Skip to main content

เช้านี้อีนางน้อยลูกสาวหล้าของพ่อคูนโทรมาหาบอกว่าลุงคูนสิ้นใจแล้วที่บ้าน...

ลุงคูน ชายสูงวัยร่างเล็กที่ดูคล่องแคล่วแข็งแรง แม่อีนางน้อย หญิงชราคู่ชีวิตนั่งย้ำหมากทัดดอกไม้ขาว และลูกหลานชายหญิงผิวเกรียมอีกหนึ่งโขยง

หลังปี 2530 เมื่อพื้นที่ส่วนใหญ่ของเขตป่าภูสีฐานหมดสภาพจากการสัมปทานทำไม้และเผาถ่าน  ลุงคูนพร้อมกับครอบครัวขนาดใหญ่ (เมียและลูกชายลูกสาวประมาณ 7 คน ส่วนใหญ่อยู่ในวัยทำงาน)ได้อพยพจาก จ.บุรีรัมย์ เข้ามาจับจองปลูกพืชไร่บนพื้นที่บริเวณที่สายน้ำจากห้วยไผ่และห้วยยางไหลมาสบกันก่อนจะไหลลงห้วยบางทราย  คนแถวนั้นเรียกพื้นที่บริเวณนั้นว่าดงด่านขี้ 

ลุงคูนกับครอบครัวร่วมสิบชีวิตถากถางจับจองที่ดินบริเวณดงด่านขี้จำนวนเกือบร้อยไร่  ลูกสาวลูกชายเมื่อถึงวัยเจริญพันธุ์ ก็เอาผัวเอาเมียก็อาศัยทำกินอยู่บนที่ดินผืนนั้น

ผมคุ้นเคยกับแกเนื่องจากแกเป็นสมาชิกของสมัชชาเกษตรกรรายย่อยภาคอีสาน ประมาณ ปี 2540 ผมตัดใจลงหลักอยู่ในที่ไร่ที่ ดงหลวง ด้วยเงินที่มีติดบัญชีไม่ถึงหมื่นบาท ผมไปขอไม้ปีกจากลุงคูนมาเพื่อทำพื้นกระท่อมสำหรับพวกเราพ่อแม่ลูกอยู่อาศัย แต่ปีกไม้ของแกมีไม่เยอะนักเนื่องจากโดนคนอื่นขอไปเกือบหมดแล้ว แกพาผมเดินไปหลังบ้านชี้เสาไม้พันชาดต้นเล็กๆให้6ต้น มันเป็นเสาเถียงนาเก่าของแกที่พึ่งรื้อย้ายเข้ามา แกบอกยกให้ผม นี่คือเสาของบ้านหลังแรกสำหรับครอบครัวผม

เหตุที่แกเป็นสมาชิกของ สกยอ.ก็เนื่องจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ระบุลงในแผนที่ว่าพื้นที่ๆแกทำกินอยู่ต้องถูกนำมาจัดสรร เพื่อรองรับประชาชนที่จะถูกย้ายออกจากเขตพื้นที่อนุรักษ์สภาพแวดล้อม  จนท.ป่าไม้ และ ตชด.ยื่นข้อเสนอให้แกเข้าทำกินในที่ทำกินเดิมโดยจำกัดพื้นที่ลงเหลือครอบครัวละ 9 ไร่ โดยที่ลูกของแกจะได้สิทธิในที่ทำกินเพียงบางรายเท่านั้น แกไม่ยอมและแทบจะประกาศตัดตายกับลูกเมื่อบางครอบครัวไปยอมรับที่ดินแปลงที่ถูกจัดสรร

สกย.อ.เน้นหนักเรื่องหนี้สิน(กองทุนฟื้นฟูฯ) ลุงคูนเลยพาสมาชิกย้ายสังกัดไปอยู่สมัชชาคนจนซึ่งดูเหมือนจะจริงจังเรื่องปัญหาที่ทำกินมากกว่า

ประมาณปี 43 ลุงคูนและสมาชิกพากันเข้าไปทำกินในที่ดินเดิมของแก โดยไม่ยอมรับการกันเขตที่ถูกกำหนดโดยเจ้าหน้าที่รัฐ  ลุงคูนถูกเจ้าหน้าที่ป่าไม่ตีด้วยไม้พลองบริเวณขมับ ภาพชายชราเลือดอาบศีรษะนอนอยู่บนพื้นดินที่พึ่งไถพรวน มีหญิงชาวบ้านกรีดร้องเข้าประคองยังติดตาผม

แพทย์วินิจฉัยว่าลุงคูนกระโหลกศีรษะร้าว ซ้ำร้าย หลังจากที่ตีลุงคูนจนต้องหามส่งโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ป่าไม้ก็ยังได้ไปแจ้งความจับลุงคูนในข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน เมื่อออกจากโรงพยาบาลและได้รับการประกันตัวลุงคูนต้องเทียวไปขึ้นศาลเพื่อแก้ข้อกล่าวหาเป็นเวลาร่วม 2 ปี จึงพ้นข้อกล่าวหา ลุงคูนต้องเสียค่าใช้จ่ายมากกว่าพันบาทในแต่ละเที่ยวสำหรับการเดินทางไปขึ้นศาลที่มุกดาหารที่มีระยะร่วมสองร้อยกิโลเมตร

หลังจากที่แกทุเลาจากอาการบาดเจ็บ แกกับครอบครัวก็ทำมาหากินโดยการเช่าที่ปลูกผัก ปลูกข้าวโพด ต้มข้าวโพดขาย รับจ้างสารพัด ตัดไม้ไผ่ขาย สานตอกมัดข้าวขายไปตามเรื่อง ช่วงหลังลุงคูนล้มป่วยหนักอีกครั้ง แกเป็นอัมพฤกษ์ ผมไม่แน่ใจว่ามีผลจากอาการบาดเจ็บจากการถูกทำร้ายที่ผ่านมาหรือไม่ และเมื่อปีที่แล้ว แม่อีนางน้อย หญิงชราคู่ชีวิตที่ชอบทัดดอกไม้ขาวประดับมวยผมก็ได้ละจากลุงคูนไป 

ดงด่านขี้ได้ถูกจัดสรรแบ่งปันเป็นที่เรียบร้อย ถูกตั้งชื่อใหม่อย่างสวยหรูว่าชุมชนศรีถาวรพนาและชุมชนฟ้าประทาน บรรดาผู้คนที่เข้าไปอยู่ก็ส่วนใหญ่มาจากถิ่นอื่น บางรายเป็นลูกจ้างกรมป่าไม้ หลายรายเป็นญาติพี่น้องกับผู้นำในชุมชน การทำเกษตรพอเพียงตามคำโฆษณาได้กลายเป็นสวนยางหรือไร่มันสัมปะหลัง ตามกลไกตลาดและตามระดับฐานะครอบครัวของผู้ถือครอง

ชุมชนศรีถาวรพนาและชุมชนฟ้าประทานก็ยังคงได้รับการโฆษณาประชาสัมพันธ์ต่อไปทั้งในเรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง,บ้านเล็กในป่าใหญ่,การจัดการทรัพยากรป่าไม้แบบ"คนกับป่าอยู่ร่วมกันได้"ฯลฯ แต่สำหรับผม"วลี"ที่ฟังแล้วทำให้รู้สึกคลื่นเหียรข้างต้น มันได้ถูกสร้างขึ้นมาบนเลือด หยาดเหงื่อและน้ำตาของคนอย่างลุงคูนและครอบครัว

ชื่อ"ศรีถาวรพนาและฟ้าประทาน"อาจตอบสนองต่อความหื่นกระหายของสมมติเทพบาง"ตน" เป็นบ่อเงินบ่อทองให้ตักตวงอย่างไม่ยอมแห้งเหือดสำหรับข้าราชการหลายๆคน แต่มันดูไร้ค่าต่อสายตาคนอย่างผม  สิ่งที่กระจ่างซ้อนขึ้นมาในความคิดของผมเมื่อได้ยินชื่ออันหยดย้อยนี้ก็คือภาพของลุงคูนและครอบครัวทุ่มโถมแรงถากถางทำงานบนผืนดินที่เรียกว่า"ดงด่านขี้"

และมาถึงวันนี้ก็ถึงโอกาสที่แกจะได้ละจากลูกหลานแกไปอย่างสงบ สมเกียรติแห่งสามัญชนผู้ถางพงเบิกฟ้า


ด้วยความเคารพ

30 พฤษภาคม 2554

บล็อกของ gadfly

gadfly
  เห็นบนเฟซบุ๊กมีการพูดกันบ่อยๆว่า แกนนำ นปช.พาคนไปตาย พาคนไปติดคุก แกนนำไม่รับผิดชอบกับชีวิตของมวลชน ผมคิดว่ามันเป็นข้อกล่าวหาโจมตีผู้อื่นเพื่อเป็นการยกตนขึ้นสูง หรืออีกนัยหนึ่งคือมันเป็นข้อกล่าวหาทางศีลธรรม
gadfly
ผมคิดว่าผู้ที่ให้บทเรียนที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่สนับสนุนการรัฐประหาร ก็คือ ทหาร รัฐบาลทหาร และ ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯที่พวกเขาสร้างขึ้นมาเอง
gadfly
เมื่อคืนผมไม่ได้ดื่มเหล้า เลยเกิดอาการตาสว่าง ต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะหลับ และกว่าจะหลับก็ปาเข้าไปเกินตีสาม .หลับแล้วก็ยังฝันต่ออีก.ฝันว่าได้กลับไปอยู่บ้าน บ้านก็ยังคงมีสภาพเหมือนเดิม แต่สภาพแวดล้อมรอบบ้านกลับเปลี่ยนไป มันกลายเป็นทุ่งหญ้า กว้าง กว้าง และกว้าง...
gadfly
เมื่อคิดถึงเรื่องโอกาสทางการศึกษา ในกรณีผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดตาม กม.อาญา มาตรา 112ผมคิดถึงนักศึกษาสองคนคนหนึ่งเรียนอยู่ ม.เทคโนโลยีมหานคร คณะวิศวกรรมศาสตร์ ปีสุดท้าย เขาชื่ออัครเดช ชื่อเล่นว่า เค
gadfly
อ่านข้อถกเถียงในประเด็นเรื่องฟรีสปีช เฮทสปีช ความรุนแรง เสรีภาพในการแสดงออก ฯลฯ ของบรรดาปัญญาชนมากมาย แต่ใจกลับย้อนคิดถึงเหตุการณ์หนึ่ง ซึ่งอาจไม่เกี่ยวไม่ข้องกับเหตุการณ์ข้างต้นเลย ก็เลยลองยกมา