Skip to main content
จาก facebook Atthasit Muangin 
 
รศ.ดร. เจษฎ์ โทณะวณิกถือได้ว่าเป็นความภาคภูมิใจสำหรับเพื่อน ๆ รุ่นเกษียณ โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย เชียงใหม่เป็นยิ่งนัก เป็นคนดังและประสบความสำเร็จที่สุดคนหนึ่งของรุ่นที่ศึกษาจบในปีที่รัฐบาลพลเอกชาติชายถูกรัฐประหาร (ปี 2534) เจษฎ์เรียนจบปริญญาตรีจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ถูกก่อตั้งโดยปรีดี พนมยงค์ มันสมองของคณะราษฏร และปริญญาโทและเอกจากสหรัฐอเมริกา หนึ่งในประเทศต้นแบบประชาธิปไตยก่อนมาเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย
 
แต่สำหรับบทบาททางการเมืองของเจษฎ์ก็คือทำงานให้เผด็จการทหารคือคสช. โดยเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และภายหลังจากนั้นเจษฎ์ก็มักออกรายการโทรทัศน์แสดงความคิดเห็นต่อต้านประชาธิปไตย เช่นเห็นว่าควรยกเลิกมรดกคณะราษฎรและไทยควรหารูปแบบการปกครองเป็นของตัวเอง ถึงเจษฎ์จะไม่ให้รายละเอียดนักแต่ถูกมองได้ว่าสร้างความชอบธรรมให้การปกครองแบบลุงตู่นิยม (โดยไม่เอ่ยชื่อ) นั่นคือเผด็จการหรือจะอยู่ภายใต้ชื่อราชาธิปไตยแบบเสรีนิยมอะไรทำนองนั้น มาเวย์เดียวกับศ.ดร. ไชยันต์ ไชยพรก็ได้
 
มาบัดนี้เจษฎ์ก้าวมาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมืองใหม่และมีชื่อเหมือนไม่ได้ผ่านการคิดเท่าไหร่คือพรรครักชาติที่ก่อตั้งโดยนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ อดีตสส.และรัฐมนตรีจากพรรคพลังประชารัฐของลุงป้อมและยังสร้างความฮือฮาและเสียงหัวเราะให้กับมวลชนเพราะชัยวุฒิร่วมกับลูกพรรคเต้นท่าวัยรุ่นเพื่ออวยพรวันคริสต์มาส และตัวเจษฎ์เองก็มักถูกโจมตี ล้อเลียนถากถางอย่างสม่ำเสมอจากพลเมืองชาวเน็ตโดยเฉพาะตอนปะทะกับคุณช่อแห่งพรรคส้ม แต่เขาก็น่าจะมีเอฟซีหัวอนุรักษ์นิยมเยอะอยู่เหมือนกัน
 
จะว่าการเป็นแคนดิเดตดังกล่าวสะท้อนว่าเจษฎ์เดินสวนทางอุดมการณ์ของตัวเองหรือไม่ ? ก็ใช่เพราะการเลือกตั้งคือมรดกของคณะราษฎรที่เขาประณาม แต่อีกแง่มุมหนึ่งก็ไม่เชิงเพราะระบบแคนดิเดตไม่เคยมีในความคิดของคณะราษฏรแน่นอน แต่เป็นผลงานของเฒ่ามีชัย และระบบการเมืองปัจจุบันก็เป็นระบบบิดเบี้ยวอันเป็นผลงานจากรัฐประหารปี 2549 และซ้ำเติมจากเผด็จการทหารปี 2557 นอกจากนี้เจษฎ์จะมีโอกาสได้เป็นนายกฯ หรือไม่ ? โอกาสก็พอๆ กับหมอวรงค์หรือพลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ นั่นคือเท่ากับศูนย์เช่นเดียวกับโอกาสที่พรรคนี้จะได้สส.อย่างน้อยสักหนึ่งคน แต่ก็เป็นการเริ่มต้นที่ดีสำหรับบทบาททางการเมืองจริง ๆ ของเจษฎ์ในอนาคตถ้าเขาสามารถทนกับคำถามซ้ำๆ จากใครหลายคนที่ว่าทำไมถึงกลืนน้ำลายตัวเอง
 
อย่างไรก็ตามจากที่เจษฎ์ให้สัมภาษณ์ว่าพรรคตนจะไม่จับมือกับพรรคที่คิดล้มล้างสถาบัน ก็ทำให้รู้ว่าบทบาทพื้นฐานของเขาคือเป็นเบี้ยหมากรุกหรือ pawn ให้กับเครือข่ายอำนาจในการรุมทำลายความน่าเชื่อถือของพรรคส้มที่มักถูกกล่าวหาเช่นนั้นจากฝั่งอนุรักษ์นิยม เพราะการเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของเจษฎ์จะมีพื้นที่ในการส่งเสียงดังๆ ให้สาธารณชนได้รับทราบมากกว่าเดิมอย่างมหาศาล

