Skip to main content

ท่ามกลางเสียงตะเบ็งเซ็งแซ่จากนักวิชาการสายพันธมิตร, สื่อสายพันธมิตร, 40 สว. ลากตั้งสายพันธมิตร, พรรคการเมืองสายพันธมิตร, นักสิทธิมนุษยชนสายพันธมิตร, คนกลางสายพันธมิตร, คนดีสายพันธมิตร, ตุลาการสายพันธมิตร และอะไรต่อมิอะไรสายพันธมิตรนั้น เราพอจะได้ยินได้อ่านอะไรที่แตกต่างสร้างสรรค์ เป็นถ้อยคำรื่นหูที่ได้ยินแล้วสบายใจอยู่บ้างแม้จะเป็นส่วนน้อยก็ตาม


เสียงส่วนน้อยเหล่านี้ควรค่าแก่การจดจำตอกย้ำหรือเก็บไว้เป็นหลักฐานอ้างอิง เป็นเสียงแห่งความกล้าหาญที่ช่วยดึงรั้งไม่ให้สังคมเตลิดไปกับความหลงผิด เป็นเสียงแห่งเหตุผลและความถูกต้อง เชื่อว่าหลายคนคงผ่านหู ผ่านตามาแล้ว แต่ขอนำเสนอซ้ำอีกครั้งหนึ่ง


1.
ที่น่ายินดีก็คือการพระราชทานสัมภาษณ์แก่นักข่าวต่างประเทศ ของสมเด็จพระเทพ ฯ เมื่อถูกถามว่า “พระองค์เห็นด้วยหรือไม่ที่กลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงกล่าวว่า พวกเขากระทำการในนามของสถาบันกษัตริย์”


"
ข้าพเจ้าไม่คิดเช่นนั้น" พระองค์ตรัสตอบคำถาม "พวกเขาดำเนินการสิ่งต่างๆ เพื่อตัวพวกเขาเอง" (ข่าวสด,12 ตุลาคม พ.. 2551, ปีที่ 18 ฉบับที่ 6527)

http://www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdNakV5TVRBMU1RPT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBd09DMHhNQzB4TWc9PQ==


2.
อาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ นักคิดชื่อดัง แม้จะอัดอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ตามระเบียบปฏิบัติของผู้ไม่นิยมทุน แต่ไม่วายที่จะวิพากษ์พันธมิตรฯ ตรงๆ สะใจพวกฮาร์ดคอร์ว่า


การแสดงออกของพันธมิตรก็เป็นเหมือนกับละครน้ำเน่าอย่างหนึ่ง ต้องตีให้แตก เขาไม่มีทางอื่นที่จะเล่นนอกจากจะต้องเล่นบทนี้ เขาไม่มีทางจะอยู่ได้หรอกครับ นอกจากต้องเล่นบทนี้ไม่งั้นแม่ยกต่างๆ ไม่มีทางเข้าไปหรอก บางคนเอาเงินไปให้เขาเป็นหมื่นเป็นแสน คนเหล่านี้รัก...กันทั้งนั้น แต่พันธมิตรจะรักจริงหรือเปล่าผมไม่แน่ใจ แต่เขาต้องเล่นบทนี้ ถ้าคุณไม่เล่นบทนี้คุณไม่สามารถจะเอาคนชั้นกลางในกรุงเทพฯ ออกมาได้ เพราะคนชั้นกลางตอนนี้มันเบื่อสื่อกระแสหลัก ชนชั้นกลางมันเบื่อ อยู่บ้านมันเหงา ผัวอยู่ห้อง เมียอยู่ห้อง ลูกอยู่ห้อง เล่นแต่คอมพิวเตอร์ ทีวีต่างๆ นี่เล่น เลอะเทอะ มันต้องไปดูของจริง มันก็น้ำเน่าอีกอย่างแต่มันของจริงมากกว่า แล้วที่พันธมิตรทำมา 100 กว่าวัน หรือก่อนหน้านั้น ก่อนที่ที่ทักษิณจะไปคราวที่แล้ว มันก็ไปหาวัฒนธรรมไทยที่ชนชั้นกลางขาด มันเป็นงานวัดครับ ไอ้นี่มันสารพัด มันสนุกครับ มีทั้งอ้อยควั่น โรตี มีทุกอย่างเลยครับ มันสนุก แล้วถ้าเผื่อว่ามี World Cup ฉายหนังฟุตบอลให้เราดูอีก”

http://www.prachatai.com/05web/th/home/14201



3.
ส่วน ม..ณัฐกรณ์ เทวกุล หรือ “คุณปลื้ม” กล่าวในงานเสวนา “วิกฤต และโอกาสประชาธิปไตยไทย” ความตอนหนึ่งว่า


การใช้พระราชอำนาจในราชอาณาจักรไทยนั้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการที่แกนนำพันธมิตรจะตัดสินใจออกมาเพื่อจะผลักดันให้มีรัฐธรรมนูญใหม่เพื่อที่จะเพิ่มหรือลดพระราชอำนาจ


ในส่วนของหัวข้อเดิมที่ตั้งไว้ในเรื่อง “การเมืองใหม่” ของพันธมิตร มีปัญหาคือ คำว่า “การเมืองใหม่” เป็นเพียงวาทะกรรมของกลุ่มคนที่ต้องการจะช่วงชิงจังหวะในปัจจุบันเพื่อร่างรัฐธรรมนูญที่จริงๆ แล้วไม่ได้มีอะไรที่ใหม่เลย"

http://www.prachatai.com/05web/th/home/14162


4.
ส่วนพลตำรวจเอกสล้าง บุนนาค นายตำรวจเก่าซึ่งสร้างผลงานไว้มากมายตอน 6 ตุลา 19 ที่หลายคนคงไม่มีวันลืม มาครั้งนี้ ดูเหมือนเขาจะเปลี่ยนแปลงไป ผลพวงของการแบ่งฝ่ายทำให้เขาต้องเลือกและเขาก็เลือกถูกเสียด้วย มาดูกันอีกครั้งว่าเขาให้สัมภาษณ์ดีขนาดไหน


ถาม : ในกรณีที่ไปแจ้งความระบุชื่อ พล อ.เปรม กับ พล อ.สุรยุทธ์ ด้วยใช่หรือไม่?  
พล...สล้าง : จะไม่ระบุได้ไงล่ะครับ คือผมมันเป็นโรคอยู่อย่าง ใครทำคุณงามความดีเนี่ผมจะสรรเสริญ แล้วถ้าใครทำร้ายประเทศผมไม่เคยให้เครดิต ผมถูกหนังสือพิมพืบิดเบือน เมื่อ 2 วันนี้ ผมบอกเมื่อก่อนตำรวจไม่เคยกล้าทำอะไรเลยเพราะเกรงใจ พล อ.เปรม แต่ตอนนี้เมื่อตำรวจหมดความเกรงใจอะไรก็ง่าย แต่ถ้าสื่อมวลชนไปบิดเบือนว่าผมเกรงใจ พล อ.เปรมนั้นไม่ใช่ทำร้ายประเทศ ขนาดนี้ผมจะเกรงใจได้ไง คุณเป็นใครจะมาทำร้าย แล้วถ้าเปรียบประวัติกันระหว่างท่านกับตำรวจแย่ๆ ท่านแย่กว่า


ถาม : ที่บอกว่ามีกำลังทหารที่มาจากอากาศโยธิน พลร่ม มีแค่ 2 หน่วยนี้หรือว่ามีอีก?

พล...สล้าง : ต้องการจะบอกว่าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเสียสละพระวรกายให้บ้านเมือง แต่คนที่อยู่รอบล้อมพระองค์เป็นคนที่ไม่จงรักภักดี การไปแจ้งความครั้งนี้ได้ระบุชื่อบุคคลทั้งสองไว้แล้ว โดยส่วนตัวเห็นว่า ใครก็ตามที่ทำความดีต้องสรรเสริญ แต่ถ้าใครทำร้ายบ้านเมือง จะไม่ให้เครดิตกับคนนั้น เมื่อก่อนตำรวจขยับหรือทำอะไรไม่ได้ เพราะตำรวจเกรงใจ พล..เปรม แต่ขณะนี้ไม่ใช่ เพราะฉะนั้นไม่มีความเกรงใจแล้ว

http://www.prachatouch.com/content.php?id=11439


5.ทางด้าน เสธแดง ขาบู๊ก็ไม่น้อยหน้า แม้ว่าเขาจะดูแผลง ๆ พิลึกพิลั่น แต่ก็พอมีอะไรเข้าเค้าอยู่บ้างในเรื่องทัศนะเกี่ยวพันธมิตรและการรัฐประหาร เขาบอกว่า


จะเห็นได้ว่า การปฏิวัติเมื่อวันที่ 19 ..ที่ผ่านมา มีกลุ่มเสื้อแดงนปก.บุกกองทัพบก ซึ่งเป็นกำลังมหึมาที่ใหญ่กว่ากลุ่มพันธมิตร นี่คือกลุ่มหนึ่งที่เขาไม่ชอบทหารและหากทหารออกมาปฏิวัติก็มีข่าวว่า เขาเตรียมจะเผารถถัง โดยเอาน้ำมันเบนซินผสมโซล่าใส่ขวดแล้วปาเข้าไป ซึ่งต่างประเทศเขาทำกัน แต่ประเทศไทยยังไม่เคยทำกัน" เสธ.แดงกล่าว เมื่อถามว่าแสดงว่าหากมีปฏิวัติจะถูกต่อต้านโดยกลุ่มนปช. เสธแดงก็กล่าวว่า


ประชาชนไม่พอใจที่ผบ.เหล่าทัพรวม 4 คนแต่งเครื่องแบบเต็มยศมาข่มขู่รัฐบาล จึงมีกระแสข่าวว่าหากทหารออกมาครั้งนี้ จะเผารถถังให้ดู ซึ่งทหารคิดว่าการปฏิวัติโดยใช้กำลังจะไม่ชอบธรรม จึงลองแต่งเครื่องแบบข่มขู่นายกฯ หวังว่านายกฯ จะลาออก แต่ปรากฏว่านายกฯ ไม่ลาออก ขณะนี้ประชาชนมองว่าทหารคิดจะปฏิวัติ ไม่ว่าจะรับใบสั่งใครมาก็ตาม เพื่อไล่รัฐบาล ครั้งที่แล้วที่ทหารปฏิวัติมีคนมอบดอกไม้ให้ แต่ครั้งนี้ถ้าทหารปฏิวัติอีกครั้ง ประชาชนอาจวิ่งมาพร้อมขวดเบียร์ใส่ไฟและปารถถังเข้าไป ซึ่งเหตุการณ์อย่างนี้อันตรายถึงประเทศ ครั้งนี้เป็นครั้งเดียวที่ประชาชนท้าทายว่า หากปฏิวัติจะใช้ระเบิดขวดปาใส่”

http://www.prachatai.com/05web/th/home/14168


6.
ที่น่าสนใจและสร้างกระแสได้มากคือการที่ข้าราชการบำนาญท่านหนึ่งคือ ...สาโรจน์ นนทเศรษฐ อายุ 80 ปี สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประกาศถอนตัวจากการอุทิศร่างกายให้สภากาชาดไทยโทษฐานไร้จรรยาบรรณ


กระผมได้รับทราบข่าวจากสื่อทั้งหลายว่า คณะแพทย์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จะไม่รับตรวจรักษาผู้ที่เป็นตำรวจ ทำให้กระผมรู้สึกตกใจมาก และเกรงว่าการอุทิศร่างกายเพื่อให้นักศึกษาแพทย์หรือแพทย์ได้ทำการศึกษา ตามที่สภากาชาดไทยกล่าวว่าเปรียบเสมือนเป็น "อาจารย์ใหญ่" นั้น อาจถูกปฏิเสธหรือรังเกียจจากคณะนักศึกษาและแพทย์ไม่ยอมรับร่างกายของกระผม ซึ่งเป็นตำรวจไว้ทำการศึกษาก็เป็นได้ ดังนั้น กระผมจึงขอถอนตัวออกจากการอุทิศร่างกายและดวงตาให้กับสภากาชาดไทย เพื่อมิให้เป็นที่รังเกียจของคณะนักศึกษาและแพทย์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ต่อไป พร้อมนี้ได้ส่งบัตรอุทิศร่างกายและดวงตา คืนมาด้วยแล้ว"


http://www.parliament.go.th/news/news_detail.php?prid=167181


7. กลุ่มประชาชนผู้ห่วงใยประเทศไทยซึ่งเป็นการรวมตัวกันหลวม ๆ ของนักกิจกรรม นักเคลื่อนไหวและนักวิชาการออกแถลงการณ์ไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เรียกร้องให้ตรวจสอบการละเมิดสิทธิของกลุ่มพันธมิตร ฯ สำหรับผมแล้ว นี่น่าจะเป็นแถลงการณ์ที่ดีมากที่สุดฉบับหนึ่งท่ามกลางแถลงการณ์มากมายก่ายกอง ตอนหนึ่งของแถลงการณ์ระบุว่า


คณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์ความรุนแรงจากการสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ที่หน้ารัฐสภา โดยมีนายสุรสีห์ โกศลนาวิน เป็นประธานต้องตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนของกลุ่มพันธมิตรที่กระทำต่อตำรวจ รวมไปถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 2 กันยายน 51 ที่ทำให้นายณรงค์ศักดิ์ กอบไธสง เสียชีวิต และการที่กลุ่มพันธมิตร ฯ บิดเบือนข้อมูล คุกคามทำลายชื่อเสียงคนที่คิดต่าง

http://www.prachatai.com/05web/th/home/page2.php?mod=mod_ptcms&ID=14136&Key=HilightNews


8.
เครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรีหรือ “อันเฟรล” (ANFREL) ซึ่งทำงานเกี่ยวกับประชาธิปไตยและการเลือกตั้งในภูมิภาคเอเชียออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ประเทศไทย และคนไทยเดินหน้าแก้ปัญหาทางการเมืองโดยใช้วิถีทางประชาธิปไตย แถลงการณ์ระบุถึงหมอประเวศ วะสี และพลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ที่เชื้อเชิญให้ทหารทำการยึดอำนาจว่าควรจะล้มเลิกความคิดแบบนี้เสีย

http://www.prachatai.com/05web/th/home/page2.php?mod=mod_ptcms&ID=14094&Key=HilightNews


9.
การ์ตูนประชาไท เราคงต้องให้เครดิตเจ้าของคอลัมน์การ์ตูนประชาไทด้วยเช่นกัน ที่นอกจากจะต้านกระแสได้ดีแล้ว ยังมีฝีมืออีกด้วย


http://www.prachatai.com/05web/th/home/#


นอกจากที่เอ่ยมาแล้ว ยังมีอีกหลายเสียง หลายความคิดอ่านที่สร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นทัศนะของนักข่าวต่างประเทศที่อยู่ในเหตุการณ์ 7 ตุลา 51 ตลอดจนชาวเว็บบอร์ดประชาไทที่เอาจริงเอาจังในการต่อต้านพันธมิตรฯ หวังว่าเสียงที่ผมอยากได้ยินเหล่านี้จะดังขึ้นๆ กระทั่งเอาชนะเสียงของพันธมิตรฯ ซึ่งเป็นเสียงของเผด็จการศักดินาที่ไม่ยอมตาย.


