Skip to main content

อย่างที่รู้ๆ และแทบไม่อยากจะย้ำให้เจ็บช้ำหัวใจกันว่าเศรษฐกิจประเทศไทยได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจแฮมเบอร์เกอร์ (จากอเมริกา) ที่ส่งกระทบข้ามฟ้ามามาไกลถึงบ้านเรา ทำให้ผู้นำประเทศต้องออกโรงคิดหานโยบายมาแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน

 

บวกด้วยความที่นายกคนหนุ่มอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เห็นว่าคนจนเศรษฐกิจไม่ดี นายกต้องช่วยเหลือ และไม่มีอะไรดีไปกว่าการเพิ่มกำลังซื้อให้กับคน ที่เป็นการช่วยธุรกิจโดยไม่ต้องไปบิดเบือนกลไกตลาด แบบว่าเป็นการช่วยเศรษฐกิจชาติให้มีเงินหมุนเวียน

 

ดังนั้น โครงการใหม่ถอดด้าม “เช็คช่วยชาติ” จึงริเริ่มและดำเนินการอย่างรวดเร็ว เช็คจำนวน 9.6 ล้านใบ ที่คิดเป็นงบประมาณทั้งหมดกว่า 19 พันล้านบาท จากเงินช่วยเหลือ 2,000 บาทต่อคน (ในรูปเช็ค) จึงถูกกระจายให้แก่สมาชิกกองทุนประกันสังคมที่มีทั้งลูกจ้างโรงงาน ข้าราชการ และครู ที่เงินเดือนน้อยกว่า 15,000 บาท 9.6 ล้านคน

 

00000

 

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจนี้ของรัฐบาลทำให้ช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ผู้คนกลุ่มต่างๆ คึกคักออกมาให้ความคิดเห็นทั้งหนุนค้าน โดยฝ่ายคัดค้านบางกลุ่มเห็นว่าแจกเงิน 2,000 บาท ไม่พอยาไส้ น้อยไปสำหรับการกระตุ้นเศรษฐกิจ และไม่มีประโยชน์มากนักกับจุดมุ่งหมายที่รัฐตั้งเอาไว้ ไปจนถึงความคิดที่ว่าให้เอาเงินไปทำอย่างอื่นดีกว่า

 

ส่วนกลุ่มลูกจ้างนอกระบบก็ออกมาบอกว่ารัฐอุดหนุนลูกจ้างในระบบประกันสังคม ไม่ดูแลแรงงานนอกระบบที่บางคนมีรายได้ต่ำ และไม่มีหลักประกันในชีวิตเลย

 

ในฐานะคนจนผู้มีรายได้น้อยแต่ทำงานในระบบ รู้สึกงงงวยอยู่ไม่น้อยที่รู้ว่าจะได้เงิน (ในรูปเช็ค) จากรัฐบาลแบบส่งตรงถึงมือ เพราะเกิดมายังไม่เคยพบเคยเจอ อย่างมากที่เห็นก็โครงการประชานิยมอย่างกองทุนหมู่บ้านที่ต้องเขียนโครงการขอเงินมาบริหารจัดการ หรือเข้าโรงพยาบาลจ่ายแค่ 30 บาท เพราะรัฐบาลเอาเงินไปหนุนให้โรงพยาบาล แค่นั้นก็หรูหราอู้ฟู่กันพอดูอยู่แล้ว

 

ก็คงต้องถือว่าเป็นการเปลี่ยนวิกฤติ (เศรษฐกิจ) ให้เป็นโอกาส ที่รัฐบาลจะได้คะแนนนิยม ส่วนเราได้เงินใช้ (แค่เดือนเดียว) แต่ปัญหาที่หนุบหนับในหัวอยู่ตอนนี้ คือเงิน 2,000 บาทจะใช้อย่างไรให้ช่วยชาติได้ ให้สมกับเป็นโครงการ “เช็คช่วยชาติ” ดี

00000

 

... จะเอาเงินไปกินเหล้า ให้เงินเข้ารัฐก็ถูกหาว่าจนไม่เจียม หรือจะหาเลขเด็ดเอาไปซื้อหวยสร้างมูลค่าเพิ่ม แต่เดือนที่แล้วเพิ่งถูกกินไปหลายพันเลยยังขยาดอยู่ จะเอาไปเลี้ยงฉลองร้านหรูก็ดูจะเกินงบ หรือเอาไปท่องเที่ยวค่าใช้จ่ายคงบานตะไทไปเกิน 2,000

 

... จะเอาไปลงกองทุนสังคมสงเคราะห์ก็ไม่ค่อยจะรู้จัก ไม่ไว้ใจ ไม่รู้เขาทำงานเพื่อสังคมหรืออมเงินเข้ากระเป๋าตัวเองกันไปเท่าไหร่

 

... หรือ จะให้ไปแลกเช็คกับบัตรกำนัล คูปองส่วนลด หรือแลกซื้อสินค้า สำหรับโปรโมชั่นของห้างร้านต่างๆ ก็ยังไม่คิดที่จะซื้ออะไรเป็นพิเศษ เพราะที่มีอยู่ก็ยังพอใช้สอบ แถมกลัวว่าถ้าเข้าห้างใหญ่ที่มีส่วนลดเยอะๆ ก็กลัวเงินช่วยเศรษฐกิจไทยจะไหลไปอยู่ในกระเป๋าต่างชาติเสียหมด

 

... ว่าจะเอาเงินไปออมสะสมไว้ ก็จะไม่ช่วยชาติ ไม่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะรัฐบาลออกมาตรการนี้มาด้วยความคาดหวังช่วยเพิ่มการจับจ่ายใช้สอยและกระตุ้นการบริโภคของประชาชน แถมอุตสาห์ออกเงินมาเป็นเช็คให้เอาไปใช้ ไม่อย่างนั้นคงให้ผ่านธนาคารมาแล้ว

เท่าที่จำได้ ท่านผู้รู้ในจอตู้หลายท่านบอกเอาไว้ว่า การที่วิกฤติเศรษฐกิจที่ผ่านมาไม่ได้กระทบกับเศรษฐกิจบ้านเรามากนัก เพราะคนไทยเรายึดถึงหลักเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินชีวิต ในหลายปีมานี้เราได้ยึดหลักพอเพียง ประหยัด และรู้จักอดออม เพื่อให้เศรษฐกิจไทยดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในกระแสโลกาภิวัตน์

แต่วันนี้รัฐบาลให้เงินประชาชนมาจับจ่าย บอกเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อช่วยชาติ แล้วความพอเพียงที่เคยช่วยเศรษฐกิจไทยให้อยู่รอด วันนี้รัฐบาลเอาไปวางทิ้งไว้ที่ไหนกัน

00000

หลายคนอาจบอกว่าถ้าค้านมากนัก ไม่เห็นด้วยก็ไม่ต้องเอา หนึ่งคือ เราไม่ได้ค้านหากนี่เป็นนโยบายเพื่อประโยชน์ของประชาชนจริงๆ และรัฐบาลคิดมาดีมากพอแล้ว...

 

และนี่มันเงินนะครับพี่น้อง... แถมไม่ว่าจะเป็นเงินที่เอามาจากประกันสังคม เงินภาษี หรือเงินกู้ต่างชาติ มันก็เป็นเงินของเราและเป็นเงินที่เราทุกคนต้องร่วมรับภาระใช้หนี้ (ที่รัฐบาลกู้) ไม่รู้รัฐบาลชุดนี้จะอยู่กี่ปีแต่หนี้ที่ก่อจะอยู่กับเราไปชั่วหลานหากรัฐบาลบริหารไม่ได้ หาเงินไม่เป็น ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำแล้วก็ชิ่งหนีไป คนไทยมิแย่กันหมดเหรอ

 

เงิน 2,000 วันนี้มันมาจ่อรออยู่ตรงหน้าแล้ว รัฐบาลอนุมัติงบและมีคนได้รับเงินชุดแรกไปแล้ว คนที่ต่อแถวรออยู่ข้างหลังไม่ว่าจะชอบหน้านายกหรือไม่ จะเห็นด้วยหรือเปล่าเขาก็ต้องมีสิทธิที่จะได้รับ และเป็นเรื่องที่ต้องไปจัดการกับเงินจำนวนนี้กันต่อ

 

แม้ในส่วนหนึ่งจะรู้สึกเห็นใจกลุ่มแรงงานนอกระบบ ลูกจ้างชั่วคราว เกษตรกร คนหาเช้ากินค่ำ ฯลฯ กลุ่มที่ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์จากประกันสังคมและไม่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐตามนโยบายดังกล่าว แต่ก็เป็นหน้าที่ของรัฐอีกเช่นกันที่ต้องหามาตรการอื่นๆ มารองรับคนกลุ่มต่างๆ ในสังคมให้ทั่วถึงตามฐานะหน้าที่ที่เป็นรัฐบาล

00000

ไหนๆ ก็ไหนๆ สำหรับคนที่ได้รับเงินและยังไม่ถูกกลุ่มเจ้าหนี้ทั้งในและนอกระบบส่งแก๊งทวงหนี้ไปตามประกบเอาเงิน หรือยังไม่ได้ใช้เงินไปกับคูปองส่วนลดในห้างใหญ่ อยากให้ช่วยคิดกันต่อกันอีกสักนิด ว่าจะเอา 2,000 นี้ ไปใช้ทำอะไรช่วยชาติ ให้ “พอ” ตรงใจและตรงเป้ากัับนโยบายรัฐบาลได้บ้าง หรือจะให้กระจายรายได้สู่คนส่วนต่างๆ ในสังคม อย่างไรกันดี

 

ช่วยกันหาวิธีใช้เงินอย่างพอเพียง แทนรัฐบาล ดูกันหน่อยสิ...

 

 

 

 

 

ใครบ้างได้ เงิน 2,000 บาท (แจกเป็นเช็ค)

 

มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้ใช้งบกลางแจกจ่ายให้พนักงานราชการ ลูกจ้างราชการ ข้าราชการ (จำนวน 1.3 ล้านคน) และ ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ที่มีฐานรายได้ไม่เกิน 14,999บาท จะได้รับความช่วยเหลือครั้งเดียว คนละ 2,000 บาท เพื่อบรรเทาปัญหาการเลิกจ้างและวิกฤตเศรษฐกิจ

 

1. ประชาชนในระบบประกันสังคมจำนวน 8,138,815 คน

 

* ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ต้องมีสถานะเป็นผู้ประกันตนอยู่ ณ วันที่ 13 มกราคม 2552 และยังไม่สิ้นสภาพความเป็นผู้ประกันตน

 

* ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ผู้ที่ได้รับการอนุมัติให้เป็นผู้ประกันตนภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2551 (หน้าจอ Online แสดงผลวันที่เข้างาน ไม่เกินวันที่ 1 มกราคม 2552 ) และยังไม่สิ้นสภาพความเป็นผู้ประกันตน ณ วันที่ 13 มกราคม 255 การสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 ไม่ว่าจะมาสมัครวันที่เท่าไร ก็จะมีผลการอนุมัติในวันที่ 1 ของเดือนถัดไป

 

* ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ผู้ที่ได้รับการอนุมัติให้เป็น ผปต.และจ่ายเงินสมทบแล้ว (ตรวจสอบฐานข้อมูล ผปต.ณ วันที่ 13 มกราคม 2552 ไม่ว่าจะมาสมัครวันที่เท่าไร ก็จะมีผลการอนุมัติในวันที่ 1 ของเดือนถัดไปส่วนเงินสมทบ จะคิดคำนวณเงินสมทบตั้งแต่เดือนที่เป็นผู้ประกันตนจนถึงวันสิ้น

 

* ผู้ประกันตนตามมาตรา 38(2) คือลูกจ้างที่พ้นสภาพการเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 แล้วสำนักงานประกันสังคมจะคุ้มครองสิทธิ์ลูกจ้างต่ออีก 6 เดือน มาตรา 38 ความเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 สิ้นสุดลงเมื่อผู้ประกันตนนั่น ตาย และ สิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2552 คณะรัฐมนตรีมีมติให้บุคคลตามมาตรา 38 ที่ถูกเลิกจ้าง หรือลาออกจากงาน ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2551 มีสิทธิได้รับ เช็คช่วยชาติด้วยเช่นกัน

 

