Skip to main content

  “  แสงดาว   ศรัทธามั่น ”

 

 @   โคตร กระสันต์ หน้าด้านที่จะสร้าง เขื่อนแก่งเสือเต้น  จากรัฐบาลมาทุกยุคทุกสมัย

                เ อ๊า     จักเล็คเช่อร์  ง่ายๆ ให้ พวก “ ลูกอีพวกชอบสร้างเขื่อน ”    ฟัง ( ขอโทษ พี่น้อง มา  version  rhythm  มาจังหวะนี้ที ดุหน่อย กรุณาอย่าถือสา  ฯลฯ )    ว่าที่หากสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นแล้ว จะป้องกันไม่ให้น้ำท่วมจังหวัดยมตอนกลางตอนล่าง  เช่น สุโขทัย  พิษณุโลก พิจิตร ฯลฯ    นั้น ไม่เป็นความจริง!   อมพระเต็มปากมาพูด ก็อย่าไปเชื่อ   ทั้งนี้มีนักวิจัย นักวิชาการ ที่ ซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ  ไม่ใช่ นักวิชาการ นักวิจัยที่ทรยศต่อวิชาชีพที่ร่ำเรียนมา ครูอาจารย์ที่สอน คงจะส่ายหัวกะ ไอ้พวกลูก ศิษย์ ที่ทำเป็นงี่เง่านี้

                           “ ไอ้ห่า   เสียชื่อกูหมด ไอ้ศิษย์ตะแบงพวกนี้  ”  อาจารย์ บ่นพึมพำ เกาหัวแกร๊ก  ขี้รังแคปลิวร่วงหล่นอย่างงดงามเป็นว่าเล่น (ก็ดีเหมือนคับอาจารย์ ขี้รังแค จะได้หลุดออกซะบ้าง )

                              นักวิชาการ และชาวบ้านในพื้นที่ ทั้ง ยมตอนบน และยมตอนกลาง  เขาเข้าไปสำรวจ พบว่าพื้นที่ ยมตอนล่าง ของเขื่อนแก่งเสือเต้น ที่จะสร้าง นั้น มีลำน้ำสาขามากมายที่ไหลลงสู่แม่น้ำยม ทั้งลำน้าสาขาทั้งยมฝั่งซาย และฝั่งขวา ทุกอำเอในจังหวัดแพร่  แม่น้ำสาขาเหล่านี้ จะ drain  ระบายไหลลงเข้าสู่แม่น้ำยมทั้งสิ้น! ( มันไม่ให้มีน้ำหลากมากได้ยังงัยเจ้า  นักสร้างเขื่อนเอ๋ย )  และ  อีกที่หนึ่ง พระเดชพระคุณทั่น…

                           - - -  ทางตอนเหนือของสุโขทัย มีเทือกเขาหลวงอยู่ ลำน้ำสาขา จากอำเภอ ศรีสัชนาลัย  คีรีมาส ก็จักระบายไหลสู่ แม่น้ำยมเช่นกัน  …ลำน้ำสาขาเหล่านั้น มี flow  การทะลักหลั่งไหลลงสูแม่ยม  จำนวนมากมายมหาศาลแค่ไหน  ยิ่งเป็นตอนฤดูฝน !   โปรดกรุณาเอาหัวแม่ตีน ตรึกตรองดู !      เป็น ดั่งนั้น …

 

                           . . .  น้ำที่ไป ท่ ว ม ภา ค เ ห นื อ ต อ น ล่า ง จึงมีสาเหตุมาจากตรงนี้ !   ในแง่ของ เหตุผล และ ตรรกะวิทยาตรงนี้แล้ว  การสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น จึง ไม่ได้แก้ปัญหาน้ำท่วมพื้นที่จังหวัดยมตอนล่างแต่ประการใดๆทั้งสิ้น!  (เข้าใจ๋ … นี่ถ้าเป้น นักเรียนมหาวิทยาลัย  “ครูแสงดาวฯ  แจก เกรด   F   ระนาว เลยเธอ จ๋า ) 

      และอีก   อีก  เอาอีก     … เอาตัวอย่างรูปธรรม ให้เห็นกัน จะ  จะ  …

                           - - -    และตรรกะที่ อ้างว่า  ลำน้ำยมเป็น ๑  ใน  ๔  ของแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ไม่มีเขื่อน ก็ยิ่งไม่มีเหตุผลมารองรับ  เพราะว่า ขนาด แม่น้ำวัง ซึ่งเป็น แม่น้ำสาขา  และไหลลงน้อยที่สุด  มีเขื่อนอยู่ สองแห่ง คิอ เขื่อนกิ่วลม   และ เขื่อนกิ่วคอหมา   ทุกวันนี้ก็ยังไม่สามารถป้องกัน ตัวเมืองจังหวัดลำปาง ไม่ให้น้ำท่วม ได้เลย !

                        และ   และ   …   สันปันน้ำ  ( water shed )  หรือต้นน้ำแม่ยม ที่อยู่เขตอำเภอปง และ อำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา ก็ยังมี flow    หรือ  volumn  ของน้ำตรงนี้ ยังไหลลงสู่แม่น้ำยมไม่มาก … ข้อมูลเหล่านนี้ เป็นที่ทราบกันทั่วไป ถ้าพวกนักกระสัน ชอบสร้างเขื่อน ถ้าไม่ถูกบดบังด้วย    ignorance ( อวิชชา  โง่ ง่าวบัดซบ ฯลฯ )  ไปวะก่อน 

               ด้วยเหตุผลตรรกะแห่งความเป็นจริงนี้  การกระหายกระหือรือ ที่อยากจะสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น ถ้าไม่ด้วยความงี่เง่า  ก็จักเป็นช่องทางให้ พวกโสโภณทุจริต  ทั้งนักการเมือง ข้าราชกรรมประจำ ผู้รับเหมา ฯลฯ  รวมหัวกัน เผาผลาญ งบประมาณแผ่นดินของชาติ (ชาติคือ ประชาชน ที่เสียภาษีทั้งทางตรง และ ทางอ้อม ให้พวกเองแดกกิน! )   …  เผาผลาญ ล้างผลาญ  เท่านั้นเอง หรือไม่? !   พี่น้องเอ๋ย … 

           (หมายเหตุ )  :   เหตุผลที่ยกมาหลายประเด็น นี้  เป็นข้อเขียน ข้อคิดของ   “คุณ หมอ พิรุณฯ   ”     ผู้ศึกษาและรอบรู้ในเรื่องด้านต่างๆ  ….  ส่วน บางสำนวนที่ ดูกวนอวัยวะเบื้องล่าง คือกวนตีน  นั้น เป็นของ ข้าพระพุทธเจ้าเอง  “คุณ หมอพิรุณฯ “  เปิ้นบ่เกี่ยว โตย เน้อ เจ้า ! )

                                  - - -    ข้า พ ระ พุ ท ธ เ จ้า  เคยลง พื้นที่ตำบลสะเอียบ  แก่งเสือเต้น  และอุทยานแห่งชาติแม่ยม ครั้งแรก ราวยี่สิบกว่าปีมาแล้ว ที่พี่น้องคัดค้านมาตลอด ต่อรัฐบาลทุกยุคสมัย มีอยู่ตอนหนึ่งที่ ข้าฯ ขำมาก ในกิ๋นของ อธิบดี กรมชลประทานในขณะนั้น  จำชื่อเขาไม่ได้แล้ว ไม่ต้องจำก็ได้นะ  …  เมื่อพี่น้องชาวบ้านตำบลสะเอียบ และ ใกล้เคียง สำแดงพลังชุมนุม คัดค้าน ลำด้เชิญ อธิบดี กรมชลประทานคนนั้น ขึ้นพูด ให้พี่น้องชาวบ้านฟังบนเวทีที่มีระบบเสียงเยี้ยมยอด  ดังกึกก้อง ไปถึง โลกสามเลยทีเดียว  …

                    “  ผมเป็นอธิบดีกรม ชลประทาน   มีหน้าที่ หาน้ำ ให้ประชาชน   ถ้าไม่ให้สร้างเขื่อน แล้วผมจักทำอะไรได้เล่า? ”   … นี่แหละกิ๋น    อ่องออ  มันสมองของคนที่เป็นถึงขั้นอธิบดีฯ  มันน่าขำกลิ้งในกิ๋นของเค้า มั๊ย หล่ะ ? 

                              ข้าฯ  ตื่นเต้น ยินดี  ประทับใจมาก ในน้ำใจ และ  วิถีชีวิต ของพี่น้องชาวบ้าน ที่เรียบง่าย อยู่กินพึ่งพิง ธรรมชาติ  มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์  …  ดิน  น้ำ ป่า และวัฒนธรรม ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็น หม้อข้าว ของพี่น้องชาวบ้าน  แล้วจู่  จู่ ก็จักมีอำนาจรัฐ งี่เง่า ฉ้อฉลจะมารุกราน  ทุบหม้อข้าว ของพี่น้อง ฯลฯ   แล้วใครบ้างจะยอม!   ข้าฯ ยังจำคำพูดของพ่อเฒ่าผู้อาวุโส แห่งหมู่บ้าน  คือ “ พ่อปิง  สะเอียบคง  ”   พ่อปิง ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ว่า …

                   “  ให้เอาลูกระเบิด  หรือ ให้เครื่องบิน มาทิ้งระเบิด ที่นี่  พ่อก็จะไม่ ยอมออกไปไหน  ขอตายที่นี่ ”  นี่  นี่  คือ ระเบิดบูมบ์ ลูกใหญ่  ที่ทิ้งใส่ พวกอธรรม โจรร้ายผู้รุกรานจะมาปล้นชิง มาทุบหม้อข้าว ของพี่น้อง …  น่าเสียใจนักที่พ่อเฒ่าปิง  สะเอียบคง    ท่านได้จากเราไปนานแล้ว ข้าฯ เอง กะผองเพื่อน กวี  นักเขียน ศิลปิน ฯลฯ ก็เคยไปคารวะสัมผัสท่าน สนทนา กับท่านด้วยความปิติยินดี ได้รับความรู้ จากท่านมากมาย ได้นั่งกินข้าว ขันโตก กับครอบครัวท่านด้วย

                            . . .  พี่น้อง เพื่อนร่วมโลกร่วมแผ่นดินของเรา มีวิถีชีวิตอย่างเรียบง่าย มีความสุข  อากาศบริสุทธิ์ สดใส  ทำมาหากิน  ปลูกข้าว พืชผัก  ผลไม้   หาของป่า  ( สมุนไพร  เห็ด   หน่อไม้   รังผึ้ง  จักจั่น แมลงฯลฯ )   ในแม่น้ำยม ก็มีพันธ์ปลาอุดมสมบูรณ์     นอกนั้นก็ ทำอุตสาหกรรมเหล้าพื้นบ้านเสรี  ซี่งมีสมุนไพรมากมาย เอามาทำแป้งเหล้า  ( หมายเหตุ ::   น้ำมังสะวิรัติ (เหล้า) ที่นี่ รสชาติหอมอร่อย ใครได้ดื่มด่ำก็  เป็นอันติดอกติดใจ  ( ฉันเอง ด้วยหล่ะ   แหะ  แหะ )

                          “  แก่งเสือเต้น”   ชื่อนี้มีตำนานเล่าขานมาว่า สมัยก่อน เสือชุกชุม  เวลาเสือจะข้ามแม่น้ำยมไปอีกฝั่ง  เสือก็จะเต้นกระโดดข้ามไปตามเกาะแก่ง หิน จึงเรียกว่าแก่งเสือเต้น   ใครได้มายลชมเกาะแก่งในแม่น้ำยมแล้วจะประทับใจมาก งดงาม  น้ำไหลกระทบเกาะแก่ง เป็นฟองคลื่นขาววาวงามยามต้องแสงพระอาทิตย์   มีเสียงดนตรีแห่งเกาะแก่ง ให้เราได้ สดับรับฟัง ฯลฯ

                               ตอนนี้ พี่น้องชาวบ้านสะเอียบออกมาตระการเข้มข้นเด็ดขาดแล้ว  คือห้ามมิให้ใครหน้าไหน เข้ามาทำเป็นทำวิจัย   อีกแล้ว   “ ไอ่ห่าวอก  ไอ้ห่าปัก   กูให้พวกมึง มาวิจัยหลายห่า หลาย องค์กรแล้ว  ต่อไป พวกมึงอย่าเข้ามา  ”  ใครอย่าแหลมเข้าไปทำแบบนี้เน้อ กะเด่ว จะหาว่า หล่อเล็ก ไม่เตือน   ha  ha  …

                   - - -   พี่น้องทุกชนชั้น ทุกชั้นชน ทุกสาขาอาชีพ เอ๋ย ฯลฯ  ถ้าอยากรู้จริง ต้องลงมาสัมผัส ณที่นี่  โปรดอย่า นึกคิดเอาเอง และหมิ่นหยามพี่น้องชาวสะเอียบ  ว่าโง่ เง่า ไม่ยอมรับการพัฒนา  หรือไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม ฯลฯ  (ดังที่สาธยายข้างต้นแล้วว่ามันไม่มีประโยชน์ ที่จะเสือกมาสร้าง!)  ต้องลงมาสัมผัสด้วย ด้วยตัวเอง ให้เห็นกันจะ  จะ  มาสนทนาธรรมกับพี่น้องชาวบ้าน มิใช่ นั่งอยู่บนหอคอยงามช้าง นึกคิด เอาเอง (มันจะเป็นบาป)    โดยเฉพาะพวกนักธุรกิจ กินเมือง โกงเมือง ( ใครไม่กินไม่โกง ก็อย่าโกรธ ) นักเลือกตั้ง ทั้งหลาย ฯลฯ  ตลอดจนพวกท่านข้าราชการ  ทหาร   ตำรวจ ข้าราชการพลเรือนทั้งหลาย ฯลฯ  แน่จริงลงมาเอาตินติดดิน มาเยือนมาเหยียบ  มาสัมผัสเถอะ  พี่น้องชาวบ้านยินดี ต้อนรับให้มาศึกษา เรียนรู้  แต่ ขอบอก อย่าทำเป็นมาใช่จิตวิทยา โดยคิดว่าประชาชนโง่ เป็นเด็ดขาด!   

                  . . .  มันมีเรื่องน่าขำ แกม สมเพทเวทนา ใน กิ๋น ในความงี่เง่า (ขอใช้คำที่ดูถูกแบบนี้เลย  ไม่ยับยั้งรีรอ กั๊ก แก๊ก อะไรแล้ว เจ้า  ตีแสกหน้า เลย! )   หากใครสนใจติดตามในเรื่องนี้  มีการออกข่าวให้สัมภาษณ์ อยู่เรื่อยๆ  เอาพวกไร้กิ๋นตัวเป้งๆดีกว่า นะ  ตัวอย่างเช่น …

                         หนึ่ง  … นายคนนี้  ( ไม่รู้ว่าเขาจะมาฟัง  มาอ่าน อะเป่า วะ ) …   “ นายสนั่น  ขจรประสาท ( ตั้งใจเขียนสะกดคำนี้ จิงๆ เพราะ เขา ประสาท ตีนไม่ติดดิน จิง  จิง )   ผู้เฒ่าหนั่น น้ำตาจระเข้ แห่งเมืองชาละวัน  พิจิตร   ตอนเป็นรองนายกรัฐมนตรี สมัยใครวะ  สมัยอ้าย สมชาย   วงศ์สวัสดิ์  ที่เป็นนายยกฯ  … เฒ่าหนั่นก็กระสัน จะให้สร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น ฟังดู พี่น้อง  เค้าพูดทำนองว่า …  “  ไม้สักทองที่อุทธยานแห่งชาติ มีเพียง สอง สามต้น ”  ( ทำนองว่า มีไม่มาก)  เห็นไหม เขาให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์  ให้คนเชื่อ    พวก  “ ผู้แทนผู้ทรงเกือก ” )  …  ป๊าดดดด    ฉันอยากให้พี่น้องสะเอียบ ลากคอ เสธน หนั่น ฯ  ประเภท “  ใหญ่เพราะกินข้าว    เฒ่าเพราะอยู่นาน ”   ไปแหกตาดู ดงป่าสักทอง ซักกะที  … เฒ่า  เอ๊ย …                    

                  สอง …  แขกผู้ทรงเกียรติอีกคน  … “  เฒ่า   น้าหมัก ….  สมัคร  สุนทรเวทนา ”  (ขอโทษ ตั้งใจเขียนแบบนี้ หล่ะ )    อดีตนายกรัฐมนตรี  …   มาอีก รายนี้ก็มาลีลา  ลีลากระฉูด   น้าโวให้สัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าว ทำนองแบบกิ๋นกระฉูด ว่า…

                     “   ถ้าสร้างเขื่อน  ไอ้พวก นกยูง หน้าโง่ สองสามตัว  ไม่บินหนี ”  ทำนองว่า ถ้าไม่บินหนีก็ให้น้ำท่วมตายไปซะ เสือกมาโง่  ( เอ ใครโง่ กันแน่  คร๊าบพี่น้อง)  … เขาเอาตำแหน่งใหญ่โตอันน่าเชื่อถือมาดูถูกกื๋นประชาชน  …   เอ   รายยนี้ รายนี้    ก็ต้องให้พี่น้องสะเอียบ  ลากกก คอ    เฒ่า ออหมัก   ไปดู ฝูงนกยูงท่าอุทธยานป่าแม่ยม  ให้รู้แล้วรู้รอด เป็นบุญตา  บางที่โชคดี อาจเห็นฝูง น้องนกยูง  ฟ้อนรำแพน เย้ย ต้อนรับ น้าหมัก ก้ได้ ให้ตกตะลึง  นะ จัง งัง  ไปเลย…  แต่ตอนนี้ น้าหมัก ขวาจัด ได้ สิ้นชีพไปล้า เราก็ขอ อโหสิ ให้น้า   …  ป่านนี้ น้าหมักคงได้เจอ พี่  “มด … วนิดาตันติวิทยาพิทักษ์ ”  หญิงแกร่ง ที่ปรึกษาสมัชชาคนจน  พบกับ  “ อ้ายสุวิทย์  วัดหนู ” นักสู้เพื่อคนจน คนสลัม  หรือไม่ ก็คงได้พบกับ “ พันเอก สุดสาย  เทพหัสดิน ณ อยุทธยา ”   อดีตเจ้าพ่อ กลุ่มกระทิงแดงอันธพาลการเมืองสมัยหลังเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ฯลฯ   อาจได้พบกันและจับมืออโหสิกรรม ให้กัน และ กัน ก็ได้   ฯลฯ

                           เอ๊า   อีกหน่อหนึ่ง  กะเด่ยวจักน้อยใจว่าหล่อใหญ่ ไม่พูดถึง  ก็ใครเล่า  ถ้าไม่ใช่ น้า “ ปอด   ปะศพ ”  (กรุณา อย่าตกใจ  ฉันก็ตั้งใจเขียนชื่อให้ใหม่ จิง  จิง )      น้าร่างใหญ่ดังยักษ์ ปักหลั่นตนนี้  ก้อให้สัมภาษณ์ พูดทำนองว่า จะต้องสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น( น้าโดนพี่น้องสะเอียบ เผาหุ่นไปในวันที่ ๒๘ กย นี้ เรียบร้องโรงเรียน แก่งเสือเต้นไปแล้ว )  น้าบอก ว่า ปีหน้า ๒๕๕๖ คงได้สร้าง  …   เอ๊า พี่น้องเตรียมตัวต้อนรับ ผู้รุกรานได้แล้ว!  …   น้า ปอด ปะศพ   นี่  เป็นคนประเภทที่หนังสือกำลังภายในว่า “  มิเห็น โลงศพ    มิหลั่งน้ำตา ”   หรือที่คนเฒ่าคนแก่ พูดถึงคนพิลึกกึกกือ ประสาท เอาความคิดเผด็จการ มาเป็นใหญ่  ว่า  “  ไอ้ชาติคางคก   ยางหัวไม่ตก  ก้ไม่รู้สึก ”    เภทนี้แหละพี่น้องเอ๋ย…

                              - - -  ฉัน อยากมีข้อเสนอต่อพี่น้องชาวสะเอียบ แก่งเสือเต้น ต่อการ ต้าน มิให้โครงการสามานย์ นี้ เกิดขึ้นได้  (ถ้าพี่น้องเพื่อนฝูงที่ได้มาอ่านมาเยือนยาม ณ ที่นี้  อยากจะเสนอทางออก และ ทางต้านความกระสันของพวกนักสร้างเขื่อน ก็เชิญ แสดงความคิดเห็นสนทนาธรรมกันได้   และ ท่านที่เห็นด้วยกับการอยากให้สร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น ก็กรุณาเข้ามาเยือนเสนออะไรตามความคิดของท่านได้ เราต้อง เปิดประชาธิปไตยที่แท้จริง (ย้ำคำว่า “ที่แท้จริง! ”)  กันเต็มที่!

                            ข้อเสนอของ ฉันคือ …

              - - -   อย่าให้ พวก หน่วยงานที่จะสร้างเข้ามาในพื้นที่     ต้องเด็ดขาดกันแล้ว  และพี่น้องก็ได้ทำแล้ว!

 -         - -  อย่าให้เขามาลงหัวงานที่จะสร้างเป็นอันขาด ต้องจัดเวรยามกันไว้ (พี่น้องคงทำกันแล้ว)  เราจำบทเรียนกันได้ไหมท  ที่เขื่อนปากมูล  มันมาลงมือสร้างหัวงาน  และอ้างว่าการก่อสร้างทำได้หลาย  เปอร์ เซนต์ แล้ว  ต้องทำต่อ หยุดไม่ได้

             - - -    รวมพลังกันให้กว้างใหญ่ไพศาล กระจายความคิดข้อมูลที่แท้จริงออกสู่วงกว้าง ทั้งในประเทศ และทั้งในสากล  ( เขื่อน แม่วงศ์   และ เขื่อน  ไซยะบุรี ที่พี่ไทยหนับหนุนหลายด้าน )

                                 ฯลฯ    ฯลฯ  ฯลฯ 

        ของแถม …. เมื่อหลายปีมาแล้ว  ที่ฝรั่งเศส   มี พิธีการ   พังเขื่อน  คืนสายน้ำให้ชุมชน ให้ฝูงปลา (ยายไฮ ก็เคยทำมาแล้ว!)  …  มีบาทหลวง ขึ้นไปนั่งบนสันเขื่อน  แล้วท่านก็ตีระฆัง เป็นสัญญาณ ให้ประชาชน คืนสายน้ำให้กับชุมชน ให้ปลา ฯลฯ   นั่นคือการพังเขื่อน  อนุสาวรีย์ อันสามานย์ ในส่วนที่ไม่มีประโยชน์  …  แล้วเขื่อนที่ไม่มีประโยชน์ ที่ทำลายรากเหง้า วิถีชีวิตของชุมชน ของประชาชน หล่ะ  เช่น ที่เขื่อน ปากมูน  อิสาน   หรือ       ฯลฯ  … เป็น  question  marks  เท่านั้นเอง!

                         - - -     ขอให้กำลังใจ พลังใจ พี่น้องทุกๆแห่ง ทุกหน ฯลฯ  ที่กำลังต่อสู้  กับ  พวก   GODDAM!  …  LONG   LIVE    THE   PEOPLE !

 

สา ธุ        อา เ ม น     อิ สลา ม มา ลา กุ ม         ฯลฯ 

  ปลายฤดูหนาว , ๑ ตุลาคม ๒๕๕๕

 

 เชิงดอยสุเทพ ,  ล้านนาอิสระ , เจียงใหม่ .

บล็อกของ แสงดาว ศรัทธามั่น

แสงดาว ศรัทธามั่น
ฉั น นั่งคุยกับ อ. เปี๊ยก(เพื่อนร่วมชีวิตกับสุดสะแนน) ใต้ร่มต้นมะปราง ลิ้นจี่ ลำใย ฯลฯ ณ ร้าน - บ้าน "สุดสะแนน" ฉั นมักมาพำนักที่นี่เสมอด้วยความกรุณาของผองเพื่อนพีน้องสุดสะแนน ดังที่ฉั น เคยเขียนว่า ที่นี่เป็นป่าในเมือง รายล้อมด้วย ตึก คอนโด เกสต์เฮ้าส์ ฯลฯไก่ชนรูปร่างสง่างามคุ้ยเขี่ยหาอาหารใต้ร่มไม้กะ อ.เปี๊ยก ที่ผูกเปลนอนใต้ร่มไม้ ไก่ชนตัวนี้รอดชีวิตมาได้ เพื่อนๆจะเอาไปต้มกิน แต่ "อ.คิง" เอามาที่สุดสะแนน ก่อนที่เพื่อนๆจากเชียงของ, เชียงราย จะมาบ้าน "อ้ายต้อม และ พี่กบ" ที่สันทรายแม่โจ้, เชียงใหม่....เพื่อนๆ จากเชียงของคือผู้ที่ปกป้องรักษารากเหง้าวิถีชีวิตให้กับโลก แผ่นดิน…
แสงดาว ศรัทธามั่น
เ ดื อ น - ดา ว งามแจ่มฟ้าลาวัณย์แ ร ม - เรืองรองพลันบรรเจิดจ้าป ระ กา ย - เดือนดาวแห่งคืนวันดับวูบ แล้วเฮยเ รื อ ง - เรื่อเหลืองอร่ามแล้วอาบโลก งามนิรันดร์ ฯน้ อ ง ชา ย....ยินข่าวเจ้ากลับคืนสู่ผืนดินข่าวคราวจากผองเพื่อนแห่งล้านนาฉัน งงงวย และใจหายต่อมา... เริ่มเข้าสู่ห้วงภวังค์จิตสมาธิ* " ต ถา ตา .... มันเป็นไปเช่นนั้นเอง "
แสงดาว ศรัทธามั่น
(1) ธ ร ร ม ชา ติบ่า ยในห้วงฤดูฝนนี้ ณ "สุดสะแนน"ฟ้าครื้มเมฆ ใบไม้ไม่ไหวติง ผีเสื้อยังคงเริงรำร่อนดูดดื่มเกสรดอกไม้ ไก่แจ้บางตัวคุ้ยเขี่ยหาอาหาร บางตัวก็พักผ่อนไซร้ขนนอนหลับ แม่ไก่ที่นี่มีสามสี่ครอก งดงามนักน่าขำและงดงามไก่แจ้ครอกหนึ่งมีแม่สองตัวช่วยกันเลี้ยง ถาม "อ้ายฮวก"เจ้าของร้านสุดสะแนนเธอบอกว่า "แม่ไก่สองตัวช่วยกันฝัก" งดงามมากเลย... ผีเสื้อสีน้ำเงินบินมาเกาะที่แก้วน้ำฉันฉันนั่งอยู่ใต้ร่มไม้มะม่วงอันร่มรื่น มดแดงมาเกาะที่แขนฉันฉันค่อยๆจับเขาไปปล่อยเกาะที่ร่มมะม่วง
แสงดาว ศรัทธามั่น
 (1)พรรษาราตรีพรรษาฤดูฉันนั่ง ณ ลานโล่งกว้างแห่งเมืองใหญ่ยามราตรีนี้ทุ่งฟ้าดูมิสดใสด้วยเมฆฝนทว่า...เป็นครรลองของธรรมชาติที่เป็นไปเช่นนั้นเอง“ตถาตา”
แสงดาว ศรัทธามั่น
( 1 ) พ ลิ้ ว โ ผ แ ล โ อ บ ก อ ดอรุณรุ่ง ฉันนั่งใต้ร่มไม้มะม่วง ณ ที่นี่มีต้นไม้พันธุ์ไม้หลากหลาย ฯลฯทั้งไม้ดอก ไม้แดก ( หมานถึงกินได้ ) เช่น มะม่วง มะปราง ลิ้นจี่ตาขบ ฯลฯ ที่นี่ ถือว่า เป็นป่าในเมือง มีความร่มรื่น มี นก หนูแมลง กระรอก ผีเสื้อ แมลงปอ กบ เขียด ปาด อึ่งอ่างคางคก และไก่แจ้ ฯลฯ ขณะฉันเดินออกกำลังกาย รับแสงตะวันยามเช้าไก่แจ้หลายตัวก็เริงรำย่ำย่างมาหาฉัน ฉันรู้ว่าเขาต้องการอะไรฉันรีบเดินไปเอาข้าวสาร ณ บ้าน - ร้านนี้ มาโปรยปรายให้พวกเธอบ้ า น - ร้านนี้ล้อมรอบไปด้วย ตึก คอนโด ด้านทิศตะวันออก กำลังสร้าง ตึก คอนโด ฉันคำนวณความสูงไม่ต่ำกว่าสิบชั้น...โอ้ ...นกกระจอกมาแล้ว…
แสงดาว ศรัทธามั่น
*1  เรียวนิ้ว บรรเลง เพลง บลูส์ กีร์ต้า     เรียวปาก พริ้ม ฮาร์โมนิการ์ขับขาน*2  กลอง บองโก้ บรรเลง เพลงรัก ฉ่ำชื่นบาน     โอบกอดโลก สุข สราญย์เบิกบาน ชีวี     สาก มือ นิ้ว ด้าน  ด้าน เหนี่ยว ไกปืน      ผงาดยืน สาดกระสุนใส่ ในทุกที่ *3  ระเบิดบาป กระสุนบ้า ณ เพลานี้      ถล่มโลก ให้ป่นปี้ ด้วย ไ ฟ ส ง ค ร า ม*4   เธอ “ผิวปากเป็นบทเพลงแห่งความคิดถึง”      เพราะรักจึงจิตวิญญาณ – หัวใจ มิอาจห้าม     …
แสงดาว ศรัทธามั่น
Up fighting together for "FRIEND OF BURMA" and give power heart hug for.......FRIEND SENDING  STRENGTH TO NAGIS VICTIMS"พ ลั ง ใ จและโอบกอดแด่การ ลุ ก ขึ้ น สู้ของพี่น้องชนเผ่า และป ระ ชา ช น ชา วพ ม่า (มิใช่ชนชั้นปกครองรัฐบาลเผด็จการทหารฟัสซิสม์มิยันม่าร์) และพี่น้องที่ถูกพายุนากิส โหมซัดกระหน่ำทำให้ต้องตายนับแสนๆ คนและสูญหายอักนับหมื่นคน******
แสงดาว ศรัทธามั่น
ภาพประกอบจาก http://www.flickr.com/photos/poakpong/2301645201/  ..... เ พ ลง ROCK ผสานเพลง เ ร ก เ ก้"บอบมาเล่ย์" and WE CAN PLAY พริ้งผ่องใสทั้ง ไทย - สากล - ลูกทุ่ง ...COUNTRY SIDEทั้ง เพลง ฉ่ อ ย ชื่นฉ่ำไล้ เพลง ร อ ง เ ง็ งเพลง ลำ เพ ลิ น เพลง จ๊ อย ซ อเพลง ป ว่า เ ก อ ญ อ พลิ้วบรรเลงเพลง รั ก โ ล ก เฉิดเชวงคือ บทเพลง แห่ ง รั ก อั น งด งา ม !!!For Humanity friend on Earth ... We Love Y ou !!!!คิมหันตฤดู, 22 เมษายน 2551"สุดสะแนน", ล้านนาอิสระ , เจียงใหม่
แสงดาว ศรัทธามั่น
* @ " ปุ๋ ย ... นั น ท โ ช ติ  ชั ย รั ต น์ "เพื่อนแจ่มชัด สู้เพื่อโลก - ประชาชนได้สุขสันต์พริ้มบทเพลงกล่อมเห่เป็นนิรันดร์พลิ้วเพลงฝันกล่อมโลก กล่อมชีวี- - - ชั่วชีวาแห่งเธอแกร่งกล้างามเสมอนั้นเหลือที่คุณค่า คงมั่น หยัดยืน ณ ปฐพีร่วม " ลุ ก ขึ้ น สู้ " เพื่อพี่น้องผู้ถูกกดขี่ ... ประชาชน... เ ธ อ มี จิ ตวิ ญ ญา ณ สะอาดสดใสงา ม ด ว ง ใ จ เ จิ ด จ้าแจ่มเหลือล้นแห่งเพื่อนพี่น้อง " ส มั ช ชา ค น จ น "เพื่อ ผู้ทุกข์ทน ทุกข์ยาก ได้กำ ชั ย !!!... พริ้ มตาหลับลงเถิด เพื่อนแก้วเอ๋ยสายลมโชยพัดรำเพย อวยพรให้ผีเสื้อ แมลงปอ แล ดอกไม้โ ล ก เ อ กภ พ จั ก ร วาล ฉ่ำไล้ โอบกอด เ ธ อ** จิ ต วิ ญญา ณ- เ ธ…
แสงดาว ศรัทธามั่น
"ท่าน ค า ลิ ล ยิ บ ร า น "คือหนึ่งในมหาปราชญ์กวีแห่งโลกหล้าปลุกปลอบเพื่อนมนุษยชาติให้งดงามจิตวิญญาณ์หลอมคุณค่าชีวีโลกให้ ฉ่ำ บา น !
แสงดาว ศรัทธามั่น
*** "มองดูความจริงซีพี่ น้องผองเพื่อน"มองดูแล้วย้ำเตือนคนหนุ่มสาวโลกร้อนแล้งเลวร้ายเนิ่นนานยาวทั้งเหน็บหนาวปวดร้าวทุกคราวครั้ง
แสงดาว ศรัทธามั่น
@ - - - ป รา ก ฏ กา ร ณ์ธรรมชาติดูเหี้ยมโหดเกรี้ยวกราดโกรธทำลายไปทั่วดิน ฟ้า อากาศ ดูน่าสะพรึงกลัวแตกตัว เติบใหญ่ ไปทุกที่ลูกเอ๋ย... แม่ก็รู้ ลูกเจ็บปวดร้าวรวด ทุกข์ทรมาน เหลือที่ก็ แ ม่ ก็ อยู่ ของ แ ม่ อยู่ ดี ดีแล้ว ลู ก อัปรีย์ ไยมาย่ำยีกดขี่ข่มเหง แ ม่ ทำ ไม ?แ ม่ เองก็เจ็บปวดรวดร้าวนักเหน็บหนาว รุ่มร้อนประจักษ์ เจ็บป่วยไข้ไฉนเล่ามาเฆี่ยนโบยตี มาสุมไฟรุกไล่ ทำลาย ล้างผลาญเจ้า ลู ก ริ ยำ เอ๋ย ...ไย เ ธ อ ไม่รู้ ?อวิชชาพรั่งพรูกรูกลบหมดสิ้นโลภ โกรธ หลง เมามัว เข่นฆ่าแ ผ่ น ดิ นพังภินท์ไปหมดทั่วเอกภพ จักรวาลลูกหลานเอ๋ย ... แ ม่ก็ปวดเจ็บ ...หนาวเหน็บเมื่อม า ร ลู ก มาล้างผลาญหยุดเถิดยังมิสาย…