บล็อกของ เมธัส บัวชุม

เมธัส บัวชุม
การประท้วงของกลุ่มสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) ภายใต้การนำของ สาวิทย์ แก้วหวาน ผู้ซึ่งเป็นแกนนำสหภาพแรงงาน ฯ เป็นการประท้วงในสไตล์เดียวกับการประท้วงของกลุ่มพันธมิตร นั่นคือเอาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นตัวประกันเพื่อให้ได้ตามความต้องการของตนเอง 
เมธัส บัวชุม
หลังจากอิดออดเพื่อรักษาท่าทีแต่พองามแล้ว “ผู้ร้าย” สองคนก็เปิดตัวเปิดใจกระโจนเข้าสู่วง ”การเมือง” เต็มตัว “ผู้ร้าย” คนแรก
เมธัส บัวชุม
ไม่กี่วันที่ผ่านมา ผมเดินทางไปเยี่ยมเพื่อนในอำเภอเล็ก ๆ แห่งหนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานี นานมาแล้วที่ผมไม่ได้ออกไปไหน เพื่อนพาไปเที่ยวป่าและแวะที่หมู่บ้านเล็ก ๆ ที่แลดูลี้ลับ วังเวงและยากไร้
เมธัส บัวชุม
สังคมไทยเป็นสังคมที่อยู่กับความโง่ มีความโง่เป็นเจ้าเรือน นับวันความโง่ยิ่งแผ่ขยายแพร่กระจายไปราวเชื้อโรค หลายคนโง่โดยสุจริต  คนเหล่านี้น่าเห็นใจ ถูกครอบงำด้วยความไม่รู้  อคติ ความเกลียดชังทำให้ประสิทธิภาพในการคิดเสื่อมถอย สติปัญญาถูกบิดเบือนไป คนประเภทนี้โง่เพราะถูกอคติทำลายจนมืดบอด
เมธัส บัวชุม
  ในระหว่างที่รัฐบาลกำลังรวนเรเพราะความไร้ฝีมือและความเน่าจากภายใน แทนที่จะทุ่มสมองและแรงงานเพื่อกระหนาบกระหน่ำรัฐบาลโจร คนเสื้อแดงเฉดต่าง ๆ ก็กลับใช้โอกาสนี้วิพากษ์วิจารณ์กันรุนแรงกระทั่งแตกออกเป็นสาย
เมธัส บัวชุม
ในโลกโลกาภิวัฒน์ที่มนุษย์กำลังเดินทางไปในอวกาศเพื่อค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกโลก และเตรียมหาที่อยู่บนดาวดวงอื่น ทั้งวิตกกังวลกับโรคระบาดชนิดใหม่ ๆ ซึ่งอาจทำให้มนุษย์ต้องสูญพันธุ์ ประเทศไทยยังคงสนุกสนานเหมือนเด็กเล่นขายของกับการกล่าวหาเรื่องหมิ่นพระบรมเดชานุภาพกระทั่งล้มสถาบันสนุกครับ สนุก
เมธัส บัวชุม
ตื่นเช้าขึ้นมา หากไม่มีอะไรเร่งด่วนต้องทำ ผมจะนั่งเขียนโน่น เขียนนี่พร้อม ๆ กับที่เข้าไปในบอร์ดประชาไท อ่านกระทู้ต่าง ๆ อยู่เงียบ ๆ มานานจนเกือบจะกลายเป็นกิจวัตร (ยกเว้นเสาร์-อาทิตย์) แต่หลังเช้าไปแล้ว ผมก็ทำอย่างอื่น ไม่ได้นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ จึงไม่อาจติดตามความเคลื่อนไหวในบอร์ดประชาไทได้อีก ดังนั้นจึงได้อ่านเพียงบางกระทู้เท่านั้นและล้วนแล้วแต่เป็นการอ่านผ่านๆ ทั้งสิ้น
เมธัส บัวชุม
พักหลัง ผมเข้าไปเยื่ยมชมเว็บไซต์ "ASTVผู้จัดการ" บ่อยครั้ง เพื่ออยากรู้ว่าชาวสีเหลืองหรือกลุ่มพันธมิตรคิดอ่านกันอย่างไร มีนวัตกรรมอะไรบ้างในการทำลายฝ่ายตรงข้าม ศึกษากลวิธีในการเต้าข่าว การใส่ไคล้ การใช้ภาษาของบรรดาคอลัมนิสต์ กระทั่งแวะเข้าไปอ่าน "เรื่องนินทาราวตาเห็น" ของ "ซ้อเจ็ด" ผู้โด่งดัง
เมธัส บัวชุม
หลายวันก่อน ได้อ่านบทความของ นิธิ เอียวศรีวงศ์ เรื่อง “ทางออกจากทักษิณ” (มติชนรายวัน, 20 ก.ค. 52.) บทความนี้มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนอย่างมากเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองของคนเสื้อเหลืองและแดง  เนื้อหาของบทความ นอกจากปัญญาชนรายนี้จะออกตัวให้กลุ่มพันธมิตรหรือเสื้อเหลืองโดยยกระดับความคิด และการกระทำของคนกลุ่มนี้ว่าเกิดจากทัศนะและความเข้าใจในประชาธิปไตยที่แตกต่างจากกลุ่มเสื้อแดงซึ่งทั้งสองกลุ่มล้วนแล้วแต่มีจุดอ่อน  
เมธัส บัวชุม
นานมาแล้ว ที่ผมไม่เคยเจ็บป่วยขนาดต้องไปโรงพยาบาลหรือหาหมอ อย่างมากก็แค่ซื้อยาแก้เจ็บคอมากิน แต่ครั้งนี้เจ็บคอหลายวัน บวกกับอาการมึนหัว เบื่ออาหาร เพลีย และปวดเมื่อยเนื้อตัวอย่างหนักขนาดทาถูสบู่ตามตัวยังรู้สึกปวดไปถึงกระดูก เวลานอนต้องนอนตะแคงอย่างเดียวจะนอนหงายหรือคว่ำไม่ได้เพราะปวดเมื่อย(ขนาดนั้น) ผมจึงตัดสินใจไปโรงพยาบาลแม้จะยังสงสัยอยู่ว่าคิดถูกหรือผิดกันแน่ น่าตกใจพอสมควรที่คนป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่เต็มล้นโรงพยาบาล (แต่แทบไม่มีคนที่อยู่วัยเดียวกับผม) ผมคิดในใจว่าถ้าตนเองเป็นเพียงโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ก็คงจะมารับเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่โรงพยาบาลนี่แหละ…
เมธัส บัวชุม
การล่า 1 ล้านรายชื่อของสามเกลอแห่ง "ความจริงวันนี้" เพื่อถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่อดีตนายก ฯ ทักษิณ ชินวัตร เป็นประเด็นให้คนเสื้อแดงถกเถียงแก้เซ็งไปพลาง ๆ โหมโรงการเคลื่อนไหวครั้งต่อไป มีความคิดเห็นค่อนข้างหลากหลายในหมู่คนเสื้อแดงด้วยกัน ทั้งนี้เพราะคนเสื้อแดงนั้นมีความหลากหลายในตัวเองอยู่แล้ว คือมีตั้งแต่ "แดงอนุรักษ์" ไปจนถึง "แดงถอนรากถอนโคน" ซึ่งลักษณะที่ว่านี้ไม่มีในหมู่คนเสื้อเหลือง
เมธัส บัวชุม
เป็นความคิดที่ดีของกลุ่มคนเสื้อแดงที่มีความพยายามจะ “รื้อฟื้น” วันชาติขึ้น เพราะมันมีความหมายและนัยสำคัญต่อประชาธิปไตยและการเมืองไทยอย่างมาก วันชาติเป็นผลพวงของการยึดอำนาจของคณะราษฎรเพื่อเปลี่ยนประเทศไทยสู่ระบอบการปกครองแบบใหม่ที่ให้ความสำคัญกับเสียงและความคิดเห็นของประชาชน ภายใต้หลักนิติรัฐที่ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเสมอกัน