยุบสภา การชุมนุมเป็นไปอย่างต่อเนื่องหลายคืนโดยสงบเรียบร้อย ผู้ชุมนุมยอมให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะและคณะรัฐมนตรีเข้าไปทำงานในทำเนียบ โดยไม่มีการกระทบกระทั่งเกิดขึ้น จนแม้แต่นายอภิสิทธิ์ และรองนายกรัฐมนตรีอย่างนายสุเทพ…
หัวไม้ story
  เอเชียตะวันออกเฉียงใต้คือภูมิภาคที่ไม่เคยเป็นตัวแสดงหลักในเกมอำนาจโลกเลยนับจากยุคอาณานิคมมาจนถึงยุคโลกาภิวัตน์ การร่วมตัวกันของชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในนามอาเซียนเป็นความพยายามอย่างหนึ่งของชาติในภูมิภาคนี้ที่จะเสริมสร้างอำนาจในการต่อรองทางเศรษฐกิจในระดับโลก ในยุคสงครามเย็น ภูมิภาคนี้ถูกแบ่งให้เป็น 2 ค่าย ตามบรรยากาศการเมืองโลก แต่หลังจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียต ผู้นำค่ายสังคมนิยม ในช่วงทศวรรษที่ 90 ประเทศในภูมิภาคอาเซียนก็หันหน้าไปในทิศทางเดียวกัน บทหนทางเสรีนิยมเดียวกัน ซึ่งประเทศเหล่านี้ถูกปฏิบัติในฐานที่เป็นชายขอบแดนของอำนาจต่อรองเช่นเดิม…
หัวไม้ story
 ทีมข่าวการเมือง   "พฤติกรรมของคนกลุ่มหนึ่งที่ดำเนินอยู่ในขณะนี้ ไม่อยู่ในขอบข่ายของสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ จึงเป็นการใช้กฎหมู่ละเมิดกฎหมายอย่างชัดแจ้ง คือ เป็นราชาธิปไตยยิ่งกว่าองค์พระราชาธิบดี อันเป็นอันตรายต่อราชบัลลังก์ยิ่งนัก ดังที่พวก Ultra Royalist ในฝรั่งเศสสมัยหนึ่งทำให้พระราชวงศ์บูร์บองล่มสลายมาแล้ว" สุพจน์ ด่านตระกูลสถาบันวิทยาศาสตร์สังคม (ประเทศไทย)มีนาคม 2549 1."ลุงสุพจน์" หรือ สุพจน์ ด่านตระกูล นักคิด นักเขียนวัย 86 ปี เสียชีวิตอย่างสงบ หลังล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง เมื่อคืนวันที่ 12 ก.พ. ที่ผ่านมาชาญวิทย์ เกษตรศิริ นักประวัติศาสตร์…
หัวไม้ story
[บันทึกคำปราศรัย 'กษิต ภิรมย์' ถึง 'ฮุน เซน' ในการชุมนุมพันธมิตรฯ เมื่อ 15 ต.ค. และ 27 ต.ค. 2551 โปรดอ่านเพื่อให้เห็น ‘วิสัยทัศน์' และ ‘ท่าที' ต่อประเทศเพื่อนบ้านของรัฐมนตรีผู้ซึ่ง ‘อภิสิทธิ์'  ลงทุน 'อุ้ม'] โดย ทีมข่าวการเมือง ประชาไท  กษิต ภิรมย์ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อ 22 ธันวาคม 2551 (ที่มา: Daylife.com/Reuters) เส้นไหน โควตาใครกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กลายเป็นสายล่อฟ้า รัฐบาล ‘มาร์ค 1' เพราะข้อครหาว่าเป็นรัฐมนตรีโควตา ‘พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย' จากบทบาทปราศรัยบนเวทีพันธมิตรประชาธิปไตยอยู่บ่อยครั้งนับตั้งแต่ ‘เฟส 1 - 2549'…
หัวไม้ story
  "เขาไม่ให้ผมประกันตัว เขาบอกกลัวผมหลบหนี ผมจะหนีไปไหน ผมเป็นคนไทยนะ จะให้ผมไปไหน ผมจ่ายภาษีปีละหลายหมื่นบาท แต่วันนี้ผมรู้สึกเหมือนเป็นแค่คนที่มาอาศัยแผ่นดินอยู่ เขาไม่ให้ผมประกันตัว เขาบอกว่าผมจะทำความผิดซ้ำ จะทำลายหลักฐาน ผมจะทำทำไม ในเมื่อถ้าทำแล้วมีแต่น้ำตา และมันไม่ใช่น้ำตาของผมคนเดียว แต่เป็นน้ำตาของคน 5 คน คือครอบครัวผม ลูกเมียผม ชีวิตผมตอนนี้มีแต่น้ำตา" สุวิชา ท่าค้อ ผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพรายล่าสุด เอ่ยปากผ่านม่านน้ำตาที่ไหลพร่างพรูต่อหน้าแผ่นกระจกบางๆ ที่กั้นระหว่างเขาและผู้สื่อข่าวสุวิชามีการเครียดมาก ร้องไห้เกือบตลอดเวลา…
หัวไม้ story
ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เว็บไซต์หนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ ‘นิวส์ออฟเดอะเวิลด์' ของอังกฤษ มีผู้เข้าชมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากที่เคยมีคนแค่ ‘หลักพัน' คลิกเข้ามาอ่านข่าวประเภทสีสันบันเทิงซุบซิบดารา แต่ทันทีที่สื่อกระแสหลักอย่างสำนักข่าวบีบีซี เอพี รอยเตอร์ หรือไทม์ของอังกฤษ รายงานว่าเว็บนิวส์ออฟเดอะเวิลด์ มีการเผยแพร่ ‘คลิปหลุด' ของ ‘เจ้าชายแฮรี่' รัชทายาทลำดับที่ 3 แห่งราชวงศ์อังกฤษ ยอดผู้เข้าชมก็พุ่งแตะหลัก 50,000 คนภายในเวลาไม่กี่วัน สิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นคือการถกเถียงอย่างจริงจังในชุมชนพลเมืองอินเตอร์เน็ต ว่าด้วยเรื่องการเหยียดเชื้อชาติ, สิทธิส่วนบุคคล, เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น…
หัวไม้ story
 Photos by : Berd Whitlock , from : http://www.flickr.com/photos/rwhitlock/3167211359/     - ทีมข่าวความมั่นคง -  หลังบรรยากาศเฉลิมฉลองคริสมาสต์เพียง 2 วัน และอีกเพียงไม่กี่วันก็จะเป็นวันขึ้นปีใหม่ แต่สำหรับชาวปาเลสไตน์ ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2551 มันไม่ใช่วันแห่งความสุขรื่นรมย์เหมือนที่อื่นๆ แต่กลับเป็นวันที่แสนเจ็บปวด เลือดไหลรินและน้ำตาไหลนอง ในวันนั้นอิสราเอลลงมือส่งหน่วยปฏิบัติการทางอากาศเข้าโจมตีที่ทำการรัฐบาลฮามาส รวมไปถึงบ้านเรือนของผลเรือน ปฏิบัติดังกล่าวต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 800 ราย
หัวไม้ story
  ทีมข่าวการเมือง"สิ่งที่เขาเขียนนั้นเป็นเพียงการกล่าวถึงเรื่องความสัมพันธ์ลับๆ ของพระราชวงศ์ในลำดับที่ใกล้ชิดกับพระมหากษัตริย์โดยไม่แม้แต่จะเอ่ยนามว่าเป็นพระราชวงศ์พระองค์ใด ข้อความที่เขียนนั้นยาวเพียง 2 ประโยค จากหนังสือที่พิมพ์เผยแพร่แค่ 50 เล่ม แต่เขาอยู่ในคุกไทยมาแล้ว 4 เดือนเต็มๆ โดยคำร้องขอประกันตัวถูกปฏิเสธไปแล้ว 4 ครั้ง"ย่อหน้าข้างบนเป็นการให้ข้อมูลจากองค์การผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน ซึ่งแสดงความวิตกกังวลในระดับที่หนักขึ้นเกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิเสรีภาพในประเทศไทย โดยจดหมายอิเล็กโทรนิกส์ที่ส่งไปยังเครือข่ายนักกิจกรรมด้านเสรีภาพในการแสดงความเห็นทั่วโลก…
หัวไม้ story
 ทีมข่าวการเมืองภายในประเทศ สื่อไทยและรัฐบาลใหม่ดูจะยังดำเนินไปตามขนบที่เป็นมายาวนานคือยังอยู่ในช่วงเวลาน้ำผึ้งพระจันทร์ แต่นอกพรมแดนรัฐไทยออกไป กลับเป็นบรรยากาศที่แตกต่าง ข้อมูลข่าวสารที่ถูกรายงานออกไปดูจะไม่เป็นมิตรต่อรัฐบาลใหม่ของประเทศจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้สักเท่าใด น้ำผึ้งไม่หวาน พลันที่ประเทศไทยได้รัฐบาลใหม่ที่มีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำ สิ่งที่รอยเตอร์แนะนำเกี่ยวกับนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของไทยก็คือ....
หัวไม้ story
โดย ทีมข่าวการเมือง   000 “ติดใจทฤษฎีแมลงสาบ กลัวว่าพรรคคู่แข่งจะว่า แต่ดูแล้วตอนนี้รัฐบาลชุดนี้ทำตัวเหมือนแมลงสาบเหมือนกัน ในแง่ชอบความสกปรก ความมืด ที่สำคัญคือขยายตัวได้เร็วมาก ปีกว่าๆ ก็แพร่พันธุ์ได้มากมาย ตนคิดว่าหลักการปฏิรูปที่แท้จริงคือทุกคนต้องเข้าใจในสิทธิเสรีภาพ หากนักการเมืองคิดถึงแต่อำนาจก็ไม่มีทางปฏิรูปได้สำเร็จ เพราะการปฏิรูปต้องผ่องถ่ายอำนาจ ไม่ใช่ใช้อำนาจได้ตามใจและกลัวว่าจะมีการตรวจสอบได้ตามขอบเขตที่กฎหมายกำหนด” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์7 เมษายน 2545 000 “เราได้รับการเลือกตั้งมาจากประชาชน…