Skip to main content

ชาน่าได้อ่านเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์อันเกี่ยวข้องกับกลุ่มรักเพศเดียวกันแล้วรู้สึกถึงการเข้าอกเข้าใจและมองถึงปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ว่าเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งต่อสังคมเมืองไทยของเรา

\\/--break--\>

 

ตัวอย่างเรื่องเล่าจากเด็กและเยาวชนที่นำมาเสนอนี้เป็นเหตุการณ์จริง เปลี่ยนแต่ชื่อบุคคล
 
*หลอกไปเป็นทาสรับใช้และขายบริการ

ผมรู้สึกหมดแรง หมดหวัง ทุกสิ่งทุกอย่างถูกพราก ไปจากผมหมด ชีวิตครอบครัวของ"คิท"ไม่มีความสุขนัก เขาจึงหนีปัญหาโดยหันหน้า เข้าหาอินเตอร์เน็ท ขณะที่เขาเซิร์ฟอินเตอร์เน็ท และเข้าไปในห้องสนทนา (
chat room) เขาได้เพื่อนชื่อ "เรย์" ที่มีพื้นฐานทางครอบครัว ที่คล้ายคลึงกัน พวกเขาเล่าปัญหาให้กันฟัง และกลายมาเป็นเพื่อนกัน ในเวลาอันรวดเร็ว วันหนึ่ง"เรย์"ที่กำลังหัวเสีย ก็กล่าวขึ้นว่าเขาจะหนีออกจากบ้าน และชวน "คิท"ให้ไปด้วยกัน เนื่องจากชีวิตครอบครัว ที่ไม่มีความสุข "คิท"จึงตอบตกลงทันที พวกเขานัดเจอกันที่ สถานีรถไฟแห่งหนึ่ง และที่สถานีรถไฟ พวกเขาตัดสินใจกันว่า จะไปชายทะเลเพราะมีโอกาสจะได้งานสูง เมื่อขึ้นรถไฟ"เรย์"ซื้อเครื่องดื่มมาให้ "คิท" และตัวเอง และนั่นเป็น สิ่งสุดท้ายที่ "คิท"จำได้เกี่ยวกับการเดินทาง ครั้งนั้น

เมื่อตื่นขึ้นเขาก็พบว่า ตนเองถูกล็อค ไว้ในห้องเล็กๆ ห้องหนึ่ง ร่วมกับเด็กชายอีกหลายคน ที่กำลังตื่นกลัว ทุกคนถูกล่ามมือ และเท้าเอาไว้ มีชายคนหนึ่งถือไม้เรียวอันใหญ่ เดินเข้ามาในห้อง และเริ่มตะคอกและเฆี่ยนตีพวกเขา ชายคนนั้นบอกเด็กๆ ว่าต้องหาเงินให้ได้
40,000 เหรียญ ก่อนที่จะได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระ พวกเขาต้องทำงานใช้หนี้ ในคลับหรือสถานบันเทิง โดยให้ความบันเทิงกับแขก และเต้นในบาร์ ชายคนนั้นเตือนว่าหาก พวกเด็กๆ พยายามหนีจะถูกเฆี่ยนอย่างหนัก และจะมีหนี้เพิ่มขึ้น "คิท"ถูกบังคับให้ขายบริการ ไม่กี่เดือนก่อนที่ ตำรวจจะเข้าทลายคลับแห่งนั้น และช่วยเหลือเด็กชาย ที่ถูกทารุณกรรม "คิท" ไม่ต้องการกลับไปบ้านจึงได้ เข้าไปอยู่ในบ้านพักฉุกเฉิน สำหรับเด็กผู้ชายในที่สุด

*เขาชวนผมไปเที่ยวแล้วจะให้เงินคนละ 1,500 - 2,000 บาท ผมจึงไปกับเขา!!

ตำรวจจับ
3 ผู้ต้องหาร่วมกันใช้เงินล่อเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ให้ไปถ่ายภาพโป๊ และมีเพศสัมพันธ์กันก่อนจะบันทึกภาพเอาไว้โพสต์และขายบนอินเตอร์เน็ตให้กับกลุ่มรักร่วมเพศ  สืบเนื่องมาจากเจ้าหน้าที่สายลับได้ทำการสืบทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหามีพฤติการณ์ล่อลวงเด็กชายอายุไม่ถึง 15 ปี ไปถ่ายภาพโป๊และบังคับให้ร่วมเพศ เพื่อผลิตเป็นซีดีขายให้กับลูกค้า โดยจับกุมตัวได้พร้อมของกลางจำนวนหลายรายการ อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ จำนวน 1 เครื่อง กล้องถ่ายรูป กล้องวิดีโอ เทปมินิดีวีดี 3 ม้วน แผ่นซีดีจำนวนหลายแผ่น เมมโมรี่การ์ด หนังสือโป๊ จำนวน 2 เล่ม และกางเกงในเด็กจำนวนหลายตัว   พฤติการณ์ของกลุ่มผู้ต้องหากลุ่มนี้  จะตระเวนหาเหยื่อที่เป็นเด็กอายุระหว่าง 11-15 ปี มีรูปร่างและหน้าตาดี เล่นเกมและเดินเล่นอยู่ตามห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านบางแค รวมถึงร้านอาหารต่างๆ จากนั้นก็จะเข้าไปพูดคุยชักชวนไปเที่ยวพร้อมกับเสนอเงินให้เด็กคนละ 1,500 -2,000 บาท เพื่อให้เด็กหลงเชื่อและยอมไปด้วย เมื่อได้เหยื่อตามที่ต้องการแล้วก็จะพาไปขึ้นรถกระบะแล้วพาไปที่คอนโด เพื่อให้เด็กแก้ผ้าและร่วมเพศกัน โดยกลุ่มผู้ต้องหาจะทำการถ่ายภาพนิ่ง คลิปวิดีโอ และบันทึกลงซีดีเพื่อนำไปโพสต์ลงเว็บไซต์และขายให้กับลูกค้าที่มีความชื่นชอบในเรื่องนี้
 

 
เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการค้ามนุษย์

การค้าเด็กและเยาวชน เป็นประเด็นที่ซับซ้อนและมีรูปแบบที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับภูมิภาคและประเทศที่เด็กอาศัยอยู่ อย่างไรก็ตามประสบการณ์การค้ามนุษย์มีสามขั้นตอนหลักๆ คือ

1. การหาคน
เด็กหรือเยาวชน ถูกพาไปจากบ้าน บางครั้งโดยใช้กำลัง แต่ส่วนใหญ่ แล้วผู้ค้ามนุษย์ มักหลอกล่อเด็ก ให้ไปด้วยโดยสัญญาว่า จะให้ชีวิตที่ดีกว่า บางครั้งพ่อแม่ที่ตกอยู่ในสถานการณ์ ที่สิ้นหวัง และไม่มีทางเลือกก็จะขายลูก ของตนเองให้กับผู้ค้ามนุษย์

2. การเดินทาง
การเคลื่อนย้ายเด็กซึ่งเป็นสินค้า ที่เป็นมนุษย์จากสถานที่หนึ่งไปยังอีกที่สถานที่หนึ่งตามที่ตั้งใจไว้ มักจะมีแต่อันตรายและเสี่ยงต่อการถูกจับได้ ดังนั้นผู้ค้ามนุษย์อาจซ่อนเด็กไว้ ในที่แคบๆ เพื่อป้องกันไม่ให้คนรู้ หากถูกถามพวกเขาก็จะโกหกเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่มีกับเด็กที่เป็นสินค้าที่เป็นมนุษย์เพื่อไม่ให้ถูกสงสัย

3.จุดหมายปลายทาง
เมื่อไปถึงจุดหมายปลายทางแล้ว เด็กและเยาวชนมักจะถูกทารุณทุบตีหรือกระทำชำเราเพื่อให้ยินยอม และอาจถูกขายต่อไปเป็นทอดๆ ส่งผลให้เด็กเหล่านี้มีสภาพร่างกาย และจิตใจที่บอบช้ำ แต่ก็เกรงกลัวหรืออับอายเกินกว่าจะร้องขอความช่วยเหลือ หากพยายามหนีผู้ค้ามนุษย์ขู่จะฆ่าพวกเขา หรือครอบครัวของพวกเขา หากหนีรอดไปได้บางครั้งพวกเขาก็ไม่ได้รับความคุ้มครองจากเจ้าหน้าที่ในทันทีและถูกทิ้งให้อยู่ในสถานการณ์ที่พวกเขารู้สึกไม่ปลอดภัยและเสี่ยงต่ออันตราย
 

