@ ใ น ห้ ว ง ฤ ดู ฝ น บ่ายวันนี้ ณ “ บ้าน - ร้าน สุดสะแนนผับ ท้องฟ้าครื้มเมฆ ใบไม้ไม่ พลิกพลิ้ว ผีเสื้อ แมงปอ ยังคงเริงรำร่อน ดูดดื่มเกสรดอกไม้ … ไก่แจ้บางตัว คุ้ยเขี่ยหาอาหาร แม่ไก่ที่นี่ มีอยู่ สาม สี่ คอก งดงามนัก … ผีเสื้อสีน้ำเงินบินมาเกาะที่แก้วน้ำฉัน ฉัน นั่งอยู่ใต้ร่มไม้มะม่วงอันร่มรื่น มดแดงใต่ขึ้นมาเกาะที่แขนฉัน ฉันค่อยๆ จับเขาไปปล่อยเกาะที่ต้นมะม่วง
- - - จำบทกลอนดอกสร้อยนี้ได้ไหม? ในสมัยที่รุ่นเราเรียนชั้นมัธยมต้นรุ่นยุค ซิกซ์ตี้
“ ก เ อ๋ย ก ไก่ … เลี้ยงลูกจนใหญ่ ไม่มีนมให้ลูกกิน ลูกร้อง เจ๊ยบ เจ๊ยบ แม่ก็คุ้ยเขี่ยให้ลูกกิน … ทำมาหากิน ตามประสา ไก่ เอย ” ลูกไก่แจ้ตัวกระจิดริดเพิ่งเกิดใหม่ ร้อง เจี๊ยบ เจี๊ยบ… แม่ไก่ก็ คุ้ยเขี่ยดินหญ้า ให้ลูกกิน ภาพดูงดงามน่ารักมาก … ในขณะที่ บนต้นไม้ นกน้อยๆยังคงร้องเพลงให้เราฟัง
. . . อีก มุมหนึ่ง ณ ใต้ ร่มไม้มะปรางค์ “ ครู ตุ๊กตา ” ( เพื่อนชีวิตของ “อ้ายฮวก – สุดสะแนน ” หรือ “ อรุณรุ่ง สัตย์สวี ” กวี ศิลปิน นักเขียน คนเพลง ฯลฯ ) ครู ตุ๊ก กำลังสอนศิลปะให้เด็กน้อย ลูกของพี่ๆ …
- - - หนู “ วาดฟ้า ” ลูกสาวของ “ พี่จิ๋ว ” ( “ วรา ลักษณา ” … นามปากกาของเธอ) และของ อ้าย “ เหี่ยว … เดโช ชัยทัพ ” Key Man ใหญ่ อีกคนหนึ่งแห่งองค์กร พัฒนา เอกชนภาคเหนือ
- - - หนู “ ใบพลู ” ลูกสาวของ อ้าย “ พัฒน์ ” ศิลปิน นักดนตรีรุ่นกลางเก๋า แห่ง วงดนตรีสุดสะแนน
- - - หนู “ ปราง ” ลูกสาวของ “แม่ฝน ”
- - - หนู “ มายา ” ลูกสาวของ “ อ้ายน้อย … อัคนี มูลเมฆ ” และ “น้องแดง ” ภริยา แต่วันนี้หนู “มายา” ไม่ได้มาเพราะป่วย … “ อ้าย น้อย อัคนี มูลเมฆ ” เป็นกวี นักคิด นักเขียน นักกิจกรรมทางสังคม และเป็นนักแปล เขาเคยแปล หนังสือที่เขียนถึง “ บ๊อบ มาเล่ย์ ” ราชาเพลง จังหวะเรกเก้อันโด่งดังที่ได้สิ้นลมหายใจไปแล้ว อ้ายน้อยตั้งชื่อหนังสือที่แปลว่า “ บ๊อบ มาเล่ย์ ศาสดาขบถ ” เป็นหนังสือขายดีสำหรับคอ เรกเก้ ( ฉันมักจะ ดัดแปลงชื่อคน หรือชื่อต่างๆ เล่นๆ เสมอ เวลา พวกเรานั่งร่วมวงไพบูลย์ ยามด่ำดื่มน้ำมังสะวิรัติสนุกสนานกัน ฉัน แหย่ชื่อหนังสือแปลของอ้ายน้อย ว่า “ บ๊อบ เมาเละ สาดโซดา สบถ ” ก็หัวเราะครื้นเครงกัน )… เป็นที่น่าสังเกตว่า ชื่อของ ลูกสาว ลูกชาย ของ กวี ศิลปิน นักคิด นักเขียน และ ฯลฯ มักจะตั้งชื่อลูกสวยๆงามๆ มีความหมายในตัว … ส่วน ฉัน เมื่อเมียตั้งท้อง ฉัน ตั้งชื่อล่วงหน้า ไว้ในใจแล้ว ว่าถ้าลูกเกิดมาเป็นผู้ชาย จะตั้งชื่อว่า “ตะวันแดง ” ช่วงนั้น เป็นสหายในเมืองทำงานเคลื่อนไหวใน “ เขตขาว ” ในเมือง (คนที่เคลื่อนไหวในป่า เขาเรียกว่า “เขตแดง ” ) เรียกได้ว่า เป็นประเภท … ของขึ้น แดงแจ๋ … ว่างั้นเถอะ ประเภทว่า พวกเรา “ เดินทางภายใต้ดวงตะวันสีแดง ” จากชื่อบทเพลงในเขตป่าเขา …แต่พอ ลูกเกิดมาเป็น ผู้หญิง ก็เลย ตั้งชื่อลูกว่า “ ทานตะวัน ” หมายถึงดอกทานตะวัน ที่ เบ่งบานรับแสงตะวันอันเจิดจ้า… และตั้งชื่อเล่นให้ลูกสาวเป็นคำเมือง คำล้านนาอิสระ ว่า “ ตาน ” หมายถึงการทำทาน ทำบุญทำทาน อยากให้ลูกเป็นคนใจบุญสุนทาน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ผู้อื่น ฯลฯ
- - - ในอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องตั้งชื่อลูกนั้น … ฉัน ตั้งชื่อไปเลย ไม่ มากเรื่อง ตั้งชื่อตามที่ตัวเอง ต้องการ ฉันไม่ไปขอให้พระตั้งชื่อให้ ไม่ดูชื่อตัวอักษรที่เขาว่าเป็นกาลกิณี ที่ต้องตั้งชื่อให้สมพงษ์กับวัน เดือน ปี เกิด ฉันไม่ถือ ไม่เชื่อในเรื่องนี้ แต่ก็ไม่ดูแคลนคนที่เชื่อในเรื่องนี้ ถือว่าเป็นสิทธิของปัจเจกชนที่เราต้องเคารพ … ลูกเรา ตอนเป็นเด็กเล็ก ย่อมมีการเจ็บไข้ได้ป่วยบ่อย เรื่อง ทอนซิลอักเสบเนี่ย เป็นบ่อยทีเดียว ต้องพาไปหาหมอ หรือลูกไข้เล็กๆน้อยๆก็พาไปหาหมอลูกเดียว คุณพ่อคุณแม่มือใหม่หัดเลี้ยงดูนี่ ทั้งๆที่ต้องให้ลูกกินน้ำบ่อยๆ ให้ความอบอุ่นร่างกาย ไปหาหมอคุณหมอก็ให้ยามากินนั่นแหละ จนลูกแพ้ยา ลูกชัก ฉันก็พาไปโรงพยาบาล หมอก็ให้ฝ่ายเช็คสมองเช็ค เจ้าหน้าที่เช็ค เห็นกร๊าฟวิ่งขึ้นลง ขึ้นลง ก็สรุปว่า ลูกฉันเป็นลมบ้าหมู ที่แท้ลูกแพ้ยานั่นเอง กรรมเวรของพวกมือใหม่หัดขับ
