@ ใ น ห้ ว ง ฤ ดู ฝ น บ่ายวันนี้ ณ “ บ้าน - ร้าน สุดสะแนนผับ ท้องฟ้าครื้มเมฆ ใบไม้ไม่ พลิกพลิ้ว ผีเสื้อ แมงปอ ยังคงเริงรำร่อน ดูดดื่มเกสรดอกไม้ … ไก่แจ้บางตัว คุ้ยเขี่ยหาอาหาร แม่ไก่ที่นี่ มีอยู่ สาม สี่ คอก งดงามนัก … ผีเสื้อสีน้ำเงินบินมาเกาะที่แก้วน้ำฉัน ฉัน นั่งอยู่ใต้ร่มไม้มะม่วงอันร่มรื่น มดแดงใต่ขึ้นมาเกาะที่แขนฉัน ฉันค่อยๆ จับเขาไปปล่อยเกาะที่ต้นมะม่วง
- - - จำบทกลอนดอกสร้อยนี้ได้ไหม? ในสมัยที่รุ่นเราเรียนชั้นมัธยมต้นรุ่นยุค ซิกซ์ตี้
“ ก เ อ๋ย ก ไก่ … เลี้ยงลูกจนใหญ่ ไม่มีนมให้ลูกกิน ลูกร้อง เจ๊ยบ เจ๊ยบ แม่ก็คุ้ยเขี่ยให้ลูกกิน … ทำมาหากิน ตามประสา ไก่ เอย ” ลูกไก่แจ้ตัวกระจิดริดเพิ่งเกิดใหม่ ร้อง เจี๊ยบ เจี๊ยบ… แม่ไก่ก็ คุ้ยเขี่ยดินหญ้า ให้ลูกกิน ภาพดูงดงามน่ารักมาก … ในขณะที่ บนต้นไม้ นกน้อยๆยังคงร้องเพลงให้เราฟัง
. . . อีก มุมหนึ่ง ณ ใต้ ร่มไม้มะปรางค์ “ ครู ตุ๊กตา ” ( เพื่อนชีวิตของ “อ้ายฮวก – สุดสะแนน ” หรือ “ อรุณรุ่ง สัตย์สวี ” กวี ศิลปิน นักเขียน คนเพลง ฯลฯ ) ครู ตุ๊ก กำลังสอนศิลปะให้เด็กน้อย ลูกของพี่ๆ …
- - - หนู “ วาดฟ้า ” ลูกสาวของ “ พี่จิ๋ว ” ( “ วรา ลักษณา ” … นามปากกาของเธอ) และของ อ้าย “ เหี่ยว … เดโช ชัยทัพ ” Key Man ใหญ่ อีกคนหนึ่งแห่งองค์กร พัฒนา เอกชนภาคเหนือ
- - - หนู “ ใบพลู ” ลูกสาวของ อ้าย “ พัฒน์ ” ศิลปิน นักดนตรีรุ่นกลางเก๋า แห่ง วงดนตรีสุดสะแนน
- - - หนู “ ปราง ” ลูกสาวของ “แม่ฝน ”
- - - หนู “ มายา ” ลูกสาวของ “ อ้ายน้อย … อัคนี มูลเมฆ ” และ “น้องแดง ” ภริยา แต่วันนี้หนู “มายา” ไม่ได้มาเพราะป่วย … “ อ้าย น้อย อัคนี มูลเมฆ ” เป็นกวี นักคิด นักเขียน นักกิจกรรมทางสังคม และเป็นนักแปล เขาเคยแปล หนังสือที่เขียนถึง “ บ๊อบ มาเล่ย์ ” ราชาเพลง จังหวะเรกเก้อันโด่งดังที่ได้สิ้นลมหายใจไปแล้ว อ้ายน้อยตั้งชื่อหนังสือที่แปลว่า “ บ๊อบ มาเล่ย์ ศาสดาขบถ ” เป็นหนังสือขายดีสำหรับคอ เรกเก้ ( ฉันมักจะ ดัดแปลงชื่อคน หรือชื่อต่างๆ เล่นๆ เสมอ เวลา พวกเรานั่งร่วมวงไพบูลย์ ยามด่ำดื่มน้ำมังสะวิรัติสนุกสนานกัน