ความจำเป็นของสงครามกลางเมือง

13 January, 2010 - 07:47 -- maythas

ผมค่อนข้างแปลกใจที่สังคมไทยยังไม่เกิดสงครามกลางเมืองขึ้น ว่าที่จริงสงกรานต์เลือดเมื่อปีกลายที่ผ่านมา เป็นโอกาสเหมาะไม่น้อยสำหรับการเกิดสงครามกลางเมืองซึ่งอาจจะจบลงด้วยการทำลายพลังประชาชนรากหญ้าและคนชั้นกลางฝ่ายก้าวหน้าลงอย่างย่อยยับ จนยากที่จะฟื้นกลับคืนมาใหม่ หรืออาจเป็นไปในทางกลับกันก็ได้หากประชาชนได้รับชัยชนะคือระบอบประชาธิปไตยจะขยับไปข้างหน้าอย่างก้าวกระโดด อำนาจของอำมาตย์จะถูกจำกัดวง พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด?

\
เหตุที่นึกถึงสงครามกลางเมืองนั้นไม่ใช่เพราะผมเป็นพวกฮาร์ดคอร์หรือนิยมชมชอบความรุนแรง เพียงแต่เห็นว่าไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้วที่จะ ”เคลียร์” ปัญหาที่คาราคาซัง ความคับข้องหมองใจที่สะสมอยู่ในอก ความไม่เท่าเทียมในการบังคับใช้กฏหมายกระทั่งภาวะไม่มีขื่อมีแปให้หมดสิ้นไปได้


หลังรัฐประหาร 19 กันยา 49 เป็นที่ปรากฏชัดว่าความอยุติธรรมในแบบที่เปิดเผยโจ่งแจ้งเกิดขึ้นในทุกระดับ ทั้งระดับบุคคล เช่นโทษภัยที่เกิดขึ้นกับ นวมทอง ไพรวัลย์, ดา ตอร์ปิโด, สุวิชา ท่าค้อ สุชาติ นาคบางไทร ฯลฯ ตลอดจนระดับสถาบันหรือองค์กรทางสังคมการเมืองที่เลือกข้างให้คุณให้โทษอย่างชัดเจน เช่น ปปช. หรือกกต. ที่คลอดออกมาจากมดลูกคมช. โดยผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมไม่อาจตอบโต้หรือทำอะไรได้เลย


ไม่มีมนุษย์หน้าไหนที่จะอดทนกับการถูกขืนใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า, สิทธิของประชาชนถูกเพิกถอนโดยการยุบพรรคการเมืองที่สังกัด การบังคับใช้กฏหมายอย่างเอาเป็นเอาตายกับคนบางกลุ่ม แต่ละเว้นพวกเดียวกันอย่างหน้าด้าน ๆ โหมกระหน่ำด้วยการโกหกและโฆษณาชวนเชื่อไม่เว้นแต่ละวันผ่านสื่อต่าง ๆ โดยเฉพาะสื่อของรัฐอย่างช่องหอยม่วงซึ่งคอยแต่ให้ร้ายป้ายสีคนเสื้อแดงราวกับเป็นพลเมืองชั้นสอง ฯลฯ เหล่านี้ล้วนสะสมเป็นความคับแค้นที่รอวันระเบิดออก และการระเบิดออกก็มีเพียงผลลัพธ์เดียว


ในขณะเดียวกันเราคงต้องยอมรับว่าไม่มีหลักการสูงสุด หรือเทพเจ้าหน้าไหนให้คนทุกฝ่ายยึดถือร่วมกันได้อีกแล้ว มันจบสิ้นแล้วสำหรับเทววิทยาทางการเมืองแบบเก่า ผู้คนตาสว่างรู้เช่นเห็นชาติ เลิกกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์จอมปลอมแต่หันไปหาอะไรก็ตามที่บันดาลให้ชีวิตดีขึ้นได้จริง ๆ


หลักการสูงสุดอย่างรัฐธรรมนูญนั้นเป็นเพียงเครื่องมือที่ขาดความศักดิ์สิทธิมาแต่ไหนแต่ไร ไม่ว่าจะร่างด้วยทหารหรือร่างด้วยนักวิชาการ ดังนั้นจึงถูกล้มล้างเสียได้ง่าย ๆ ส่วนผู้หลักผู้ใหญ่ก็ล้วนแล้วแต่น่าสงสัยระแวง หาความเชื่อถืออันใดไม่ได้ทั้งสิ้น รายชื่ออย่าง ส.ศิวรักษ์, ประเวศ วะสี, เสน่ห์ จามริก นั้นต้องส่ายหัวด้วยความหน่ายใจ


นอกจากนั้นแล้ว ประสบการณ์ที่ผ่านมาก็บอกให้รู้ว่าไม่มีทางพูดดี ๆ กับเหล่าอำมาตย์หรือพวกผู้ดีลิ้นสองแฉกได้ หลายคนโดนมาแล้ว บางคนไม่เข็ดหลาบ บางคนหวังลม ๆ แล้ง ๆ ที่จริงแล้วพวกอำมาตย์นั้นเหี้ยมโหด ไม่ต่อรอง เอาแต่ได้ และดูแคลนผู้อื่น


หลายคนบอกว่าความแตกต่างขัดแย้งเป็นเรื่องธรรมดา ต้องแก้ปัญหาด้วยหนทางแห่งสันติ


แน่นอนว่าความแตกต่างขัดแย้งเป็นเรื่องธรรมดา แต่ความแตกต่างขัดแย้งที่เป็นมาหลังการยึดอำนาจ 19 กันยา 49 นั้นไม่อาจเรียกว่าธรรมดาได้เลย การเลือกปฏิบัติ การเลือกข้าง ไม่เห็นหัวประชาชน การใส่ไคล้ ไม่อาจจะเรียกว่าธรรมดาได้


ส่วนสันติวิธีนั้นเป็นที่ชัดเจนแล้วว่าใช้ไม่ได้สำหรับสถานการณ์ในสังคมไทยซึ่งไร้หลักการ ไร้มาตรฐานและมีความเป็นชนชั้นที่อำพรางซ่อนรูปไว้ สันติวิธีซึ่งต้องอดทนและทอดเวลาออกไปนานไม่รู้จบนั้นเป็นประโยชน์แก่ฝ่ายที่กุมอำนาจรัฐหรือฝ่ายที่ได้เปรียบเท่านั้น


สันติวิธีไม่ใช่ยาครอบจักรวาลที่จะรักษาได้ทุกโรค หากแต่ใช้ได้ในบางเรื่อง บางสถานการณ์เท่านั้น หลายปีที่ผ่านมาการชุมนุมของคนเสื้อแดงอย่าง “สันติวิธี” แทบไม่ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองแต่อย่างใดเพราะไม่ส่งผลอะไรต่อกลไกทางการเมือง ตรงกันข้าม การใช้ความรุนแรง มีกองกำลังติดอาวุธแบบพันธมิตร สร้างปัญหาให้คนอื่นเดือดร้อนอย่างการปิดสนามบินของพันธมิตรกลับได้รับการสนองตอบอย่างรวดเร็วทันใจ


ว่าที่จริงสันติวิธีนั้นเป็นเรื่องของคนชั้นกลางที่กลัวการตายโหง ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงอย่างถึงรากถึงโคนเพราะกลัวกระทบกับชีวิตความเป็นอยู่ที่สุขสบาย ดังนั้นเราจึงได้ยินอยู่เสมอถึงคำขู่ที่ว่าจะเกิดการ “นองเลือด” ขึ้นหากไม่ทำอย่างนั้น ไม่ทำอย่างนี้ เราจึงต้องผ่านเรื่องของสันติวิธีเพื่อที่จะหาหนทางใหม่ในการเปลี่ยนแปลง


ในสภาวะเช่นนี้ หนทางแห่งความรุนแรงเป็นทางเดียวเท่านั้นที่เหลืออยู่ ความรุนแรงเท่านั้นที่จะถอนรากถอนโคนเหล่าอำมาตย์และทำให้ทุกอย่างกลับมาเท่าเทียมกันในฐานะมนุษย์ที่รู้ร้อนรู้หนาวได้


ระบอบประชาธิปไตยมีราคาที่ต้องจ่าย ยิ่งอยากได้มาเร็วก็ยิ่งต้องจ่ายมาก ของดีล้วนแล้วแต่มีราคาแพง แม้ไม่ปรารถนาแต่สงครามกลางเมืองเป็นสิ่งจำเป็น ถ้าไม่ชนะ ก็คิดเสียว่าตายเสียดีกว่าอยู่.

 

 

ความเห็น

Submitted by Basenji on

มันเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดของคณะราษฎร์
โอกาสครั้งใหม่นั้นยากยิ่งนัก

เขาทุ่มเทวางรากฐานกันมายาวนานและแน่นหนา
การวางรากฐานนั้นยังคงดำเนินต่อไปในทุกวงการ

เราจะพังทะลายรากฐานได้อย่างไร ?

Submitted by ชาวบ้าน on

จะรีบไปถึงใหนครับ
เพาะถั่วงอกด้วยน้ำร้อนยังต้องรอเลย

ใจเย็นๆแล้วทำตัวเองให้เป็นนักประชาธิปไตยที่ดีเสียก่อน
แล้วค่อยคิดก้าวต่อไปที่มันเข้ากับคนทั้งประเทศได้จริงๆ

ว่ากันจริงๆแล้วผมยังไม่เคยเห็นประชาธิปไตยจริงๆในประเทศใหนเลย
ความเท่าเทียมกันทางสังคมก็ไม่มีจริงในทางปฏิบัติ

ที่แน่ๆก็ ปลาใหญ่ กินปลาเล็ก เหมือนกันหมดทั้งโลกนั่นแหละ ของจริง....

Submitted by Basenji on

ผู้คนจำนวนมาก
ยังคงตกเป็นเหยื่อของปฏิบัติการ "Wag the Dog"

เมื่อมีสิ่งเลวร้ายอุบัติขึ้น
เขามีวิธิการหันเหความสนใจ
ให้ผู้คนเปลี่ยนเป้าหมายไป
แล้วผู้คนก็ลืมสิ่งเลวร้ายนั้นไป
ทั้งๆที่เป้าหมายที่เปลี่ยนไปนั้น
มันอาจจะไม่ใช่เรื่องจริง

ก่อนนักการเมืองจะขึ้นสู่อำนาจเขาต้องทำโพลล์ว่าประชาชนต้องการอะไร ?

ก่อนหน้าปฏิบัติการ "Wag the Dog" จะเริ่มขึ้น
เขาก็ทำโพลล์ว่าประชาชนยังมีความนิยมอยู่ไหม ?
มันเป็นโพลล์ในอีกลักษณะหนึ่ง ไม่ใช่สวนดุสิตโพลล์ ไ่ม่ใช่เอแบคโพลล์
แต่มันก็ตรวจวัดจำนวนได้เหมือนกัน และอาจแม่นยำกว่าด้วย
เมื่อแน่ใจว่าคะแนนนิยมยังสูงอยู่
ปฏิบัติการ "Wag the Dog" จึงเริ่มต้นขึ้น

สิ่งเลวร้ายที่อุบัติขึ้นก่อนหน้านั้นคืออะไร ?

Submitted by คนโบราณ on

ความอยุติธรรมในสังคมไทยมันมีมานานแล้วไม่ใช่เพิ่งมาเกิดขึ้นหลัง19กันยา49ไม่ว่าใครขึ้นมาเป็นรัฐบาลก็มักจะใช้อำนาจที่มีอยู่ทำลายฝ่ายตรงข้ามเสมอนี่คือความเป็นจริงที่เกิดขึ้นกับสังคมไทยเราความยุติธรรมมันไม่มีหรอกบนโลกใบนี้มันมีแค่คำว่าพอใจหรือไม่พอใจแค่นั้นเองหากคุณพอใจก็บอกว่ายุติธรรมแต่หากสิ่งใดที่คุณไม่พอใจก็จะบอกว่าไม่ยุติธรรม

Submitted by ป. on

เสื้อแดงแต่เดิมมีนับจำนวนได้
ต่อมาความจริงค่อย ๆเปิดเผย
ทั้งจากรับรู้มาและรับรู้เอง
เสื้อแดงจึงขยายตัวมากขึ้น
แม้ไม่จากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสี่ จากสี่เป็นแปด.........
แต่จากหนึ่งเป็นสอง สองเป็นสาม สามเป็นสี่ .....
จนเป็นหมื่น แสน หลายแสน ล้าน......
จำนวนของเสื้อแดงน่าจะทวีคูณ ตรีคูณ จตุคูณ
กับความอยุติธรรม ความไร้คุณธรรม ความสองมาตรฐาน
ของบรรดาผู้เฒ่าแลสมุนที่คุมอำนาจ
มีอำนาจแต่ไร้คุณธรรม เท่ากับผลักดันให้เสื้อแดงขยายวง
จากชุมชน หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด ไปถึงต่างแดนทั่วโลก
แน่นอนเหล็กกล้าย่อมแข็งแกร่ง
แต่สนิมมักเกิดแต่เนื้อในเหล็ก

ถ้ายังกระหยิ่มยิ้มย่องว่า
มั่นคงปานภูผา มิอาจถูกทำลายได้
ก็ลองคิดถึงซากอิฐซากปูนตามแหล่งอารยธรรมโบราณ ๆดูเถอะ
มั่นคงสักกี่เพลากันเชียว
ศึกมาประชิดตัวต้องรีบเผ่นหนีไปอยู่นอกประเทศเมื่อใด
ระวังจะนุ่งกางเกงลิงไม่ทันนะจ๊ะผู้เฒ่า
จะบอกให้ควัง

