ยูอิ อุเอฮาระ โชคชะตาของเอวีหน้าเหมือนดาราดัง

โดย ฮิโตมิกูฉะดะ

ยูอิ อุเอฮาระ โชคชะตาของเอวีหน้าเหมือนดาราดัง

เห็นข่าวที่ทำให้หนุ่มๆ ทั่วญี่ปุ่น(รวมถึงในไทย)ใจสลายเมื่อไม่กี่วันก่อน นั่นคือการประกาศแต่งงานระหว่างดาราสาวสวยขวัญใจคนญี่ปุ่นอย่าง ยูอิ อารางากิ หรือ งักกี้ กับศิลปินหนุ่มชื่อดัง เก็น โฮชิโนะ(ไอ้แว่นมึง !) เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2564 หลังจากทั้งคู่พบกันอีกครั้งในการเล่นภาคพิเศษของซีรี่์ส์เรื่องดังในชื่อว่า We married as a Job: New Year's Special ที่ออกอากาศเมื่อต้นปีนี้ ก่อนจะสานสัมพันธ์กลายเป็นความรัก และลงเอยด้วยการร่วมหอลงโรงกันตามข่าว ก็เลยทำให้นึกถึงดาราเอวีคนหนึ่งที่ถูกคัดสรรมาเพื่อรับกระแสความดังของงักกี้ในช่วงที่กำลังเป็นดาวรุ่งในวงการบันเทิงญี่ปุ่น มีผลงานโฆษณา และละครเข้ามาไม่ขาด หญิงสาวคนนั้นใช้ชื่อในการเปิดตัวว่า ยูอิ อุเอฮาระ(Yui Uehara-上原志織 )

ชื่อนี้ไปพ้องกับชื่อตัวละครตำรวจสาวในมังงะเรื่อง ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน แต่แน่นอนว่าแม้จะคัดสรรบุคลิกหน้าตาให้เหมือนกับดาราดัง แต่ครั้นจะใช้ชื่อให้ใกล้เคียงกันมากๆ ก็อาจจะพาซวยเอาเปล่าๆ สาวสวยหน้าตาน่ารักจากจังหวัดนีงะตะ ตานิด จมูกหน่อย มีเสน่ห์ยิ่งเมื่อเธอยิ้ม กับผิวขาว รูปร่างเล็กเพรียวบางกับความสูง 156 เซนติเมตร เกิดวันที่ 10 ตุลาคม 1989 เปิดตัวกับค่าย Max-A เมื่อมิถุนายน ปี 2010 โดยทางค่ายเองก็โฆษณาในผลงานแจ้งเกิดเลยว่าจงใจให้คนดูคิดว่าเป็นดาราคนนั้นว่า "ดาราหน้าใหม่ที่คล้ายดาราสาวที่กำลังโด่งดังจากโฆษณาป๊อ_กี้(งักกี้ดังจากโฆษณาตัวหนึ่งของขนมยี่ห้อนี้) เดบิวต์กับ Max-A ! และหน้าตาเหมือนเธอสุดๆ !"

เอกลักษณ์ดังกล่าวสร้างความฮือฮาให้ในตอนเปิดตัว แม้ความเป็นจริงเธอจะไม่ได้เหมือนกับดาราสาวคนดังกล่าวขนาดนั้น(นอกจากใบหน้าที่เหมือนกันบางมุม งักกี้ยังสูงถึง 169 เซนติเมตร) แต่ทางค่ายเองก็พยายามเน้นย้ำจุดขายดังกล่าวด้วยการให้เธอแสดงบทบาทที่ต้องยิ้ม และหัวเราะอยู่ตลอด สวมเครื่องแต่งกายเลียนแบบ เช่น ชุดแดงแบบเดียวกับในโฆษณาขนม

ถ้าว่ากันตามจริง หากไม่นับความหน้าคล้าย ยูอิ อุเอฮาระ จัดเป็นดาราเอวีที่มีเสน่ห์ในตัวเองพอสมควร รวมถึงการแสดงที่มีพัฒนาการดีขึ้นตามลำดับ โดยเฉพาะหลังจากพ้นกรอบการสร้างภาพเมื่อมีผลงานผ่านไปได้ 5-6 เรื่อง ฉาก[ทางเพศ]และแสดงอารมณ์ความใคร่ทางสีหน้าแววตา และร่างกายจัดว่าร้อนแรงกว่าเดิม และถ่ายทอดออกมาได้ดี

แต่ก็น่าเสียดายที่ในยุคดังกล่าวดาราเอวียังไม่ได้เลือกใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียจนมีที่ทางของตนเองเหมือนปัจจุบัน หรือถึงมีก็ตาม การสร้างจุดขายให้หน้าเหมือนกับใครบางคน ก็อาจกลายเป็นการตีกรอบให้เธอไม่อาจสื่อสารความเป็นตัวของเธอเองได้เต็มที่ก็เป็นได้

หลังจากอยู่กับ Max-A จนอิ่มตัว ถึงปี 2011 ก็เหมือนจุดอิ่มตัวเธอย้ายไปอยู่กับหลายค่ายตั้งแต่ SOD Create, Prestige ตามด้วย Moodyz, และ Attackers