ฉัน แหย่ชื่อหนังสือแปลของอ้ายน้อย ว่า “ บ๊อบ เมาเละ สาดโซดา สบถ ” ก็หัวเราะครื้นเครงกัน )… เป็นที่น่าสังเกตว่า ชื่อของ ลูกสาว ลูกชาย ของ กวี ศิลปิน นักคิด นักเขียน และ ฯลฯ มักจะตั้งชื่อลูกสวยๆงามๆ มีความหมายในตัว … ส่วน ฉัน เมื่อเมียตั้งท้อง ฉัน ตั้งชื่อล่วงหน้า ไว้ในใจแล้ว ว่าถ้าลูกเกิดมาเป็นผู้ชาย จะตั้งชื่อว่า “ตะวันแดง ” ช่วงนั้น เป็นสหายในเมืองทำงานเคลื่อนไหวใน “ เขตขาว ” ในเมือง (คนที่เคลื่อนไหวในป่า เขาเรียกว่า “เขตแดง ” ) เรียกได้ว่า เป็นประเภท … ของขึ้น แดงแจ๋ … ว่างั้นเถอะ ประเภทว่า พวกเรา “ เดินทางภายใต้ดวงตะวันสีแดง ” จากชื่อบทเพลงในเขตป่าเขา …แต่พอ ลูกเกิดมาเป็น ผู้หญิง ก็เลย ตั้งชื่อลูกว่า “ ทานตะวัน ” หมายถึงดอกทานตะวัน ที่ เบ่งบานรับแสงตะวันอันเจิดจ้า… และตั้งชื่อเล่นให้ลูกสาวเป็นคำเมือง คำล้านนาอิสระ ว่า “ ตาน ” หมายถึงการทำทาน ทำบุญทำทาน อยากให้ลูกเป็นคนใจบุญสุนทาน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ผู้อื่น ฯลฯ
- - - ในอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องตั้งชื่อลูกนั้น … ฉัน ตั้งชื่อไปเลย ไม่ มากเรื่อง ตั้งชื่อตามที่ตัวเอง ต้องการ ฉันไม่ไปขอให้พระตั้งชื่อให้ ไม่ดูชื่อตัวอักษรที่เขาว่าเป็นกาลกิณี ที่ต้องตั้งชื่อให้สมพงษ์กับวัน เดือน ปี เกิด ฉันไม่ถือ ไม่เชื่อในเรื่องนี้ แต่ก็ไม่ดูแคลนคนที่เชื่อในเรื่องนี้ ถือว่าเป็นสิทธิของปัจเจกชนที่เราต้องเคารพ … ลูกเรา ตอนเป็นเด็กเล็ก ย่อมมีการเจ็บไข้ได้ป่วยบ่อย เรื่อง ทอนซิลอักเสบเนี่ย เป็นบ่อยทีเดียว ต้องพาไปหาหมอ หรือลูกไข้เล็กๆน้อยๆก็พาไปหาหมอลูกเดียว คุณพ่อคุณแม่มือใหม่หัดเลี้ยงดูนี่ ทั้งๆที่ต้องให้ลูกกินน้ำบ่อยๆ ให้ความอบอุ่นร่างกาย ไปหาหมอคุณหมอก็ให้ยามากินนั่นแหละ จนลูกแพ้ยา ลูกชัก ฉันก็พาไปโรงพยาบาล หมอก็ให้ฝ่ายเช็คสมองเช็ค เจ้าหน้าที่เช็ค เห็นกร๊าฟวิ่งขึ้นลง ขึ้นลง ก็สรุปว่า ลูกฉันเป็นลมบ้าหมู ที่แท้ลูกแพ้ยานั่นเอง กรรมเวรของพวกมือใหม่หัดขับ
