Skip to main content

"นี่หรือธรรม..ธรรมศาสตร์ นี่แหละคือธรรม..ธรรมศาสตร์" กร๊ากๆๆ ขำจะตายอยู่แล้ว พวกคุณถามว่าทำไมนักศึกษาสมัยนี้สนใจเรื่องจิ๊บจ๊อย ไม่สนใจเรื่องใหญ่โต แล้วนี่พวกคุณทำอะไร เขาเถียงกันอยู่ว่าจะสร้างเขื่อนแม่วงก์ดีไหม องค์กรซ้อนรัฐไหนกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังการสร้างเขื่อน ใครกันที่สำรวจเรื่องเขื่อนแล้วสรุปให้สร้างซึ่งพอสร้างแล้วเงินก็เข้ากระเป๋าเขาเอง..

แต่นี่ธรรมศาสตร์ทำอะไร ออกแบบสำรวจความเห็นเรื่องการแต่งกายของนักศึกษา เพื่ออะไรกัน ไม่รู้จะอะไรกันนักหนากับเรื่องเครื่องแบบและการแต่งกายของนักศึกษา ตกลงธรรมศาสตร์จะอยู่กันไม่ได้ถ้านักศึกษาแต่งกาย "ไม่สุภาพ" อย่างนั้นหรือ

ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่าจะแต่งตัวถูกกาละเทศะอะไรหรือไม่ ผมอยากถามว่า จะแต่งอะไรมันเกี่ยวอะไรกับการเรียนการสอน เกี่ยวอะไรกับศักยภาพทางความคิด เกี่ยวอะไรกับการเป็นมหาวิทยาลัยวิจัย หรือแม้แต่เกี่ยวอะไรกับจริยธรรมของนักศึกษา เกี่ยวอะไรกับความดีความชั่ว

ไม่เห็นหรือไงว่าชุดนักศึกษาที่เขาสวมกันจริงๆ น่ะสั้นแสนสั้น เห็นอะไรถึงไหนๆ ยิ่งกว่าบรรดาชุดไปรเวทอันน่ารังเกียจของพวกครูบาอาจารย์ดัดจริตมากนัก ผมไม่แคร์หรอกว่าเขาจะใส่อะไรมาเรียน ให้เขามาเรียนก็พอแล้ว และแค่นี้เท่าที่ประเทศนี้ยังมีเครื่องแบบนักศึกษาอยู่ ยังสนใจเรื่องการแต่งกายมาเรียนของนักศึกษาอยู่ ผมก็อายชาวโลกเขามากพอแล้ว พอทีเถอะ ขำจะตายอยู่แล้ว

ผมระอากับผู้บริหารที่ชอบใช้วาทศิลป์ของตัวเลข แสร้งว่าเป็นสถิติ ในการบริหารองค์กร การวิจัยสำรวจน่ะมันเป็นวิชาของรัฐ เขามีไว้เพื่อการใช้อำนาจแบบเบ็ดเสร็จ หากตั้งโจทย์ทำแบบสำรวจโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อทางเลือกอื่นๆ แล้ว ก็จะกลายเป็นการใช้อำนาจของผลสำรวจครอบงำวิถีปฏิบัติของผู้คนได้ หากไม่โปร่งใสในการรายงายผลการสำรวจแล้ว ผลโพลก็นำไปสู่การฉ้อฉลของการใช้ตัวเลขได้ และหากผู้อ่านผลสำรวจไม่เข้าใจข้อจำกัดของการวิจัยสำรวจแล้ว ก็จะหลงกลลวงของสถิติเสแสร้งแบบนี้ได้ไม่ยากนัก  

แต่ถ้าแน่จริง ช่วยบอกวิธีการสุ่มตัวอย่าง จำนวนตัวอย่าง ค่าเบี่ยงเบน วิธีการทางสถิติ และแนวคิดเบื้องหลังการสำรวจนี้ให้ครบถ้วนด้วย หาไม่แล้วผลการศึกษานี้ก็จะเป็นเพียงการเล่นกลกับวาทศิลป์ของตัวเลข ที่ไม่ใช่แม้แต่จะเป็นสถิติ 

ผมไม่ตอบแบบสอบถามนี้หรอก ไม่อยากเป็นเหยื่อของการวิจัยทางสถิติแบบมักง่าย และไม่อยากให้นักศึกษาต้องเป็นเหยื่อของการวิจัยทางสถิตินี้ 

(รูปที่นำมาลงนี้ของอาจารย์ท่านหนึ่ง ของตัวเองแบบใสสะอาดก็มี แต่ไม่ได้ถ่ายมา ขอบคุณอาจารย์ท่านนั้นที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่)

บล็อกของ ยุกติ มุกดาวิจิตร

ยุกติ มุกดาวิจิตร
อาจารย์ชัยวัฒน์ครับ ผมยินดีที่อาจารย์ออกมาแสดงความเห็นในสถานการณ์ล่อแหลมเช่นนี้ นี่ย่อมต้องเป็นสถานการณ์ที่สำคัญอย่างยิ่งยวดจริงๆ ไม่เช่นนั้นอาจารย์ก็จะไม่แสดงความเห็นอย่างแน่นอน ดังเช่นเมื่อปี 2553 เหตุการณ์การสลายการชุมนุมที่มีผู้เสียชีวิต 90 กว่าคน บาดเจ็บเกือบ 2,000 คน อาจารย์ก็ยังเงียบงันจนผมสงสัยและได้เคยตั้งคำถามอาจารย์ไปแล้วว่า "นักสันติวิธีหายไปไหนในภาวะสงคราม" 
ยุกติ มุกดาวิจิตร
คำถามที่ว่า "นายสุเทพ เทือกสุบรรณและพรรคประชาธิปัตย์ได้รับสัญญาณอะไรพิเศษหรือไม่จึงกล้าบ้าบิ่นได้ขนาดนี้?" คำถามที่ว่า "เครือข่ายชนชั้นนำเก่าฉวยโอกาสตีตลบหลังเครือข่ายทักษิณ ผ่านอำนาจตุลาการและองค์กรอิสระต่างๆ ด้วยหรือไม่" นั้น ผมไม่มีปัญญาตอบ ขอติดตามการวิเคราะห์ของผู้อื่นที่เข้าถึงข้อมูลแปลกๆ หรือมีทฤษฎีวิเคราะห์การเมืองไทยจากมุมชนชั้นนำทางการเมืองมาเล่าเองดีกว่า ส่วนตัวผมอยากทำความเข้าใจมวลชน หรืออย่างน้อยอยากเข้าใจเพื่อนๆ มากกว่า
ยุกติ มุกดาวิจิตร
ขอตั้งข้อสังเกตต่อสถานการณ์ขณะนี้ 3 ข้อ ว่าด้วย ฝ่ายต่อต้านรัฐบาล ฝ่ายหนุนรัฐบาล และความเสี่ยงของประเทศ
ยุกติ มุกดาวิจิตร
ชีวิตคนมีหลายด้าน คนหลายกลุ่มไม่ได้หมกมุ่นวุ่นวายเรื่องใดเรื่องเดียวกับเรา ผมอยากเขียนถึงคนที่แม่สอด ไม่ใช่เพื่อหลีกลี้หนีจากความวุ่นวายในกรุงเทพ แต่เพื่อบันทึกความประทับใจจากการพบปะผู้คนที่เพิ่งได้ไปเจอมา 
ยุกติ มุกดาวิจิตร
จดหมายเปิดผนึกของคณาจารย์ธรรมศาสตร์เป็นตัวอย่างของการคัดค้านพรบ.นิรโทษกรรมฉบับสุดซอยเหมาเข่งอย่างคับแคบ
ยุกติ มุกดาวิจิตร
"พี่จะไปเวียดนามครั้งแรก มีอะไรแนะนำมั่ง" เพื่อนคนหนึ่งเขียนมาถามอย่างนั้นพร้อมส่งโปรแกรมการเดินทางที่กลุ่มเขาจะเดินทางด้วยมาให้ดู ผมเลยตอบไปคร่าวๆ ข้างล่างนี้ เพื่อนยุให้นำมาเผยแพร่ต่อที่นี่ ยุมาก็จัดไปครับ เผื่อเป็นไอเดียสำหรับใครที่จะไปเวียดนามเหนือช่วงนี้
ยุกติ มุกดาวิจิตร
คงมีใครเคยอธิบายเรื่องนี้ไปแล้วอย่างเป็นระบบและมีการอ้างอิงอย่างเป็นวิชาการอย่างที่สุด แต่ผมก็ยังอยากเขียนเรื่องนี้อย่างย่นย่อในวันนี้อีกอยู่ดี 
ยุกติ มุกดาวิจิตร
แว่บแรกที่ฟังจบ ผมอุทานในใจว่า "ปาฐกถาเสกสรรค์โคตรเท่!" ผมไม่คาดคิดเลยว่าปาฐกถา อ.เสกสรรค์ ประเสริฐกุลในวาระ 40 ปี 14 ตุลาจะเท่ขนาดนี้ ผมว่ามีประเด็นมากมายที่ไม่ต้องการการสรุปซ้ำ เพราะมันชัดเจนในตัวของมันเอง อย่างน้อยในหูและหัวของผม 
ยุกติ มุกดาวิจิตร
ข่าวครม.ผ่านร่างพรบ.ว่าด้วยมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ชวนให้ผู้เขียนเศร้าใจจนกลายเป็นโกรธและสมเพชรัฐบาลอย่างเกินเวทนา ผู้บริหารประเทศนี้ชักจะบ้าจี้กันไปใหญ่แล้ว ความจริงไม่ใช่นักการเมืองบ้าอำนาจหรอก แต่นักการเมืองประเทศนี้เกรงกลัวสถาบันหลักต่างๆ อย่างไร้สติกันเกินไปแล้ว จนกระทั่งออกกฎหมายป้อยอ ปกป้องกันจนจะบิดเบือนธรรมชาติของสังคมกันไปใหญ่แล้ว
ยุกติ มุกดาวิจิตร
หลังยุค 14 ตุลา 16, 6 ตุลา 19 คนหนุ่มสาวรุ่นหลังมักถูกตั้งคำถามเสมอว่า "นักศึกษาหายไปไหน" กระทั่งสรุปกันไปเลยว่า "ขบวนการนักศึกษาตายแล้ว" แต่ใครจะถามบ้างไหมว่าที่ผ่านมาร่วม 40 ปีน่ะ สังคมไทยมันไม่เปลี่ยนไปบ้างเลยหรืออย่างไร แล้วจะให้ความคิดนักศึกษาหยุดอยู่นิ่งๆ คอยจ้องหาเผด็จการแบบเมื่อ 40 ปีที่แล้วอยู่ได้อย่างไร 
ยุกติ มุกดาวิจิตร
"นี่หรือธรรม..ธรรมศาสตร์ นี่แหละคือธรรม..ธรรมศาสตร์" กร๊ากๆๆ ขำจะตายอยู่แล้ว พวกคุณถามว่าทำไมนักศึกษาสมัยนี้สนใจเรื่องจิ๊บจ๊อย ไม่สนใจเรื่องใหญ่โต แล้วนี่พวกคุณทำอะไร เขาเถียงกันอยู่ว่าจะสร้างเขื่อนแม่วงก์ดีไหม องค์กรซ้อนรัฐไหนกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังการสร้างเขื่อน ใครกันที่สำรวจเรื่องเขื่อนแล้วสรุปให้สร้างซึ่งพอสร้างแล้วเงินก็เข้ากระเป๋าเขาเอง..
ยุกติ มุกดาวิจิตร
เอ่อ.. คือ.. ผมก็เบื่อเรื่องนี้นะ อยากให้จบสักที แต่มันก็ไม่จบง่ายๆ มีอาจารย์ใส่เครื่องแบบถ่ายภาพตัวเอง มีบทสัมภาษณ์ มีข่าวต่อเนื่อง มีเผจล้อเลียน มีโพลออกมา มีคนโต้เถียง ฯลฯลฯ แต่ที่เขียนนี่ อยากให้นักศึกษาที่อึดอัดกับการต่อต้านการแต่งเครื่องแบบนักศึกษาอ่านมากที่สุดนะครับ