หมายเหตุ

- ในกรณีที่ประชาชนแจ้งว่าได้ออกจากงานก่อนวันที่ 13 มกราคมและยังอยู่ระหว่างได้รับการคุ้มครอง 6 เดือนตามมาตรา 38 ได้ไปลงทะเบียนและทางเจ้าหน้าที่ไม่รับลงทะเบียนไปก่อนหน้านี้ ให้แจ้งประชาชนว่าให้ไปติดต่อประกันสังคมโดยตรงเพื่อขอลงทะเบียนใหม่อีก ครั้ง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่อาจจะยังไม่ได้รับการประสานข้อมูลจากทางกระทรวงแรงงาน (ข้อมูลจากเลขาธิการ สปส.ผ่านรายการเรื่องเล่าเช้านี้ วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2552

 

2. บุคคลากรภาครัฐ จำนวน 1,324,973 คนประกอบด้วย

 * ข้าราชการพลเรือน

 * ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

 * ข้าราชการตำรวจ

 * ลูกจ้างประจำ

 * ลูกจ้างชั่วคราว

 * ข้าราชการทหาร รวมทั้งทหารเกณฑ์ (ตามมติ ครม. วันที่ 17 มี.ค. 52)

 * ข้าราชการบำนาญ

 * เจ้าหน้าที่ของรัฐคือ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ อาสาสมัครทหารพราน สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน

 * พนักงานรัฐวิสาหกิจ (ตามมติ ครม. วันที่ 17 มี.ค. 52)

 * บุคลากรของหน่วยงานรูปแบบพิเศษ (องค์กรมหาชน) (ตามมติ ครม. วันที่ 17 มี.ค. 52)

 * บุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ตามมติ ครม. วันที่ 17 มี.ค. 52)

 * บุคลากรขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ (ตามมติ ครม. วันที่ 17 มี.ค. 52)

 

3. กลุ่มครู บุคลากรด้านการศึกษา และบุคลากรอื่นในโรงเรียนเอกชน 132,604 คน (ตามมติ ครม. วันที่ 17 มี.ค. 52) ได้แก่

 * ครูโรงเรียนเอกชนที่อยู่ในระบบกองทุนสงเคราะห์ที่มีสิทธิรับเงิน

 * ครูที่อยู่นอกระบบกองทุนสงเคราะห์ที่ต้องตรวจสอบสาเหตุที่อบู่นอกระบบกองทุนสงเคราะห์

 * กลุ่มบุคลากรอื่นในโรงเรียนเอกชน เช่น พนักงานขับรถยนต์ นักการภารโรง พี่เลี้ยงเด็ก ที่ต้องตรวจสอบว่าบางส่วนอาจจะควรอยู่ในระบบประกันสังคม แต่โรงเรียนไม่จัดเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม

 

4. กรณีที่คณะรัฐมนตรีมีมติเพิ่มเติมให้บุคคลใดเป็นผู้มีสิทธิรับเงิน กำหนดให้หน่วยงานที่บุคคล ดังกล่าวอยู่ในสังกัดดำเนินการเบิกจ่ายเงินตามหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายเงินด้วย

 

ข้อมูลจาก: http://www.pantip.com/cafe/silom/topic/B7671494/B7671494.html

 

 

