ประชาไทเป็นสื่ออิสระที่ไม่ได้มีทุนหนา มีอุปกรณ์แบบสื่อที่มีทุนใหญ่น้อยคอยสนับสนุน การนำเสนอข่าวของประชาไทแม้จะมองว่าถูกเป็นสื่อ NGO เพราะเสนอแต่ข่าวชาวบ้าน คนที่เดือดร้อนจากการพัฒนาแบบไม่เห็นคนเป็นศูนย์กลาง หรือการรังแกประชาชน แต่สำหรับคนที่ติดตามเรื่องมุมมองที่ไม่ถูกควบคุมโดยกระแสข่าวและนายทุนนั้นสำคัญมากๆ ข่าวของประชาไทจึงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามเสมอ
ผมตามข่าวผ่านประชาไทเพราะส่วนหนึ่งเป็นแวดวงที่เติบโตมาด้วยกันในโลกของนักกิจกรรม การเติบโตของสื่ออิสระ เป็นหลักประกันว่าเราจะไม่ถูกโน้มน้าวด้วยกระแสสังคมที่เพลิดเพลินไปกับละครที่ถูกสร้าง และตัวละครที่ออกมาสร้างกระแสเพื่อความโด่งดังและเรียกคะแนนนิยมทั้งจากความชื่นชอบและเกลียดชัง
ในช่วงที่กระแสความเกลียดชังคนเสื้อแดง นปช และทักษิณ ชินวัตร รวมกระทั่งยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ประชาไท ยืนหยัดสื่อสารกับคนทั่วไปตลอด
ในช่วงที่คนเกลียดทักษิณ และด่ายิ่งลักษณ์ ประชาไทยังเสนอข่าวอีกด้าน ผมมักจะแชร์ข่าวประชาไทให้เพื่อนสมัยเรียน แต่เพื่อนจำนวนหนึ่งกลับมองว่าเป็นสื่อล้มเจ้า เมื่อผมเริ่มเขียนบล็อกให้ประชาไท เพื่อนหลายคนถอยห่างจากผม พอๆ กับที่เส้นทางชีวิตและมิตรภาพของพวกเราที่เดินไปสู่คนละบทสนทนา
ในช่วงกระแสลุกฮือของคนหนุ่มสาว ประชาไทก็ยืนหยัดเสนอข่าวในที่ชุมนุม จนถึงช่วงที่มีกลุ่มทะลุแก๊ส ประชาไทยังคงเสนอข่าวต่อเนื่อง รวมทั้งข่าวเสื้อแดงและถุูกคุมขังด้วยคดีต่างๆ จนบางคนหลุดคดีหรือพ้นโทษออกมาแล้ว ก็ยังรู้ผ่านประชาไท
หลายปีก่อน ใครที่ร่วมขั้วอำนาจรัฐต่างได้ดี ทวงส่วนแบ่งกันตามสมควร บางคนยังธำรงนิสัยความเก่งกาจในการผันเปลี่ยนสีตามอำนาจ บางคนอกหักต้องกลืนกินดอกผลที่เคยกักตุนเอาไว้ รอวันเอาคืน
ขณะที่คนเล็กคนน้อยที่ใช้ศักดิ์ศรีและชีวิตเป็นเดิมพัน เมื่อพรรคการเมืองที่เขารักและเทิดทูนกลับมาเป็นรัฐบาล ชีวิตของพวกเขาก็ค่อยๆ ปลิดปลิวไปตามสายลม บางคนยังสรรเสริญ เข้าร่วมกับฝ่ายอำนาจรัฐ ตรงไป ตรงมา บางคนก่นด่า เป็นธรรมชาติของการเมือง
ส่วนพวกเรากลับมามุมของตัวเอง ทำงานตามอาชีพตามหน้าที่ของพวกเราเหมือนเดิม บางคนก็ค่อยๆ หายไปเงียบๆ ร่วงหล่นหายไปตามเวลา
ถึงวันนี้ ประชาไทผ่านมาสองทศวรรษ มีคนหมุนเวียนเปลี่ยนหน้ากันมา ทั้งที่เป็นนักศึกษาฝึกงาน ทั้งที่เป็นนักข่าว แล้วไปเติบโตในที่ต่างๆ
ผมเชื่อมั่นว่าเราต้องมีสื่ออิสระที่เข้มแข็งมากขึ้น เป็นกระจกส่องด้านที่สังคมมองไม่เห็น หรือไม่ให้ความสนใจ
ขอให้ประชาไทเติบโตต่อไปและมีคนรุ่นใหม่ๆ เข้ามา และส่งพวกเขาไปเติบโตในที่ต่างๆ อย่างที่เป็นมา
ขอบคุณที่มีประชาไท
ป.ล. ผมเขียนบล็อกให้ประชาไทครั้งแรกวันที่ 5 พฤศจิกายน 2012 รวมถึงวันนี้ก็เลย 12 ปีมานิดหน่อย
บล็อกของ บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
ประชาไทเป็นสื่ออิสระที่ไม่ได้มีทุนหนา มีอุปกรณ์แบบสื่อที่มีทุนใหญ่น้อยคอยสนับสนุน การนำเสนอข่าวของประชาไทแม้จะมองว่าถูกเป็นสื่อ NGO เพราะเสนอแต่ข่าวชาวบ้าน คนที่เดือดร้อนจากการพัฒนาแบบไม่เห็นคนเป็นศูนย์กลาง หรือการรังแกประชาชน แต่สำหรับคนที่ติดตามเรื่องมุมมองที่ไม่ถูกควบคุมโดยกร
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
หลายปีก่อนโลกตะวันตกต่างพากันแห่ "สะสม" ผลงานของศิลปินจีน หวังกวงอี้ (Wang Guangyi) เป็นศิลปินจีนที่สำรวจความเป็นไปได้ในการนำภาพยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการมาตีความใหม่ จากนั้นเขาเริ่มสำรวจความเป็นไปได้ในการทำความเข้าใน grid ของการเขียนภาพสมัยใหม่
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
วันนี้ (31 พฤษภาคม) เป็นวันที่ 17 นับจากวันเลือกตั้งจบลง โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งยังมีเวลาเหลืออีก กว่า 43 วัน ที่จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างน้อย ร้อยละ 95 ของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบเขตและบัญชีรายชื่อ เพื่อให่้ระบอบการเมืองเดินไปอย่างต่อเนื่องและไม่ขาดต
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
ช่วงที่พ่อแม่มาอยู่ด้วย ผมจะพาพ่อแม่ไปเที่ยวใกล้บ้าง ไกลบ้าง เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง เพราะการพาคนแก่มาอยู่เมืองที่ไม่มีเพื่อนฝูงที่สนิทกันคงไม่ใช่เรื่องสนุกอาทิตย์ก่อนก็ขับออกไปพุทธมลฑลแล้วไปพระปฐมเจดีย์ วกออกไปทางบ้านแพ้ว ออกมาพระรามสอง ก็เจอรถติดยาว ในสั
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
บทความนี้เขียนเร็วๆ จากบทสนทนาในไลน์กลุ่มที่ผู้เขียนเป็นสมาชิก เพื่อตอบคำถามสองส่วน ส่วนแรกคือเสถียรภาพทางการเมืองขึ้นอยู่กับความได้สัดส่วนระหว่างขีดความสามารถของรัฐกับความคาดหวังจากสังคม ส่วนที่สองคือรัฐกำลังทำผิดรัฐธรรมนูญขึ้นเรื่อยๆ
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
เมื่อเช้ายังงัวเงียอยู่ (เพราะนอนดึก) มิตรสหายในไลน์กลุ่มก็ชวนคุยว่า จะเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีไปทำไม่ ดูอย่างอเมริกาสิ ขนาดเปลี่ยนทรัมป์ออกไปเป็นโจ ไบเด็น ถึงวันนี้คนยังติดโควิดสูง แม้กระทั่งในทำเนียบขาว ผมเลยชวนดีเบตว่าเอาไหม ในที่สุด บทสนทนาก็มาถึงจุดที่ว่า เราไม่ควรเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
คนเราจะวัดความเป็นรัฐบุรุษที่แท้ได้ก็เมื่อวิกฤตการณ์มาถึง แล้วเขาสนองตอบต่อวิกฤตการณ์นั้นอย่างไร