omaijattava's picture

<p>&nbsp;</p> <p style="margin-bottom: 0cm"><strong><span>เดินเล่นในเรื่อง</span></strong></p> <p style="margin-bottom: 0cm">&nbsp;</p> <p style="margin-bottom: 0cm"><span>อยากให้คนอ่านรู้สึกเหมือนเดินเล่นอยู่ในเรื่อง แม้บางครั้งเรื่องอาจไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ และไม่อาจมองหรืออ่านเล่น ๆ </span></p> <p style="margin-bottom: 0cm"><span>ด้วยความรู้สึกว่าเรื่องที่ไม่ใช่เล่น ๆ นั้น หากเรามองในอารมณ์เดินเล่น เราอาจได้มุมมองที่ต่างออกไป ด้วยสมมุติฐานว่า เรื่องเดียวกัน มองให้ดีก็ได้ มองให้ร้ายก็ได้ </span></p> <p style="margin-bottom: 0cm"><span>เหมือนคนใส่แว่น ถ้าแว่นตาเลอะโลกที่มองเห็นก็เป็นภาพเลอะ ๆ </span></p> <p style="margin-bottom: 0cm"><span>ถ้าแว่นใสสะอาด อาจมีส่วนทำให้ภาพตรงหน้าสดใสขึ้นมาได้บ้าง </span></p> <p style="text-indent: 1.27cm; margin-bottom: 0cm; margin-left: 1.27cm">&nbsp;</p> <p style="margin-bottom: 0cm"><span>เพื่อให้คนอ่านเพลิดเพลินกับการเดินเล่นในเรื่อง จึงมีภาพเป็นเพื่อนเดินเล่นด้วยค่ะ</span></p> <p style="text-indent: 1.27cm; margin-bottom: 0cm; margin-left: 1.27cm">&nbsp;</p> <p style="margin-bottom: 0cm">&nbsp;</p> <p style="margin-bottom: 0cm"> <p style="margin-bottom: 0cm">&nbsp;</p> </p> <p style="margin-bottom: 0cm">&nbsp;</p> <p style="margin-bottom: 0cm">&nbsp;</p>

บล็อกของ omaijattava

Hey You : สนามบินนั่นก็ของฉัน

เห็นภาพคนตีแบดในสนามบินไหม เห็นข่าวแกนนำพันธมิตรเชียงใหม่สังเวยชีวิตพ่อของเขาไหม เห็นยอดขายแม่ค้าไนท์บาซ่าเหลือวันละ 60 บาทจากวันละหมื่น เห็นคุณสนธิไล่นายกและครม.และจะกระทืบซ้ำ ฯลฯ ได้แต่ถามตัวเองว่านี้ฉันอยู่ที่ไหน เกิดอะไรขึ้นกับบ้านนี้เมืองนี้ เป็นความรู้สึกที่ภาษาในคลังคำทั้งหมดไม่สามารถอธิบายได้

เพลงนี้ชื่อเพลง Hey you ของวงพิงค์ ฟรอยด์ แทนอารมณ์ความรู้สึกเวิ้งว้าง หนาวเหน็บ ย้อนยุค บ้าคลั่ง ป่าเถื่อน ได้เป็นอย่างดี

 

เมื่อไรคุณและฉันจะตายจากกัน

เลือกข้าง : My way

ช่วงนี้ฟังพี่ป้าน้าอารุ่นใหญ่ทั้งหลายออกมาเชิญชวนให้ปัญญาชนคนชั้นกลางเลือกตบเท้าก้าวออกมา (ออกมา ออกมา ออกมา) ออกมาเลือกข้าง(เขา) ได้แล้ว มาเอา “พระธรรมนำหน้าเข้าฝ่าประจัน ตาต่อตาฟันต่อฟันให้มันรู้ไป” (จากเพลงเทียนแห่งธรรม เพลงเปิดหัวนำเข้าแกนนำพันธมิตร ฟังได้ทุกวันทาง ASTV ช่วง 20.30-21.00 . ไม่แน่ใจ) แม้ไม่ได้รักทักษิณ แต่ก็ไม่เห็นด้วยกับแนวทางของพันธมิตร ฉะนั้นอิฉันจึงขอเลือกที่จะไม่เลือก และเลือกที่จะเอาพระธรรมนำทางสู่ความสงบสุขของชีวิตและสังคม

 

