Skip to main content

หนึ่ง ::

รั ฐ ส ภา แ ห่ ง ม หา ป ระ ชา ช น ส ยา ม
นั่ งจิบดื่ม น้ำข้าวกล้องงอก ณ ใต้ถุนสูง บ้านไม้ชายทุ่ง ต.หนองจ๊อม อ. สันทราย ดินแดนข บ ถ พ ญา ผา บ
แห่งล้านนาอิสระเชียงใหม่ในอดีต

เสียงนกนานาชนิดร้องเพลงขับกล่อม สายลมทิศใต้โชยพัดมา ที่นี่ท้องฟ้าเปิดกว้าง มองเห็นได้รอบทุกทิศ

...
ภูเขา และ ทะเลเมฆ งามตา ด้วยอารมณ์ฉ่ำบาน จึงอยากเขียนเรื่องการเมืองแลกเปลี่ยนกับท่านผู้อ่านอีกคราหนึ่ง
ให้ชื่นฉ่ำบานไปด้วย

ต้ อ ง ยอมรับว่า นับตั้งแต่การปฏิวัติ 2475 โดยคณะราษฏร์มาจนถึงปัจจุบันนี้มี * ควา ม ขั ด แ ย้ งเรื่อยมา และนับวันยิ่งรุนแรง สลับซับซ้อนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ... สีของเสื้อ , ระบบเผด็จการพลเรือนรัฐสภาทุนนิยมสามานย์สุดโต่ง(ต้องเรียกันแบบนี้แม้จะอ้างว่ามาจากการเลือกตั้ง! ) , ระบบเผด็จการศักดินาอมาตยาธิปไตยจอมปลอม , หรือระบบเผด็จการฟัสซิสม์ท๊อปบูททหาร ฯลฯ

เรา มิต้องการให้มีความขัดแย้งที่งี่เง่า (หรือขัดแย้งให้น้อยลง) ไม่อยากให้ประชาชนสยามประเทศสมมุติต้องเกลียดชัง เข่นฆ่ากัน เราเสียเลือดเนื้อชีวิตมามากมายหลายคราแล้วอย่างน่าเศร้าสลดหดหู่ ฯลฯ ข้าฯ จึงขอเสนอทางเลือกหนึ่ง ว่าด้วยเรื่อง " การเมืองใหม่" ( โอ้ ลัลลลาลล์ กรุณาโปรดอย่าพึ่งเบือนหน้าหนี ถ่มถุย หรือเข้าใจผิด เพราะการเมืองใหม่ที่ข้าฯคิดนี้ มิใช่ตรงกับที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เสนอดอก หรือเราจะเรียกการเมืองใหม่นี้ว่า... " การเมืองที่ก้าวหน้า " ก็ไม่ผิด คือ ...

( 1 )

ถ้าเป็นการเมืองในระบบรัฐสภา ฉันเสนอให้มีทั้งการเลือกตั้ง และการแต่งตั้ง (โปรดอย่าเพิ่งบืนปากเพราะทั้งนี้มันไม่เหมือนกะ การแต่งตั้งดังที่ผ่านๆมา)

...
การเมืองใหม่นี้ เราอาจใช้อัตราส่วน 50 ต่อ 50 เปอร์เซนต์ ก็ได้หรือ 60 ต่อ 40 หรือ 40 ต่อ 60 ก็ได้ สมมุติเลือกตั้งทางตรง 50 % แต่งตั้งโดยภาคประชาชน ก็ต้อง 50 %

- - -
สำหรับ ภา ค ป ระ ชา ช น การแต่งตั้งต้องไม่ให้มาจาก ชนชั้นปกครอง รัฐบาล ชนชั้นศักดินาอมาตยาธิปไตย
หรือพวกข้าราชการชั้นสูงดังที่ผ่านๆมา แต่ จะต้อง แ ต่ ง ตั้ งมาจาก กกลุ่มประชาชนต่างๆในสยามปประเทศนี้เท่านั้น !
ไมว่าจะเป็นประชาชนชนชั้นวณิพก ขอทาน หญิงบริการ คนจนหมอนหมิ่น คนพิการ กระเทย เกย์ ตู๊ด ทอม ดี้ คนสลัม คนหาเช้ากินค่ำ ชาวประมง กรรกร ชาวนา คนต่ำต้อยที่ถูกหยามหมิ่น (ทำไมเขาจึงต่ำต้อยวะ คร๊าบ ? ) พ่อค้า แม่ขาย พนักงาน คนทำมาหากินเรื่องผับ บาร์ หรือ จะเป็นตัวแทนกลุ่ม กวี ศิลปิน นักคิด นักเขียน ฯลฯ ก็ได้ (ถ้าหากต้องการเป็น ) ฯลฯ

