ไม่มีประชาธิปไตยแน่ ๆ คือสภาตรายางและการเลือกตั้งที่มีเก๊ทั้งนั้น หลังฉากจัดตั้งของพรรคคุมเข้มตลอด, ประชาชนลำบากเดือดร้อนก็หาทางประท้วงต่อต้านนโยบายรัฐลำบาก การรอนสิทธิเสรีภาพและสิทธิมนุษยชนของประชาชนหนักข้อมาก และไม่มีหลักนิติรัฐครับ ยืนยันได้ว่าไม่มี เพราะพรรคอยู่เหนือศาลและอยู่เหนือความพร้อมรับผิดทางการเมืองและกฎหมาย

ที่มาภาพจาก eng.mod.gov.cn
คุณสมบัติ บุญงามอนงค์ ตั้งปุจฉาว่า:
"วันก่อน ...... TNews พูดใน FM 101 เรื่องประเทศไทยควรใช้โมเดลจีน คือมีพรรคการเมืองเดียว แล้วเสรีเรื่องเศรษฐกิจ ไทยไม่ควรเดิน ปชต ตามตะวันตก เพราะตะวันตกไปไม่รอด แต่จีนดีกว่ามาก น้านนนนทีแรกก็ คิดว่ามีคนบ้าอยู่ไม่กี่คน แต่ที่ไหนได้ ผมไปประชุมในวงหนึ่ง ซึ่งก็พวกที่ไปสนามม้านั่นแหละ ที่ต้องไปเพราะมันเกี่ยวกับงานของมูลนิธิ แต่พอหลังเวที เราคุยกันเรื่องการเมือง เพราะเขารู้ว่าผมรณรงค์ใส่ชุดหนาว มีการแซวกันไปมาพอสมควร แต่ที่ผมตกใจคือ พวกนี้คุยกันเรื่อง จีนโมเดล และอธิบายแบบที่.......พูดว่า ควรมีพรรคการเมืองเหลือพรรคเดียวเห็นทีต้องขอแรง อ.ช่วยอธิบายเรื่องจีนโมเดล กับ ประชาธิปไตยแบบมีพรรคการเมืองเดียว"

สมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด
ผมทดลองตอบขั้นต้นว่า:
โมเดลจีนโดยแก่นแท้ผมเห็นว่าเป็น authoritarian capitalism คือเศรษฐกิจทุนนิยมภายใต้การเมืองแบบอำนาจนิยม จะเรียกว่า market stalinism (ลัทธิสตาลินแบบอิงตลาด) ก็ได้ ถ้ามองจากมุมซ้าย
ผมไม่แปลกใจที่มีคนเพ้อฝันถึงมัน เอาเฉพาะหน้า มี ๓ เรื่องต้องคิด
๑) ไม่มีประชาธิปไตยแน่ ๆ คือสภาตรายางและการเลือกตั้งที่มีเก๊ทั้งนั้น หลังฉากจัดตั้งของพรรคคุมเข้มตลอด
๒) ประชาชนลำบากเดือดร้อนก็หาทางประท้วงต่อต้านนโยบายรัฐลำบาก การรอนสิทธิเสรีภาพและสิทธิมนุษยชนของประชาชนหนักข้อมาก เมืองไทยเฮง ๆ ซวย ๆ ก็ยังดีกว่าเยอะ คือมีสื่อเสรี มีองค์กรประชาชน ถ้าเอาแบบจีน สมัชชาคนจนอยู่ไม่ได้ด้วยซ้ำ และทีวีเสรีต่าง ๆ จะถูกคุมหนักกว่ากรมประชาสัมพันธ์อีก
๓) ไม่มีหลักนิติรัฐครับ ยืนยันได้ว่าไม่มี เพราะพรรคอยู่เหนือศาลและอยู่เหนือความพร้อมรับผิดทางการเมืองและกฎหมาย
เอาเข้าจริง ทักษิณและพรรคไทยรักไทยยุคแรกมีช่วงที่เพ้อฝันถึงรูปแบบเศรษฐกิจการเมืองทุนนิยมอำนาจนิยมเช่นกัน จึงอยากจะเป็นแบบสิงคโปร์/มาเลเซีย และหนังเรื่อง Hero ที่ให้ความชอบธรรมกับทรราชย์จิ๋นซีฮ่องเต้เป็นที่จับใจของผู้เชียร์ทักษิณ หลายคน เช่น อ.สุวินัย ภรณวลัย (สมัยนั้น) เป็นต้น แต่พอเจอกับพลังอำมาตย์เข้าและต้องพึ่งพลังประชาชนเสื้อแดง ทักษิณจึงหันมามีท่าทีเสรีประชาธิปไตยบ้าง

ภาพยนตร์ The Hero วีรบุรุษไร้นามทลายมังกร
ที่บอกว่าจีนมีพรรคเดียวนั้น จริงแค่กึ่งหนึ่ง อีกกึ่งหนึ่งคือพรรคคอมมิวนิสต์เสมือนพระผู้เป็นเจ้า ใช้อำนาจอภินิหารอยู่ทุกหนแห่งแต่ไม่มีใครมองเห็น หมายความว่า ใช้อำนาจผ่านหน่วยจัดตั้งพรรคที่ซ่อนรูปอยู่ในองค์การรัฐและเอกชนต่าง ๆ เต็มไปหมด คอยชี้นำบงการอยู่เบื้องหลัง แต่ไม่มีตัวตนให้ถูกฟ้องร้องรับผิดชอบทางแพ่งหรือทางอาญาได้เลย อำนาจแบบไม่เป็นทางการและลับ ๆ ล่อ ๆ ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนนี้ มีส่วนคล้ายอำนาจของเครือข่ายอำมาตย์อยู่ คือเป็น informal power ทำให้สามารถชี้นำการตัดสินใจขององค์รทางการของรัฐอยู่หลังฉากได้ แต่ไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ ทางกฎหมาย
ถ้าคุณสมบัติถูกนสพ.ของรัฐบาลจีนรังแกกล่าวหา คุณสมบัติก็ฟ้องได้แต่นสพ.หรือหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบ โอกาสชนะน้อยมาก เพราะศาลไม่อิสระ (ตุลาการมีหน้าที่รับใช้การปฏิวัติจ้า และพรรคเป็นแกนนำกองหน้าของการปฏิวัติ) แต่คุณสมบัติจะไม่มีวันเอื้อมถึงพรรคเลย
พวกที่พูด ๆ กันเนี่ยไม่รู้เรื่องหรอกครับ เห็นแต่ผิวเผินฉาบฉวย บ้าบรม พอเห็นจีนรวย ก็อวยตามเขา ไม่รู้ว่าแก่นแท้เป็นไง และยังมีหน้ามาอ้าง “ความเป็นไทย” “เอกลักษณ์ไทย” หาว่าคนที่ค้านตน “ตามก้นฝรั่ง” ทีตัวเอง “ตามก้นจีน” แนบชิดกลับบอกว่า “พังซี่อ้า” บ่อเถ่าบ่อเน่า
บล็อกของ เกษียร เตชะพีระ
เกษียร เตชะพีระ
เหนืออำนาจรัฐ ยังมีอำนาจทุน: อองซานซูจี วีรสตรีผู้ยืนหยัดต้านอำนาจรัฐเผด็จการทหารพม่า อ่อนข้อให้อำนาจทุนจีน
เกษียร เตชะพีระ
...ในทุก trust มี risk แฝงฝังอยู่อย่างมิอาจปัดป่ายบ่ายเบี่ยงเป็นอื่นได้ ก็เพราะ trust มันทำงานอย่างนี้ คือไม่เป็นทางการ ไม่มีกฎหมายครอบงำกำกับ มันหลวม ๆ สบตาเอ่ยปากขอรู้ไจวางใจกัน และความหลวมนี่แหละทำให้ทุกอย่างดำเนินการไปได้อย่างสะดวกราบรื่น ด้วยความไว้วางใจที่มีต่อกัน และฉะนั้นมันจึงเปิดช่องให้ trust ถูก abused ได้..
เกษียร เตชะพีระ
ความขัดแย้งชายแดนภาคใต้ กองทัพแก้ไม่ได้ เพราะโดยเนื้อแท้มันไม่ใช่ปัญหาการทหาร แต่เป็นปัญหาการเมือง ในที่สุดการแก้ปัญหาความขัดแย้งชายแดนภาคใต้นี้ต้องทำโดยรัฐบาล
เกษียร เตชะพีระ
...ก้าวต่อไปที่น่าจะเป็นของงานการเมืองฝ่ายรัฐบาลคือการรุกด้วยข้อเสนอรูปธรรมให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้ใช้สิทธิอำนาจตามกรอบรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยในการบริหารท้องถิ่นตนเองมากขึ้น ข้อเสนอนี้จะเป็นตัวช่วงชิงชนะใจมวลชน และกดดันปีกการทหารของฝ่ายผู้ก่อความไม่สงบให้ยอมรับทางออกทางการเมืองในที่สุด...
เกษียร เตชะพีระ
ฝ่ายซ้ายมองสฤษดิ์เห็นเป็น "นัสเซอร์" ส่วนฝ่ายขวามองสฤษดิ์เห็นเป็น "เดอโกล" ส่วนสฤษดิ์นั้นเอาเข้าจริงเห็นตัวเองเป็น "พ่อขุนอุปถัมภ์แบบเผด็จการ" ผู้ฉีกรัฐธรรมนูญ ล้มประชาธิปไตย "แบบตะวันตก" กวาดล้างขุดรากถอนโคนมรดกการปฏิวัติ 2475 ทั้งทางสัญลักษณ์และโครงสร้างกฎหมาย เพื่อสร้าง "ประชาธิปไตยแบบไทย " โดยอิงอาศัยความชอบธรรมจากสถาบันกษัตริย์
เกษียร เตชะพีระ
เรื่องให้ฝ่ายรัฐควักเงินหลวงมาจ่ายส่วนต่างค่าแรงขั้นต่ำที่ปรับเพิ่มจากเดิมนั้น เป็นไปไม่ได้ ฝันลม ๆ แล้ง ๆ ไม่มีเยี่ยงอย่างที่ไหนในโลกทำกันครับ
เกษียร เตชะพีระ
มาตรา ๑๗๑ วรรคสี่ ของ รัฐธรรมนูญเพื่อป้องกันคนอย่างทักษิณ สะท้อนความหวาดระแวง - ไม่ไว้วางใจที่คณะผู้ร่าง รธน.ที่มีต่อตัวอดีตนายกฯทักษิณ และ เสียงข้างมากในสภาและเสียงสนับสนุนของประชาชนอีกชั้นหนึ่งเช่นกัน
เกษียร เตชะพีระ
ถึงปี ๒๐๓๐ สหรัฐฯจะไม่ได้เป็นอภิมหาอำนาจแบบที่เห็นอยู่ปัจจุบันอีกต่อไป, เศรษฐกิจจีนจะใหญ่ที่สุดในโลกและจะเติบโตไปแบบนั้นได้ต้องแก้ปัญหาใหญ่ ๒ อย่างใหญ่ ๆ จีนพึ่งพาทรัพยากรเข้มข้นในการเติบโต และทรัพยากรที่ว่ากำลังร่อยหรอ สังคมจีนกำลังชราภาพลงโดยเฉลี่ยอย่างรวดเร็ว, บทบาทของสหรัฐฯจะปรับเปลี่ยนเพราะโลกและนานาชาติคาดหวังให้สหรัฐฯทำตัวเป็นผู้บริหารจัดการจัดตั้งไกล่เกลี่ยหาทางออกข้อตกลงยุติความขัดแย้งรุนแรง
เกษียร เตชะพีระ
ความยุติธรรมที่ผู้มาทีหลังควรได้ร่วมบริโภคและยกระดับมาตรฐานการครองชีพดีขึ้นอย่างเท่าเทียม, กโลบายกระตุ้นเศรษฐกิจและอุ้มอุตสาหกรรมรถยนต์, ขีดจำกัดทางสิ่งแวดล้อมธรรมชาติและชีวิตเมืองของการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล