Skip to main content

หลายคนคงรู้ว่าวันนี้เป็นวันชาติเวียดนาม แต่น้อยคนคงรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในวันนี้กันแน่ แล้ววันนี้ในอดีตถูกกำหนดเป็นวันขาติจากเหตุการณ์ปีใด 

วันขาติเวียดนามนับจากวันประกาศอิสรภาพโดยโฮจิมินห์เมื่อ 2 กย. 1945 ใช่ ผมพิมพ์ไม่ผิด ปี 1945 หลังสหรัฐฯ ทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ที่นางาซากิและฮิโรชิมาเกือบ 1 เดือน และเป็นวันเดียวกับที่ญี่ปุ่นลงนามยอมแพ้ในสงครามโลก วันที่ 2 กย. 1945 

 

ในเวียดนาม กองทัพของโฮจิมินห์และพลพรรคของพรรคคอมมิวนิสต์ ทำงานทั้งงานมวลชนและงานการทหาร ต่อต้านอำนาจฝรั่งเศสมาตั้งแต่ปี 1930 ที่ก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์อินโดจีนขึ้นที่บ้านปากบ่อ” (ถิ่นคนพูดภาษาตระกูลไต/ไท) ชายแดนจีน-เวียดนามในจังหวัดกาวบั่ง 

 

พรรคคอมม์ฯ ดำเนินการท่ามกลางการเกิดขึ้นของขบวนการต่อต้านฝรั่งเศสอีกมากมายหลายกลุ่ม (ทั้งชาวเวียดและกลุ่มชาติพันธ์ุอื่นๆ) เช่นกลุ่มสำคัญก่อนหน้าเขานำโดยฟานโบ่ยเจิว ซึ่งมีปัญญาชนและชนชั้นนำเข้าร่วมอย่างมีพลัง แต่พรรคฯ กลายเป็นกลุ่มการเมืองกลุ่มเดียวที่ประสบความสำเร็จดังที่เราเห็นต่อมา 

 

สมัยเรียนตัวต่อตัวกับอัล แมคคอย (Alfred McCoy) อัลตั้งคำถามกับผมว่า ทำไมพรรคคอมมิวนิต์จึงเป็นกลุ่มการเมืองกลุ่มเดียวที่ประสบความสำเร็จ ผมตอบไม่ได้ทันทีในขณะนั้น แต่จำได้ว่า ผมตอบจากมุมหนึ่งที่ทำให้อัลยอมรับว่าผมรู้เรื่องเวียดนามบางเรื่องดีกว่าเขาคือ จากมุมของชนกลุ่มน้อย ที่พรรคฯ ต้องทำงานด้วย และทำได้ดีจนมีส่วนให้พรรคฯ ประสบความสำเร็จทั้งทางการเมืองและการทหาร 

 

บางคนคิดว่าที่เวียดนามต่อสู้กับฝรั่งเศสและอเมริกันสำเร็จเพราะคนเวียดนามรักชาติ การเข้าใจอะไรแบบนั้นง่ายเกินไป ในแง่การเมืองภายใน เวียดนามไม่เคยมีเอกภาพ ในทางสังคม-วัฒนธรรม เวียดนามมีความเป็นพหุสังคมสูง ทั้งเชิงท้องถิ่น ศาสนา และชาตพันธ์ุ แล้วความสำเร็จมาจากไหน 

 

หนึ่ง การกดขี่บีฑาของฝรั่งเศสตั้งแต่ทศวรรษ 1860 ทำให้เกิดการต่อต้านฝรั่งเศสไปทั่วสารทิศและเปิดโอกาสให้พรรคฯ ทำงานได้ดีกับชาวไร่ชาวนาซึ่งเป็นพลเมืองส่วนใหญ่ของเวียดนามขณะนั้น ที่สำคัญคือ พรรคฯ สัญญาว่าจะมีการปฏิรูปที่ดินหลังการปฏิวัติ ซึ่งก็ได้ทำจริง 

 

สอง การทำงานกับชนกลุ่มน้อยบนที่สูงในภาคเหนือและภาคใต้ โดยเฉพาะชาวไต/ไทในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้พื้นที่ลุ่มน้ำแดงตอนเหนือไปถึงชายแดนจีนเป็นพื้นที่ซึ่งอำนาจของฝรั่งเศสเจือจางที่สุด ส่วนพื้นที่ภาคตะวันตกเฉียงเหนือแถบลุ่มน้ำดำ ก็ไม่เคยอยู่ในอำนาจฝรั่งเศสโดยสงบ 

 

สาม การร่วมมือกับกลุ่มการเมืองหลากหลายกลุ่มในภาคใต้ท่ีต่อต้านฝรั่งเศสและมีความพยายามเป็นอิสระจากอำนาจฝรั่งเศส ทั้งกลุ่มศาสนา กลุ่มอิทธิพลทางเศรษฐกิจ และกลุ่มชาติพันธ์ุในที่สูง Central Highlands 