Submitted by คนโบราณ on

คนส่วนมากตอนที่ยากจนก็ยากมีเงินเมื่อเวลามีเงินแล้วก็อยากมีอำนาจก็จะทำทุกอย่างเพื่อตัวเองจะได้มีอำนาจแต่คนส่วนมากเมื่อได้อำนาจมาแล้วก็มักจะกลายเป็นพวกบ้าอำนาจจากคนดีกลายร่างเป็นคนชั่วไปเลยก็มี

Submitted by นกสีเหลือง on

ก่อนที่จะออกมาพูดว่าคนอืนไม่ดีลองสำรวจตัวคุณเองก่อนว่าคุณเป็นคนดีหรือยัง

ไดอารี่เล่มแดง : ยุบสภาคือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ง่ายที่สุด

มหาชนสีแดงยื่นบันไดแห่งการยุบสภาให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปีนลงมาอย่างง่าย ๆ ชนิดที่บัวไม่ให้ช้ำ น้ำไม่ให้ขุ่น แต่ไม่เป็นผลอะไร ด้วยโมหะจริต นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ ดึงดันจะอยู่ในตำแหน่งต่อไปแม้ว่าจะต้องทำอะไรที่เสียเกียรติความเป็นผู้นำไปมากก็ตาม

คลื่นสีแดง


การเคลื่อนพลของคนเสื้อแดงทั้งแผ่นดินน่าตื่นตาตื่นใจและอลังการสมการรอคอย แม้ว่าการมาทางเรือจะผิดจากความคาดหวังอยู่มากก็ตาม ผมยืนรอชมขบวนเรือของคนเสื้อแดงบนสะพานกรุงธนนานกว่า 3 ชั่วโมงพร้อมกับแดงคนอื่น ๆ เต็มสะพาน โบกไม้โบกมือ ไชโยโห่ร้องกับคนเสื้อแดงที่ขับรถผ่านไปมา

เราจะอยู่ในสังคมนี้ได้อย่างไร

แม้ผลการตัดสินคดียึดทรัพย์เป็นสิ่งที่คาดการณ์ได้อยู่แล้ว แต่คนเสื้อแดงหลายคนยังรู้สึกเจ็บปวด บางคนถึงขั้นหลั่งน้ำตาทั้งที่เงินนั้นไม่ใช่เงินของตนเอง พวกอำมาตย์ พรรคประชาธิปัตย์และคนเสื้อเหลืองไม่มีทางเข้าใจได้เลยว่าที่คนเสื้อแดงหลั่งน้ำตานั้นไม่ใช่เพราะเสียดายเงินของอดีตนายก ฯ ทักษิณ  ชินวัตร ที่ถูกยึดไปอย่างไม่เป็นธรรม แต่เป็นเพราะรู้สึกเจ็บปวดที่ตนเองทำอะไรไม่ได้เมื่อเห็นความอยุติธรรมบังเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาครั้งแล้วครั้งเล่า

ปฏิวัติไพร่

24 February, 2010 - 00:00 -- maythas

ไม่ว่าผลการตัดสินคดียึดทรัพย์ (ปล้นทรัพย์อย่างถูกกฎหมาย) ที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ ของอดีตนายก ฯ ทักษิณ ชินวัตร จะออกมาเป็นอย่างไร การลุกฮือของคนเสื้อแดงก็ยังคงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้


เสื้อแดงจำนวนไม่น้อยอาจไม่ได้ยี่หระเลยกับทรัพย์สินของอดีตนายก ฯ ทักษิณ ชินวัตรเพราะนั่นเป็นราคาที่อดีตนายก ฯ ต้องจ่ายสำหรับการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตย หลายคนจะได้เรียนรู้ว่าประชาธิปไตยนั้นถ้าไม่จ่ายด้วยเลือดและชีวิตก็ต้องจ่ายด้วยทรัพย์สินแสนแพง

อยากให้มีรัฐประหาร

5 February, 2010 - 23:14 -- maythas

 

เมื่อความขัดแย้งระหว่างฝักฝ่ายต่าง ๆ เขม็งเกลียวแน่นใกล้ถึงจุดวิกฤติ ข่าวเกี่ยวกับการทำรัฐประหารก็ลอยมาจากทางโน้นทางนี้เป็นระยะ น่าเชื่อบ้าง ไม่น่าเชื่อบ้าง ราวกับว่ารัฐประหารเป็นทางออกเดียวในการจัดการปัญหา