- - -
ประชาชนกลุ่มชนสยามเหล่านี้ จะเลือกตั้งตัวแทนในหมู่ของพวกเขาเอง รัฐและคนอื่นๆ อย่ามา ".ใส่เกือก" ยุ่งก็แล้วกัน ...แล้วเขาจะส่งตัวแทนของพวกเขาเข้าไปนั่งในรัฐสภาผู้แทนอันทรงเกียรติ (เวลาพวกส.. อภิปราย เกริ่นเรื่องทรงเกียรตินี้ ท่านผู้อ่านอยากจะอ๊วกและขากถุยส์ บ้างไหมคะร๊าบ ? ) อย่างสง่าผ่าเผย เทียมเท่ากับ ประดา ส.. และ ส.. ในส่วนที่ซื้อเสียงมานั่งสลัวสลอนทั้งหลาย ฯลฯ

นี้ คือ การเมืองใหม่ในระบบรัฐสภา การเมืองใหม่แบบนี้เท่านั้น จึงจะเรียกว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเมืองใหม่
...
การเมืองที่ก้าวหน้า

( 2 )


ในส่วนการเมืองภาคประชาชนในสยามประเทศ ไมว่าจะเป็นชนชั้นผู้ถูกกดขี่
... รากเหง้า รากหญ้า และผู้รักความเป็นธรรมทั้งหลาย ฯลฯ ก็ต้องดำเนินการเคลื่อนไหวต่อไป มิให้รัฐบาล รัฐสภามาผูกขาด ลักไก่ออกกฏหมายมาทำลายทรัพยากรธรรมชาติ

รากเหง้าวิถีชีวิตของมหาประชาชนชาวสยาม และโปรดจดจำไว้ให้ดี ... พ วก อวิ ช ชา ความคิดทุนนิยมโลกาวินาศสามานย์สุดโต่ง และพวกอภิสิทธิชนเผด็จการทุกสายพันธุ์ ฯลฯ โปรดจำและเข้าใจไว้ให้ดีว่าประชาชนชาวสยามที่บรรลุธรรม เขาช่วยปกป้องคุ้มกลาหัว พวกเธอ และ ลูก หลาน เหลน โหลน หลีด ลี้ ฯลฯ

ในอนาคตของพวกเธอผู้อวิชชา ในอนาคต ตวย โลกร้อนขึ้นทุกทีแล้วเน้อ พวกมนุษย์อวิชชาที่นับถือวัตถุเงินตราเป็นพระเจ้าองค์ใหม่ทั้งหลาย !

กา ร เ มื อ ง ภา ค ป ระ ชา ชน ทุกกลุ่ม ทุกองค์กรพึงประสานหนุนช่วยกัน (รวมทั้งผสานกับตัวแทนที่มาจากการเลือกตั้ง การแต่งตั้ง ตลอดจนข้าราชการผู้มีจิตสำนึกรักความถูกต้องเป็นธรรม ตลอดจนผู้รักธรรมทั้งปวง ฯลฯ ) ร่วมต่อสู้ด้วยกันทุกเครือข่าย ทุกองค์กร ฯลฯ ลีลาการต่อสู้ ก็มีทั้ง ... มีกระบวนท่า ไร้กระบวนท่า ฯลฯ กำหนดยุทธศาสตร์ - ยุทธวิธีให้สอดคล้องกับความเป็นจริงของสังคมที่ดำรงอยู่ ต่อสู้ทุกรูปแบบทั้งแยกหมู่ - แยกกันตี - รวมกันตี ฯลฯ ตั้งฐานที่มั่นของตัวเองให้มั่น ( ตัวอย่างรูปธรรม เช่น กรณีพี่น้องบ่อนอก - หินกรูด ประจวบฯ ที่รวมกันต้านโรงไฟฟ้า, พี่น้องชาวเชียงของ - เชียงราย ต้านประเทศสังคมนิยมคอมมิวนิสต์จอมปลอม "จีน" ที่จะมาระเบิด เกาะ แก่ง ลำน้ำ ของ - โขง , พี่น้องชาวสะเอียบ แพร่ ต่อต้านการจะสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น, หรือพี่น้องมุสลิมบ้านครัว ต่อต้านการสร้างทางด่วนตัดหัวใจพี่น้อง ฯลฯ ดังนั้น ภาคประชาชนจึงหนีไม่พ้นที่จะต้องสำแดงพลัง รวมหมู่ ชุมนุม เดินขบวน สู้ทั้ง ใต้ดิน บนดิน ทุกกระบวนท่า ฯลฯ

สอง ::

ถา ม ใ จ เ ธ อ ผู้ ง ด งา ม ?

- - -
กา ร เ มื อ ง ใ ห ม่ ... กา ร เ มื อ ง ที่ ก้า ว ห น้าแบบนี้จะเป็นไปได้หรือไม่ ? ... นอกจากขึ้นอยู่กับประชาชนชาวสยามแล้วก็อาจขึ้นอยู่กับท่านพวกกลุ่มเผด็จการอภิสิทธิชนทุกสายพันธุ์ ตลอดจนกลุ่มการเมืองหลากสีสันทั้งหลาย ฯลฯ ที่ได้เอ่ยมาข้างต้นว่า พวกท่านจะหาญกล้ายอมรับใน version แบบนี้ไหม ? ที่พวกท่านเองปากก็พร่ำบ่นโหยหาประชาธิปไตยที่แท้จริง ! ( วาทกรรม ..ประชาธิปไตยแบบไทยๆ ที่เอามาหลอกกันนั้น ไสส่ง โยนทิ้งลงนำครำ น้ำเน่าไปเถิดประชาธิปไตยที่แท้จริง ต้องแกงกินได้ กินอิ่ม นอนอุ่น(ใจ) เคารพในสิทธิแห่งความเป็นมนุษย์โดยเท่าเทียมกัน เอื้ออาทรต่อกัน ฯลฯ

- - -
แบบนี้ยอมรับได้ไหม? ถามใจจิตวิญญาณแห่งเธอผู้โหยหาประชาธิปไตยที่แท้จริง!!!

- - -
แต่ถ้าไม่ยอมรับ ก็ ต้องขึ้นอยู่กับ มั น ส ม อ ง มื อ ตี น ใ จ ของม ว ล มหา ป ระ ชา ช น ชา ว ส ยา ม ที่พึงต้อง ไ ข ว่ ค ว้า เ อา เ อ ง !!!

* หมายเหตุ : ถึ ง อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งนี้ เป็นระยะผ่านช่วงหนึ่งของประวัติศาสตร์ทางการเมืองของประชาชนสยาม และ มนุษยชาติที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณกาลแล้ว ความขัดแย้งย่อมนำไปสู่การพัฒนา โลก สังคม ชีวิต ให้ดีขึ้น ฯลฯ ความขัดแย้งอาจมีการ ห ลั่ ง เ ลื อ ดกันบ้าง(ซึ่งเราเองก็ไม่ต้องการเห็นความสลด หดหู่ใจ เช่นนี้ ) หากคู่ขัดแย้งคิดว่า เป็น ศั ต รู กัน ... แต่ถ้ามนุษย์ได้อ่าน ได้รับฟัง ข้อคิด ปรัชญา ศาสนา ที่ดีงาม ฯลฯ ก็อาจจะทำให้จิตวิญญาณมนุษย์ เกิด บ ร ร ลุ ธ ร ร ม ได้ เลิก ยึดมั่น ถือมั่น ในกิเลศ ตัณหา โลภ โกรธ หลง อหังการ์ (ในทางที่ไม่ถูกต้อง) รู้จักปลดปล่อยวาง รู้ว่าจะไปเป็นศัตรูกันไปทำไม? เมื่อเราเป็นเพื่อนร่วมโลก เกิด แก่ เจ็บ ตาย เดียวกัน ดำรงอยู่ในโลก เอก ภพ จักรวาล เฉกกัน

...
เมื่อคิดเช่นนี้ได้
มนุษย์ก็จักเป็นมิตรสหายกัน
ความขัดแย้งก็จะกลายเป็นความขัดแย้งในหมู่ มิ ต ร
มนุษย์ก็ยิ่งจะช่วยกันคิดค้น พัฒนา สร้างสรรค์ สังคม โลก ชีวิต ฯลฯ ให้งดงามยิ่งๆขึ้นไป เมื่อ มนุษย์ หันหน้ามา โอบกอด จุมพิต กัน

...
แต่ ตราบใดที่ยังมีมนุษย์อวิชชาผู้ ก ด ขี่ ขู ด รี ด เอารัดเอาเปรียบเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
ตราบนั้น มนุษย์ ก็มิอาจจัก โอบกอด จุมพิต กันได้ และ แน่นอน ตราบนั้น ค วา ม รั ก ค วา ม สา มั ค คี ค วา ม ส มา น ฉั น ท์ก็มิมีวันเกิดขึ้น เ ป็ น จ ริ ง ไ ด้ โ ด ย เ ด็ ด ขา ด !!!

--------------------------------------------------

เขียนต่อจากครั้งก่อน ที่ดูสื่อสารไม่ชัดเจนนัก ก็เลยถูกถล่ม แต่ครานี้ ก็ถล่มข้าพระพุทธเจ้าได้ กรุณาท่านผู้อ่านช่วยติติง วิพากษ์วิจารณ์ได้เต็มที่  จักเป็นพระคุณยิ่ง , คับ

 



 

บล็อกของ แสงดาว ศรัทธามั่น

แสงดาว ศรัทธามั่น
ฉั น นั่งคุยกับ อ. เปี๊ยก(เพื่อนร่วมชีวิตกับสุดสะแนน) ใต้ร่มต้นมะปราง ลิ้นจี่ ลำใย ฯลฯ ณ ร้าน - บ้าน "สุดสะแนน" ฉั นมักมาพำนักที่นี่เสมอด้วยความกรุณาของผองเพื่อนพีน้องสุดสะแนน ดังที่ฉั น เคยเขียนว่า ที่นี่เป็นป่าในเมือง รายล้อมด้วย ตึก คอนโด เกสต์เฮ้าส์ ฯลฯไก่ชนรูปร่างสง่างามคุ้ยเขี่ยหาอาหารใต้ร่มไม้กะ อ.เปี๊ยก ที่ผูกเปลนอนใต้ร่มไม้ ไก่ชนตัวนี้รอดชีวิตมาได้ เพื่อนๆจะเอาไปต้มกิน แต่ "อ.คิง" เอามาที่สุดสะแนน ก่อนที่เพื่อนๆจากเชียงของ, เชียงราย จะมาบ้าน "อ้ายต้อม และ พี่กบ" ที่สันทรายแม่โจ้, เชียงใหม่....เพื่อนๆ จากเชียงของคือผู้ที่ปกป้องรักษารากเหง้าวิถีชีวิตให้กับโลก แผ่นดิน…
แสงดาว ศรัทธามั่น
เ ดื อ น - ดา ว งามแจ่มฟ้าลาวัณย์แ ร ม - เรืองรองพลันบรรเจิดจ้าป ระ กา ย - เดือนดาวแห่งคืนวันดับวูบ แล้วเฮยเ รื อ ง - เรื่อเหลืองอร่ามแล้วอาบโลก งามนิรันดร์ ฯน้ อ ง ชา ย....ยินข่าวเจ้ากลับคืนสู่ผืนดินข่าวคราวจากผองเพื่อนแห่งล้านนาฉัน งงงวย และใจหายต่อมา... เริ่มเข้าสู่ห้วงภวังค์จิตสมาธิ* " ต ถา ตา .... มันเป็นไปเช่นนั้นเอง "
แสงดาว ศรัทธามั่น
(1) ธ ร ร ม ชา ติบ่า ยในห้วงฤดูฝนนี้ ณ "สุดสะแนน"ฟ้าครื้มเมฆ ใบไม้ไม่ไหวติง ผีเสื้อยังคงเริงรำร่อนดูดดื่มเกสรดอกไม้ ไก่แจ้บางตัวคุ้ยเขี่ยหาอาหาร บางตัวก็พักผ่อนไซร้ขนนอนหลับ แม่ไก่ที่นี่มีสามสี่ครอก งดงามนักน่าขำและงดงามไก่แจ้ครอกหนึ่งมีแม่สองตัวช่วยกันเลี้ยง ถาม "อ้ายฮวก"เจ้าของร้านสุดสะแนนเธอบอกว่า "แม่ไก่สองตัวช่วยกันฝัก" งดงามมากเลย... ผีเสื้อสีน้ำเงินบินมาเกาะที่แก้วน้ำฉันฉันนั่งอยู่ใต้ร่มไม้มะม่วงอันร่มรื่น มดแดงมาเกาะที่แขนฉันฉันค่อยๆจับเขาไปปล่อยเกาะที่ร่มมะม่วง
แสงดาว ศรัทธามั่น
 (1)พรรษาราตรีพรรษาฤดูฉันนั่ง ณ ลานโล่งกว้างแห่งเมืองใหญ่ยามราตรีนี้ทุ่งฟ้าดูมิสดใสด้วยเมฆฝนทว่า...เป็นครรลองของธรรมชาติที่เป็นไปเช่นนั้นเอง“ตถาตา”
แสงดาว ศรัทธามั่น
( 1 ) พ ลิ้ ว โ ผ แ ล โ อ บ ก อ ดอรุณรุ่ง ฉันนั่งใต้ร่มไม้มะม่วง ณ ที่นี่มีต้นไม้พันธุ์ไม้หลากหลาย ฯลฯทั้งไม้ดอก ไม้แดก ( หมานถึงกินได้ ) เช่น มะม่วง มะปราง ลิ้นจี่ตาขบ ฯลฯ ที่นี่ ถือว่า เป็นป่าในเมือง มีความร่มรื่น มี นก หนูแมลง กระรอก ผีเสื้อ แมลงปอ กบ เขียด ปาด อึ่งอ่างคางคก และไก่แจ้ ฯลฯ ขณะฉันเดินออกกำลังกาย รับแสงตะวันยามเช้าไก่แจ้หลายตัวก็เริงรำย่ำย่างมาหาฉัน ฉันรู้ว่าเขาต้องการอะไรฉันรีบเดินไปเอาข้าวสาร ณ บ้าน - ร้านนี้ มาโปรยปรายให้พวกเธอบ้ า น - ร้านนี้ล้อมรอบไปด้วย ตึก คอนโด ด้านทิศตะวันออก กำลังสร้าง ตึก คอนโด ฉันคำนวณความสูงไม่ต่ำกว่าสิบชั้น...โอ้ ...นกกระจอกมาแล้ว…
แสงดาว ศรัทธามั่น
*1  เรียวนิ้ว บรรเลง เพลง บลูส์ กีร์ต้า     เรียวปาก พริ้ม ฮาร์โมนิการ์ขับขาน*2  กลอง บองโก้ บรรเลง เพลงรัก ฉ่ำชื่นบาน     โอบกอดโลก สุข สราญย์เบิกบาน ชีวี     สาก มือ นิ้ว ด้าน  ด้าน เหนี่ยว ไกปืน      ผงาดยืน สาดกระสุนใส่ ในทุกที่ *3  ระเบิดบาป กระสุนบ้า ณ เพลานี้      ถล่มโลก ให้ป่นปี้ ด้วย ไ ฟ ส ง ค ร า ม*4   เธอ “ผิวปากเป็นบทเพลงแห่งความคิดถึง”      เพราะรักจึงจิตวิญญาณ – หัวใจ มิอาจห้าม     …
แสงดาว ศรัทธามั่น
Up fighting together for "FRIEND OF BURMA" and give power heart hug for.......FRIEND SENDING  STRENGTH TO NAGIS VICTIMS"พ ลั ง ใ จและโอบกอดแด่การ ลุ ก ขึ้ น สู้ของพี่น้องชนเผ่า และป ระ ชา ช น ชา วพ ม่า (มิใช่ชนชั้นปกครองรัฐบาลเผด็จการทหารฟัสซิสม์มิยันม่าร์) และพี่น้องที่ถูกพายุนากิส โหมซัดกระหน่ำทำให้ต้องตายนับแสนๆ คนและสูญหายอักนับหมื่นคน******
แสงดาว ศรัทธามั่น
ภาพประกอบจาก http://www.flickr.com/photos/poakpong/2301645201/  ..... เ พ ลง ROCK ผสานเพลง เ ร ก เ ก้"บอบมาเล่ย์" and WE CAN PLAY พริ้งผ่องใสทั้ง ไทย - สากล - ลูกทุ่ง ...COUNTRY SIDEทั้ง เพลง ฉ่ อ ย ชื่นฉ่ำไล้ เพลง ร อ ง เ ง็ งเพลง ลำ เพ ลิ น เพลง จ๊ อย ซ อเพลง ป ว่า เ ก อ ญ อ พลิ้วบรรเลงเพลง รั ก โ ล ก เฉิดเชวงคือ บทเพลง แห่ ง รั ก อั น งด งา ม !!!For Humanity friend on Earth ... We Love Y ou !!!!คิมหันตฤดู, 22 เมษายน 2551"สุดสะแนน", ล้านนาอิสระ , เจียงใหม่
แสงดาว ศรัทธามั่น
* @ " ปุ๋ ย ... นั น ท โ ช ติ  ชั ย รั ต น์ "เพื่อนแจ่มชัด สู้เพื่อโลก - ประชาชนได้สุขสันต์พริ้มบทเพลงกล่อมเห่เป็นนิรันดร์พลิ้วเพลงฝันกล่อมโลก กล่อมชีวี- - - ชั่วชีวาแห่งเธอแกร่งกล้างามเสมอนั้นเหลือที่คุณค่า คงมั่น หยัดยืน ณ ปฐพีร่วม " ลุ ก ขึ้ น สู้ " เพื่อพี่น้องผู้ถูกกดขี่ ... ประชาชน... เ ธ อ มี จิ ตวิ ญ ญา ณ สะอาดสดใสงา ม ด ว ง ใ จ เ จิ ด จ้าแจ่มเหลือล้นแห่งเพื่อนพี่น้อง " ส มั ช ชา ค น จ น "เพื่อ ผู้ทุกข์ทน ทุกข์ยาก ได้กำ ชั ย !!!... พริ้ มตาหลับลงเถิด เพื่อนแก้วเอ๋ยสายลมโชยพัดรำเพย อวยพรให้ผีเสื้อ แมลงปอ แล ดอกไม้โ ล ก เ อ กภ พ จั ก ร วาล ฉ่ำไล้ โอบกอด เ ธ อ** จิ ต วิ ญญา ณ- เ ธ…
แสงดาว ศรัทธามั่น
"ท่าน ค า ลิ ล ยิ บ ร า น "คือหนึ่งในมหาปราชญ์กวีแห่งโลกหล้าปลุกปลอบเพื่อนมนุษยชาติให้งดงามจิตวิญญาณ์หลอมคุณค่าชีวีโลกให้ ฉ่ำ บา น !
แสงดาว ศรัทธามั่น
*** "มองดูความจริงซีพี่ น้องผองเพื่อน"มองดูแล้วย้ำเตือนคนหนุ่มสาวโลกร้อนแล้งเลวร้ายเนิ่นนานยาวทั้งเหน็บหนาวปวดร้าวทุกคราวครั้ง
แสงดาว ศรัทธามั่น
@ - - - ป รา ก ฏ กา ร ณ์ธรรมชาติดูเหี้ยมโหดเกรี้ยวกราดโกรธทำลายไปทั่วดิน ฟ้า อากาศ ดูน่าสะพรึงกลัวแตกตัว เติบใหญ่ ไปทุกที่ลูกเอ๋ย... แม่ก็รู้ ลูกเจ็บปวดร้าวรวด ทุกข์ทรมาน เหลือที่ก็ แ ม่ ก็ อยู่ ของ แ ม่ อยู่ ดี ดีแล้ว ลู ก อัปรีย์ ไยมาย่ำยีกดขี่ข่มเหง แ ม่ ทำ ไม ?แ ม่ เองก็เจ็บปวดรวดร้าวนักเหน็บหนาว รุ่มร้อนประจักษ์ เจ็บป่วยไข้ไฉนเล่ามาเฆี่ยนโบยตี มาสุมไฟรุกไล่ ทำลาย ล้างผลาญเจ้า ลู ก ริ ยำ เอ๋ย ...ไย เ ธ อ ไม่รู้ ?อวิชชาพรั่งพรูกรูกลบหมดสิ้นโลภ โกรธ หลง เมามัว เข่นฆ่าแ ผ่ น ดิ นพังภินท์ไปหมดทั่วเอกภพ จักรวาลลูกหลานเอ๋ย ... แ ม่ก็ปวดเจ็บ ...หนาวเหน็บเมื่อม า ร ลู ก มาล้างผลาญหยุดเถิดยังมิสาย…