Skip to main content

ดูข่าวจากโทรทัศน์
ตอนเช้าวันนี้
(20 ..52) ข่าวคนชอบสัตว์ นำหมีมาเลี้ยงโดยขังในกรง มันอยู่รวมกันหลายตัวต่อสู้กัน เจ้าของจับถอดเล็บ ป้องกันมันทำร้ายกัน บางตัวตัดขาออกข้างหนึ่งเหลือเพียงสามขา ฟังข่าวไม่ทัน ตัดขาเพราะอะไร ยังไม่พอ เจ้าของทอดทิ้งปล่อยมันผจญชีวิตเองตามยถากรรม มันถูกถอดเล็บ ไม่มีอวัยวะสำคัญในการดำรงชีวิต เกาะขึ้นต้นไม้ไม่ได้ หาอาหารเองไม่ได้ ปล่อยสู่ธรรมชาติไม่ได้ ขาดเล็บอาวุธป้องกันตัว หมีตอนเล็กๆ รูปร่างอ้วนๆ ป้อมๆ คงน่ารักมาก

 


ความน่ารักของมัน คงเหมือนลูกหมาอ้วนตะลุกปุ๊ก ขนฟูสะอาด อวดลิ้นเล็กๆ สีชมพู วิ่งเล่นไปมา บางทีก็ล้มคว่ำล้มหงาย น่าอุ้มน่าเอ็นดูไม่น้อย พอมันโตขึ้น ความน่ารักของมันลดลงและอาจหายไปหมด คนรักมันจริงๆ ก็คงหาอาหาร หาขนมอร่อยๆ ให้มันกินเช่นเดิม ลูบหัวกอดมัน มันเจ็บป่วยก็ดูแลพาไปหาสัตวแพทย์ เป็นเห็บเป็นหมัดก็ซื้อยาจากหมอขวดละประมาณ 80 บาท มาหยอดตรงกลางระหว่างขาหน้าทั้งคู่ด้านบน บริเวณที่ต่ำกว่าหัวมันลงไปเล็กน้อย ยาจะซึมเข้าผิวหนัง ถึงเวลาก็พาไปฉีดยากันพิษสุนัขบ้า ถ้าเป็นหมาพันธุ์ต่างประเทศ ผู้เลี้ยงมีฐานะดี จะพามันไปอาบน้ำ ตัดเล็บแต่งขน หมาเหงาหมาตาย เจ้าของเหงาหงอย ร้องไห้ นี่คือคนรักสัตว์ ตัวจริงคนจริง ไม่เสแสร้งรักอวดใคร หรือตามแฟชั่น

 

เรื่องหมีๆ
ที่พบด้วยตนเองมี
2 เรื่อง ขอเริ่มเรื่องแรก ในเช้าวันหนึ่ง ราวปี พ.. 2527 ผมออกจากบ้านพักครูโรงเรียนประจำอำเภอแม่แตง ออกไปหาอาหารกลางวันกิน ไปกินร้านประจำข้างปั้มน้ำมัน

ปั้มนี้อยู่ฝั่งตรงข้ามกับที่ว่าการอำเภอแม่แตง ผมสั่งข้าวผัด 1 จาน กำลังนั่งเคี้ยวอย่างอร่อยได้ 2-3 คำ ร้านนี้ตั้งอยู่ใกล้ต้นฉำฉา (จามจุรี) ดูร่มรื่นดี ใกล้โคนต้นฉำฉา มีหลักปักอยู่ โซ่จากหลักทอดยาวไปผูกกับคอหมีตัวหนึ่ง ขนาดโตปานกลาง มันคลานไปมาท่าทางงุ่นง่าน


ผมถามเจ้าของร้านด้วยความฉงน
หมีใครเนี่ย ! เอามาจากไหนเหรอ ?”
หมีของเถ้าแก่ร้านขาย...” เจ้าของร้านบุ้ยปากข้ามถนนไปยังฝั่งตรงข้าม
แกซื้อมา”
เอามาเลี้ยงเหรอ”
ไม่ใช่ครับอาจารย์ แกจะเอามาฆ่า เอาดีมัน ดีหมีเป็นยารักษาโรค แกจะให้ลูกสาวที่ป่วยเป็นอะไรไม่รู้กิน”
โอ้โห.!..รักลูกมากจนต้องฆ่าหมีเอาดีมันเชียวหรือ ?” ผมกลืนข้าวผัดที่แสนอร่อยไม่ผ่านลำคอ หยุดกิน ยกน้ำในแก้วขึ้นดื่มแก้ฝืดคอ
เขาฆ่ามันอย่างไรละ ชิด ?” ผมถามเจ้าของร้านชื่อชิดชัยต่อ หลังจากพยายามทำใจ ตาชำเลืองมองหน้าหมี มันคงไม่รู้ว่าลมหายใจจะสิ้นสุดอีกไม่กี่ชั่วโมง
ก็ใช้ค้อนทุบหัวมันซิครับอาจารย์ เปรี้ยงๆ แล้วแหวะท้องเอาดีมัน”

 

 

บล็อกของ ถนอมรัก เดือนเต็มดวง

ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
    นอสตราดามุส (ค.ศ. 1502-1566) เป็นชาวฝรั่งเศสเชื้อสายยิว เรียนจบปริญญาตรีคะแนนดีเยี่ยม จึงโดดเรียนปริญญาเอกจนจบสาขาแพทย์ ได้ทำนายไว้ว่า  “ ...วันเวลาแห่งความศักดิ์สิทธิ์ของการสิ้นยุคเก่าและการมาถึงของยุคใหม่...กำลังจะเข้ามาปรากฏแก่สังคมโลกมนุษย์อยู่แล้ว ซึ่งคาดตามตรรกะจะเกิดขึ้นในช่วงระหว่าง 23 ปีข้างหน้านี้ คือระหว่างปี ค.ศ. 2000 ถึง ค.ศ.2023...” (หนังสือนอสตราดามุส โดย ศ.เจริญ วรรธนะสิน หน้า 363)  
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
    ผมปลดกระเป๋าหนังสะพายบ่า เปิดกระเป๋าหยิบเอกสารปึกใหญ่ออกมา ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับแผ่นดินไหว ดูท่านยิ้มเหมือนพึงพอใจ ชี้ไปที่เอกสารฉบับหนึ่งแล้วบอกว่า นั่นเป็นชื่อของท่านที่เขียนเรื่องนั้น ผมหัวเราะแก้เขินที่จุดไต้ตำตอ ถือโอกาสย้ำถาม “ ท่านชื่อคุณอดิศร ฟุ้งขจรหรือครับ ? ขอโทษผมไม่ทราบจริงๆครับ.” เราทั้งคู่หัวเราะและยิ้มให้กัน เราเริ่มคุ้นเคยกันในเวลาอันสั้น คงจะจริงนะ ที่ว่าการพบกันครั้งแรกเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง หากอัธยาศัยต้องกัน หรือที่พูดกันว่า ถูกชะตากัน ยิ่งคุยยิ่งสนุก มิตรภาพงอกงามรวดเร็ว…
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
  24 พฤษภาคม 2554
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
  เพลงที่ 11 ลืมไม่ได้เด็ดขาด ชื่อเพลง “ศรัทธา” ขับร้องโดยคุณโป่ง ปฐมพงษ์ สมบัติพิบูลย์ นักร้องนำวง หิน เหล็ก ไฟ ก่อนเปลี่ยนเป็นวง The Son ทราบว่าเพลงของวงนี้ เขาแต่งเนื้อร้องทำนองเองหมด คุณโป่งเป็นนักร้องร็อคระดับต้นแบบ หรือ Idol ของใครอีกมากมายที่เดินตามในถนนสายดนตรี เสียงมีพลัง มีความหนักแน่น เป็นเพลงประเภทให้กำลังใจต่อสู้ ให้มุมมองชีวิต ให้ความคิด เนื้อเพลงบางท่อนกลายเป็นวลีฮิตติดปากไปแล้ว เนื้อเพลงบางตอน              …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
 
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
      ผมฟังคุณศิริพรกล่าวเนื่องในวันเกิด ของผู้ชราหลายคนในวันนี้ ฟังแล้วจับใจไม่น้อย “ ...ถึงแม้บ้านวัยทองนิเวศน์ จะมีอาหารการกิน มีเครื่องนุ่งห่ม เครื่องใช้สอย แต่ที่ขาดเป็นด้านจิตใจ แม้จะไม่สามารถทดแทนครอบครัวเดิมของท่านได้ก็ตาม จะพยายามเติมเต็มส่วนที่ขาด ตามที่สามารถทำได้...” เมื่อพิธีกรงานวันเกิดกล่าวต่อจนจบแล้ว 
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
ใกล้เที่ยงในโรงอาหารมีคนพลุกพล่าน พินิจดูเป็นเด็กหนุ่มสาว อาจเป็นระดับอาชีวะ หรือมหาวิทยาลัยราวปี 1 , 2 มีโต๊ะยาววางถ้วยจานแก้วน้ำ หน้าโรงอาหาร มีเจ้าหน้าที่บริการ 2 คน ผมเดินไม่รู้ไม่ชี้มองหาเจ้าหน้าที่บ้านวัยทองนิเวศน์
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
ผมเดินออกจากสำนักงาน
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
  ผมบอกให้ลูกจอดรถ ที่ถนนทอดสู่ตัวอาคารสำนักงาน บอกให้แกพาแม่ไปเยี่ยมยายที่บ้านปง ที่อยู่ห่างจากที่นี่ราว 3 กิโลเมตรเศษ ประมาณ 11 โมงให้กลับมารับพ่อ ผมเดินเข้าไปหาเจ้าหน้าที่ในตัวอาคาร พบเจ้าหน้าที่หญิง เป็นคนที่เคยรู้จักกันมาก่อน เธอยกมือไหว้เมื่อเห็นหน้าผม เธอมีบ้านพักอาศัยอยู่ในหมู่บ้านสันมหาพน หมู่บ้านนี้อยู่ตรงข้ามกับโรงเรียนสันมหาพนวิทยา ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ตั้งอยู่ฟากถนนทิศตะวันตก โรงเรียนนี้อยู่ห่างที่ว่าอำเภอไปทางทิศใต้ไม่ถึง 100 เมตร ผมเคยสอนโรงเรียนนี้นาน 12 ปี ผมบอกเธอว่า …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
  วันนี้ขับรถกระบะสีเขียว รุ่น พ.ศ. 2537 ออกจากบ้านทุ่งแป้ง อำเภอสันป่าตองราว 8.00 น.เศษ มีจุดหมายปลายทางที่บ้านวัยทองนิเวศน์ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ คนนั่งซ้ายมือเป็นขาประจำ มีหน้าที่นั่งคุยเป็นเพื่อนไม่ให้คนขับรถง่วง บางเวลาก็นั่งเฝ้ารถกรณีผมเข้าห้องสมุดที่ต่างๆ คอยซื้ออาหารกลางวัน เครื่องดื่มบำรุงคนขับรถ เป็นฝ่ายสวัสดิการ บางทีทำเกินหน้าที่ กลายเป็นฝ่ายก่อความสงบภายในรถ สร้างความเครียดแก่คนขับแทนการผ่อนคลาย สาเหตุจากให้เฝ้ารถนานๆ เมื่อผมกลับจากค้นคว้าในห้องสมุดมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
  ปีนี้ พ.ศ.2554 จะยังมีกิจกรรมดำหัวผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่หรือไม่ ? หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น “ไทยนิวส์” ฉบับวันศุกร์ที่ 1 เมษายน 2554 ได้ลงข่าวหน้า 1 ว่า “ จัดดำหัวผู้ว่าฯสานประเพณี เปลี่ยนชื่องานใหม่ สระเกล้าฯป้อเมือง .” โดยมีเนื้อหาข่าวบางตอนดังนี้ครับ “เมื่อ 30 มีนาคม 2554 นายวรการ ยศยิ่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เผยว่า เพื่อให้การจัดกิจกรรมนี้เป็นการแสดงออกถึงความเป็นวัฒนธรรมประเพณีปีใหม่เมืองล้านนาของจังหวัดเชียงใหม่ จึงได้มีการปรับเปลี่ยนชื่อกิจกรรมเป็นงาน สระเกล้าดำหัวป้อเมืองเจียงใหม่ …