บล็อกของ Hit & Run

Hit & Run
   อรพิณ ยิ่งยงพัฒนาในเกมช่วงชิงพื้นที่สื่อ กลยุทธ์หนึ่งก็คือ ทำยังไงก็ได้ ให้ฝ่ายตรงข้ามไม่ได้เป็นข่าว ส่วนฝ่ายตนนั้น ต่อให้เป็นข่าวดีหรือข่าวร้ายแต่ถ้าได้พื้นที่ข่าวก็ถือว่าได้เปรียบใน ระดับหนึ่ง เพราะอย่างน้อยก็พอทำให้ชื่อเสียงเรียงนามเป็นที่คุ้นหูอยู่ในความจดจำ ดีกว่าเป็นบุคคลโนเนมที่ไม่มีใครรู้จักเช่นเดียวกัน ช่วงนี้ ดูเหมือนว่านายกรัฐมนตรีพูดอะไร ให้สัมภาษณ์ว่าอะไร สื่อมักจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษ สังเกตได้ว่าเวลาอ่านหรือฟังข่าวในเวลานี้ ผู้สื่อข่าวจะหยิบคำพูดของนายกรัฐมนตรีมาเปิดเผยแบบยาวๆพูดแบบตามตำรา ก็คือ แหล่งข่าวเป็นผู้นำในรัฐบาล พูดอะไรก็ย่อมเป็นข่าวอยู่แล้ว…
Hit & Run
ภาพันธ์ รักษ์ศรีทอง"ไปตายให้หนอนแดกเถอะ..ไป๊"ผมกำลังหาคำพูดที่ถ่ายทอดความคิดของคนบางคนที่มีอำนาจในบ้านเมืองนี้ แม้อำนาจของเขาจะยึดโยงจากการเลือกตั้งด้วยการกากบาทของเรา กระนั้นก็เถอะ..เท่าที่รู้สึกได้ เขาอาจกำลังอยากบอกกับคุณด้วยถ้อยคำแบบนี้ อาจเป็นการบอกกล่าวที่ซ่อนถ้อยความหิวกระหายมาช้านานแล้ว ตั้งแต่อำนาจถูกกระชากไปจากมือ และที่เขาบอกแบบนี้ได้ อาจเป็นเพราะเขากำลังมองคุณเป็นเพียง ‘มดปลวก' อันอ่อนแอ ไม่มีประโยชน์โดยเฉพาะถ้าคุณป่วยหรือไม่สบาย มันจะยิ่งสะท้อนความอ่อนแอไร้ประโยชน์เสียยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด มากไปกว่านั้น หากโชคร้าย…
Hit & Run
จิรนันท์ หาญธำรงวิทย์ เสาร์ที่ผ่านมา มีงานประชุมชื่อ Barcamp Bangkok จัดขึ้นที่ร้าน Indus สุขุมวิท 26 งานนี้ งานนี้อาจเรียกได้ว่า เป็นงานที่มีผู้จัดมากที่สุดก็ว่าได้ เพราะผู้ร่วมงานหลายคนมากันแต่เช้าเพื่อช่วยจัดโต๊ะเก้าอี้ แปะป้าย บางคนทำสมุดทำมือมาแจก หลายคนเตรียมหัวข้อพร้อมสไลด์มาพูดในงาน ------------------------------------- http://www.flickr.com/photos/poakpong http://www.flickr.com/photos/plynoi ทันทีที่งานเริ่ม กระดาษแผ่นแล้วแผ่นแล้ว ถูกทยอยนำไปแปะบนกระจกของร้าน ว่ากันว่า หัวข้อที่พูดกันในงาน มักเป็นเรื่องเกี่ยวกับเว็บแอพพลิเคชันใหม่ๆ เทคโนโลยีโอเพนซอร์ส…
Hit & Run
มุทิตา เชื้อชั่งด้วยทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ ขนาบไปด้วยทะเลยาวเหยียด เหมาะเป็นเส้นทางขนส่งวัตถุดิบสารพัด ประจวบฯ จึงเป็นที่หมายตาของโครงการขนาดใหญ่ ไม่ว่าโรงไฟฟ้าหรือโรงงานอุตสาหกรรม สำหรับชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งไม่เห็นด้วยกับโครงการเหล่านี้ ก็นับเป็นความอาภัพของชีวิต เพราะภูมิศาสตร์แบบนี้เองที่ทำให้พวกเขาต้องต่อสู้คัดค้านกับรัฐหรือทุนขนาดใหญ่กันไม่หยุดหย่อน ไม่โครงการนั้น ก็โครงการนี้ และไม่รู้ว่าด้วยความอาภัพนี้หรือไม่ที่ทำให้ขบวนการประชาชนที่นี่ ‘แข็งแกร่ง' จะว่าที่สุดในประเทศก็คงไม่ผิดนัก ล่าสุด มีการต่อสู้คัดค้านโรงถลุงเหล็กของเครือสหวิริยา ซึ่งเป็นโครงการขนาดมหึมา ที่จะไปลงในพื้นที่แม่รำพึง…