บล็อกของ อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์

อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
หากมีใครถามว่าถ้า จู่ๆ โลกนี้ หนังสือจะหายไปหมด แต่ผมสามารถเลือกหนังสือไว้เป็นส่วนตัวได้เพียงเล่มเดียว จะให้เลือกของใคร ผมก็จะตอบว่าหนังสือ "จันทร์เสี้ยว" หรือ  Crescent Moon ของท่านรพินทรนาถ ฐากูร กวีและนักปราชญ์ชาวอินเดียผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม ในปี 1913  และหนังสือเล่มนี้ก
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
 "Whoever you are, I have always depended on the kindness of strangers." Blanche Dubois  ไม่ว่าคุณเป็นใคร ฉันมักจะพึ่งพ
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
หากพูดถึงคำว่า Three Bs ผู้ใฝ่ใจในดนตรีคลาสสิกก็จะทราบทันทีว่าหมายถึงคีตกวีผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง 3  ของเยอรมัน นั่นคือ Bach  Beethoven และ Brahms ถึงแม้จะมีความแตกต่างกันในหลายๆ ส่วน นั่นคือบาคเป็นคีตกวีในยุคบาร็อค เบโธเฟนและบราห์ม เป็นคีตกวีในยุคโรแมนติก นอกจากนี้บาคเป็นบิดาที่มีบุตรหลายคน
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
ถ้าจะดูอย่างพินิจพิเคราะห์แล้ว La Dolce Vita (1960) ของเฟเดริโก เฟลลินี สุดยอดผู้กำกับภาพยนตร์ชาวอิตาลี ไม่ได้ด้อยไปกว่าภาพยนตร์ในเรื่องต่อมาของเขาคือ 8 1/2 ในปี 1963 แม้แต่น้อยโดยเฉพาะการสื่อแนวคิดอันลุ่มลึกผ่านสัญลักษณ์ต่างๆ เพียงแต่ภาพยนตร์เรื่องแรกเป็นสัจนิยมนั้นคือไม่ยอมให้จินตนาการกับความ
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
    หนึ่งในบรรดาคีตกวีที่อายุสั้นแต่ผลงานสุดบรรเจิดที่เรารู้จักกันดีคือนักประพันธ์เพลงชาวออสเตรียนามว่าฟรานซ์ ชูเบิร์ต (Franz Schubert) ชูเบิร์ตเปรียบได้ดังสหายของเบโธเฟนผู้ส่งผ่านดนตรีจากคลาสสิกไปยังยุคโรแมนติก ด้วยความเป็นคีตกวีผสมนักกวี (และยังเป็นคนขี้เหงาเสียด้วย) ทำให้เขากลายเป็
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
การสังหารหมู่นักศึกษาเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ปี 2519 เป็นเหตุการณ์ที่น่าสะเทือนใจมากซึ่งน่าจะเป็นเรื่อง"ไทยฆ่าไทย" ครั้งสุดท้ายโดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่สงครามเย็นได้สิ้นสุดไปและคนไทยน่าจะมีความรู้เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนดีกว่าเมื่อหลายสิบปีก่อน แต่การสังหารหมู่ประชาชนกลางเมืองหลวงเมื่อหลายปีก่อน
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
      ขออุทิศบทความนี้ให้กับโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
             เป็นเรื่องตลกถึงแม้ผมเอาแต่นำเสนอแต่เรื่องของดนตรีคลาสสิก แต่ดนตรีซึ่งมีอิทธิพลอย่างมากต่ออารมณ์ความรู้สึกของผมเมื่อ 2-3 ทศวรรษก่อนจนถึงปัจจุบันคือดนตรีแจ๊ส และผมฟังดนตรีชนิดนี้เสียก่อนจะฟังดนตรีคลาสสิกอย่างจริงจังเสียอีก (ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าในป
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
หากจะเอ่ยชื่อคีตกวีชื่อดังของศตวรรษที่ 19-20 แล้ว คนๆ หนึ่งที่เราจะไม่พูดถึงเป็นไม่ได้อันขาดคือเดบูซี่ผู้ได้ชื่อว่ามีแนวดนตรีแบบอิมเพรสชั่นนิสต์ (Impressionism) และแน่นอนว่าดนตรีแนวนี้ย่อมได้รับอิทธิพลจากศิลปะภาพวาดของฝรั่งเศสซึ่งโด่งดังในศตวรรษที่ 19 โดยมีโมเนต์และมาเนต์เป็นหัวหอก เพลงของเดบูซ
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
    เมื่อพูดถึงเพลงประสานเสียงแล้ว คนจะนึกถึงเพลงสวดศพของโมซาร์ทคือ Requiem หรือ Messiah ของแฮนเดิลเป็นระดับแรก สำหรับเบโธเฟนแล้วคนก็จะนึกถึงซิมโฟนี หมายเลข 9 เป็นส่วนใหญ่ ความจริงแล้วเพลงสวด (Mass) คือ Missa Solemnis อันลือชื่อ ของเขาก็ได้รับความนิยมอยู่ไม่
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
แน่นอนว่าคนไทยย่อมรู้จักเป็นอย่างดีกับฉากของหญิงสาวผมสั้นสีทองในเสื้อและกระโปรงสีดำพร้อมผ้าคลุมด้านหน้าลายยาวที่เริงระบำพร้อมกับร้องเพลงในทุ่งกว้าง เข้าใจว่าต่อมาคงกลายเป็นแรงบันดาลใจสำหรับหนังที่มีสาวม้งร้องเพลง "เทพธิดาดอย"อันโด่งดังเมื่อหลายสิบปีก่อน หรือแม้แต่เนื้อเพลง Lover's Concerto ที่ด
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
Debate =discussion between people in which they express different opinions about something อ้างจาก