 

สี่ การทำงานกับปัญญาชนชนชั้นกลางและชนชั้นนำ ผู้นำพรรคฯ อย่างโฮจิมินห์ ฟามวันดงม์ เจื่องจิญ เหงวียนวันเอวียน หวอเงวียนซ้าบ คนเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของปัญญาชนที่เป็นแกนนำพรรคฯ  มีประสบการณ์ทั้งการการเมืองและการทหารอย่างเข้มข้น โฮจิมินห์เองเป็นครอบครัวปัญญาชนจากภาคกลาง หลายคน อย่าง เจื่องจิญ เคยติดคุกการเมืองของฝรั่งเศส บางคน อย่างเหงวียนวันเอวียน ได้รับการศึกษาสูงระดับปริญญาเอกในฝรั่งเศส 

 

ห้า การเมืองระหว่างประเทศ นอกจากการแพ้สงครามของญี่ปุ่น ในข่วงสงครามโลกครั้งที่สองที่ต่อร้านญี่ปุ่น พรรคฯ ได้รับการสนับสนุนทั้งจากอเมริกาและโซเวียต รวมทั้งร่วมกับเสรีไทย ในการต่อต้านญี่ปุ่น การเข้ามายึดเวียดนามของญี่ปุ่นเองก็มีส่วนทำให้อำนาจของฝรั่งเศสเสื่อมลงระหว่างปี 1941-1945 

 

ความพ่ายแพ้ของญี่ปุ่นปี 1945 ทำให้แทบจะเกิดสุญญากาศของอำนาจในเวียดนาม กว่าฝรั่งเศสจะกลับมาตั้งตัวได้ก็ปี 1947 จนในปี 1952-53 พรรคฯ ก็ยึดพื้นที่เวียดนามเหนือในถิ่นที่สูงได้เดือบหมดจนเหลือเพียงเดียนเบียนฟูที่กลายเป็นสมรภูมิที่ฝรั่งเศสพ่ายแพ้ในปี 1954 

 

วันที่ 2 กันยายน 1945 พรรคฯ ที่รวมกำลังและเตรียมการในเมืองสำคัญทางยุทธศาสตร์ ทั้งที่ฮานอยเองและหลายเมืองใหญ่ ได้เคลื่อนทัพเข้ายึดอำนาจในสถานที่ทำการของรัฐ ซึ่งค่อนข้างจะว่างจากอำนาจในขณะนั้น 

 

ในฮานอยเอง โฮจิมินห์อ่านคำประกาศอิสรภาพ ซึ่งมีเนื้อหาบางส่วนปรับมาจากคำประกาศอิสรภาพจองสหรัฐอเมริกา ที่จตุรัสบาดิ่ญ ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งสุสานของเขาและเป็นบริเวณที่สถานที่สำคัญของรัฐ (กองทัพบก รัฐสภา รวมทั้งเดิมเป็นที่ตั้งพระราชวังโบราณ) ตั้งอยู่ในปัจจุบัน 

 

พรรคฯ ครองอำนาจอยู่ได้ราว 2 ปีจนปี 1947 ฝรั่งเศสก็เคลื่อนทัพส่วนสำคัญที่ไปซ่องสุมกำลังในจีนกลับมายึดอำนาจคืน แล้วครองอำนาจอยู่อย่างยากลำบากจนต้องพ่ายแพ้ในสมรภูมิเดียนเบียนฟูปี 1954

บล็อกของ ยุกติ มุกดาวิจิตร

ยุกติ มุกดาวิจิตร
วันที่ 30 เมษายน 2558 เป็นวันครบรอบ 40 ปี "ไซ่ง่อนแตก"Ž เดิมทีผมก็ใช้สำนวนนี้อยู่ แต่เมื่อศึกษาเกี่ยวกับเวียดนามมากขึ้น ก็กระอักกระอ่วนใจที่จะใช้สำนวนนี้ เพราะสำนวนนี้แฝงมุมมองต่อเวียดนามแบบหนึ่งเอาไว้
ยุกติ มุกดาวิจิตร
มีเพื่อนคนหนึ่งตั้งประเด็นว่า ในอีก 10 ปีข้างหน้า มหาวิทยาลัยไทยในหลายจังหวัดว่าจะพัฒนาไปไกลกว่ามหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะทางด้าน "สังคมศาสตร์" ผมก็เลยคิดอะไรขึ้นมาได้หลายอย่าง 
ยุกติ มุกดาวิจิตร
ผมอ่านเรื่องการขายข้าวของ บก.ลายจุด ไปขัดใจคนอีกฝั่งหนึ่งแล้ว ทีแรกก็ไม่ค่อยอยากสนใจนัก เพราะ บก.ลายจุด ขยับทำอะไรที ฝ่ายนั้นก็คอยจ้องโจมตีเรื่อยไปจนน่าเบื่อไปแล้ว แต่พอเสธ.ไก่อูมาสนใจการขายข้าวของ บก.ลายจุด ผมว่า อ้อ อย่างนี้นี่เอง ทำไมการขายข้าวของ บก.ลายจุด จึงน่าสนใจขึ้นมาได้
ยุกติ มุกดาวิจิตร
เห็นโจมตีกระแนะกระแหนส่วนหนึ่งของความเห็นผมกันยกใหญ่ แต่ผมว่าก็ดีนะ มันชี้ขีดจำกัดของความคิดคนดี ก็ไม่ใช่ว่าผมจะพูดถูกหมดหรือพูดครบถ้วนหมดจดหรอก เพียงแต่มีข้อแย้งกับข้อโต้แย้งเหล่านั้นได้มากเช่นกัน
ยุกติ มุกดาวิจิตร
สิทธิมนุษยชนเป็นแนวคิดที่มีรากฐานอยู่ในประวัติศาสตร์ความคิดทางการเมืองไทยมาเนิ่นนาน น่าจะนานไม่น้อยไปกว่าแนวคิดประชาธิปไตย หากแต่น่าสงสัยว่า ทำไมแนวคิดนี้จึงยังไม่เป็นที่เข้าใจกันเสียที 
ยุกติ มุกดาวิจิตร
หลายวันมานี้ มีนักคิดหลายๆ คนเสนอวิธีทำความเข้าใจสังคมไทยใหม่ๆ มากมาย หลายคนพยายามไม่ตัดสินว่านี่คือการถอยหลังหรือย้อนรอยกลับไปในอดีต เพราะนักศึกษาประวัติศาสตร์สังคมย่อมทราบดีว่า สังคมเปลี่ยนแปลงเสมอ และในเมื่อเงื่อนไขเปลี่ยนไป เราจะเข้าใจสังคมปัจจุบันอย่างไร ผมคนหนึ่งล่ะที่พยายามไม่คิดว่านี่เป็นการ "ถอยหลัง" หรือซ้ำรอยอดีตอย่าง deja vu 
ยุกติ มุกดาวิจิตร
เรื่องไม่เป็นเรื่องบางครั้งก็ชวนให้น่ารำคาญ ทำให้ต้องมาคอยอารัมภบทออกตัวมากมาย ทั้งๆ ที่ไม่จำเป็น 
ยุกติ มุกดาวิจิตร
ผมโชคดีที่มีโอกาสได้รับเชิญไปร่วมประชุมวิชาการด้านสิทธิมนุษยชนที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเมื่อวันศุกร์สัปดาห์ก่อน ทั้งหมดเป็นประสบการณ์แปลกใหม่
ยุกติ มุกดาวิจิตร
แนวโน้มของร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แสดงให้เห็นทิศทางที่ชัดเจนขึ้นว่า จะเป็นรัฐธรรมนูญที่ลดอำนาจของประชาชนลง แนวโน้มนี้ไม่ได้เหนือความคาดหมายของผู้เฝ้าติดตามการเมืองไทยในระยะ 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีกระบวนการต่อเนื่องของการทำลายประชาธิปไตยในประเทศไทย จนกระทั่งเมื่อการเลือกตั้งทั่วไปปี 2557 ที่เกิดปรากฏการณ์ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์การเมืองไทย นั่นคือการชุมนุมทางการเมืองและใช้กำลังรุนแรงของมวลชนเข้าไปปิดล้อมทำลายการเลือกตั้ง 
ยุกติ มุกดาวิจิตร
ผมไม่จำเป็นต้องสาธยายคุณูปการของอาจารย์สมศักดิ์ เจียมธีรสกุลต่อสังคมไทย หากคุณไม่เห็นคุณูปการของอาจารย์สมศักดิ์ คุณก็คือคนที่ไม่เข้าใจว่าตนเองกำลังกรอกยาฝิ่นใส่ปากตัวเอง แล้วเมายาอยู่จนหลงคิดไปว่ากำลังดื่มโอสถบำรุงกำลัง หากคุณไม่คิดอย่างนั้น ก็ไม่ต้องอ่านต่อไปแล้วไม่ต้องมาพยายามเถียงกับผมให้เสียเวลาเปลืองอารมณ์ที่จะต้องคุยกัน
ยุกติ มุกดาวิจิตร
วันศุกร์ที่ผ่านมา (20 กพ. 58) ผมไปร่วมกิจกรรม 4 กิจกรรมด้วยกัน ทั้งหมดเกี่ยวกันบ้าง ไม่เกี่ยวกันบ้าง แต่อยากเล่าให้ฟังว่ามันชวนคิดและชวนตกใจมากทีเดียว 
ยุกติ มุกดาวิจิตร
เมื่อเห็นข่าวว่ามีการพูดถึงคนไทยมาจากเขาอัลไตกันขึ้นมาอีก ผมก็ระลึกขึ้นมาทันทีว่า เรื่องนี้ได้ข้อตกลงกันไปชัดเจนนานแล้วนี่นาว่า เป็นความรู้ที่ผิดพลาด