. . . เอาอีกเรื่องหนึ่ง ลูกไม่สบายบ่อย ร้องไห้ทุกคืน แม่อุ๊ย (ยาย) ของฉัน ท่านรักเป็นห่วง ท่านก็ให้ น้าของท่าน มา ทำการแกว่งข้าวให้ลูก จุดเทียน พึมพำ แกว่งข้าวเหนียวที่ผูกด้ายไว้ และบอกทำนองว่าพ่อเกิดแม่เกิดมาตามหา เป็นห่วง เพราะฉันตั้งชื่อลูกไม่ตรงตาม โฉลก ไม่สมพงษ์ ให้เปลี่ยนชื่อใหม่ ให้เปลี่ยนชื่อเป็น “ วันเพ็ญ ” ฉันเห็นว่าชื่อก็งามอยู่ แต่ก็มีคนชื่อนี้อยู่มาก เหมือนกับ ชื่อ “แดง” หรือ “น้อย” ฯลฯ ที่มีเกร่อทั่วไป ฉันไม่อยากให้เป็นชื่อซ้ำ เหมือนกันมากๆ ดูไม่มีสีสัน ฯลฯ … แต่เพื่อเอาใจแม่อุ๊ย อยากให้ท่านสบายใจ ฉันก็ยอมเปลี่ยนชื่อในทะเบียนบ้าน … แต่ถึงเปลี่ยนแล้วลูกก็ยังไม่สบาย บ่อยเหมือนเดิม (ตอนที่ฉันยอมเปลี่ยนชื่อลูก ดังที่บอกต้องเอาใจแม่อุ๊ย แต่ฉันคิดเองรำพึงในใจแล้วว่า … กะเด่วเหอะ รอซักช่วง ฉันจะ กลับไปเปลี่ยนเป็นชื่อเดิม “ ทานตะวัน ” อย่างแน่นอน พอฉันให้ชื่อใหม่ครบเจ็ดวัน ฉันก็แอบไปเปลี่ยนชื่อให้เหมือนเดิม ไม่บอกให้ อุ๊ยรู้ (นี่ไอ้หมอนี่มันดื้อ หัวแข็งมาตั้งแต่เด็กๆ กระทั้งเป็นหนุ่มน้อย จนเป็นหนุ่มน้อย (ความเป็นหนุ่มน้อยลงๆ แย้ว ฮิ ฮิ … มีคนเขาบอกว่า ฉัน นี่เป็นคน ดิ้อเงียบ แต่ที่ดื้อ ที่ขบถ นี่ ฉันมีเหตุผลของฉันนะคร๊าบบบ พณะหัวเจ้าทั่น )
“ พ่อ ทาง พ่อ แม่ ของน้าจูน บอกให้น้อง ไปเปลี่ยน ชื่อใหม่ เขาจะหาชื่อที่สมพงษ์ ให้ แต่น้องไม่อยากเปลี่ยนเลย น้องชอบชื่อ ทานตะวันที่พ่อตั้งให้นี้ ” ลูกสาว ทำหน้าละห้อย มาบอก ฉัน
“ตามใจเขาเถิดลูก เพื่อให้เขาสบายใจ ไม่ต้องไป ยึดมั่น ถือมั่น มันละลูก” ฉัน เอ่ยกับลูก ฉันรู้ว่าลูกต้องอยู่กับผัวของเขาอยู่ อยู่กับลูกของพวกเขาด้วย ลูกสาว ฉันเรียนจบปริญญาตรี จาก “ มหาวิทยาลัยย่อยยับ ” (ชื่อที่ถูกชื่อ “มหาวิทยาลัยพายัพ ” เรียนมาทางด้าน บริหารบุคคล ช่วงนั้นตอน ฟองสบู่ฟูฟ่อง ใครเรียนมาทางนี้เป็นไม่ มีตก งาน …ผู้ปกครองที่ส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัยเอกชนนี้ เขาพากันเรียก “มหาวิทยาลัยย่อยยับ” กันทั้งนั้น เพราะค่าหน่วยกิตแพง ค่าจิปาถะแพง ฯลน เอาพ่อแม่เป็นหนี้เป็นสินไปตามๆกันสำหรับพ่อแม่ที่ไม่รวย ล้นฟ้า! ฉันเองก็อยู่ในไฟลัมน์ – สปีชี่ย์ นี้ ! )
“ พ่อ พ่อ ลงทะเบียนค่าหน่วยกิต ต้องเสียค่า ห้องแอร์ ด้วย เน้อ ” ลูกบังเกิดเกล้า บอก กับ ฉัน
“ อะไรวะ ตอนที่พ่อเรียน มอเชียงใหม่ ไม่มีห้องแอร์ มีแต่พัดลม ไม่ได้เสียเลย “ ฉัน เกาหัวแกร๊กๆ ทั้งๆที่ไม่มีขี้รังแคสักขุยเดียว
“ ก้อรุ่นพ่อ มัน โคตร เชย เย้อ ล้าหมัยนี่ ” ไอ้ลูกมันส่ายหน้า จ้องหน้าพ่อมัน พร้อมหัวเราะ เยาะ กวนอวัยวะเบื้องล่าง
- - - ลูกเรียบจบออกมา ทำงานในฝ่ายบริหารบุคคลด้านการเงินของโรงเรียนรัฐแห่งหนึ่ง แต่เจ้ากรรม เกิด ฟองสบู่แตก สมัยนายยกฯ น้า “ชาติชาย ชุณหวัน ” ก็ต้องตกงาน เขาไม่มีเงินจ้าง จึง มาเป็นแม่บ้าน เลี้ยงลูก ให้ผัวที่ทำงานราชการเลี้ยงดูชูช่วย
“ อ้ายน้อย ชื่อของหนูมายา มีความหมายว่าอย่างไร คับ ”
“ ก้อคือ เป็นมายาไง ชีวิตเป็นมายา เป็นเรื่องสมมุติ ไม่มีตัวตน ไม่ยึดมั่นถือมั่น ” อ้ายน้อยตอบยิ้มๆ พร้อมเล่นกีรต้า ร้องเพลงของ น้าบ๊อบ มาเล่ย์ ให้พวกเราฟังอย่างอารมณ์ดี คราพวกเราไปแอ่ว ไปเยือนยามอ้าย น้อย , น้องแดง และ หนู มายา ที่บ้าน นอกชนบท อ้ายน้อยเป็นคน เกิด ที่ “ดินแดนด้ามขวานด่านใต้ ” พาครอบครัวมาตั้งหลัดปักฐานที่มั่นอยู่เชียงใหม่
. . . ครู “ตุ๊กตา ” เรียนจบจากคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และครู ตุ๊กฯ เธอก็เป็นลูกศิษย์ ของ “ครูจีน เรียนไวโอลิน กะครูจีน ” ลูกสาวของ “ อ้ายบูท ” อดีตสมาชิกนักดนตรีวงดังในสมัยก่อนคือ วงดนตรี “ วง ฟรีเบิ๊ด … Free Bird ” น้องจีน หรือ ครู จีน เล่นดนตรีที่สุดสะแนนทุกวันอังคาร เราเรียกวงนี้ว่า “ บูท เฟมมิลี่ … Boot Family ” น้องจีนมีฝีมือด้านสีไวโอลิน (ตอนนี้กำลังเรียนที่คณะดุริยศิลป์ มหาวิทยาลัยพายัพ สาขาวิชาตรงเผงกับตัวน้องจีน จริงๆ ) … สามคนพ่อลูกเล่นดนตรีด้วยกันน่ารักมาก ฉันชอบไปฟัง ก็ขอ ถือโอกาสชวนทุกๆท่านด้วย หาเวลาไปฟังวันอังคารที่สุดสะแนน (นี่ไม่ได้ค่าประชาสัมพันธ์ นะเนี่ย มีแต่เสียด้วยความเต็มใจ ha ha ) ส่วนลูกชาย “ น้องแจน ” เรียนจบจากคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เช่นกัน ลูกชายรูปหล่อ (ลูกสาวก็สวยด้วยเน้อ ) เล่นเครื่องดนตรี เอ … อะไรนะ ฉันก็จำชื่อไม่ได้ แย่จริงคนหนุ่มอย่าง ฉัน เรื่องความจำ … รูปร่างคล้ายกีร์ต้า เวลานั่งเล่น น้องแจน จะเอาเครืองดนตรีนี้วางราบลง ท่านผู้ใดรู้จักเครื่องดนตรีนี้ กรุณาช่วยบอกด้วย จักเป็นพระคุณยิ่งจ้า
- - - น่ารักมาก ดนตรี ศิลปวัฒนธรรม และวรรรกรรม หนังสือ ฯลฯ ล้วนเป็นหนึ่งเดียว ทำให้โลกงดงาม สดใส ทำให้ เพื่อนมนุษยชาติมีความงดงาม ในจิตวิญญาณ หัวใจ ทำให้เด็กๆยุวชน เยาวชน ฯลฯ มีหัวใจนวลนิ่ม บริสุทธิ์ แจ่มใส ที่ได้สัมผัสความงดงามนั้น … มิใช่พาเด็กไปดูแสนยานุภาพชองกองทัพ ไปดูปืน รถถัง ปืนใหญ่ ในวันเด็ก หรือเล่นเกมส์มนคอมพิวเต้อร์ เพียง อย่างเดียว อันปลุกความรุนแรง แข่งขันห้ำหั่นกัน ทำให้เกิด สงคราม มิใช่ศานติภาพ
โอ … สายลม พัดโชยพลิ้วมาโลมลูบไล้ ดวงใจใบหน้าเราแล้ว
เสียงซ้อมดนตรีตอนกลางวันในผับสุดสะแนนดังขึ้น พวกเขานัดมาซ้อมดนตรีกัน
- - - ดอกไม้ยังคงเบ่งบาน – เบิกบาน … ผีเสื้อ พริ้มพลิ้วโผโบยบิน … เบื้องหน้าไกลโพ้น ทางทิศตะวันตก … พระธาตุดอยสุเทพ เหลืองอร่าม งดงามตา ยกมือวันทา สาธุ
. . . ด ว ง ใ จ ฉั น ฉ่ำ บา น !!! @
พรรษาฤดู , กรกฏาคม ๒๕๕๑ … ใต้ร่มไม้ สุดสะแนน
ล้านนาอิสระ , เจียงใหม่.