. . . เอาอีกเรื่องหนึ่ง ลูกไม่สบายบ่อย ร้องไห้ทุกคืน แม่อุ๊ย (ยาย) ของฉัน ท่านรักเป็นห่วง ท่านก็ให้ น้าของท่าน มา ทำการแกว่งข้าวให้ลูก จุดเทียน พึมพำ แกว่งข้าวเหนียวที่ผูกด้ายไว้ และบอกทำนองว่าพ่อเกิดแม่เกิดมาตามหา เป็นห่วง เพราะฉันตั้งชื่อลูกไม่ตรงตาม โฉลก ไม่สมพงษ์ ให้เปลี่ยนชื่อใหม่ ให้เปลี่ยนชื่อเป็น “ วันเพ็ญ ” ฉันเห็นว่าชื่อก็งามอยู่ แต่ก็มีคนชื่อนี้อยู่มาก เหมือนกับ ชื่อ “แดง” หรือ “น้อย” ฯลฯ ที่มีเกร่อทั่วไป ฉันไม่อยากให้เป็นชื่อซ้ำ เหมือนกันมากๆ ดูไม่มีสีสัน ฯลฯ … แต่เพื่อเอาใจแม่อุ๊ย อยากให้ท่านสบายใจ ฉันก็ยอมเปลี่ยนชื่อในทะเบียนบ้าน … แต่ถึงเปลี่ยนแล้วลูกก็ยังไม่สบาย บ่อยเหมือนเดิม (ตอนที่ฉันยอมเปลี่ยนชื่อลูก ดังที่บอกต้องเอาใจแม่อุ๊ย แต่ฉันคิดเองรำพึงในใจแล้วว่า … กะเด่วเหอะ รอซักช่วง ฉันจะ กลับไปเปลี่ยนเป็นชื่อเดิม “ ทานตะวัน ” อย่างแน่นอน พอฉันให้ชื่อใหม่ครบเจ็ดวัน ฉันก็แอบไปเปลี่ยนชื่อให้เหมือนเดิม ไม่บอกให้ อุ๊ยรู้ (นี่ไอ้หมอนี่มันดื้อ หัวแข็งมาตั้งแต่เด็กๆ กระทั้งเป็นหนุ่มน้อย จนเป็นหนุ่มน้อย (ความเป็นหนุ่มน้อยลงๆ แย้ว ฮิ ฮิ … มีคนเขาบอกว่า ฉัน นี่เป็นคน ดิ้อเงียบ แต่ที่ดื้อ ที่ขบถ นี่ ฉันมีเหตุผลของฉันนะคร๊าบบบ พณะหัวเจ้าทั่น )
“ พ่อ ทาง พ่อ แม่ ของน้าจูน บอกให้น้อง ไปเปลี่ยน ชื่อใหม่ เขาจะหาชื่อที่สมพงษ์ ให้ แต่น้องไม่อยากเปลี่ยนเลย น้องชอบชื่อ ทานตะวันที่พ่อตั้งให้นี้ ” ลูกสาว ทำหน้าละห้อย มาบอก ฉัน
“ตามใจเขาเถิดลูก เพื่อให้เขาสบายใจ ไม่ต้องไป ยึดมั่น ถือมั่น มันละลูก” ฉัน เอ่ยกับลูก ฉันรู้ว่าลูกต้องอยู่กับผัวของเขาอยู่ อยู่กับลูกของพวกเขาด้วย ลูกสาว ฉันเรียนจบปริญญาตรี จาก “ มหาวิทยาลัยย่อยยับ ” (ชื่อที่ถูกชื่อ “มหาวิทยาลัยพายัพ ” เรียนมาทางด้าน บริหารบุคคล ช่วงนั้นตอน ฟองสบู่ฟูฟ่อง ใครเรียนมาทางนี้เป็นไม่ มีตก งาน …ผู้ปกครองที่ส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัยเอกชนนี้ เขาพากันเรียก “มหาวิทยาลัยย่อยยับ” กันทั้งนั้น เพราะค่าหน่วยกิตแพง ค่าจิปาถะแพง ฯลน เอาพ่อแม่เป็นหนี้เป็นสินไปตามๆกันสำหรับพ่อแม่ที่ไม่รวย ล้นฟ้า! ฉันเองก็อยู่ในไฟลัมน์ – สปีชี่ย์ นี้ ! )
