Skip to main content

ชาน่าได้อ่านเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์อันเกี่ยวข้องกับกลุ่มรักเพศเดียวกันแล้วรู้สึกถึงการเข้าอกเข้าใจและมองถึงปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ว่าเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งต่อสังคมเมืองไทยของเรา

\\/--break--\>

 

ตัวอย่างเรื่องเล่าจากเด็กและเยาวชนที่นำมาเสนอนี้เป็นเหตุการณ์จริง เปลี่ยนแต่ชื่อบุคคล
 
*หลอกไปเป็นทาสรับใช้และขายบริการ

ผมรู้สึกหมดแรง หมดหวัง ทุกสิ่งทุกอย่างถูกพราก ไปจากผมหมด ชีวิตครอบครัวของ"คิท"ไม่มีความสุขนัก เขาจึงหนีปัญหาโดยหันหน้า เข้าหาอินเตอร์เน็ท ขณะที่เขาเซิร์ฟอินเตอร์เน็ท และเข้าไปในห้องสนทนา (
chat room) เขาได้เพื่อนชื่อ "เรย์" ที่มีพื้นฐานทางครอบครัว ที่คล้ายคลึงกัน พวกเขาเล่าปัญหาให้กันฟัง และกลายมาเป็นเพื่อนกัน ในเวลาอันรวดเร็ว วันหนึ่ง"เรย์"ที่กำลังหัวเสีย ก็กล่าวขึ้นว่าเขาจะหนีออกจากบ้าน และชวน "คิท"ให้ไปด้วยกัน เนื่องจากชีวิตครอบครัว ที่ไม่มีความสุข "คิท"จึงตอบตกลงทันที พวกเขานัดเจอกันที่ สถานีรถไฟแห่งหนึ่ง และที่สถานีรถไฟ พวกเขาตัดสินใจกันว่า จะไปชายทะเลเพราะมีโอกาสจะได้งานสูง เมื่อขึ้นรถไฟ"เรย์"ซื้อเครื่องดื่มมาให้ "คิท" และตัวเอง และนั่นเป็น สิ่งสุดท้ายที่ "คิท"จำได้เกี่ยวกับการเดินทาง ครั้งนั้น

เมื่อตื่นขึ้นเขาก็พบว่า ตนเองถูกล็อค ไว้ในห้องเล็กๆ ห้องหนึ่ง ร่วมกับเด็กชายอีกหลายคน ที่กำลังตื่นกลัว ทุกคนถูกล่ามมือ และเท้าเอาไว้ มีชายคนหนึ่งถือไม้เรียวอันใหญ่ เดินเข้ามาในห้อง และเริ่มตะคอกและเฆี่ยนตีพวกเขา ชายคนนั้นบอกเด็กๆ ว่าต้องหาเงินให้ได้
40,000 เหรียญ ก่อนที่จะได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระ พวกเขาต้องทำงานใช้หนี้ ในคลับหรือสถานบันเทิง โดยให้ความบันเทิงกับแขก และเต้นในบาร์ ชายคนนั้นเตือนว่าหาก พวกเด็กๆ พยายามหนีจะถูกเฆี่ยนอย่างหนัก และจะมีหนี้เพิ่มขึ้น "คิท"ถูกบังคับให้ขายบริการ ไม่กี่เดือนก่อนที่ ตำรวจจะเข้าทลายคลับแห่งนั้น และช่วยเหลือเด็กชาย ที่ถูกทารุณกรรม "คิท" ไม่ต้องการกลับไปบ้านจึงได้ เข้าไปอยู่ในบ้านพักฉุกเฉิน สำหรับเด็กผู้ชายในที่สุด

*เขาชวนผมไปเที่ยวแล้วจะให้เงินคนละ 1,500 - 2,000 บาท ผมจึงไปกับเขา!!

ตำรวจจับ
3 ผู้ต้องหาร่วมกันใช้เงินล่อเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ให้ไปถ่ายภาพโป๊ และมีเพศสัมพันธ์กันก่อนจะบันทึกภาพเอาไว้โพสต์และขายบนอินเตอร์เน็ตให้กับกลุ่มรักร่วมเพศ  สืบเนื่องมาจากเจ้าหน้าที่สายลับได้ทำการสืบทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหามีพฤติการณ์ล่อลวงเด็กชายอายุไม่ถึง 15 ปี ไปถ่ายภาพโป๊และบังคับให้ร่วมเพศ เพื่อผลิตเป็นซีดีขายให้กับลูกค้า โดยจับกุมตัวได้พร้อมของกลางจำนวนหลายรายการ อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ จำนวน 1 เครื่อง กล้องถ่ายรูป กล้องวิดีโอ เทปมินิดีวีดี 3 ม้วน แผ่นซีดีจำนวนหลายแผ่น เมมโมรี่การ์ด หนังสือโป๊ จำนวน 2 เล่ม และกางเกงในเด็กจำนวนหลายตัว   พฤติการณ์ของกลุ่มผู้ต้องหากลุ่มนี้  จะตระเวนหาเหยื่อที่เป็นเด็กอายุระหว่าง 11-15 ปี มีรูปร่างและหน้าตาดี เล่นเกมและเดินเล่นอยู่ตามห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านบางแค รวมถึงร้านอาหารต่างๆ จากนั้นก็จะเข้าไปพูดคุยชักชวนไปเที่ยวพร้อมกับเสนอเงินให้เด็กคนละ 1,500 -2,000 บาท เพื่อให้เด็กหลงเชื่อและยอมไปด้วย เมื่อได้เหยื่อตามที่ต้องการแล้วก็จะพาไปขึ้นรถกระบะแล้วพาไปที่คอนโด เพื่อให้เด็กแก้ผ้าและร่วมเพศกัน โดยกลุ่มผู้ต้องหาจะทำการถ่ายภาพนิ่ง คลิปวิดีโอ และบันทึกลงซีดีเพื่อนำไปโพสต์ลงเว็บไซต์และขายให้กับลูกค้าที่มีความชื่นชอบในเรื่องนี้
 

 
เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการค้ามนุษย์

การค้าเด็กและเยาวชน เป็นประเด็นที่ซับซ้อนและมีรูปแบบที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับภูมิภาคและประเทศที่เด็กอาศัยอยู่ อย่างไรก็ตามประสบการณ์การค้ามนุษย์มีสามขั้นตอนหลักๆ คือ

1. การหาคน
เด็กหรือเยาวชน ถูกพาไปจากบ้าน บางครั้งโดยใช้กำลัง แต่ส่วนใหญ่ แล้วผู้ค้ามนุษย์ มักหลอกล่อเด็ก ให้ไปด้วยโดยสัญญาว่า จะให้ชีวิตที่ดีกว่า บางครั้งพ่อแม่ที่ตกอยู่ในสถานการณ์ ที่สิ้นหวัง และไม่มีทางเลือกก็จะขายลูก ของตนเองให้กับผู้ค้ามนุษย์

2. การเดินทาง
การเคลื่อนย้ายเด็กซึ่งเป็นสินค้า ที่เป็นมนุษย์จากสถานที่หนึ่งไปยังอีกที่สถานที่หนึ่งตามที่ตั้งใจไว้ มักจะมีแต่อันตรายและเสี่ยงต่อการถูกจับได้ ดังนั้นผู้ค้ามนุษย์อาจซ่อนเด็กไว้ ในที่แคบๆ เพื่อป้องกันไม่ให้คนรู้ หากถูกถามพวกเขาก็จะโกหกเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่มีกับเด็กที่เป็นสินค้าที่เป็นมนุษย์เพื่อไม่ให้ถูกสงสัย

3.จุดหมายปลายทาง
เมื่อไปถึงจุดหมายปลายทางแล้ว เด็กและเยาวชนมักจะถูกทารุณทุบตีหรือกระทำชำเราเพื่อให้ยินยอม และอาจถูกขายต่อไปเป็นทอดๆ ส่งผลให้เด็กเหล่านี้มีสภาพร่างกาย และจิตใจที่บอบช้ำ แต่ก็เกรงกลัวหรืออับอายเกินกว่าจะร้องขอความช่วยเหลือ หากพยายามหนีผู้ค้ามนุษย์ขู่จะฆ่าพวกเขา หรือครอบครัวของพวกเขา หากหนีรอดไปได้บางครั้งพวกเขาก็ไม่ได้รับความคุ้มครองจากเจ้าหน้าที่ในทันทีและถูกทิ้งให้อยู่ในสถานการณ์ที่พวกเขารู้สึกไม่ปลอดภัยและเสี่ยงต่ออันตราย
 

ชาน่าเข้าใจว่าการทำธุรกิจเพื่อสนองกลุ่มเป้าหมายทางด้านการตลาดและสื่อต่าง ๆ นั้นเป็นสิ่งที่ทำได้ แต่ก็ไม่เห็นด้วยเป็นอย่างมากที่จะต้องไปหลอกเด็กให้มาเป็นเครื่องมือในการทำสื่อที่ไม่เหมาะสมกับเยาวชน  คงจะไม่เป็นไรหากไปเชิญดาราหน้าใหม่ที่เต็มใจอยากจะมาถ่ายเป็นแบบให้ ถ้าหากเค้าตกลง และยินยอม ในทางตรงกันข้ามการหลอกลวง ชายเพื่อไปถ่ายทำหนังโป๊ หรือถ่ายคลิป ภาพโป๊นั้นควรจะเคารพสิทธิ์ส่วนบุคคลของน้อง ๆ เยาวชนด้วยเช่นกัน 

อยากให้เพื่อนร่วมสีรุ้งเดียวกันมองเห็นถึงความสำคัญในการเคารพบุคคล เคารพสังคม และช่วยกันดูแลเยาวชน ที่เป็นลูกหลานของเรา ให้พวกเขามีอนาคตที่ดี ไม่มีมลทิน ด่างพร้อยติดตัวไป
  ถ้าหากท่านพบเห็นเหตุน่าสงสัย ที่อาจเกี่ยวข้องกับเด็กที่ถูกค้า ถูกแสวงหาประโยชน์ หรือได้รับผลกระทบจากการค้ามนุษย์ และต้องการคำปรึกษา กรุณาแจ้งศูนย์ประชาบดี โทร 1300 หรืออีเมล protect@ecpat.net

* สถานการณ์ที่ได้บรรยายไว้ข้างต้นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในประเทศไทย หากท่านไม่อยากให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นกับลูกหลานของท่าน กรุณาร่วมมือกันรณรงค์เพื่อยุติเหตุการณ์เลวร้ายเหล่านี้

 

บล็อกของ ชาน่า

ชาน่า
  หากใครเคยชมภาพยนตร์ไทยของจีทีเอช โดย บริษัท จอกว้าง ฟิล์ม จำกัด เมื่อปีที่แล้ว “หนีตามกาลิเลโอ” หลายคนคงจะประทับใจเรื่องราวและการต่อสู้ ความน่ารักและการใช้ชีวิตของสองสาวไทยที่ตัดสินใจไปเที่ยวและทำงานต่างประเทศ หนึ่งคนไปเพราะอกหัก อีกหนึ่งไปเพราะสอบตก อยากเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมใหม่  แต่สำหรับฉัน “ชาน่า” หนีไปเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ที่ตัดสินใจบินออกนอกประเทศ ความรู้สึกไม่ได้แตกต่างอะไรไปมากกว่านางเอกของหนังเรื่องนี้นักเลย  สุข เหงา เศร้า คละเคล้ากันไปยิ่งกว่าละครเสียอีก    แต่ชาน่าไม่ใช่นางเอกของเรื่อง แค่เกย์ที่หลายคนรู้จัก บ้างรู้จักฉันดี…
ชาน่า
หลายคนอาจจะเคยสงสัยเหมือนกับชาน่าว่าในสมัยก่อนวิถีชีวิตของเกย์เป็นเยี่ยงไร วันนี้จึงหาคำตอบและเป็นความต้องการทราบส่วนตัวด้วยค่ะ เพราะว่ามีโอกาสได้ดูละครเรื่องสาปภูษา จึงใคร่รู้เยี่ยงนักว่าประวัติความเป็นมาและสังคม กฎระเบียบบ้านเมืองเป็นเช่นใด ข้าใคร่รู้ ณ บัดเดี๋ยวนี้
ชาน่า
  เมื่อช่วงพักร้อนที่ผ่านมา ชาน่าและเพื่อน ๆ ได้พบปะสังสรรค์กันตามประสาเฮฮาปาร์ตี้ เพื่อนๆ ต่างไม่เจอกันมานาน มีทั้งเพื่อนชายจริง หญิงแท้และชาวหลากหลายทางเพศ
ชาน่า
"กระจกจ๋า บอกซาร่าหน่อยนะ ว่าผู้ชายคนเนี้ยะ...ใช่มะ ใช่มะ...." มาแล้ว มาแล้ว มาแล้ว จิ๋ม ซาร่า ท้าสัมผัส... มากับอัลบั้มชุดที่สอง "คนร่วมฝัน"   หากคุณได้ยินเพลงนี้ หลายคนอาจจะสงสัยว่าเป็นหญิงจริงหรือหญิงเทียม ไม่ว่าคุณจะมองผู้หญิงคนนี้อย่างไร ชาน่ามองเธอว่า เธอคือผู้ชายที่กลายเป็นผู้หญิงที่น่าค้นหาอีกคน ข้อความจากเพลง “เกินห้ามใจ” ของนักร้องสาวประเภทสองที่ชื่อจิ๋ม ซาร่า หรือชื่อที่ใช้ในวงการ “สุจินต์รัตน์ ประชาไทย” ผู้ชายทั้งแท่งที่ผันตัวเองให้เป็นผู้หญิงทั้งทิ่ม เธอผู้นี้เป็นคนไทยคนแรกที่กล้าไปผ่าตัดแปลงเพศไกลถึงดินแดนเมืองผู้ดี “อังกฤษ”
ชาน่า
  การมองโลกในแง่ร้าย การมีประสบการณ์ที่โหดร้าย หรืออยู่ในสังคมที่แย่ อาจจะทำให้คนในสังคมนั้นมีพฤติกรรมที่ไม่น่ารัก สังคมที่ไม่มีศีลธรรม สังคมทุนนิยมที่เอาแต่แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยช่วยให้คนกลุ่มนั้นมีทัศนคติและพฤติกรรมที่กลุ่มคนดีเค้าไม่ทำกัน วันนี้อยากนำเสนอเหตุการณ์ และ ศัพท์ของเกย์ที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับสังคมสีม่วงของเรา ถ้าหากหลีกเลี่ยงได้ สังคมเกย์ไทยจะน่าอยู่อีกเยอะเลยล่ะฮ่ะ
ชาน่า
  เกิดเป็นคนมีชื่อเสียง (.... อือ... อันที่จริงทุกคนล้วนมีชื่อเป็นของตัวเองทั้งน้านนน) ก็ลำบากทำอะไรก็เป็นเป้าสายตาของประชาชี จะกิน ดื่ม ขยับซ้ายก็เป็นข่าว ขยับขวาก็มองต่างมุม โดนรุมทำข่าวอีก เรียกได้ว่าสูญเสียความเป็นส่วนตัวมากทีเดียว เพราะนอกจากจะเป็นเครื่องมือของธุรกิจคนขายข่าว ขายเรื่องราวแล้วยังเป็นเหมือนสินค้าตัวหนึ่งทีเดียวฮ่ะ
ชาน่า
การมองโลกในแง่ดี(เกินไป) การทำดี การให้เพื่อคนที่เรารัก เคยรัก อยากรัก สุดท้ายคนนั้นกลายเป็นคนอื่นคนไกล คนไม่รู้จัก บางครั้งมันก็ยากที่จะสาธยายได้ว่า สิ่งที่เราทำไปนั้นมันเป็นไปทางทิศไหน หรือกว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ สะกดคำว่า ... สายเกินไป “โดน” กับตัวเองแล้วล่ะ
ชาน่า
  เคยคิดอยากเขียนนิยาย ที่ได้แรงบันดาลใจจากเรื่องจริงเหมือนกัน แต่ฝีมือการเขียนยังไม่เข้าขั้น และที่สำคัญเวลายังไม่เอื้ออำนวย เพราะต้องทำงานเป็นนางแบกโกอินเตอร์ ทำงานทุกวันฮ่ะ (นางแบก คือทำงานอาชีพแบกถาด บนเรือสำราญเจ้าค่ะ) สัปดาห์นี้อยากเขียนเรื่องจริงจากประสบการณ์ของชายคนหนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของชาน่า ที่เค้ากล้าเผยความเป็นเกย์ต่อครอบครัว ความจริงมันไม่เป็นเพียงแค่ความกล้า หากแต่เป็นสถานการณ์พาไป และอยากให้รับรู้ ยามเมื่อถึงเวลา เนื้อเรื่องและเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงจากครอบครัวคนไทยเชื้อสายจีนครอบครัวหนึ่ง เรียบเรียงโดยชาน่า ล้านนา ค่ะ
ชาน่า
ปีใหม่ก้าวผ่านมาตามวันเวลาของปฎิทิน ที่ถูกกำหนดไว้ วันเดือนปี (ใหม่) เป็นแค่กาลเวลาที่คนเรากำหนด นับจากวันที่ผมลืมตาดูโลก จนถึงวันนี้ วัน เวลา และปีเป็นสิ่งที่กำหนดอายุของคนเรา ใช่มันผ่านไปแล้ว ...ผ่านไปเข้าสู่วัยกลางคน ของคน ๆ หนึ่งที่ยืนหยัดอยู่บนโลกที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปใบนี้ มีหลายสิ่งที่ดีเข้ามา มีหลายคราที่รู้สึกแย่ หลากอารมณ์ที่ตัวเองสัมผัสได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ค้นพบและรับรู้อยู่เสมอคือ... ความเป็นตัวตนที่แท้จริงภายใต้จิตสำนึก  
ชาน่า
หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับการรณรงค์ การกระทำที่ไม่รุนแรงต่อเพศหญิง แต่น้อยคนนักจะเข้าใจและเห็นด้วยกับการที่ได้ทราบข่าว การกระทำรุนแรงต่อเพศพิเศษนั่นคือเกย์ หรือกะเทย ที่เกี่ยวข้องกับผองเพื่อนชาวเรา ชาน่าได้อ่านจดหมายฉบับหนึ่งที่ส่งถึงเว็บเกย์โรมีโอ (เว็บไซต์สังคมเกย์ที่ขึ้นชื่อของโลก) โดยคนที่เขียนมาเล่าเป็นเกย์ ที่ออกค่ายอาสากับหมอ เกี่ยวกับโรคเอดส์ ซึ่งมีโอกาสได้ไปหลายประเทศต่าง ๆ ขอแปลจดหมายฉบับนี้เพื่อผู้อ่านค่ะ
ชาน่า
ชาน่าชอบอ่านทุกอย่างที่ขวางหน้าถ้าหากมีเวลา แต่ถ้าไม่มีเวลามากนักก็เลือกบางเรื่อง ที่สนใจและเกี่ยวข้อง อย่างเรื่องฮา ฮา แม้บางครั้งบอกกับตัวเองว่า “ไร้สาระน่าดู...” แต่ลึก ๆ แล้วเนื้อหาบางส่วนอาจจะให้ความบันเทิงแบบไม่ต้องคิดอะไรมากอย่างเสียไม่ได้ ลองอ่านเรื่องราวที่ชาน่าเรียบเรียงโดยได้พล๊อตเรื่องจาก เมล์ส่งต่อ แต่แต่งเติมเป็นภาษาง่าย ๆ ของชาน่านะฮะ (ดั่งเพื่อนหลายคนตั้งฉายาให้ว่า ชาน่า ปั้นน้ำเป็นตัวจนแข็ง....) ... ด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม น้อง ๆ อายุต่ำกว่า 18 ปี ไม่อนุญาตให้อ่านนะคะ เป็นคอลัมน์เรต ฉ. เด็กควรอยู่ในความดูแลของผู้ปกครองด้วยค่ะ
ชาน่า
  ชีวิตความรักของเกย์น่ะหรือ... หลายคนผลักดัน ยิ่งดันยิ่งดัก ยิ่งผลักเหมือนยิ่งแบกโลก เคยมีเพื่อนของชาน่าหลายคน บอกว่า ... “ฉันเชื่อเรื่องความรักของเกย์ ...ว่าคือรักนิรันดร์” แต่ “ฉัน” กลับขอค้าน ที่ค้านในที่นี้คือ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล คนที่เชื่ออย่างนั้นหนึ่งในนั้นคือ “ฉันเอง” ชาน่า