หมายเหตุ : ความเรียงนี้ เขียนนานแล้ว แต่ไม่ได้ตีพิมพ์ที่ไหน … อยากให้ท่านผู้อ่านได้เริงรมณ์ … ครานี้ไม่หนัก ปวดหมอง เอาเบาๆ เรื่อง กางมุ้ง … เอ๊ย เรื่องการเมือง เรื่องปวดหมองเจ็บกระดอง เอาไว้ก่อน แล้วค่อยแลกเปลี่ยน สนทนาธรรมกัน จ้า เอากันทุกเรื่องเลย เจ้า
บล็อกของ แสงดาว ศรัทธามั่น
แสงดาว ศรัทธามั่น
*@ "บงเนื้อก็เนื้อเต้นพิศสะเส้นสรีรัวทั่วร่างและทั้งตัวก็ระริกระริวไหว ฯลฯ" มองตาก็เห็นตาผองประชาผู้ยากไร้หมดสิ้นความเป็นไทด้วยมารร้ายกดขี่คน นานเนิ่นนักนานแล้วพี่น้องแก้วทุกแห่งหนก่อเกิดแสนทุกข์ทนการกดขี่คงนิรันดร์
แสงดาว ศรัทธามั่น
. .ป ระ ชา ช น คน ใ ห ม่ ได้รู้แล้วเสียงที่แว่วกังวานหว่านไปทั่ว ชนชั้นนำ นักปกครอง ผยองตัว คือคนชั่ว รับใช้ ใต้ตีนทุน ( วัฒนา ธรรมกูร ) ป ระ ชา ช น จะชิงชัย ไม่สุดสิ้น เพื่อ พลิกฟื้นแผ่นดินให้หอมกรุ่น เพื่อรากหญ้า ได้ ผลิหญ้า อ่อนละมุน เพื่อ ทอดรุ่น รับวัย ให้งอก เงย ( อรอาย อุษาสาง )
แสงดาว ศรัทธามั่น
ภาพจาก http://www.cablephet.com/board/images/news/t__1110880701.jpg O " ปู่เย็น " ที่ " รู้เห็น เห็น และ เป็น อยู่ " เป็น " ปู่ เ ย็ น แ ก้ว ม ณี " งามตราตรู เป็น ผู้สมะถะ งาม คงทน- - -เป็นแบบอย่างแห่งชีวิตสถิต คุณค่า ทุกแห่งหนเป็นผู้ เ ฒ่า ท ระ น ง ของ ตั ว ต นอัน ล่วงพ้นโลภ โกรธ หลงแห่งชีวา . . .เป็นวิ ถี ชี วิ ต อิ ส ระไร้ พันธะ ใด…
แสงดาว ศรัทธามั่น
เขาคือคนธรรมดา... ทว่าคุณค่าดวงใจกล้าโตเติบใหญ่ มีชีวิตจิตวิญญาณแห่งความเป็นไท และมีหัวใจอิสระเสรี เสรีสู้เพื่อคนจนผู้ท้นทุกข์ ปลอบปลุก”ลุกขึ้นสู้” ในทุกที่ “ณ ที่ใดมีการกดขี่” “ไพฑูรย์ พรหมวิจิตร” มิรอรีร่วมลงแรง
แสงดาว ศรัทธามั่น
@ ฉั น รั ก ด ว ง ตา ห ญิ ง สา ว ราวรุ้งร้างไหลหลากดังถากฝัน ยาม สายฝน พรูพร่าง พริ้ม อำพัน ก็ กู เป็นดั่งวันที่ พรั่งพรู หลั่ง พรูพรั่ง - งามพรั่งพรู งามฤดู - เดือน - ดาว - ตะวัน ... โลกรับรู้ จันทร์แดง เฉิดฉันท์ สกาวใจกอบกู้ ธีรยุทธจึงรู้ ทางไทพันธมิตรนำ ... ใจเย็น เย็น พี่น้อง ใจ เย็น เย็น ชี พ รู้ เ ห็ น ชี วี พ ร้ อ ม ย่า งย่ำ คอยรอ ชัยชนะ - พวกมารระยำ ก็ กู เป็น อย่าง กู ทำ ไม่จำนน ... ท่าม สายฝน พร่างพราว พลิ้วไสว ธา ร ด ว ง ใ จ ชุ่มชื่น ทุกแห่งหน…
แสงดาว ศรัทธามั่น
