ยกเลิกวันพ่อวันแม่กันดีกว่าครับ? (นี่ไม่เกี่ยวกับว่าจะเลือกวันไหนเป็นวันพ่อวันแม่นะครับ)

4 December, 2012 - 13:02 -- iskra

...ผมไม่คิดว่าการมีวันพ่อวันแม่มันจะสร้างประโยชน์อะไรให้กับคนที่ "มีพ่อมีแม่" (หรือแม้แต่ตัวคนเป็นพ่อเป็นแม่) แต่ขณะเดียวกันมันกลับเป็นวันที่ "ซ้ำเติม" คนที่ "ขาดพ่อขาดแม่" ซึ่งโดยปกติก็อาจจะมีชีวิตที่รันทดเจ็บปวดกับเรื่องนี้อยู่แล้ว..


โดย Chotisak Onsoong


เมื่อวาน อ.สุพศ ซึ่งเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊คกับผมเขียนสเตตัสเกี่ยวกับความไม่ประทับใจ "วันพ่อ" เพราะอาจารย์ไม่มีพ่อไปร่วมงานวันพ่อ (และไม่มีพ่อในชีวิตประจำวัน)
(อ่านโพสต์ดังกล่าวของ อ.สุรพศได้ที่นี่ )

ผมอ่านโพสต์ของ อ.สุรพศแล้วนึกถึงสมัยตัวเองเรียนมัธยม ที่ขึ้นมาเรียนกรุงเทพฯและพักอยู่กับอาซึ่งมีอาชีพเป็นครู
พอถึงวันพ่อวันแม่ (หรือหลังจากวันงานเล็กน้อย) ผมก็มักจะได้ยินอาและเพื่อนๆครูของอาบ่นถึงความน่าสงสารของนักเรียนบางคนที่ไม่มีพ่อหรือแม่มาร่วมงาน

ผมก็เลยสงสัยว่าเรามีวันพ่อวันแม่กันไปทำไม

มันมีประโยชน์ต่อคนที่ "มี" พ่อ "มี" แม่ ยังไง?
(แน่นอนครับว่าในความเป็นจริงทุกคนมีพ่อมีแม่ แต่ในที่นี้ผมหมายถึงคนที่มีแบบจับต้องได้ ไม่ใช่คนที่พ่อแม่ตายไปตั้งแต่เด็ก หรือพ่อแม่แยกทางกันจนในวัยเด็กแทบไม่เคยเจอหน้าพ่อหรือแม่ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพ่อแม่ของตัวเองคือใคร)

เราคิดถึง/ระลึกถึงพ่อแม่เฉพาะวันพ่อแม่หรือเปล่า?

แล้วถ้าไม่มีวันพ่อวันแม่เราจะไม่คิด/ไม่ระลึกถึงพ่อแม่กันเหรอ?

ผมคิดว่าคนส่วนใหญ่คงตอบว่า "เปล่า"

แล้วตกลงวันพ่อวันแม่มีประโยชน์อะไร?

อันนี้ผมตั้งเป็นคำถามทิ้งไว้แค่นี้ เพราะสิ่งที่อยากจะพูดจริงๆคือด้านที่แย่ของมัน

อย่างที่ได้เกริ่นมาตั้งแต่ต้นวันพวกนี้มันนำความหดหู่ นำความเจ็บปวดมาสู่คนกลุ่มหนึ่ง
วันพวกนี้มันตอกย้ำ "บาดแผล" ของคนกลุ่มหนึ่งคนซึ่งในชีวิตประจำวันก็อาจจะรู้สึกรันทดเจ็บปวดจากเรื่องนี้อยู่เป็นประจำอยู่แล้ว (แน่นอนว่าคงไม่ใช่ทุกวินาที เพราะคงไม่มีใครคิดอยู่เรื่องเดียวตลอดเวลา-มีอารมณ์ความรู้สึกเดียวอยู่ตลอดเวลา)

ผมไม่คิดว่าการมีวันพ่อวันแม่มันจะสร้างประโยชน์อะไรให้กับคนที่ "มีพ่อมีแม่" (หรือแม้แต่ตัวคนเป็นพ่อเป็นแม่)
แต่ขณะเดียวกันมันกลับเป็นวันที่ "ซ้ำเติม" คนที่ "ขาดพ่อขาดแม่" ซึ่งโดยปกติก็อาจจะมีชีวิตที่รันทดเจ็บปวดกับเรื่องนี้อยู่แล้ว

ดังนั้นยกเลิกวันพ่อวันแม่กันดีกว่าครับ

ระบบเศรษฐกิจแบบมีส่วนร่วม (Participatory Economy)

28 May, 2013 - 17:49 -- iskra

...ข้อเสนอเกี่ยวกับการจัดการสังคมหลังทุนนิยมข้างต้นนี้ถือเป็นเป้าหมายหลัก และเป็นผลผลิตโดยตรงของการเติบโตของขบวนการโลกาภิวัตน์จากรากฐาน ที่พยายามเสนอทางเลือกใหม่ในการพัฒนาท่ามกลางซากปรักหักพังของโลกสังคมนิยม ในทศวรรษ 1990 ที่นักคิดฝ่ายอนุรักษ์นิยมและฝ่ายเสรีนิยมต่างประกาศว่า “เราไม่มีทางเลือกอื่นใดเหลือแล้วนอกจากระบบทุนนิยมกลไกตลาดและระบอบ ประชาธิปไตยแบบเสรีนิยม” แม้ว่าเป้าหมายดังกล่าวจะยังไม่บรรลุ แต่คุณูปการที่สำคัญที่สุดที่ขบวนการโลกาภิวัตน์จากรากฐานได้สร้างไว้ก็คือ ความหวังที่ว่า “โลกใบใหม่เป็นไปได้” ซึ่งเป็นคำขวัญของขบวนการสมัชชาสังคมโลกนับตั้งแต่ ค.ศ.2001 เป็นต้นมา