Skip to main content

จาก facebook Atthasit Muangin 

ดูท่าทีและแถลงการณ์ของมหาวิทยาลัยต้นสังกัดดร.นกหวีดแล้วทำให้ชวนสงสัยว่าช่วยเหลือกันอันไม่ต่างจากท่าทีของอาจารย์อีกคนที่ทำงานในมหาวิทยาลัยเดียวกันที่ดูเกรงอกเกรงใจ ลนลานไม่กล้าต่อว่าดร.นกหวีด ได้แต่ให้เหตุผลข้างๆ คู ๆ ในรายการของคุณหมาแก่ อันผิดกับมาดเข้มของเขาเวลานำเสนอผลโพลทางการเมืองในรายการโทรทัศน์ก่อนหน้านี้ สิ่งนี้ทำให้น่าตกใจว่าสถาบันอุดมศึกษาอันสูงส่งก็มีด้านมืดคือเครือข่ายทั้งผู้บริหารและอาจารย์พร้อมใจกันช่วยเหลือผู้กระทำความผิดที่มีเส้นสายใหญ่โต
 
ดร.นกหวีดเป็นนักรบในคราบปัญญาชนของเครือข่ายอำนาจที่ใช้วาทกรรมโจมตีและเชือดเฉือนพวกเสรีนิยมหัววิพากษ์ซึ่งพวกอนุรักษ์นิยมรวมไปถึงนักการเมืองบ้านใหญ่ถือว่าเป็นภัยคุกคามอย่างไอซ์ ส่วนนักรบคนอื่นก็ได้แก่เจษฎ์ โทณะวณิก ไชยันต์ ไชยพร เสรี วงษ์มณฑาเป็นต้น พวกเขามีบารมีแห่งปัญญาชนผ่านตำแหน่งวิชาอย่างรศ.และศ. มีงานวิจัย งานเขียนเป็นจำนวนมาก แต่ก็มีบทบาทในโซเชียลมีเดียที่แสดงภาพพจน์ตัวเองอย่างชีวิตส่วนตัวและอารมณ์ความรู้สึกสอดแทรกกับแนวคิดอันแหลมคมแต่เป็นภาษาธรรมดาที่คนทั่วไปเข้าใจจนสามารถชี้นำมวลชนได้ทรงพลังกว่าอินฟลูเอ็นเซอร์แบบอื่น และยังเป็นการประชันกับปัญญาชนฝั่งตรงกันข้ามคือสายเสรีนิยมซึ่งก็มีบรรดาคนดังเหมือนกัน และดร.นกหวีดก็ได้ข้ามเส้นไปกับโพสต์ที่ใช้คำบริภาษ ดูถูกเหยียดหยามผู้อื่น
 
อาจเพราะเขาและสาวกคิดว่าไอซ์เองก็จัดหนักกับนักการเมืองคนอื่นเหมือนกันเข้าทำนองตาต่อตาฟันต่อฟัน ดังจะเห็นได้ว่าแม้ถึงจะโดนด่าเสียเละเทะ แต่ก็ยังมีเอฟซีให้การสนับสนุนดร.นกหวีดอีกมากมายดังจำนวนยอดไลค์ในเพจของเขา และพวกอนุรักษ์นิยมมีข้ออ้างมาตอบโต้คนด่าเขาว่าเพราะไอซ์ด่าว่าสถาบันจนผิดกฎหมายอาญามาตรา 112 ก่อนจึงสมควรโดนด่าบ้าง อันน่าจะทำให้ดร.นกหวีดมีกำลังใจยืนหยัดสู้ต่อไปโดยการออกมาแก้ตัวแบบขอไปทีเป็นการท้าทาย เขารู้ตัวดีว่านอกจากมีมวลชนหนุนแล้ว ก็จะไม่โดนลงโทษจนงานการของตัวเองต้องเสียหาย ถึงแม้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) จะจี้ต้นสังกัดตาม
 
และถึงแม้ไอซ์จะกระทำความผิด ม.112 (ซึ่งมีปัญหาในการตีความและไม่เป็นประชาธิปไตยโดยพื้นฐาน) จริง ก็เกิดคำถามว่าจะสร้างความชอบธรรมให้ดร.นกหวีดสามารถทำตัวเป็นศาลเตี้ยทำการละเมิดเธอเป็นการโต้ตอบได้หรือเปล่าเพราะการทำผิดก็คือการทำผิด การเยียดหยามก็คือการละเมิดผู้อื่น หรือเกิดคำถามว่าคนเป็นถึงรศ.ดร.สามารถใช้การโต้ตอบฝ่ายเห็นต่างได้สมกับภูมิของตนกว่านี้ไหม หรือเพียงเพื่อความสะใจเพียงอย่างเดียว ฝั่งอนุรักษ์ฟังตรงนี้อาจยิ้มแบบเหยียด ๆ
 
อย่างไรก็ตามสงครามวาทกรรมเช่นนี้ก็จะดำเนินต่อไประหว่าง 2 ค่ายคืออนุรักษ์นิยมและเสรีนิยมควบคู่ไปการแย่งชิงอำนาจของพรรคการเมืองต่าง ๆ
 
 
 

บล็อกของ อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์

อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
หากมีใครถามว่าถ้า จู่ๆ โลกนี้ หนังสือจะหายไปหมด แต่ผมสามารถเลือกหนังสือไว้เป็นส่วนตัวได้เพียงเล่มเดียว จะให้เลือกของใคร ผมก็จะตอบว่าหนังสือ "จันทร์เสี้ยว" หรือ  Crescent Moon ของท่านรพินทรนาถ ฐากูร กวีและนักปราชญ์ชาวอินเดียผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม ในปี 1913  และหนังสือเล่มนี้ก
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
 "Whoever you are, I have always depended on the kindness of strangers." Blanche Dubois  ไม่ว่าคุณเป็นใคร ฉันมักจะพึ่งพ
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
หากพูดถึงคำว่า Three Bs ผู้ใฝ่ใจในดนตรีคลาสสิกก็จะทราบทันทีว่าหมายถึงคีตกวีผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง 3  ของเยอรมัน นั่นคือ Bach  Beethoven และ Brahms ถึงแม้จะมีความแตกต่างกันในหลายๆ ส่วน นั่นคือบาคเป็นคีตกวีในยุคบาร็อค เบโธเฟนและบราห์ม เป็นคีตกวีในยุคโรแมนติก นอกจากนี้บาคเป็นบิดาที่มีบุตรหลายคน
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
ถ้าจะดูอย่างพินิจพิเคราะห์แล้ว La Dolce Vita (1960) ของเฟเดริโก เฟลลินี สุดยอดผู้กำกับภาพยนตร์ชาวอิตาลี ไม่ได้ด้อยไปกว่าภาพยนตร์ในเรื่องต่อมาของเขาคือ 8 1/2 ในปี 1963 แม้แต่น้อยโดยเฉพาะการสื่อแนวคิดอันลุ่มลึกผ่านสัญลักษณ์ต่างๆ เพียงแต่ภาพยนตร์เรื่องแรกเป็นสัจนิยมนั้นคือไม่ยอมให้จินตนาการกับความ
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
    หนึ่งในบรรดาคีตกวีที่อายุสั้นแต่ผลงานสุดบรรเจิดที่เรารู้จักกันดีคือนักประพันธ์เพลงชาวออสเตรียนามว่าฟรานซ์ ชูเบิร์ต (Franz Schubert) ชูเบิร์ตเปรียบได้ดังสหายของเบโธเฟนผู้ส่งผ่านดนตรีจากคลาสสิกไปยังยุคโรแมนติก ด้วยความเป็นคีตกวีผสมนักกวี (และยังเป็นคนขี้เหงาเสียด้วย) ทำให้เขากลายเป็
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
การสังหารหมู่นักศึกษาเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ปี 2519 เป็นเหตุการณ์ที่น่าสะเทือนใจมากซึ่งน่าจะเป็นเรื่อง"ไทยฆ่าไทย" ครั้งสุดท้ายโดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่สงครามเย็นได้สิ้นสุดไปและคนไทยน่าจะมีความรู้เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนดีกว่าเมื่อหลายสิบปีก่อน แต่การสังหารหมู่ประชาชนกลางเมืองหลวงเมื่อหลายปีก่อน
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
      ขออุทิศบทความนี้ให้กับโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
             เป็นเรื่องตลกถึงแม้ผมเอาแต่นำเสนอแต่เรื่องของดนตรีคลาสสิก แต่ดนตรีซึ่งมีอิทธิพลอย่างมากต่ออารมณ์ความรู้สึกของผมเมื่อ 2-3 ทศวรรษก่อนจนถึงปัจจุบันคือดนตรีแจ๊ส และผมฟังดนตรีชนิดนี้เสียก่อนจะฟังดนตรีคลาสสิกอย่างจริงจังเสียอีก (ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าในป
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
หากจะเอ่ยชื่อคีตกวีชื่อดังของศตวรรษที่ 19-20 แล้ว คนๆ หนึ่งที่เราจะไม่พูดถึงเป็นไม่ได้อันขาดคือเดบูซี่ผู้ได้ชื่อว่ามีแนวดนตรีแบบอิมเพรสชั่นนิสต์ (Impressionism) และแน่นอนว่าดนตรีแนวนี้ย่อมได้รับอิทธิพลจากศิลปะภาพวาดของฝรั่งเศสซึ่งโด่งดังในศตวรรษที่ 19 โดยมีโมเนต์และมาเนต์เป็นหัวหอก เพลงของเดบูซ
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
    เมื่อพูดถึงเพลงประสานเสียงแล้ว คนจะนึกถึงเพลงสวดศพของโมซาร์ทคือ Requiem หรือ Messiah ของแฮนเดิลเป็นระดับแรก สำหรับเบโธเฟนแล้วคนก็จะนึกถึงซิมโฟนี หมายเลข 9 เป็นส่วนใหญ่ ความจริงแล้วเพลงสวด (Mass) คือ Missa Solemnis อันลือชื่อ ของเขาก็ได้รับความนิยมอยู่ไม่
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
แน่นอนว่าคนไทยย่อมรู้จักเป็นอย่างดีกับฉากของหญิงสาวผมสั้นสีทองในเสื้อและกระโปรงสีดำพร้อมผ้าคลุมด้านหน้าลายยาวที่เริงระบำพร้อมกับร้องเพลงในทุ่งกว้าง เข้าใจว่าต่อมาคงกลายเป็นแรงบันดาลใจสำหรับหนังที่มีสาวม้งร้องเพลง "เทพธิดาดอย"อันโด่งดังเมื่อหลายสิบปีก่อน หรือแม้แต่เนื้อเพลง Lover's Concerto ที่ด
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
Debate =discussion between people in which they express different opinions about something อ้างจาก