" พ.ต.ท.เมธี, ศิลปินตี๋, น้องโบว์... อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ " ดวงใจท่านผ่องผุด สะอาด สดใส เพื่อนพันธมิตร ไม่มีใคร ครอบงำใคร พวกเรามาด้วยจิตวิญญาณยิ่งใหญ่ ง ด งา ม แ ล้ ว ! แด่ พี่น้อง พั น ธ มิ ต ร ผู้บาดเจ็บทุกๆ คน ป ระ ชา ช น ก้มค้อมคารวะ - จิต ก ล้า แ ก ล้ ว สละชีพ สละร่าง งา ม วา ว แ ว ว ข บ ว น แ ถ ว ป ระ ชา ช น เ พื่ อ ชิ ง ชั ย ! 7 ตุ ลา ฯ ... วั น ม หา วิ ป โ ย ค ยิ่งกว่าไหน ห่ากระสุน แก๊สน้ำตา อันจัญไร เข่น ฆ่า ประชาชนไซร้ - ชีพยอมพลี อ นา ถ นัก … โ อ ... ประจักษ์ มั น บิ ด เ บื อ น และ ป้า ย สี หน้าไม่อาย หน้าด้าน แล อัปรีย์ ฆา ต ก ร โ ห ด ชี วี…
แสงดาว ศรัทธามั่น
ฉัน รัก ดวงตาหญิงสาวเจ็บปวดร้าวจิตวิญญาณ เหลือที โ ล ก แล้งร้อนร้างไร้ทุกที วันนี้ ด ว งตา เ ธ อ ยังสดใส ... ฉัน รัก หัวใจของชายหนุ่ม ร้อนรุ่ม วิ ญญาณ์ กว่าไหน โ ล ก รู้ว่า เ ธ อ นั้นจริงใจ ด ว ง ตาบอกไว้ ฉั น รู้ …
แสงดาว ศรัทธามั่น
&&& ศิ ล ปิ น" BALLAD " นาม " จ รั ล ม โ น เ พ็ ช ร "คือเก็จแก้วดำรงคุณค่าความหมายคืนสู่ดิน จิตวิญญาณไม่เคยตายแสงตะวัน - เดือน - ดาวฮักอ้ายจรัลฯ &&& - - - ฝันเถิด ฝันชีพฝัน เราฝันใฝ่ฝันดวงใจศานติภา พโลกสุขสันต์กล่อมชีวี ด้วยบทเพลง งามนิรันดร์พริ้มบทเพลง "รางวัลแด่คนช่างฝัน" อันงดงาม &&&...ละบทเพลง - - -พริ้งบทเพลงพลิ้วลอยล่องเป็น ทำนอง โอบกอดโลก งามล้นหลามเพลงRHYTHMสดใส ทุกโมงยามเป็นความฝันแห่งชีวิตโลกตราบนิ รั…
แสงดาว ศรัทธามั่น
( 1 ) เ ย็ น ฝ น ฉ่ำ + ด อ ก ไ ม้ เ บิ ก บา นแ ร กกำเนิดโลกไม่ว่าจะเป็นทฤษฏี " BIG BANG " (การระเบิดใหญ่) ของจักรวาล อะไรก็ตาม ฯลฯ แล้วจึงก่อเกิดเป็นดาวโลกและดาวอื่นๆ ขึ้นมา ... สรรพสิ่ง สรรพชีวิต จึงเริงระบำรำร่ายฟ้อน บังเกิดเป็น มนุษย์ คน พืช สัตว์ ดำงอยู่บนโลกสีเงินดวงนี้อย่างศานติสุข ไร้พรมแดน ไร้ชนชาติ ไร้สีผิวเผ่าพันธุ์ ฯลฯ ตราบจนมนุษย์ อ วิ ช ชา แบ่งแยกเป็นประเทศ สีผิว เผ่าพันธุ์ ฯลฯ กดขี่ข่มเหง รังแก รุกราน เพือนมนุษย์ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น "คนขาว" ที่ล่องเรือมารุกรานพี่น้อง "อินเดื่ยน" อเมริกาเหนือ, อเมริกากลาง, อะเมซอน, อาฟริกา ฯลฯ จักรวรรดินิยมอังกฤษ…
