Skip to main content

ปี 2566-2567 ที่ผ่านมา ผมโชคดีที่ได้มีโอกาสไปเข้าร่วมประชุมในเวทีวิชาการที่อินเดียและรัสเซียในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับนโยบายต่างประเทศไทย บทบาทของมหาอำนาจในลุ่มแม่น้ำโขง และในเชิงทฤษฎีที่ถกเถียงกันเกี่ยวกับระเบียบระหว่างประเทศ ตอนที่ผู้เขียนเขาชักชวนให้ไปร่วมประชุมแสดงความเห็นก็มาจากคำถามว่า จากสถานการณ์ระเบียบระหว่างประเทศที่เป็นอยู่นั้น (ซึ่งเป็นระเบียบที่ถูกสร้างโดยสหรัฐฯ) มันกำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ จะมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร และประเทศไทยหรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีแนวทาง ทางเลือก หรือมีฉากทัศน์อะไรที่จะเกิดขึ้นบ้าง

ในฐานะที่สอนหนังสือด้านทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง และการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ ผมก็แสดงความคิดเห็นไปว่าจะมีลักษณะเป็นอย่างไรบ้าง ตามหลักคิดวิชาการและประสบการณ์ที่ได้เคยคุยกับคนกลุ่มต่างๆ

แต่ประเด็นที่ผมสนใจนอกเหนือไปจากคำถามที่ตัวเองต้องตอบคำถามก็คือ การจัดงาน การเชิญ หรือกิจกรรมลักษณะนี้มันแสดงให้เห็นอะไรบ้าง

แน่นอนว่า หน่วยงานที่ชักชวนผมไปให้ร่วมงานก็คงต้องหางบประมาณมาสนับสนุนให้ผมและนักวิชาการคนอื่นๆ ได้ไปร่วมงาน ซึ่งงบประมาณก็จะมาจากหน่วยงานภาครัฐหรือพันธมิตรร่วมจัดงาน แต่เป้าหมายก็คงไม่ใช่การพยายามที่จะฟังว่าผมคิดว่าอย่างไรเสมอไป แต่การที่เขาเชิญเราไปฟังเขาโดยหวังว่าเราจะเอาความคิดของเขากลับมาทางฝั่งเราก็เป็นอีกเรื่อง

ครั้งหนึ่งผมไปร่วมงานด้านอนุภูมิภาคแม่โขงที่รัสเซีย เป็นงานห้าวันที่มีสองงานอยู่ในนั้น โดยหนึ่งในประเด็นหลักของงานคือการให้ตัวแทนของประเทศในกลุ่มสมาชิกอนุภูมิภาคไปแสดงความเห็นเกี่ยวกับประเทศมหาอำนาจในอนุภูมิภาค แล้วหลังจากนั้น เขาก็เชิญนักวิชาการหรือผู้ที่มีส่วนในโครงการต่างๆ ที่ทำกับประเทศในลุ่มแม่น้ำโขงมาเล่าให้ฟัง โดยหวังว่าได้เป็นการแสดงให้เห็นว่ารัสเซียมีโครงการต่างๆ กับอนุภูมิภาคนี้มานานและหลากหลาย ดังนั้นหากในอนาคตกลุ่มประเทศในอนุภูมิภาคจะอยากทำความร่วมมือกับรัสเซีย แบบที่เรามีแล้วกับอเมริกา ญี่ปุ่น จีน ออสเตรเลีย อินเดีย และเกาหลีใต้ เราก็จะได้รู้ว่าเรามีความร่วมมือกับรัสเซียเป็นฐานแล้ว เอาไปต่อยอดต่อได้ หรือจะได้รู้ว่าจะเริ่มเดินจากจุดไหนต่อไป

ล่าสุดไปรัสเซีย เขาก็อยากรู้ว่าประเทศไทยและประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีจุดยืนหรือแนวทางการพัฒนาไปในระเบียบระหว่างประเทศที่กลุ่ม BRICS พยายามสร้างขึ้นอย่างไร ทำไมไทยจึงอยากเข้าร่วมกลุ่ม BRICS และหากเข้าไปแล้วมันจะส่งผลอย่างไรต่อไทย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือระบบระหว่างประเทศ เพราะเขาอยากรู้ว่าไทยหรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีท่าที มุมมอง หรือจุดยืนต่อระเบียบระหว่างประเทศทางเลือกนี้อย่างไร

กรณีแบบนี้เห็นได้จากท่าทีของอินเดียเช่นเดียวกัน ในช่วงที่ผ่านมาโลกได้เห็นยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิกที่เป็นยุทธศาสตร์ด้านการเมืองและความมั่นคงจากประเทศมหาอำนาจต่างๆ นอกจากประเทศมหาอำนาจต่างๆ จะเถียงกันในเชิงยุทธศาสตร์ว่าอินโด-แปซิฟิกจะส่งผลอย่างไรต่อความมั่นคงโลกหรือประเทศต่างๆ ควรดำเนินนโยบายอย่างไร ยังเถียงกันไปอีกว่า "ความคิด" ที่เรียกว่าอินโด-แปซิฟิกมาจากไหน เพราะแม้ว่าอาเบะ ชินโซะ นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นที่เสียชีวิตไปแล้วนั้นจะเป็นคนเริ่มยุทธศาสตร์ที่เรียกว่า "อินโด-แปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้าง" (Free and Open Indo-Pacific) แต่ก็มีการกล่าวว่าจริงๆ แล้วอินเดียต่างหากที่เป็นผู้คิดความคิดดังกล่าว 