ฟังเพลง My way ค่ะ สัปดาห์นี้ เวอร์ชั่นที่โด่งดังเป็นที่รู้จักเป็นเสียงร้องของแฟรงค์ ซิเนตร้า ส่วนเวอร์ชั่นที่นำมาให้ฟังวันนี้เป็นเสียงร้องของเอลวิส เพรสลีย์ เสียงร้องนุ่มลึกมีพลัง เนื้อหาชวนให้เชิดหน้ามั่นใจในสิ่งที่ตัวเองคิดและทำลงไป ชอบชื่อเพลงที่แปลอย่างสุภาพว่าทางของฉัน แต่แปลอย่างฉันชอบคิดว่า My way คือ เรื่องของกรู ทุกทีไป

เส้นทางอีกยาวไกล : The long and winding road

เพลงโปรดอีกเพลงหนึ่ง The long and winding road เสียงร้องของ Paul McCartney เพลงนี้ฟังหลายเวอร์ชั่น มีหลายคนนำมาร้อง แต่สู้เจ้าของเพลงไม่ได้อีกเช่นกัน แม้วันวัยจะผ่านช่วงเวลาโด่งดังของเดอะ บีทเทิลมาหลายสิบปี แต่เสียงร้อง อารมณ์ และความหมายของเพลงยังอยู่ในตัวตนของเขาเต็มเปี่ยม และอาจมากกว่า

หนทางยังอีกยาวไกล บ่อยครั้งที่เราท้อแท้เปลี่ยวเหงา กับความวิเวกวังเวงรอบตัว มองไปข้างหน้ายังไม่เห็นจุดสิ้นสุด แต่บางทีคำตอบก็อยู่แค่มือเอื้อม เมื่อหน้าบ้านมีสิ่งไม่โสภาก็ปิดประตูบานนั้นเสีย หันไปมองทุ่งกว้างที่หน้าต่างหลังบ้าน บางครั้งแม้หลับตายังมองเห็นดวงดาวพราวพร่าง

ยิ่งบ้านที่มีประตูและหน้าต่างหลายบาน

ทางเลือกยิ่งมาก

ดอกไม้กับขยะบางครั้งก็คือสิ่งเดียวกัน

กลางหนทางอันยาวไกลนี้ เราเลือกมองสิ่งใด

Imagine : เราทั้งผองพี่น้องกัน

ผ่านหูผ่านตาไปมากมายหลายเวอร์ชั่นกับเพลง imagine ของจอห์น เลนนอน แห่ง The Beatle ขวัญใจตลอดกาลของฉัน มีนักร้องหลายคนนำเพลงนี้มาร้อง ไม่ว่าจะเป็นมาดอนน่า เนลล์ ยัง จอห์น บอง โจวี แต่ก็อารมณ์ของเพลงนั้นสู้เจ้าของเพลงร้องไม่ได้สักคน อย่างไรก็ตามฉันก็ยังสนุกกับการค้นหาเวอร์ชั่นใหม่ ๆ ของเพลงเสมอ จนกระทั่งมาพบเธอคนนี้ Patti LaBelle นักร้องผิวสี ผู้มีลีลาการร้องแบบเสียงผ่านหูทะลุไปถึงวิญญาณของผู้ฟัง เป็นนักร้องที่เป็นนักร้องจริงๆ ไม่สนใจความงาม หน้าตาบิดเบี้ยว มือสั่นระริก พลังเสียงร้องกว้างใหญ่ไพศาล ราวจากใต้ผืนดินสูงลิบลิ่วไปถึงยอดเมฆ สุดยอด

Imagine there's no heaven
It's easy if you try
No hell below us
Above us only sky

เราก็เป็นอิฐก้อนหนึ่ง

เครียดไหม...เครียดน้อ

เบื่อไหม...เบื่อใช่ไหม

ฟังเพลงนี้กระแทกหูดีกว่า Another brick in the wall บรรยากาศแบบนี้ต้องฟังเพลงพิงค์ ฟรอยด์ เพลงนี้เป็นเพลงมีชื่อเสียงของพิงค์ฟรอย เนื้อหายังคงตั้งคำถามกับโลกกับสังคม เราไม่แปลเนื้อเพลง แต่ข้อความที่เขียนคือแรงบันดาลใจจากเนื้อเพลง และดนตรี

wish you were here

ชอบเพลงนี้มานาน ชื่อเพลง wish you were here ของวงพิงค์ ฟรอยด์ ฟังครั้งแรกจำได้ว่าเพื่อนในม..เปิดให้ฟังเพลงโหยหวนสักเพลง รู้สึกเหมือนฟังซาวด์แทร็กหนังผี กลัวมาก แต่พอฟังไปเรื่อย ๆ ก็รู้สึกชอบ โดยเฉพาะเมื่อครั้งเล่นเพลง Another brick in the wall ที่กำแพงเบอลิน และทุบกำแพง ช่างเป็นเพลงที่เข้ากับวาระและสถานที่จริง ๆ


ชื่อเพลงฟังดูโรแมนติค แต่มาอยู่ในเวบนี้อาจมีคนคิดแบบ politic (ฮา) ว่าเราปรารถนาใครคนหนึ่งที่อยู่ไกลให้กลับมา แต่เปล่าเลย สิ่งที่ใฝ่ฝันถึงในวันนี้คือ ท้องฟ้าสีฟ้าที่ไร้ความเจ็บปวด ไม่ต้องสวรรค์ ไม่ต้องนรก เอาแค่เป็นคนธรรมดา ๆ กินอิ่มนอนหลับบนผืนแผ่นดินได้โดยไม่ต้องวิตกกังวลว่าบ้านเมืองจะเป็นอย่างไร คิดแบบนี้จะหายใจดังไปหน่อยไหม คิดทางขวาก็เจอมือตบ คิดทางซ้ายก็เจอตีนตบ ไม่มีที่ว่างให้อวัยวะส่วนอื่นได้ถอนหายใจบ้าง


เพลงนี้เต็มไปด้วยคำถาม ฟังไปก็คุ้น ๆ ยังไงไม่รู้


So,
So you think you can tell
Heaven from Hell?
Blue skies from pain?


Can you tell a green field
From a cold steel rail?
A smile from a veil?
Do you think you can tell?




Did they get you to trade
Your heroes for ghosts?
Hot ashes for trees?
Hot air for a cool breeze?



Cold comfort for change?
Did you exchange
A walk on part in the war
For a lead role in a cage?



How I wish
How I wish you were here
We're just two lost souls swimming in a fish bowl
Year after year



Running over the same old ground
What have we found?
The same old fears
Wish you were here

 
 

บันไดสู่สรวงสวรรค์ : To be a rock and not to roll.


แนะนำเพลงสัปดาห์นี้ชื่อเพลง Stair way to heaven เป็นเพลง soft rock รุ่นเก่าแก่ ของ Led Zeppelin ฟังมายี่สิบกว่าปี เป็นเพลงเล่าเรื่องหญิงสาวคนหนึ่งผู้คิดว่าทุกอย่างสวยงามเปล่งประกาย เธอต้องการซื้อบันไดไปสู่สวรรค์  

ในชีวิตของเรานั้นมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่อาจคาดเดา บางครั้งคิดว่าใช่กับไม่ บ่อยครั้งที่ฉันคิดว่าเรามีชีวิตอยู่เพื่ออะไร เมื่อคนเราเกิดมาแล้วก็ตายไป เราสร้างหนี้สินในรูปแบบต่างๆ เราหาพันธนาการมาร้อยรัด เพื่อให้วันเวลาในชีวิตไม่ว่างเปล่าจนเกินไปอย่างนั้นหรือ

เสียงหัวเราะกลางสมรภูมิ



เกิดมาไม่เคยนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์วันค่ำคืนรุ่งได้นานขนาดนี้ เริ่มตั้งแต่กลางดึกดูข่าวพันธมิตรยึดรัฐสภาก่อนหลับไปแล้วตื่นมาพบว่าตำรวจสลายการชุมนุมแต่เช้า ก็วนเวียนอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ รู้สึกว่าการตามข่าวคราวใน พ
..นี้ต่างจากเมื่อคราวพฤษภาทมิฬที่ต้องหลบกฎอัยการศึกไปนั่งดื่มกับเพื่อนและเจ้าของร้านที่แอบเปิดบ้านให้เราดื่มกิน

ปีนี้เรากลายเป็นม็อบหน้าเอ็ม (MSN) และเปิดข่าว ดูทีวีทางอินเตอร์เน็ต ขณะที่แม่ยึดทีวีดูละคร และแอบมาตามข่าวกับเราเป็นระยะก่อนจากไปด้วยใจเต้นรัว บอกว่าใจไม่ดี ไม่รู้คนแก่ที่ม็อบเค้าอยู่กันได้ยังไง แม่ดูแค่นี้ก็ใจสั่นแล้ว ส่วนเราตอนนี้รู้สึกเมาคอมพิวเตอร์ ต้องเปลี่ยนช่องมาดูแอ๊ดบาวร้องทะเลใจอยู่ที่ช่อง 5

ย้ายไปเยี่ยมม็อบ ASTV ก็พบว่าเจ๊ปองพูดคำว่าคุณอะไรสักอย่างเป็นเภสัชกรบริจาคยาดมหมื่นหลอด แล้วสัญญาณก็หายไป น้องคอลัมน์ข้างๆ บอกว่า ดูอันนี้มา 5 รอบ ได้ห้าหมื่นหลอดแล้ว ส่วนฉัน 3 รอบ สามหมื่นรวมเป็นยาดม 8 หมื่นหลอด