แสงดาว ศรัทธามั่น
ฉันนั่งนิ่ง ณ สถานที่แห่งหนึ่งในตัวเมือง ยามพรรษาฤดู แห่งดินแดนล้านนาอิสรา สายฝนโปรยปราย - โปรยปรอย ยามเช้า...เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ไม้โครงเหล็กเก่าคร่ำคร่า ... น้องแมวสีเหลืองกระโดดขึ้นมามาบนโต๊ะมาทักทาย ฉั น - - - เหมียว... เหมียว... เหมียว.... นัยน์ตาสีเหลืองอ้อนมองดวงตาฉัน ฉันให้ปลาทูแด่เธอ ฉันเพิ่งเดินอออกไปซื้อที่ปากซอยข้างนอก และแล้วก็มีน้องแมวดำ และน้องหมาขาวเดินเข้ามาทักทายฉัน ฉันก็ให้ปลาทูแด่เธอทั้งสอง - - -ณ บ้าน - ร้านนี้ เจ้าของร้านและเพื่อนๆ ที่ดำรงชีวิตอยู่ด้วยกัน เจ็ด, แปดคน ... พวกเขาเป็นคนใจบุญ - รักสัตว์... หมา แมว นก หนู กา ไก่ ฯลฯ เ ค ย มีคนเอาแมวมาปล่อย…
แสงดาว ศรัทธามั่น
“นากาแลนด์ --- NAGA LAND”เพื่อดินแดน แห่ง เสรีเริงระบำ บท เพลง ณ วันนี้เพื่อนพ้องน้องพี่อวยพรชัยให้ “NAGA LAND”“ลุกขึ้นสู้” เพื่อสิทธิ + เสรีภาพอิ่ม เอิบ อาบจิตวิญญาณนี้เหลือแสนโอ ... ผองเพื่อนมนุษย์ชาติทั่วด้าวแดนเปล่งขานบทเพลงแนบแน่นกล่อมพลังใจ“NAGA LAND == นากาแลนด์”ดวงใจนี้เหลือแสนสะอาด สด ใสสู้ เพื่อ สิทธิเสรีภาพ อ่า อำไพเพื่อโลกงามเพริศพิไลปลดปล่อยพลัน!=== เถิด ผองเพื่อนมนุษยชาติทั่วทั้งโลกเพลงสายลมโชยโบกพริ้มรังสรรค์โลก เอกภพ จักรวาล รับรู้พร้องใจกันหลอมชีวิตจิตวิญญาณตราบนิรันดร์เพื่อ ...”NAGA LAND” ด้วยรัก + พลังใจอ้าย”แสงดาว ศรัทธามั่น” ฤดูฝน , 27 กรกฎาคม…
แสงดาว ศรัทธามั่น
" ค ดี แ ร ก ครอบครัวชินวัตร ศาลพิพากษาจำคุก "อ้อ", พี่ชาย คนละ 3 ปี เลขาฯ เจอ 2 ปี ฐานผิดร้ายแรงเลี่ยงภาษี หุ้นชินฯ ระบุฐานะทางเศรษฐกิจ และ สังคมสูง กลับฝ่าฝืนกฏหมายจงใจหลีกเลี่ยงภาษีอากรโอนหุ้นบริษัทชินวัตรคอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) คนละ 3 ปี ที่ศาลอาญา เมื่อ 31 ก.ค. 51 เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ห้องพิจารณา 704 ศาลอาญา รัชดาภิเษก กทม. องค์คณะผู้พิพากษาศาลอาญา ออกนั่งบัลลังค์ อ่านคำพิพากษา "คดี เลี่ยงภาษี หุนบริษัท ชินคอร์ปปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่อัยการสูงสุดเป็นโจทย์ยื่นฟ้อง "นายบรรณพต ดามาพงศ์" อายุ 58 ปี พี่ชายบุญธรรมคุณหญิง "พจมาน ชินวัตร" อายุ 58 ปี ภริยา พ.ต.ท."…