“ พ่อ พ่อ ลงทะเบียนค่าหน่วยกิต ต้องเสียค่า ห้องแอร์ ด้วย เน้อ ” ลูกบังเกิดเกล้า บอก กับ ฉัน
“ อะไรวะ ตอนที่พ่อเรียน มอเชียงใหม่ ไม่มีห้องแอร์ มีแต่พัดลม ไม่ได้เสียเลย “ ฉัน เกาหัวแกร๊กๆ ทั้งๆที่ไม่มีขี้รังแคสักขุยเดียว
“ ก้อรุ่นพ่อ มัน โคตร เชย เย้อ ล้าหมัยนี่ ” ไอ้ลูกมันส่ายหน้า จ้องหน้าพ่อมัน พร้อมหัวเราะ เยาะ กวนอวัยวะเบื้องล่าง
- - - ลูกเรียบจบออกมา ทำงานในฝ่ายบริหารบุคคลด้านการเงินของโรงเรียนรัฐแห่งหนึ่ง แต่เจ้ากรรม เกิด ฟองสบู่แตก สมัยนายยกฯ น้า “ชาติชาย ชุณหวัน ” ก็ต้องตกงาน เขาไม่มีเงินจ้าง จึง มาเป็นแม่บ้าน เลี้ยงลูก ให้ผัวที่ทำงานราชการเลี้ยงดูชูช่วย
“ อ้ายน้อย ชื่อของหนูมายา มีความหมายว่าอย่างไร คับ ”
“ ก้อคือ เป็นมายาไง ชีวิตเป็นมายา เป็นเรื่องสมมุติ ไม่มีตัวตน ไม่ยึดมั่นถือมั่น ” อ้ายน้อยตอบยิ้มๆ พร้อมเล่นกีรต้า ร้องเพลงของ น้าบ๊อบ มาเล่ย์ ให้พวกเราฟังอย่างอารมณ์ดี คราพวกเราไปแอ่ว ไปเยือนยามอ้าย น้อย , น้องแดง และ หนู มายา ที่บ้าน นอกชนบท อ้ายน้อยเป็นคน เกิด ที่ “ดินแดนด้ามขวานด่านใต้ ” พาครอบครัวมาตั้งหลัดปักฐานที่มั่นอยู่เชียงใหม่
. . . ครู “ตุ๊กตา ” เรียนจบจากคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และครู ตุ๊กฯ เธอก็เป็นลูกศิษย์ ของ “ครูจีน เรียนไวโอลิน กะครูจีน ” ลูกสาวของ “ อ้ายบูท ” อดีตสมาชิกนักดนตรีวงดังในสมัยก่อนคือ วงดนตรี “ วง ฟรีเบิ๊ด … Free Bird ” น้องจีน หรือ ครู จีน เล่นดนตรีที่สุดสะแนนทุกวันอังคาร เราเรียกวงนี้ว่า “ บูท เฟมมิลี่ … Boot Family ” น้องจีนมีฝีมือด้านสีไวโอลิน (ตอนนี้กำลังเรียนที่คณะดุริยศิลป์ มหาวิทยาลัยพายัพ สาขาวิชาตรงเผงกับตัวน้องจีน จริงๆ ) … สามคนพ่อลูกเล่นดนตรีด้วยกันน่ารักมาก ฉันชอบไปฟัง ก็ขอ ถือโอกาสชวนทุกๆท่านด้วย หาเวลาไปฟังวันอังคารที่สุดสะแนน (นี่ไม่ได้ค่าประชาสัมพันธ์ นะเนี่ย มีแต่เสียด้วยความเต็มใจ ha ha ) ส่วนลูกชาย “ น้องแจน ” เรียนจบจากคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เช่นกัน ลูกชายรูปหล่อ (ลูกสาวก็สวยด้วยเน้อ ) เล่นเครื่องดนตรี เอ … อะไรนะ ฉันก็จำชื่อไม่ได้ แย่จริงคนหนุ่มอย่าง ฉัน เรื่องความจำ … รูปร่างคล้ายกีร์ต้า เวลานั่งเล่น น้องแจน จะเอาเครืองดนตรีนี้วางราบลง ท่านผู้ใดรู้จักเครื่องดนตรีนี้ กรุณาช่วยบอกด้วย จักเป็นพระคุณยิ่งจ้า