Hit & Run
ตติกานต์ เดชชพงศคงรู้กันหมดแล้วว่า สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวีถูกยึด และต่อจากนี้ ทีวีช่องนี้จะไม่มีรายการบันเทิง ‘ไร้แก่นสาร' อีก จะมีก็แต่รายการที่มีประโยชน์ สร้างสรรค์สังคม มีคุณค่า ประเทืองปัญญากว่ารายการทีวีแบบเดิมๆๆๆๆ ฯลฯ แล้วทีวีช่องนั้นก็ถูกเรียกเสียใหม่ว่า ‘ทีวีสาธารณะ' ในฐานะประชาชนคนหนึ่งซึ่งเติบโตมากับสิ่งที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับ ‘รสนิยมสาธารณ์' ไม่ว่าจะเป็น ละครน้ำเน่า (ผ่านยุคของ พจมาน สว่างวงศ์, ดาวพระศุกร์ หรือ โสรยา ใน ‘จำเลยรัก' มามากกว่าหนึ่งยุค!) รวมถึงเกมโชว์ที่ ‘ได้รับแรงบันดาลใจ' มาจากต่างประเทศ และการ์ตูนญี่ปุ่นที่เอะอะก็ต่อสู้กัน (แม้แต่การ์ตูนแมวหุ่นยนต์ ‘โดราเอมอน'…
Hit & Run
  วิทยากร  บุญเรืองกลุ่ม แบ๊คซ้าย' มิถุนาฯ   23 ธันวาคม 2550...เป็นอีกวาระหนึ่งที่เราจะต้องออกไปช่วยเพื่อนรัก ‘นักการเมือง' (กลุ่มคนที่ถูกประณามมากที่สุดในสังคมไทยปัจจุบัน)สื่อต่างๆ ชอบที่จะกระแซะแซวว่า นักการเมืองมักจะมืออ่อนนอบน้อมกราบไหว้ประชาชนเสมอในช่วงเลือกตั้ง ซึ่งมันก็ถูก แต่ถ้ามองในมุมกลับกัน คนอีกบางจำพวกนั้น ‘ไม่มี' ช่วงเวลาพิเศษไหนเลยที่จะลงมาไหว้กราบกรานขอคะแนนจากประชาชน หนำซ้ำพวกเรากลับต้องกราบกรานไหว้เขาอยู่เป็นกิจวัตรใครล่ะน่าเกลียดกว่ากัน? สำหรับวาระสำคัญก่อนการเลือกตั้ง การรณรงค์ไม่ให้มีการซื้อสิทธิ์ขายเสียง ทำนองที่ว่า ‘…
Hit & Run
   พงษ์พันธุ์ ชุ่มใจใครที่ไม่ได้มาเชียงใหม่หลายปี หากมาเยือนปีนี้ คงผิดหูผิดตาเลยทีเดียวไม่ใช่แค่งานพืชสวนโลก ไม่ใช่แค่ ‘ช่วง ช่วง' หรือ ‘หลิน ฮุ่ย' ไม่ใช่แค่ร้าน ‘ไอเบอรี่' ของโน้ต อุดม ที่ทำให้ ‘หน้าตา' เมืองเชียงใหม่เปลี่ยนไปหากแต่ยังมีเจ้าสิ่งก่อสร้างขนาดยักษ์ ที่ชื่อว่า ‘ทางลอด' ผุดขึ้นทุกมุมเมือง ซึ่งเบื้องหลังของมัน ยังมีเรื่องราวอันยาวนานของการพัฒนา ‘เมือง' อีกด้วย!หลายปีมานี้ ยวดยานใน จ.เชียงใหม่ ต้องประสบกับความทุลักทุเลในการข้ามสี่แยก เนื่องจากมีโครงการก่อสร้างทางลอดแยก ผุดขึ้นบนถนนสายหลักของเมืองเชียงใหม่ เช่น การก่อสร้างทางลอด 7 แห่ง บนถนนสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี…
Hit & Run
"ต้นตอของปัญหาใหญ่ๆ ในสังคม พบว่าเรื่องหนึ่งคือ คนที่เป็นเจ้าของปัญหาไม่มีช่องทางส่งเสียงของตัวเองในช่องทางสื่อสารมวลชน ยิ่งวิทยุและทีวีนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง พื้นที่ของคนเดือดร้อน ถูกเบียดออกมาบนท้องถนนที่ออกมาประท้วงให้คนเมืองใหญ่รำคาญ" 
Hit & Run
จิรนันท์ หาญธำรงวิทย์หลังจากได้อ่านข้อความในหนังสือที่ คมช. ส่งถึงคณะทำงานพิจารณากลั่นกรองเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ ของ กกต. ที่ตั้งขึ้นเพื่อตรวจสอบว่า หนังสือ ซึ่งออกโดย คมช. (สปค.ศปศ.คมช. ลับ-ด่วนมาก ที่ คมช ๐๐๐๓.๕/๔๘๐ ลง ๑๔ กันยายน ๒๕๕๐) นั้น เข้าข่ายความผิดฐาน เจ้าหน้าที่ของรัฐวางตัวไม่เป็นกลางในการเลือกตั้ง ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.๒๕๕๐ มาตรา ๕๗ หรือไม่ เพื่อขอให้ทบทวนบทบาทของคณะกรรมการสืบสวนสอบสวน เนื่องจากการออกหนังสือฉบับดังกล่าวของ คมช.เป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญ แล้ว ก็เกิดความรู้สึก ‘สบายใจ'…
Hit & Run
   ภาพันธ์ รักษ์ศรีทองเป็นเรื่องปกติในสังคมการเมืองแบบไทยๆ เมื่อมีบางคนใน ‘ตองหนึ่ง' อดีตผู้บริหารไทยรักไทยเรียกร้องในสิทธิความเป็นมนุษย์ที่พึงมีต่อองค์กร ‘ไม่ใช่พ่อ' และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเพื่อขอให้เข้ามาดูแลสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติห้ามอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยยุ่งเกี่ยวการเมืองทุกรูปแบบกรณี ซึ่งอาจเป็นการละเมิดต่อสิทธิเสรีภาพในการพูดและแสดงออก แทบฉับพลันทันทีนั้น เสียงแขวะฝอยเลาะตะเข็บก็ดังควากออกมาอย่างหยามหยันมากมายตามหน้าสื่อต่างๆเมื่อตามรอยตะเข็บที่เลาะไป ใช่จะไม่มีมูล…
Hit & Run
"ความพยายามสร้างกติกาอันบิดเบี้ยวตลอดปีกว่าที่ผ่านมา ส่งผลให้ ‘ผี' ยิ่งน่ากลัวสำหรับคนที่กลัว และยิ่งน่าพิสมัยสำหรับผู้ที่ไม่กลัว และผู้ที่ไม่กลัวส่วนใหญ่นั้นแม้จะอยู่ห่างไกล ไร้อำนาจ แต่ก็สามารถแสดงพลังเงียบของตนได้อย่างมีนัยสำคัญ"  ภาพจาก dschild.exteen มุทิตา  เชื้อชั่ง ผมเป็นคนกลัวผีมากจนแทบจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการกลัวผี และรู้สึกว่าสังคมไทยกำลังกลัว ‘ผี' อย่างหนัก ข้อสังเกตที่เห็นได้ชัดอย่างหนึ่งคือ จากที่เคยมีคำอธิบายมากมายว่าทำไมจึงต้องกลัว ‘ผี' หรือไล่ ‘ผี' แต่นานวันเข้า สถานการณ์เปลี่ยนแปลงจากหน้ามือเป็นหลังเท้า ความกลัว ‘ผี'…
Hit & Run
ภาพจาก http://www.kathmandu-bkk.com/คิม ไชยสุขประเสริฐช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีปัญหายุ่งยากใจกันอยู่นิดหน่อยในออฟฟิศ เรื่องการทำเสื้อทีมว่าจะเอาแบบไหน-สีอะไร ที่ยังไงก็ไม่ลงตัวสักที เพราะสีแต่ละสีตอนนี้ถูกนำเอาไปทำสัญลักษณ์ของกลุ่มต่างๆ กันไปหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นแม่สีอย่าง สีแดง สีเหลือง หรือสีขั้นสองอย่างสีเขียว สีส้ม หรือสีม่วง