Skip to main content


สมยศ พฤกษาเกษมสุข
13  พฤศจิกายน  2556

 

 

เป็นที่น่ายินดีสำหรับพรรคประชาธิปัตย์ที่ประสบผลสำเร็จในการนำมวลชนออกมาชุมนุมต่อต้านนิรโทษกรรมเหมาเข่ง จนกลายเป็นกระแสคลื่นมหาชนอันยิ่งใหญ่ จนพรรคเพื่อไทยต้องถอนร่าง พรบ.นิรโทษกรรมเหมาเข่งทั้งหมดออกจากสภาผู้แทนราษฎรพร้อมกับยืนยันว่าจะไม่มีการดำเนินการในเรื่องนี้อีกต่อไป
มีเหตุผลหลายแง่มุมที่คนไทยต่อต้านการนิรโทษกรรมเหมาเข่ง อาทิเช่น หนึ่ง...ทำให้ผู้สั่งฆ่าคนเสื่อแดง 99 ศพ และแกนนำเสื้อเหลืองกับเสื้อแดงหลุดพ้นจากการถูกดำเนินคดี  สอง...เป็นการนิรโทษกรรมในคดีทุจริตคอรัปชั่นให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร   สาม...พรรคเพื่อไทยอ้างว่าต้องนิรโทษกรรมให้กับทุกฝ่าย เลือกปฏิบัติไม่ได้แต่ในความเป็นจริงได้ยกเว้นคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หรือมาตรา 112 ซึ่งมีโทษน้อยกว่าคดีฆ่าคนตาย 99 ศพ หรือการทำลายทรัพย์สิน เป็นการเลือกปฏิบัติขัดกับหลักความเสมอภาคอย่างชัดเจน

แต่เหตุผลหลักประการเดียวที่พรรคประชาธิปัตย์นำมาใช้เป็นประเด็นปลุกระดมมวลชนก็คือการล้างผิดในคดีทุจริตของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นการตีตราและผลิตซ้ำความคิดในสังคมไทยให้เชื่อกันว่า คนโกงคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เท่านั้น

พรรคเพื่อไทยโต้แย้งว่าคดีทุจริตของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เกิดจากคณะรัฐประหาร ย่อไม่เป็นธรรมและไม่ใช่กระบวนการยุติธรรมตามปกติ จึงเป็นเพียงเครื่องมือทางการเมือง ดำเนินคดีแบบสุกเอา เผากิน ตามกระแสการเมือง

ความตื่นตัวของประชาชนต่อต้านการทุจริตเป็นเรื่องน่ายินดียิ่ง การออกมารวมตัวกันของคนชั้นกลางในย่านธุรกิจสีลม คัดค้านนิรโทษกรรมเหมาเข่ง เป็นการแสดงออกของการมีส่วนร่วมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย เพียงแต่กระแสคลื่นมหาชนครั้งนี้ถูกชักนำด้วยความจริงบางด้านเท่านั้น และถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือโค่นล้มรัฐบาลอีกด้วย

การชุมนุมเป่านกหวีดที่ถนนสีลม และการประท้วงขยายวงกว้าง แม้แต่กลุ่มผู้พิพากษายังแสดงจุดยืนคัดค้านการนิรโทษกรรมเหมาเข่งไปกับเขาด้วย ปรากฏการณ์นี้เป็นเรื่องน่าทึ่ง และแปลกประหลาดเป็นอย่างยิ่ง กล่าวคือเมื่อทหารก่อการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เป็นการทำลายประชาธิปไตย ทำลายนิติรัฐยับเยิน แต่กลุ่มคนเหล่านี้กลับแสดงความยินดีสนับสนุนการรัฐประหาร ถึงแม้ว่าการรัฐประหารมีโทษถึงประหารชีวิต แต่กระบวนการยุติธรรมทั้งหลายต่างยอรับ ไม่โผล่หัวออกมาเป่านกหวีด หรือชุมนุมประท้วง  ครั้นเมื่อมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2550 ผู้ยกร่างซึ่งมาจากคณะรัฐประหาร ทำการนิรโทษกรรมให้กับคณะรัฐประหาร โดยบรรจุไว้ในมาตรา 309 รัฐธรรมนูญ 2550 น่าแปลกใจหรือไม่ ?  การลบล้างความผิดให้กับคณะรัฐประหาร ไม่มีคุณหมอ  นักธุรกิจ  หรือคณาจารย์มหาวิทยาลับ ออกมาเป่านกหวีด ไม่มีใครหน้าไหนออกมาต่อสู้แบบเทหมดหน้าตักไม่ชนะไม่เลิก

หลังรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 มีการเอางบประมาณแผ่นดินจำนวน 1,600 ล้านบาทนำมาแจกจ่ายให้กับทหารผู้ก่อการรัฐประหาร แต่ทว่าพฤติกรรมแบบนี้ไม่ถูกคัดค้าน หรือถูกต่อต้านใด ๆ เลยจากพรรคประชาธิปัตย์  ส่วนอธิการบดีผู้ทรงเกียรติทั้งหลายกลังนิ่งเฉย ปล่อยให้รัฐบาลทหารปู้ยี้ ปู้ยำงบประมาณรัฐตามใจชอบ

ในความเป็นจริงการรัฐประหารเป็นการปล้นบ้านกินเมือง มันเลวร้ายสาริยำยิ่งกว่าการทุจริตคอรัปชั่นทุกรูปแบบเสียอีก แต่ทำไมพวกดอกเตอร์มหาวิทยาลับกลับพากันสงบปากสงบคำ ยิ่งไปกว่านี้บางคนยังเข้าไปรับตำแหน่ง รับประทานเงินเดือนจากคณะรัฐประหารอีกด้วย แม้แต่ผู้พิพากษาอันทรงเกียรติบางท่านยังไปสมรู้ร่วมคิดวางแผนปล้อนบ้านกินเมืองกับเขาด้วยซ้ำไป

เรากำลังต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่นของนักการเมืองคนหนึ่ง เพื่อจะได้ร่วมกันปล้นบ้านกินเมืองกันอย่างโปร่งใส นี่นะหรือคือการดำรงไว้ซึ่งหลักธรรมาภิบาลที่ถูกต้อง ?

แต่ทั้งนี้มองในด้านพรรคเพื่อไทยอาจกล่าวได้ว่าเป็นความผิดพลาดที่ได้เป็นรัฐบาลแล้ว ไม่ทำการลบล้างผลพวงการรัฐประหาร ไม่ทำความจริงของการรัฐประหาร และการเข่นฆ่าคนเสื้อแดงให้ปรากฏ ไม่ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมให้ดีขึ้น ไม่แก้ไขมาตรา 112 ให้เป็นประชาธิปไตย ฯลฯ  การปรองดองแบบหลับหูหลับตากับพวกอำมาตย์ได้ย้อนกลับมาทำลายพรรคเพื่อไทยในที่สุด

อย่างไรก็ตาม ความตื่นตัวของประชาชนไม่ว่าจะเป็นพวกเสื้อเหลือง หรือเสื้อแดง แม้ว่าเป็นความพิลึกพิลั่นของการเมืองแบบเลือกข้าง แต่เป็นพัฒนาการที่ดีมากยิ่งขึ้นในระยะยาว เพราะนี่เป็นประชาธิปไตยทางตรง ย่อมดีกว่าการเป็นไพร่ฟ้าหน้าใสที่เฉื่อยชาทางการเมือง

และแล้วการชุมนุมคัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมได้แปรเปลี่ยนเป็นการโค่นล้มรัฐบาลยิ่งลักษณ์  การต่อต้านนิรโทษกรรมเหมาเข่งเป็นกระดานหกไปสู่การโค่นล้มรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เป็นเกมการเมืองของวงจรอุบาทว์อึกครั้งโดยยังไม่รู้ว่าภายหลังการโค่นล้มรัฐบาลไปแล้วคนไทยจะได้อะไรกันบ้าง ? นอกจากความฉิบหายที่รออยู่เบื้องหน้า

 


 

บล็อกของ สมยศ พฤกษาเกษมสุข

สมยศ พฤกษาเกษมสุข
 
สมยศ พฤกษาเกษมสุข
สมยศ พฤกษาเกษมสุข
หมายเหตุ -  ปณิธาน พฤกษาเกษมสุข หรือ ไทบุตรชายของสมยศ พฤกษาเกษมสุข อ่านบทความของพ่อชิ้นนี้ภายในงานเสวนา “การปฏิรูปกระบวนการประกันตัวของผู้ต้องหาคดีความมั่นคงของชาติ” ที่จัดขึ้นเนื่องในวาระครบรอบ 3 ปีแห่งการถูกคุมขังของสมยศ จัดที่มหาวิทยาธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2557
สมยศ พฤกษาเกษมสุข
งาช้างไม่งอกจากปากสุนัขฉันท์ใด การปฏิรูปไม่อาจงอกมาจากพวกปฏิกูลการเมืองที่กำลังปิดกรุงเทพ นำความหายนะมาสู่สังคมไทยในขณะนี้
สมยศ พฤกษาเกษมสุข
 “พวกเราใช้ชีวิตบั้นปลายในเรือนจำก็เพราะเราคัดค้านแนวคิดการพัฒนาอย่างแบ่งแยก ซึ่งทำให้เรากลายเป็นคนต่างด้าวในประเทศของเราเอง”