อินเดียอยากเสนอวิธีการมองระเบียบระหว่างประเทศในระดับภูมิภาคที่อินเดียจะเป็นผู้นำในแถบอินโด-แปซิฟิก และอยากทำให้ประเทศต่างๆ ได้เข้ามาร่วมกับระเบียบระหว่างประเทศแบบอินเดีย

การแข่งขันกันระหว่างประเทศมหาอำนาจต่างๆ ในการเสนอว่าตนเองเป็นผู้ริเริ่มอะไรบางอย่าง การเสนอระเบียบทางเลือกให้กับโลก การพยายามชักจูงโน้มน้าวในประเทศต่างๆ เลือกทางเลือกใหม่ๆ เป็นการแข่งขันกันที่น่าจับตามอง 

ไทยจะเลือกทางไหน เราจะดำเนินนโยบายต่างประเทศอย่างที่จะอยู่ในระเบียบแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้นทับกันไปมา ระเบียบจะอยู่ทับกันยังไงต่อไป?

บล็อกของ นรุตม์ เจริญศรี

นรุตม์ เจริญศรี
ซานาเอะ ทาคาอิจิ (Sanae Takaichi) เป็นนายกรัฐมนตรีผู้หญิงคนแรกของประเทศญี่ปุ่น การก้าวขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีในประเทศที่สังคมมีความเป็นชายเป็นใหญ่ได้นี้เกิดขึ้นด้วยเหตุผลที่มีปัจจัยและเงื่อนไขที่ลงตัวพอดิบพอดี ก่อนหน้านั้น พรรคเสรีประชาธิปไตย (Liberal Democratic Party: LDP) ของญี่ปุ่นครองอำนาจในรั
นรุตม์ เจริญศรี
การบุกจับตัวมาดูโร ผู้นำของเวเนเซูเอล่าเมื่อวันที่ 3 มกราคน ที่ผ่านมา เป็นการเปิดศักราชใหม่ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนระบบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหลายมิติ ทั้งประเด็นกฎหมายระหว่างประเทศ ประเด็นที่พฤติกรรมนี้กลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ของการที่สหรัฐฯ (หรือรัฐที่เป็นผู้นำ) จะสามารถทำการอะไรก็ได้โดยไม่สนใจกฎห
นรุตม์ เจริญศรี
ปี 2566-2567 ที่ผ่านมา ผมโชคดีที่ได้มีโอกาสไปเข้าร่วมประชุมในเวทีวิชาการที่อินเดียและรัสเซียในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับนโยบายต่างประเทศไทย บทบาทของมหาอำนาจในลุ่มแม่น้ำโขง และในเชิงทฤษฎีที่ถกเถียงกันเกี่ยวกับระเบียบระหว่างประเทศ ตอนที่ผู้เขียนเขาชักชวนให้ไปร่วมประชุมแสดงความเห็นก็มาจากคำถามว่า จากสถ
นรุตม์ เจริญศรี
ไม่ได้เข้ามาเขียนบล็อกมานาน จนลืมไปแล้วว่าเคยมีบล็อกเป็นของตัวเอง แต่เมื่อต้องหาที่เขียนอะไรสักอย่างก็กลับทำมาให้คิดได้ว่าน่าจะมาเขียนที่ตรงนี้ เพราะหลายๆ ครั้งอยากเขียนอะไรสักอย่างที่ไม่เป็นวิชาการและไม่ยาวเกินไป เลยวนกลับมาหาบล็อกนี้ใหม่ดีกว่า
นรุตม์ เจริญศรี
หากใครติดตามวรรณกรรมญี่ปุ่นสมัยใหม่ เนื้อเรื่องภายในก็จะมีเรื่องเกี่ยวกับการกลั่นแกล้งกัน (bully) กันในสังคมเยอะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของนักเรียนในโรงเรียน การกลั่นแกล้งกันมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งทางตรง ทางอ้อม แล้วก็ส่งผลต่อจิตใจของเด็กวัยรุ่นอย่างมาก วรรณกรรมที่ออกมาก็สะท้อนภาพการ
นรุตม์ เจริญศรี
ภายใต้เป้าหมายในการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกันของภูมิภาค (regional connectivity) ในอาเซียนภายใต้ “แผนแม่บทว่าด้วยความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน (Master plan on ASEAN connectivity 2025: MPAC) เป้าหมายและเครื่องมือรวมไปถึงแนวคิดพื้นฐานนั้นตั้งอยู่บนวิธีคิดแบบเน้นตลาดเป็นหลัก (market-oriented app
นรุตม์ เจริญศรี
One of the main issues of 
นรุตม์ เจริญศรี
ผู้เขียนได้มีโอกาสนำเสนอความคิดทางวิชาการในการประชุมร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงเมื่อวันอังคารที่ 3 มีนาคม 2563 และอยากนำเอาประเด็นที่ได้นำเสนอไว้มาเขียนบอกเล่าให้ฟังต่อกัน
นรุตม์ เจริญศรี
การเมืองระหว่างประเทศยังคงเป็นเรื่องของการต่อสู้กันของประเทศมหาอำนาจในการพยายามเข้าไปมีบทบาทและอิทธิพลในมิติต่างๆ ที่ผ่านมา นักวิชาการจำนวนมากได้เห็นปรากฏการณ์ของการที่ประเทศมหาอำนาจอย่างจีนและญี่ปุ่นแข่งขันกันในเอเชีย โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่จะให้ความช่วยเหลือเพื่อพัฒนาระบบการเชื่อมโ
นรุตม์ เจริญศรี
(ไม่เปิดเผยเนื้อหาสาระสำคัญของหนังสือ)
นรุตม์ เจริญศรี
นรุตม์ เจริญศรี