Skip to main content

จอห์น วิญญู, 14 ม.ค.58 กล่าวในรายงานเจาะข่าวตื้น 142 ตอน เจาะร่าง พรบ.ความมั่นคงไซเบอร์

 

ผมเห็นด้วยกับคุณจอห์น วิญญู และชอสนับสนุนด้วยข้อถกเถียงจากมุมมองหลักนิติธรรม (the rule of law)

 

ในทางรัฐศาสตร์ หลักนิติธรรม หรือ the rule of law ไม่ใช่แค่คอหยัก ๆ สักแต่ว่าเป็นกฎหมายซึ่งออกโดยผู้มีอำนาจนิติบัญญัติในทางเป็นจริง ที่ไม่ว่าท่านจะถ่มถุยอะไรออกมาอย่างไรก็ใช้ได้ทั้งนั้น แต่มีหลักการที่มาบางอย่างกำกับเป็นบรรทัดฐานอยู่

 

วิญญาณของหลักนิติธรรมในรัฐสมัยใหม่คือการปกครองที่มีอำนาจจำกัด (limited government) ที่มันถูกจำกัด เพราะผู้คนพลเมืองไม่ใช่ไพร่ข้าตัวเปล่าเล่าเปลือย หากกลายเป็นพลเมืองผู้ทรงสิทธิเสรีภาพเหนือร่างกายชีวิตและทรัพย์สินของตนเอง (self-ownership ชีวิตเราเป็นของเรา ไม่ใช่ของผู้ปกครองหรือรัฐหรือเทวดาจากไหน นับตั้งแต่อวสานของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เมื่อ ๒๔ มิ.ย. ๒๔๗๕ เป็นต้นมาแล้วครับ)

 

ในเมื่อสิทธิเสรีภาพเป็นของประชาชนพลเมือง ผู้เดียวที่มีอำนาจจำกัดสิทธิเสรีภาพนั้นได้ ก็คือประชาชนพลเมืองผู้เป็นเจ้าของมันนั้นเอง กล่าวคือประชาชนพลเมืองอาจยินดีและยินยอมจำกัดสิทธิเสรีภาพของตัวเองเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของสังคม โดยออกกฎหมายมาจำกัดมัน อาจออกเอง (ประชาธิปไตยทางตรง ในชุมชนเล็ก ๆ) หรือเลือกตั้งตัวแทนโดยชอบของตนไปออกกฎหมาย (สภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้ง)

 

กฎหมายที่ออกโดยสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งจึงเป็นเส้นจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนพลเมืองโดยชอบธรรม เพราะเจ้าของเลือกตั้งตัวแทนมาจำกัดสิทธิเสรีภาพของตนเองโดยยินยอม รัฐต้องเคารพเส้นนั้นและจำกัดอำนาจรัฐเองลงตรงเส้นคั่นสิทธิเสรีภาพของผู้คนพลเมืองนั้น

 

ศาลตุลาการอิสระที่ยึดถือมาตรฐานเดียว (ไม่ใช่ศาลตามใบสั่งและสองหรือสามมาตรฐาน) เป็นกรรมการกำกับเส้นกฎหมาย ไม่ให้รัฐข้ามเส้นกฎหมายที่จำกัดอำนาจรัฐไปล่วงละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนพลเมือง และขณะเดียวกันก็ไม่ให้ประชาชนพลเมืองข้ามเส้นที่จำกัดสิทธิเสรีภาพของตนไปบุกรุกขัดขวางก่อกวนทำลายการทำหน้าที่ของรัฐโดยมิชอบ

 

เนื้อแท้ของพรบ.คอมพิวเตอร์ที่กำลังเสนอโดยรัฐบาลปัจจุบันก็คือรัฐกำลังขยับเส้นจำกัดอำนาจรัฐดังกล่าวและเบียดบังเข้าไปในพื้นที่สิทธิเสรีภาพของประชาชนพลเมืองโดยพลการอีกแล้วครับท่านนั่นเอง

 

หมายเหตุ : บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกในเฟซบุ๊ก ‘Kasian Tejapira’ เมื่อวันที่ 16 ม.ค.2558

บล็อกของ เกษียร เตชะพีระ

เกษียร เตชะพีระ
เหนืออำนาจรัฐ ยังมีอำนาจทุน: อองซานซูจี วีรสตรีผู้ยืนหยัดต้านอำนาจรัฐเผด็จการทหารพม่า อ่อนข้อให้อำนาจทุนจีน
เกษียร เตชะพีระ
...ในทุก trust มี risk แฝงฝังอยู่อย่างมิอาจปัดป่ายบ่ายเบี่ยงเป็นอื่นได้ ก็เพราะ trust มันทำงานอย่างนี้ คือไม่เป็นทางการ ไม่มีกฎหมายครอบงำกำกับ มันหลวม ๆ สบตาเอ่ยปากขอรู้ไจวางใจกัน และความหลวมนี่แหละทำให้ทุกอย่างดำเนินการไปได้อย่างสะดวกราบรื่น ด้วยความไว้วางใจที่มีต่อกัน และฉะนั้นมันจึงเปิดช่องให้ trust ถูก abused ได้..
เกษียร เตชะพีระ
ความขัดแย้งชายแดนภาคใต้ กองทัพแก้ไม่ได้ เพราะโดยเนื้อแท้มันไม่ใช่ปัญหาการทหาร แต่เป็นปัญหาการเมือง ในที่สุดการแก้ปัญหาความขัดแย้งชายแดนภาคใต้นี้ต้องทำโดยรัฐบาล
เกษียร เตชะพีระ
...ก้าวต่อไปที่น่าจะเป็นของงานการเมืองฝ่ายรัฐบาลคือการรุกด้วยข้อเสนอรูปธรรมให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้ใช้สิทธิอำนาจตามกรอบรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยในการบริหารท้องถิ่นตนเองมากขึ้น ข้อเสนอนี้จะเป็นตัวช่วงชิงชนะใจมวลชน และกดดันปีกการทหารของฝ่ายผู้ก่อความไม่สงบให้ยอมรับทางออกทางการเมืองในที่สุด... 
เกษียร เตชะพีระ
เกษียร เตชะพีระ
เกษียร เตชะพีระ
ฝ่ายซ้ายมองสฤษดิ์เห็นเป็น "นัสเซอร์" ส่วนฝ่ายขวามองสฤษดิ์เห็นเป็น "เดอโกล" ส่วนสฤษดิ์นั้นเอาเข้าจริงเห็นตัวเองเป็น "พ่อขุนอุปถัมภ์แบบเผด็จการ" ผู้ฉีกรัฐธรรมนูญ ล้มประชาธิปไตย "แบบตะวันตก" กวาดล้างขุดรากถอนโคนมรดกการปฏิวัติ 2475 ทั้งทางสัญลักษณ์และโครงสร้างกฎหมาย เพื่อสร้าง "ประชาธิปไตยแบบไทย " โดยอิงอาศัยความชอบธรรมจากสถาบันกษัตริย์
เกษียร เตชะพีระ
เรื่องให้ฝ่ายรัฐควักเงินหลวงมาจ่ายส่วนต่างค่าแรงขั้นต่ำที่ปรับเพิ่มจากเดิมนั้น เป็นไปไม่ได้ ฝันลม ๆ แล้ง ๆ ไม่มีเยี่ยงอย่างที่ไหนในโลกทำกันครับ
เกษียร เตชะพีระ
มาตรา ๑๗๑ วรรคสี่ ของ รัฐธรรมนูญเพื่อป้องกันคนอย่างทักษิณ สะท้อนความหวาดระแวง - ไม่ไว้วางใจที่คณะผู้ร่าง รธน.ที่มีต่อตัวอดีตนายกฯทักษิณ และ เสียงข้างมากในสภาและเสียงสนับสนุนของประชาชนอีกชั้นหนึ่งเช่นกัน
เกษียร เตชะพีระ
ถึงปี ๒๐๓๐ สหรัฐฯจะไม่ได้เป็นอภิมหาอำนาจแบบที่เห็นอยู่ปัจจุบันอีกต่อไป, เศรษฐกิจจีนจะใหญ่ที่สุดในโลกและจะเติบโตไปแบบนั้นได้ต้องแก้ปัญหาใหญ่ ๒ อย่างใหญ่ ๆ จีนพึ่งพาทรัพยากรเข้มข้นในการเติบโต และทรัพยากรที่ว่ากำลังร่อยหรอ สังคมจีนกำลังชราภาพลงโดยเฉลี่ยอย่างรวดเร็ว, บทบาทของสหรัฐฯจะปรับเปลี่ยนเพราะโลกและนานาชาติคาดหวังให้สหรัฐฯทำตัวเป็นผู้บริหารจัดการจัดตั้งไกล่เกลี่ยหาทางออกข้อตกลงยุติความขัดแย้งรุนแรง
เกษียร เตชะพีระ
ความยุติธรรมที่ผู้มาทีหลังควรได้ร่วมบริโภคและยกระดับมาตรฐานการครองชีพดีขึ้นอย่างเท่าเทียม, กโลบายกระตุ้นเศรษฐกิจและอุ้มอุตสาหกรรมรถยนต์, ขีดจำกัดทางสิ่งแวดล้อมธรรมชาติและชีวิตเมืองของการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล