Skip to main content

ขอออกตัวก่อนเลยว่าพวกเราไม่มีวันชนะอย่างแท้จริงได้ ไม่มีทางที่เราจะบรรลุเป้าหมายทางการเมืองทั้งหมดได้แน่ ให้ตายเถอะ พวกเราอาจไม่มีวันไปถึงอนาธิปไตยด้วยซ้ำไป…อย่างน้อยก็ไม่ใช่ในระดับมวลชน แต่นั่นไม่ใช่ข้ออ้างให้เรากลายเป็นพวกสิ้นหวังสิ้นศรัทธา (doomerism) แม้เราจะไม่มีวันบรรลุเป้าหมายได้กระทั่งหนึ่งในสามของที่เราตั้งใจไว้ แต่ถ้าเราถอดใจและเลิกพยายาม เราก็จะยิ่งบรรลุเป้าหมายได้น้อยลงไปอีก มีคนกำลังตายอยู่ทุกวัน และจำนวนก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่มีใครตัดสินใจไม่ลุกขึ้นสู้ ใช่ ทรัมป์ชนะเลือกตั้ง แล้วไงวะ? พวกเราก็ยังต้องสู้ต่อไปอยู่ดี

แม้จะรู้สึกสิ้นหวังแค่ไหน แต่อย่าเพิ่งหยุดสู้ เข้าไปมีส่วนร่วมกับชุมชนเคลื่อนไหวในท้องถิ่น เมื่อไรที่คุณได้เห็นผู้คนชนะในสมรภูมิทางการเมือง ถึงจะเป็นชัยชนะเล็กๆ ก็ตาม เมื่อนั้นคุณจะเริ่มเห็นแสงแห่งความหวัง อย่าจำกัดตัวเองว่าต้องทำงานแค่กับคนฝ่ายซ้าย หรือเฉพาะกับพวกอิสรเสรีนิยมด้วยกัน (หรือแย่กว่านั้น คือร่วมมือกับแค่พวกอนาธิปัตย์ด้วยกันเอง!) จงเปิดใจให้พร้อม ร่วมมือกับบุคคลหรือกลุ่มใดๆ ก็ตามที่พร้อมจะทำงานร่วมกันในประเด็นที่คุณเห็นด้วย ต่อให้คุณจะไม่เห็นด้วยกับพวกเขาในแทบทุกเรื่องที่เหลือ ขอแค่ไม่ไปร่วมมือกับพวกนาซีตัวเป็นๆ หรือไม่ขายวิญญาณให้ปีศาจก็พอ ทำงานร่วมกับใครก็ตามที่คุณทำได้ เพื่อผลักดันเป้าหมายทางการเมืองของคุณให้ไปข้างหน้า แล้วคุณจะเห็นความสำเร็จมากขึ้น สร้างสายสัมพันธ์ในชุมชนให้เข้มแข็งขึ้น และค่อยๆ พังทลายกำแพงแบ่งขั้วทางการเมืองลงได้จริง

อย่ากลัวที่จะใช้ความคิดสร้างสรรค์! อยากปกป้องสิทธิของคนหลากหลายทางเพศใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นก็วางกลยุทธ์ให้ดี แล้วร่วมมือกับคนที่กำลังพยายามพรากสิทธิเหล่านั้นไป แต่ทำในประเด็นที่เกี่ยวข้องแบบอ้อมๆ ซึ่งพวกเขาเองยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังส่งผลดีกับเรา ทำงานกับกลุ่มอนุรักษนิยมและอิสรเสรีนิยมในประเด็นอย่างสิทธิการพกอาวุธ หรือเสรีภาพในการเลือกโรงเรียน แน่นอนว่าเราอาจมีเหตุผลตรงข้ามกับพวกเขาโดยสิ้นเชิงในการสนับสนุนสิ่งเหล่านี้ ฝ่ายอนุรักษนิยมอาจต้องการให้กลุ่มกดขี่มีอาวุธไว้ในมือ หรือเปิดทางให้โรงเรียนเอกชนและโรงเรียนศาสนาเติบโตในนามของการต่อต้านวัฒนธรรม “ตื่นรู้” (anti-woke) แต่นั่นไม่ได้แปลว่าคนหลากหลายทางเพศจะใช้สิทธิเหล่านี้ในการป้องกันตัวเอง หรือเลือกเรียนในโรงเรียนที่ปลอดภัยและยอมรับความหลากหลายไม่ได้ จงทำให้วาระของพวกเขาเป็นประโยชน์กับเราเมื่อทำได้

ทำนองเดียวกันอย่าเพิ่งตัดขาดทรัมป์และกลุ่มผู้สนับสนุนเพียงเพราะพวกเขาไม่ใช่แฮร์ริสกับพรรคพวกถ้าคุณเคยอยากให้แฮร์ริสชนะทรัมป์เพราะหวังว่าฝ่ายซ้ายจะกดดันเธอให้ลงมือทำอะไรบางอย่างได้เราก็ใช้แนวทางเดียวกันนี้กับทรัมป์ได้เหมือนกันชาวอิสรเสรีนิยมเคยใช้ข้อได้เปรียบเดียวกันเพื่อผลักดันให้ทรัมป์ปล่อยตัวรอสส์

อัลบริชท์ ผู้ก่อตั้ง Silk Road ออกจากคุกมาแล้ว เขาเคยสัญญาว่าจะยุบกระทรวงศึกษาธิการ ลดความซ้ำซ้อนของระบบราชการ ขายที่ดินและทรัพย์สินของรัฐจำนวนมาก และสนับสนุนสหภาพแรงงานให้มากขึ้น ใช่ คำพูดพวกนี้อาจเป็นแค่คำลวงหาเสียงจากคนโกหกเรื้อรังเหมือนกับนักการเมืองส่วนใหญ่ แต่ต่อให้เป็นแบบนั้น เราก็ต้องลากตัวเขามารับผิดชอบ และดูว่าจะทำให้เขาลงมือจริงๆ ได้แค่ไหน มาร่วมกันใช้แนวทาง “อเมริกาต้องมาก่อน” ของทรัมป์และพรรคพวกในด้านการต่างประเทศเพื่อกดดันให้รัฐบาลตัดงบช่วยเหลืออิสราเอลและยูเครน

นำทหารกลับจากต่างแดน โดยการรวมพลังสร้างขบวนการเคลื่อนไหวต่อต้านสงครามที่มีความหลากหลายทางการเมือง มาช่วยกันติดตามสิ่งที่เขาเคยลงนามไว้ เช่น First Step Act และ Not Invisible Act แล้วผลักดันให้เขาสนับสนุนการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมมากกว่านี้อีก สมรภูมินี้อาจสูงชัน แต่มันชันไม่ต่างกับกรณีที่แฮร์ริสชนะเลือกตั้งอยู่ดี เราอาจจะไม่ประสบความสำเร็จมากนัก แต่ฉันเชื่อหมดใจว่าเราจะได้บรรลุเป้าหมายบางอย่างได้ถ้าเราพยายาม

ใช่ เรายังสามารถรวมตัวกันเพื่อต่อต้านทรัมป์ได้อยู่ และแน่นอนว่าเราควรทำ แบบเดียวกับที่เราคงทำถ้าแฮร์ริสชนะ แต่เราก็สามารถทำงานร่วมกับผู้สนับสนุนทรัมป์ในบางประเด็นที่เห็นตรงกันได้ เพื่อใช้เป็นช่องทางกดดันให้ทรัมป์ขยับไปในทิศทางที่ถูกต้อง และเมื่อผู้ที่โหวตให้ทรัมป์ด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจเริ่มรู้สึกผิดหวัง เพราะนโยบายภาษีศุลกากรแบบกีดกันของเขาทำให้ราคาสินค้าพุ่งไม่หยุด จงใช้จังหวะที่พวกเขาเริ่มหมดศรัทธาเป็นโอกาสในการชักชวนพวกเขาให้เข้าร่วมกับขบวนการแรงงาน เพราะจริงๆ แล้ว แรงงานสาย MAGA ก็ไม่ได้มีชื่อเสียงในด้านต่อต้านสหภาพแรงงานสักเท่าไรนัก

รัฐบาลสหรัฐอเมริกาเป็นรัฐบาลฟาสซิสต์และเป็นแบบนั้นมาโดยตลอด ฮิตเลอร์อ้างว่ารัฐบาลสหรัฐฯ เป็นแรงบันดาลใจให้กับหลายๆ นโยบายของพรรคนาซี พรรคเดโมแครตแย่พอๆ กับพรรครีพับลิกัน ต่างกันก็แค่ทรัมป์ไม่ได้ปิดบังเรื่องนี้นัก เมื่อเผยโฉมหน้าที่แท้จริงออกมา ผู้คนก็เริ่มเพิกเฉยต่อความจริงได้น้อยลง พวกเขาจะรู้สึกกดดันมากขึ้นว่าต้องลงมือทำอะไรบางอย่าง ฉันไม่ใช้พวกเร่งสภาพการณ์ (accelerationist) แต่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าอะไรๆ จะดีกว่านี้แค่ไหนถ้าแฮร์ริสชนะ และอย่างน้อยๆ การที่เรามีทรัมป์ก็ทำให้คนจำนวนมากพร้อมจะลุกขึ้นมาจัดตั้งและเคลื่อนไหว ซึ่งก็อาจเป็นสิ่งที่เราต้องการ นักการเมืองที่ทำให้เราต้องจับตาตลอดเวลาเขย่าให้พวกเราทุกคนให้หลุดจากสภาวะสิ้นหวัง และทำให้เราตระหนักว่า การชนะทุกสมรภูมิไม่ได้สำคัญอะไรเลย ตราบที่เราสามารถลากคนอย่างทรัมป์ล้มลงไปด้วยกันได้และทำให้โลกใบนี้ดีขึ้นกว่านี้อีกหน่อย ไม่ว่าเราจะทำอะไรก็เถอะ วันหนึ่งมนุษยชาติก็ต้องสูญพันธุ์ เราไม่มีทางหยุดยั้งเรื่องนี้ได้ แต่เราสามารถทำให้หนทางไปสู่จุดจบนั้นรื่นรมย์มากขึ้นได้ ถ้าเราร่วมมือกัน ด้วยการช่วยถางรกถางพกออกไปบ้างระหว่างทาง.

แปลจาก Trump Won’t Kill Us, Doomers Will | C4SS | เผยแพร่ครั้งแรกใน https://c4ss.org/content/60337

บล็อกของ Apolitical

Apolitical
วลีอันเยี่ยมยอดที่อธิบายการทำงานของระบบทุนนิยมในโลกแห่งความเป็นจริงได้เป็นอย่างดี (ผมไม่แน่ใจว่าใครพูดเป็นคนแรก แต่ผมได้ยินมาจากนอม ชอมสกี) คือมัน “ทำให้ความเสี่ยงและต้นทุนเป็นของสังคม แต่ทำให้กำไรเป็นของเอกชน” (The socialization of risk and cost, and the privatization of profit.)
Apolitical
ถ้ามองในแง่วัตถุล้วนๆ ความเป็นจริงก็เป็นไปตามที่อาร์เธอร์ ฉู อธิบายไว้ นั่นคือ ทุกอย่างล้วนเป็นผลมาจากแรงงานทั้งสิ้น
Apolitical
การออกแบบระบบใหม่ให้ตอบสนองต่อผลประโยชน์ในลักษณะอื่นๆ เช่น ผลประโยชน์ของพวกเราทั้งหลาย ย่อมถูกนิยามว่าเป็นการกระทำที่ “สุดโต่งและถอนรากถอนโคน”
Apolitical
ในแวดวงชาวอนาธิปัตย์ มีการแบ่งแยกระหว่างกลุ่มที่สนับสนุนตลาด กับกลุ่มที่สนับสนุนการวางแผนแบบกระจายศูนย์ เช่น เศรษฐกิจแบบมีส่วนร่วม (participatory economics) หรือคอมมูนแบบสหพันธ์ (federated communes) ในขณะที่งานของลุดวิก ฟอน มิเซส และฟรีดริช ฮาเย็ค ชี้ให้เห็นปัญหาหลายๆ อย่างของการวางแผนแบบรวมศูนย์
Apolitical
ไรท์ไม่ได้เป็นเพียงนักทฤษฎียูโทเปียในโลกจริง แต่เป็นนักปฏิบัติด้วย เขาเดินทางท่องโลกเพื่อตามหาการต่อต้านท้าทายทุนนิยม สนทนากับนักกิจกรรมที่พยายามทำให้ความใฝ่ฝันของพวกเขาเกิดขึ้นจริง
Apolitical
ความย้อนแย้งคือ การทำให้ AI หลุดพ้นจากการเป็นสินค้า แม้จะเป็นก้าวออกจากระบบทุนนิยมแบบเดิม แต่สุดท้ายกลับเป็นการเสริมอำนาจให้กับเจ้าขุนมูลนายยุคใหม่
Apolitical
เงิน โดยเฉพาะเงินประเภทเครดิต (credit money) คือหนึ่งในสิ่งประดิษฐ์ที่เกิดจากความร่วมมืออันยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย หากไม่มีเงิน การแบ่งงานกันทำอย่างละเอียดซับซ้อนย่อมดูจะเป็นไปไม่ได้เลยยกเว้นในระบบที่รัฐควบคุมอุตสาหกรรมไว้ทั้งหมด และแม้ในกรณีเช่นนั้นเองก็ตาม เราก็ยังจำเป็นต้องมีบางสิ่งที่
Apolitical
“เราอาจมองเห็นร่องรอยของศาสนาได้ในทุนนิยม กล่าวคือ ทุนนิยมมีบทบาทสำคัญในการบรรเทาความกังวล ความทุกข์ทรมาน และความปั่นป่วนที่ศาสนาในอดีตเคยพยายามตอบสนอง”“ทุนนิยมอาจเป็นตัวอย่างแรกของลัทธิความเชื่อที่สร้างความรู้สึกผิดแทนที่จะสร้างการไถ่บาป”
Apolitical
นักอนาธิปไตย นักสังคมนิยม คอมมิวนิสต์ มาร์กซิสต์ และกลุ่มต่อต้านระบบทุนนิยมและกลุ่มหลังทุนนิยม ต่างให้การสนับสนุนสหกรณ์คนทำงาน (worker cooperatives) มาอย่างยาวนาน ในฐานะวิธีการเพื่อส่งเสริมความเป็นเจ้าของของคนทำงาน (worker-ownership) และประชาธิปไตยในที่ทำงานภายใต้ระบบทุนนิยม โครงสร้างภายในของการต
Apolitical
นี้เองคือคุณค่าที่แตกต่างของเลเยอร์ทางสังคมของ Ethereum มันคือการผสมผสานแรงจูงใจทางเศรษฐกิจเข้ากับการยึดมั่นในหลักการที่ไม่ปล่อยให้สิ่งเหล่านี้กลืนกิน
Apolitical
Ethereum มีชุมชนย่อยที่มีเป้าหมายหลากหลาย ไม่มีเรื่องเล่าเรื่องเดียวที่ครอบงำ เป้าหมายของการสร้างสแต็กนี้คือเพื่อสนับสนุนความหลากหลายดังกล่าว ขณะเดียวกันก็พยายามผลักดันให้ระบบที่หลากหลายเหล่านี้สามารถทำงานร่วมกันได้ดียิ่งขึ้น
Apolitical
สำหรับโลกคริปโต การปรับปรุงความปลอดภัยแบบเปิดกว้างแก่สาธารณะคือทางเลือกเดียวที่เป็นไปได้