ปี 2013 หลังจากรับงานที่วางจำหน่ายเดือนละเรื่อง เธอก็ออกจากเอเจนซี่ค่ายเดิมอย่าง T-Powers รับงานอิสระหลากหลายขึ้นโดยยังใช้ชื่อ ยูอิ อุเอฮาระ แต่เปลี่ยนตัวสะกด(上原志織) ขณะเดียวกันก็รับงานในชื่อว่า ชิโอริ อุเอฮาระ ซึ่งนอกจากจะเล่นให้กับหลายค่ายแล้ว ในช่วงปีดังกล่าวเธอยังแสดงผลงานแบบอันเซ็นเซอร์ด้วยกับหลายค่าย Catwalk Poison, S-Model ก่อนราวปี 2014 เธอจะค่อยๆ หายไปเงียบๆ

ภาพลักษณ์ของงักกี้ยังคงเป็นจุดขายของเธอในหนัง[ไม่มีโมเสค] ที่ในช่วงเริ่มฉากสัมภาษณ์ ก็ยังให้เธอยิ้มและหัวเราะแบบสมัยเปิดตัว ขณะเดียวกันในตอนนั้นซีรี่ส์เรื่อง Legal High ของงักกี้กำลังดัง ก็มีหนังอันเซ็นเซอร์จากค่าย Red Hot ที่ให้เธอต้องแต่งตัวเลียนแบบทนายความตามบทบาทเรื่องนั้นเช่นกัน

ในปี 2016 เธอกลับมากับเอเจนซี่ค่ายใหม่คือ KRONE ในชื่อว่า ชิโอริ อุเอฮาระ โดยมีการไลฟ์สดแนะนำตัวผ่านแอพ TOKYO247 ด้วยใบหน้าที่มีอายุขึ้น ขนาดหน้าอกที่เสริมขึ้นมาอีกหน่อย รูปร่างที่เริ่มอวบอัดขึ้นตามวัย รับงานแสดงบทย่อย และค่ายเล็กๆ เสียส่วนใหญ่ ก่อนจะหายไปอีกครั้ง

กรณีของ ยูอิ อุเอฮาระ นับว่ายังโชคดีกว่าดาราเอวีหน้าเหมือนหลายคน ที่ถูกเลือกมาและชื่อเสียงตกอย่างรวดเร็วตามกระแสวงการบันเทิงที่ผันผวน ปีหนึ่งอาจดังเปรี้ยงปร้าง ปีต่อมาอาจไม่ได้มีชื่อเสียงเท่าเดิม ดาราเอวีคนนั้นก็ไร้ตัวตนถูกให้รับบทแรงขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะลาวงการไปเงียบๆ หรือบางคนก็อาจไม่มีผลงานต่ออีกเลย ขณะที่ดาราที่เธอละม้ายคล้ายคลึงอย่าง ยูอิ อารางากิ ยังรักษาชื่อเสียงได้ตลอดทุกปี บวกรวมกับเสน่ห์ส่วนตัวของเธอด้วย ทำให้ตัวเธอเองยังมีโอกาสแสดงผลงานต่อไป

นอกญี่ปุ่น ยูอิ อุเอฮาระ มีชื่อเสียงไม่น้อย ในไทยเองมีคนติดตามผลงานเธอทั้งช่วงหลังๆ และตอนที่กลับมาพอสมควร หรือแม้แต่เว๊บบอร์ดต่างประเทศอื่นๆ ก็มักถามถึงผลงานเธอในระยะหลังเช่นกัน แต่ก็หลังปี 2018 เป็นต้นมาก็ไม่มีวี่แววใดๆ

มันอาจเป็นชะตาของดาราเอวีหน้าเหมือนดาราดัง ที่เมื่อไม่อาจเผยตัวตนแสดงความเป็นตัวเอง เรื่องราวของเธอก็เงียบหายไปตามกาลเวลา เช่นเดียวกับอายุในอาชีพนี้ที่มีระยะของมัน หากค้นประวัติจากชื่อเธอเราอาจพบในสังกัดของสถาน[บันเทิง]ชื่อดังของญี่ปุ่นอยู่ช่วงหนึ่งเท่านั้นเอง

ข้อมูลจาก

Waras_i

minnano-a_

pla_no1

พิศวาสความรู้คู่กามารมณ์

Flesh Market หนังพิงค์ฟิล์มเรื่องแรกของญี่ปุ่น

โดย ฮิโตมิโตกูฉะดะ

หากจะนับว่าหนังเรื่องไหนได้รับการยกให้เป็นหนังอีโรติก หรือพิงค์ฟิล์มเรื่องแรกของญี่ปุ่น คำตอบคือผลงานของ ซาโตรุ โคบายาชิ ในปี 1962 ที่ชื่อว่า 肉体の市場(Nikutai no Ichiba) หรือ Flesh Market ที่อาจตั้งชื่อไทยได้ว่า "ตลาดโลกีย์"