- - - น่ารักมาก ดนตรี ศิลปวัฒนธรรม และวรรรกรรม หนังสือ ฯลฯ ล้วนเป็นหนึ่งเดียว ทำให้โลกงดงาม สดใส ทำให้ เพื่อนมนุษยชาติมีความงดงาม ในจิตวิญญาณ หัวใจ ทำให้เด็กๆยุวชน เยาวชน ฯลฯ มีหัวใจนวลนิ่ม บริสุทธิ์ แจ่มใส ที่ได้สัมผัสความงดงามนั้น … มิใช่พาเด็กไปดูแสนยานุภาพชองกองทัพ ไปดูปืน รถถัง ปืนใหญ่ ในวันเด็ก หรือเล่นเกมส์มนคอมพิวเต้อร์ เพียง อย่างเดียว อันปลุกความรุนแรง แข่งขันห้ำหั่นกัน ทำให้เกิด สงคราม มิใช่ศานติภาพ
โอ … สายลม พัดโชยพลิ้วมาโลมลูบไล้ ดวงใจใบหน้าเราแล้ว
เสียงซ้อมดนตรีตอนกลางวันในผับสุดสะแนนดังขึ้น พวกเขานัดมาซ้อมดนตรีกัน
- - - ดอกไม้ยังคงเบ่งบาน – เบิกบาน … ผีเสื้อ พริ้มพลิ้วโผโบยบิน … เบื้องหน้าไกลโพ้น ทางทิศตะวันตก … พระธาตุดอยสุเทพ เหลืองอร่าม งดงามตา ยกมือวันทา สาธุ
. . . ด ว ง ใ จ ฉั น ฉ่ำ บา น !!! @
พรรษาฤดู , กรกฏาคม ๒๕๕๑ … ใต้ร่มไม้ สุดสะแนน
ล้านนาอิสระ , เจียงใหม่.
หมายเหตุ : ความเรียงนี้ เขียนนานแล้ว แต่ไม่ได้ตีพิมพ์ที่ไหน … อยากให้ท่านผู้อ่านได้เริงรมณ์ … ครานี้ไม่หนัก ปวดหมอง เอาเบาๆ เรื่อง กางมุ้ง … เอ๊ย เรื่องการเมือง เรื่องปวดหมองเจ็บกระดอง เอาไว้ก่อน แล้วค่อยแลกเปลี่ยน สนทนาธรรมกัน จ้า เอากันทุกเรื่องเลย เจ้า
บล็อกของ แสงดาว ศรัทธามั่น
แสงดาว ศรัทธามั่น
( 1 ) ... ด ว ง เ ที ย น ป ฏิ วั ติ
แสงดาว ศรัทธามั่น
ลูกเอ๋ยแม่จากไปก็นานแล้ว โอ...ลูกแก้วแม่คิดถึงลูกน้อยกลอยใจติดตราตรึงแม่-ลูกรัดรึงโอบกอดชีวา
แสงดาว ศรัทธามั่น
"การเมืองใหม่" การเมืองใครยังไม่รู้?จะเชิดชูศักดินาอมาตยาธิปไตยหรือไฉน?การเมืองใหม่พี่น้องเอ๋ยใครเข้าใจ?ประชาธิปไตยอยู่ในมือท่านแล้วประชาธิปไตยไร้ศรัทธาไร้ความฝันไร้คืนวันไร้คำตอบไม่มีแถวประชาชนการเมืองใหม่ไล่ให้แจวแล้วพันธมิตรเป็นแนวเป็นอย่างไร?
แสงดาว ศรัทธามั่น
สิบปีของห่านฟ้าสิบปีชีวาขอมอบให้สิบปีพี่น้องหญิงไต"ลุกขึ้นสู้" เพื่อความเป็นไทแห่งมนุษยชน
แสงดาว ศรัทธามั่น
เรือนร่างเล็กเล็กแต่ใจใหญ่ จิตวิญญาณหัวใจ "เล็ก" ไพศาล"สหายเล็ก" งามตระการสืบสาน-สืบสายเส้นทางธรรม
แสงดาว ศรัทธามั่น
ว่าจะเขียนเรื่องนี้มานานแล้ว ก็ได้แต่พูดคุยแลกเปลี่ยนกับมิตรสหาย ก็มีคำถามมากมาย ปุจฉาว่า ... - - - เรา ต้องการสังคมเช่นไรที่มีความเป็นธรรม ไร้การกดขี่ข่มเหง เอารัดเอาเปรียบกัน ดังเช่นในอดีต และปรัตยุบัน ? ...สังคมเผด็จการศักดินาอมาตยาธิปไตยจอมปลอม ?...สังคมเผด็จการรัฐสภาพลเรือนสามานย์จอมปลอม? ...สังคมเผด็จการฟาสซิสต์ท็อบบู้ททมิฬทหาร ?...สังคมนิยมจอมปลอม ?... คอมมิวนิสต์จอมปลอม ?... สังคมอภิมหาบริโภคทุนนิยมสามานย์โลกาวินาศสุดโต่ง ?ฯลฯ ... ฯลฯ ... ฯลฯ
แสงดาว ศรัทธามั่น
"แม่อู" เอ๋ย...จะกี่ลด กี่เลี้ยว ธารา เขียวมรกตจะร้อยโค้ง พันโค้ง จะอุ้มโอบเจ้าจะประคองปกป้องเจ้าดังเงาสะท้อนแสดง บนกายเจ้า มิ เว้นวาย
แสงดาว ศรัทธามั่น
ความเรียงเวอร์ชั่นนักเลง-จิ๊กโก๋ (แต่ไม่ตีหัวเข้าบ้าน) (1)"ณ ที่ ซึ่ ง ด ว ง ตะวั น ฉา ย แ ส ง "(รจนา ณ ต.ป่ากุ่ม, บ้านป่ากุ่ม, อ.สวรรคโลก, จ.สุโขทัย) @ ยา ม อ รุ ณ แสงตะวันยามเช้าทอแสงสัมผัสใจ - กาย แลพริ้มพลิ้วแห่งสายลม.... เขาว่ากันว่า คนวัยกลางคนต้องได้รับแสงตะวันอ่อนๆ ทั้งยามเช้า และยามเย็น ได้รับวิตามินดีที่ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน (คนหนุ่มก้อเหอะ อย่าประมาท)... ข้าฯ จึงต้องเดิน - นั่ง เล่นพลังลมปราณ ท่ามกลางแสงอาทิตย์ทอดวง นมัสการดวงตะวัน - - - ข้าฯ นั่ง ณ ลานม้าหินอ่อน บ้านของ "แม่ลี", "พ่อริน" และ "น้องสายชล" ภริยาของ "พัฒน์ "นักดนตรีทุกเวอร์ชั่นแห่งร้านผับ "สุดสะแนน…
แสงดาว ศรัทธามั่น
กลอนเปลือย 1 บทเพลงแห่งสายน้ำ ดวงตะวันยามเช้าทางฝั่งฟ้าตะวันออก แสงจันทร์ยังกระจ่าง ณ ฟากฟ้าตะวันตก …
แสงดาว ศรัทธามั่น
@ เป็น "พลเมืองเหนือ"...พลเมืองดี เป็นสื่อเป็นศักดิ์ศรีแห่งล้านนา เป็นชีวิตจิตวิญญาณ์ เป็นคุณค่าแด่โลกชีวี
แสงดาว ศรัทธามั่น
"รา ษ ฏ ร์ เ ดิ น นำ" บ่งบอกย้ำ มาทุกยุค เพลิงเปลว ที่ ลามรุก คือไ ฟ ลา ม อันปลอบปลุก ให้ผ อ ง ช นได้ห ยั ด ยื น _ _ _ คือเ ป ล ว ไ ฟ ป ลุ ก ค น ตื่ น ต้านอ ธ ร ร ร ม ที่พลิกฟื้น เพลิงแ ผ ด เ ผาอ วิ ช ชา ... "ลุ ก ขึ้ น สู้" ทุกกระบวนท่า พรั่งพร้อมลีลา ให้ผู้ก ด ขี่มึนงง **2 "กี่กัป กี่กัลป์ มั่นคง เบิกทาง โบกธง บนถนนคนหาญ สะท้านสะทึก" โ อ ... เ พื่ อ น ม นุ ษ ย ชา ติ รำลึก ย่ำย่าง ตรองตรึก ยุ ติ ธ ร ร ม นำ ทา ง โอ ... นั่น ด ว ง ตะ วั น ก ระ จ่า ง คืนเ ดื อ น-ดา ว เบิ ก ทา ง ยลยิ้มให้ป ระ ชา ชั ย โ อ ... วาดฝัน ฤา ไฉน? เบิกสร้างทา ง ไ ท สืบทอดอุ ด ม กา ร ณ์ นิ รั น ด ร์…