ชาน่าเข้าใจว่าการทำธุรกิจเพื่อสนองกลุ่มเป้าหมายทางด้านการตลาดและสื่อต่าง ๆ นั้นเป็นสิ่งที่ทำได้ แต่ก็ไม่เห็นด้วยเป็นอย่างมากที่จะต้องไปหลอกเด็กให้มาเป็นเครื่องมือในการทำสื่อที่ไม่เหมาะสมกับเยาวชน  คงจะไม่เป็นไรหากไปเชิญดาราหน้าใหม่ที่เต็มใจอยากจะมาถ่ายเป็นแบบให้ ถ้าหากเค้าตกลง และยินยอม ในทางตรงกันข้ามการหลอกลวง ชายเพื่อไปถ่ายทำหนังโป๊ หรือถ่ายคลิป ภาพโป๊นั้นควรจะเคารพสิทธิ์ส่วนบุคคลของน้อง ๆ เยาวชนด้วยเช่นกัน 

อยากให้เพื่อนร่วมสีรุ้งเดียวกันมองเห็นถึงความสำคัญในการเคารพบุคคล เคารพสังคม และช่วยกันดูแลเยาวชน ที่เป็นลูกหลานของเรา ให้พวกเขามีอนาคตที่ดี ไม่มีมลทิน ด่างพร้อยติดตัวไป
  ถ้าหากท่านพบเห็นเหตุน่าสงสัย ที่อาจเกี่ยวข้องกับเด็กที่ถูกค้า ถูกแสวงหาประโยชน์ หรือได้รับผลกระทบจากการค้ามนุษย์ และต้องการคำปรึกษา กรุณาแจ้งศูนย์ประชาบดี โทร 1300 หรืออีเมล protect@ecpat.net

* สถานการณ์ที่ได้บรรยายไว้ข้างต้นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในประเทศไทย หากท่านไม่อยากให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นกับลูกหลานของท่าน กรุณาร่วมมือกันรณรงค์เพื่อยุติเหตุการณ์เลวร้ายเหล่านี้

 

บล็อกของ ชาน่า

ชาน่า
ภาษาใครคิดว่าไม่สำคัญ บางคนบอกว่า แหม ... บางครั้งไม่จำเป็นต้องพูด ใช้ภาษาใบ้เอาก็ได้ แต่บังเอิญคนที่คุณใบ้ด้วยไม่เก็ตก็แย่สิฮะ.. หากพอมีเวลาว่างใช้เวลาในการศึกษาภาษาเพิ่มเติมชาน่าว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ดีทีเดียว  อย่างเวลาชาน่าไปแต่ละเมืองแต่ละประเทศนั้น จำเป็นต้องพอรู้ว่าไปไหนมา สามวาสองศอก หรือแม้แต่ภาษาเฉพาะในหมู่ชาวเรา ทำให้  "ง่ายสำหรับคุณค่ะ"
ชาน่า
วันนี้เรือจอดอยู่ประเทศบาฮามัส พรุ่งนี้จะเข้าฟลอริด้า นั่งทำงานเป็นโอเปอเรเตอร์รับโทรศัพท์จองห้องอาหารคนเดียว  เสี้ยวหนึ่งของวันทำงาน จู่ ๆ ก็เกิดอาการเป็นสุข จนต้องระบาย หยิบปากกามาจิกเขียน ถ่ายทอดความสุข ส่งตรงสู่เมืองไทย  
เค้าบอกว่า คนเราจะสุขหรือทุกข์นั้นขึ้นอยู่ที่ใจ บางครั้งกว่าจะสุขได้ก็ต้องมีองค์ประกอบหลายอย่างไม่ว่าจะเรื่องของสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ การเมือง สังคม ส่วนตัว และจิตใจ เป็นต้น
บางครั้งเจ้า “ความทุกข์”  มักจะมาเยือน  นั่นก็เป็นเรื่องธรรมดาสามัญบ้าน ๆ ทั่วไป ที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ปุถุชนคนเดินดินอย่างเราท่านทั้งหลาย   แต่เราจะหาวิธีการดับทุกข์เช่นไร…
ชาน่า
ชีวิตที่ต้องเกี่ยวข้องของคนหลากเพศชายจริง หญิงแท้ หรือแม้แต่เกย์ กะเทย นั้นย่อมมีปะปนกับชนและคนทุกชนชั้นวงการไม่เว้นแม้แต่ชีวิตของนักศึกษา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอนาคตแห่งชาติ เป็นลูกเป็นหลานเราๆ ท่านๆ เนี่ยล่ะฮะวันนี้ชาน่าอ่านข่าวคราวจาก นสพ.คงชักเล็ก พิมพ์ผิดฮ่า คมชัดลึก เกี่ยวกับชีวิตของกะเทยหรือสาวประเภทสองที่ต้องแต่งตัวเป็นนักศึกษาหญิงไปมหาวิทยาลัย จึงหยิบมาฝากผู้อ่านประจำคอลัมน์ “พาเม้าท์ชีวิตชาวเกย์” ณ ประชาไทกันบ้างเชื่อหรือไม่ว่า ชีวิตของคนเป็นเกย์ อีแอบ นั้นไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องของความขัดแย้งในการแต่งกายเลย เพราะพวกเค้าก็คือเพศชายดีๆ ที่คุณเห็นนั่นแหล่ะ…
ชาน่า
ความรักหากใครไม่เคยสัมผัสก็ยากจะอธิบายให้เข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงแก่นและก้นบึ้งของหัวใจ “ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์”  ประโยคหนึ่งที่เคยได้ยินมาแต่ไหนแต่ไร ตอนเป็นเด็กไร้เดียงสา ก็แค่อ่าน ได้ยิน และเข้าใจ แต่ไม่ได้สัมผัส รับรสของความรักและความทุกข์โลกวันนี้ได้ผ่านเข้า และผ่านไปจากบทเรียนและประสบการณ์ของชีวิตโลกแห่งความจริงกับสิ่งที่ฝันบางครั้งมันห่างไกลกันเหลือคณานับ  ทุกคนฝันอยากมีรักที่สวยงาม รักที่ทำให้ชีวิตนี้มีความสุข แต่หากเมื่อไหร่ รักนั้นไม่เป็นดังหวัง  ไม่เหมือนในฝัน มันย่อมเกิดทุกข์กับความรักคนที่ไม่เคยอกหัก  ก็เพราะเขาไม่เคยมีความรัก…
ชาน่า
ช่วงพักร้อนสามเดือนที่ผ่านมาได้ไปงานเปิดตัวหนังสือของเพื่อนที่ เอสพลานาด ทางทีมงานและสำนักพิมพ์สร้างสรรค์บุ๊คส์ ได้มอบหนังสือเล่มนี้ ...   “ตัดทิ้ง” ชีวิตจริงของสาวประเภทสอง  ซึ่งเขียนและดัดแปลงมาจากวิทยานิพนธ์ของ คุณวารุณี แสงกาญจนวนิช   อ่านแล้วต้องขอยกนิ้วให้ ว่าเป็นอีกหนังสือคุณภาพที่อ่านแล้วโดนฮ่ะ  ได้สาระและความรู้อีกหลายเรื่องราวที่เรายังไม่เคยรู้มาก่อน ชีวิตจริงของชาน่านั้นเป็นเกย์ ไม่ได้เป็นกะเทย แต่ที่ต้องแต่งสาวเป็นพรางชมพู ก็เพราะไม่อยากให้ทางบ้านรู้ (อันที่จริงคือไม่อยากให้คุณแม่ทราบ แค่คนเดียวเท่านั้นที่แคร์ความรู้สึก…
ชาน่า
 “ฮีธ เลดเจอร์” ขวัญใจชาวเกย์, พระเอกBrokeback Mountainเกิด – แก่ – เจ็บ – ตาย นั้นเป็นเรื่องธรรมดา แต่บางครั้งก็ยากจะทำใจได้  โดยเฉพาะหากใครสักคนอันเป็นที่รัก และผูกพัน แม้กระทั่งแค่ชื่นชม ปลื้ม ๆ ของคุณจากไปก่อนวัยอันสมควร   “เค้าหลับสบายไปแล้วล่ะ คงเหลือแต่เราที่จะก้าวต่อไป สู้ต่อไปตราบเท่าที่ลมหายใจยังอยู่แม้มันจะทรมาน ปวดร้าวแค่ไหน  ขอเวลาตั้งตัว ขอทำใจหน่อยได้ไหมคนดี”วันที่ 23 ม.ค. 2008 เป็นวันที่พระเอกในดวงใจของผมจากไปอย่างไม่มีวันกลับ เขาผู้นั้นคือ  ฮีธ เลดเจอร์ หนุ่มน้อยหน้าไม่หล่อแต่เร้าใจวัยซาวแปด  ชาวออสซี่ …
ชาน่า
การแสดงความรักและความใคร่ที่ขาดไม่ได้สำหรับชาวเกย์ ส่วนหนึ่งคงหนีไม่พ้นการร่วมเพศ แต่จะเป็นเพศร่วมแบบไหนคงทายได้ไม่ยากนัก  ซึ่งอันที่จริงแล้วก็เป็นธรรมชาติของเกย์ กะเทยที่ต้องใช้ทวารยังหวานอยู่ภายในร่างกายเพื่อประกอบกามกิจ (อยู่บ้าง)  ซึ่งภาระนี้จะตกอยู่กับฝ่ายรับ จนเกย์คิงหลายคนบอกว่า “ผมไม่ชอบรับ ผมชอบรุก เพราะเป็นฝ่ายรับมันเจ๊บบบบ เจ็บ”  ขออนุญาตทำความเข้าใจกับคนที่ยังอ่อนต่อวิชาเกย์ศาสตร์ ว่า ฝ่ายรับคือ ผู้ให้ (ทวารยังหวานอยู่) ส่วนฝ่ายรุกคือผู้กระทำ
ชาน่า
คงไม่มีใครจะกล้าปฎิเสธได้ว่า ความใฝ่ฝันของเกย์กะเทย เก้าสิบเก้าจุดเก้าเก้าเปอร์เซ็นต์ อยากจะทำหน้าที่ของการประกวดความงาม คุณค่าที่เธอคู่ควร ไม่ว่าจะเป็นเวทีใด ๆ ก็ตามที่จัดขึ้น ตอนเป็นเด็กชายอยู่บ้านนอกคอกนา เคยไปงานฤดูหนาวที่ทางจังหวัดหรืออำเภอเค้าจัดประกวด “นางฟ้าจำแลง” ตอนนั้นด้วยความไร้เดียงสา ใคร่รู้เยี่ยงนัก คำว่านางฟ้าจำแลงคืออะไร พอเติบโตขึ้นจึงเริ่มเข้าใจความหมายและเข้าใจตัวเองมากขึ้น “ฉันอยากเป็นนางฟ้าจำแลงจังเลย” พร่ำบ่นพึมพำในใจคนเดียว เพราะอิชั้นมีแววตั้งแต่จำความได้แล้วล่ะฮะ “โฉมเอย โฉมงาม อร่ามแท้แลอรุณ.......” เพลงที่ใช้ประกวดเมื่อครั้งจำความได้…
ชาน่า
ส่งท้ายปลายปี  ความหนาวเข้ามาเยือนเหมือนใจหวิว ๆ  หลายคนเปรียบเปรยถึงความอ้างว้างว้าเหว่ ในช่วงฤดูหนาว  ช่างเข้ากันนัก  แต่ที่นี่ในต่างแดนเขตทะเลแคริบเบี้ยน สำหรับคนท้องถิ่นไม่รู้จักคำว่าหนาวเหน็บนอกจากอากาศเย็น ๆ  ณ วันนี้ที่เกาะท้องฟ้ามืดมน ตั้งเค้าฝนจะตก  บ่อยครั้งที่ฝนฟ้าและอากาศเป็นใจมักจะปล่อยใจฝัน แบบบิวด์อารมณ์ได้ไม่ยากนักสำหรับหัวโปกไร้นม อารมณ์เกินหญิงของเกย์อย่างเรา  ฉันนั่งอยู่บาร์เล็ก ๆ แห่งหนึ่งของเกาะ Antigua and Barbuda เขตทะเลแคริบเบี้ยน  หลังจากที่เราสามคนเกย์เพื่อนรัก พากันออกจาก รีสอร์ทหรูราคาสี่ร้อยล้านเหรียญ หรือที่รู้จักกันดี…
ชาน่า
สังคมที่เปิดกว้างและยอมรับโลกแห่งความเป็นจริงได้เกิดขึ้นอีกระดับหนึ่ง เมื่อได้เห็นหนังไทย หนังดี หนังเด่นแนวหน้าแห่งปีนี้  เรื่อง “รักแห่งสยาม” หนังที่สะท้อนให้เห็นถึงความรักหลากอารมณ์ ของสังคมเมืองไทย ในความเหมือนที่แตกต่างของสังคม(อีกแล้วครับท่าน) เป็นกระแสแรงได้จิต สั่นสะเทือนหลายริกเตอร์ เขย่าให้เห็นถึงภาพสะท้อนของสังคมไทยในยุคปัจจุบัน  เมื่อ  “รักแห่งสยาม”  ผ่านสายตามหาชน   ทั้งพลพรรคคนรักเกย์ แอนตี้เกย์ รักครอบครัว รักเพื่อน รักแฟน รักเพศไหนๆ ยังไงก็ตาม“คงเป็นหนังวัยรุ่นกุ๊กกิ๊ก ทั่ว ๆ ไป  สปอยหรือเปล่าน๊า”“แหวะ ... หนังเกย์ แน่ ๆ เลยเท้อออ !”“โอ้โห…
ชาน่า
กลับมาตามหัวใจเรียกร้องอีกครั้งหลังจากพักร้อนเมืองไทย  กลับไปอ่านหนังสือของสาวสองเภท หรือสาวประเภทสองที่บุกตลาดเมืองไทยตามแผงหนังสือชั้นนำทั่วไป  อดไม่ไหวจึงขอหยิบมาฝากแนะนำเผื่อใครสนใจอยากอ่านเรื่องราวหลากหลาย มากมายมุมมอง สามารถอ่านได้จากหนังสือที่สาว ๆ เธอเขียนถ่ายทอดเพื่อเป็นสื่อสร้างสรรค์ผ่านตัวหนังสือ มีเล่มไหน ยังไงบ้างนั่งปูเสื่ออ่านได้ค่ะเกริ่นนำส่วนตัวก่อนว่า  สมัยก่อนตอนอยู่นอกเมือง ไม่ใช่เมืองนอก (บ้านนอก) เคยอ่านนิตยสารเล่มหนึ่ง จำไม่ได้ว่าเป็นสกุลไทย หรือขวัญเรือน  มีคอลัมน์ที่เค้าเขียนถึง “กะเทยไทยในต่างแดน” ตอนนั้นยังเป็นเด็กชาย อีแอบ ไม่แสดงออก…
ชาน่า
ห่างหายไปนานหลังจาก เปิดตัวหนังสือ “เม้าท์แตก...ชาวเรา” ได้สองวันก็ลัดฟ้า กลับไปทำงานต่อที่เรือสำราญ ณ อเมริกา  กว่าจะตั้งตัวได้เหนื่อยเอาการทีเดียวค่ะหมกมุ่นกับการทำงานและการปรับตัวสักระยะ จึงเริ่มออกไปพักผ่อนหย่อนใจ ตามประสาคนทำงาน ลอยล่องท่องไป ในโลกกว้าง  วันว่างหลังการทำงานหนักเป็นนางแบกอินเตอร์ (แบกถาดอาหารคาวหวาน)วันนี้หลังจากทำงานกลางวันรับจองห้องอาหารทางโทรศัพท์เสร็จจึงรีบออกไปเที่ยวหาดเกย์ ซึ่งเป็นแหล่งชุมชนชาวเกย์อันเลื่องชื่อของพลเมืองชาวเกาะของประเทศอเมริกา ที่อยู่ทะเลแคริบเบี้ยน  นามว่า “ St.Thomas”  U.S.V.I ย่อมาจาก United State Virgin Island.…