ลืมอย่างอบอุ่น กับ จ๊อบ ทูดู

มองโลก มองบ้านเมือง เห็นอะไรเน่า ๆ แล้วก็สะท้อนใจ บางทีการรักบ้านรักเมืองในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ก็ต้องพบกับความขัดแย้งทางความคิด หลายบ้านอยู่ร่วมกันได้ หลายคนทะเลาะกัน ยุคที่บ้านเราปิดปากประชาชนด้วยอำนาจเถื่อน ในวงวรรณกรรมก็หาทางออกด้วยการเขียนวรรณกรรมหวานเย็น หรือนิยายน้ำเน่าทั้งหลาย เพราะคนถูกปิดหูปิดตาบังคับให้เชื่อในสิ่งที่เขานำเสนอเท่านั้น ไหน ๆ ใจก็เน่าแล้ว นำเสนอเรื่องเน่า ๆ เสียเลยเป็นไง สมัยนั้นเรายังเด็ก มารู้มาเห็นสภาพบ้านเมืองที่สะท้อนออกมาในวรรณกรรมก็เมื่อเข้ามาเรียนหนังสือในฐานะนักเรียนวรรณคดี

 

มาถึงยุคนี้ ยุคที่คิดว่าต้นไม้ทางความคิดของคนไทยเริ่มเติบโต แว่นตาสำหรับมองโลกปรับเปลี่ยนไปตามสายตาสั้น ยาว เอียง และถูกปรับให้มองได้ในองศาที่ใกล้เคียงกัน ทำให้มองเห็นภาพได้ชัด ชัดจนไม่อยากเห็น ดูข่าวทีก็ใจขึ้น เห็นผู้ใหญ่ที่พยายามใส่แว่นผิดเบอร์ แล้วบอกลูกหลานว่าภาพที่เห็นนี่แหละชัดแจ๋ว ไอ้ที่ชัด ๆ น่ะ เบลอเบี้ยวไม่ได้เรื่อง

 

จนบางทีก็งงว่านี่เราสายตาเพี้ยนหรือเขาเพี้ยนกันแน่

 

ฟังไปบ่นไปค่ะ สัปดาห์นี้แนะนำเพลงของน้าจ๊อบ บรรจบ เจ้าของเพลงดังอย่าง ดูเธอทำ เพลงของน้าจ๊อบดีทุกเพลง เป็นเร้กเก้ เนื้อหาป๊อบ ที่หากซูเปอร์สตาร์นำไปร้องหลายเพลงดังได้ง่าย ๆ เพลงนี้ชื่อเพลงกอดฉันไว้ เนื้อเพลงปลอบประโลมคนอกหัก แต่เป็นการปลอบของคนผ่านโลก ผ่านพายุฝนมามาก ดนตรีใส เสียงไร้จริต จึงเป็นเพลงที่ฟังแล้วอบอุ่น จริงใจ อีกเพลงหนึ่ง

 


 

ลืมไปได้เลย เรื่องที่เคย ผ่านมา ให้แล้วไป
รู้ เธอไม่ตั้งใจ ให้มันพลั้ง พลาดไปอย่างวันนั้น

 

ฉันไม่เคยแคร์ และแม้ว่าใครจะคิดอะไรไม่สำคัญ

ขอเพียงเธอ อย่าไหวหวั่น
เรายังเริ่มกันได้ใหม่

 

สบตากับฉัน เชื่อในฉัน เรื่องของวันวาน ไม่ต้องมาใส่ใจ
ที่เคยเปียกฝน เดี๋ยวก็คงแห้งไป แค่กอดฉันไว้ ฮืม..

 

เขามองไม่เห็นค่า อย่าไปสนปล่อยเขาช่างเขาไป
เสียแล้วก็เสียไป ไม่ต้องคิดสิ่งใดให้หนักหนา


 

เพราะเรื่องวันวาน จะทำอย่างไร ก็ไม่มีทางเรียกคืนมา
คิดถึงวันพรุ่งนี้ดีกว่า วันเวลาที่โลกเป็นของเรา


 

สบตากับฉัน เชื่อในฉัน เรื่องของวันวาน ไม่ต้องมาใส่ใจ
ที่เคยเปียกฝน เดี๋ยวก็คงแห้งไป แค่กอดฉันไว้ วันนี้ฉันรักเธอ

Pages

Subscribe to RSS - บล็อกของ omaijattava