Skip to main content

สา ย ล มทิศใต้ปลายฤดูฝนโชยพริ้มพลิ้ว ใบไม้ไหวโอนเอน เมฆเทาหม่นคลุมฟ้านกนานาพันธุ์ร้องเพลงกล่อมโลก ... นกเขาขันคู คู เรียกหาคู่ และ ทักทายกัน ฉั น นั่งเขียนหนังสือใต้ถุนบ้านยกสูง ณ บ้านชายทุ่งที่เพิ่งสร้างเสร็จไม่นานมานี้ อากาศบริสุทธิ์ สงบเงียบ ฉั น ตั้งใจมาใช้ชีวิตแลคืนสู่ดิน ณ ที่นี่... โดยวัยวันแห่งมนุษย์ที่เกิดจาก   ดิน น้ำ   ลม ไฟ ก็ต้องคืนสู่   ดิน น้ำ ลม   ไฟอันมือแม่พระธรรมชาติประทานให้เรามา...

วั น แ ม่ แ ด่ แ ม่ ข้า
 
 
                                               @      นะโม ลูกกราบไว้
                                          แม่ทวยไท ทุกแห่งหน 
                                          แ ม่ ข้านั้นคือ ค น
                                          มีหลากล้นงามเรืองไร
  
                                               แ ม่ ผู้ให้กำเนิด
                                        กายก่อเกิดเจิดแจ่มใส 
                                        แ ม่ ให้พลังใจ
                                        ห่วง ลู ก   ลู ก   เอื้ออาทร
  
                                               แ ม่ ข้ามีมากมาย
                                        ทั้ง ใจ กาย เกลื่อนสลอน 
                                        ทั่วด้าวแผ่นดินดอน
                                        ขอมอบพรสู่ดวงจินต์
 
                                            
แ ม่ ข้า คือ ชา วนา
                                         มือหว่านกล้าให้ เ รากิ น
                                        ชาวฟ้า หรือ ชาว ดิน 
                                        แ ม่ เลี้ยงโลกเสมอมา
 
                                             แ ม่ ข้าคือ ค น งา 
                                        งามแกร่งกล้าทุกลีลา 
                                        ปั้นโ ล ก ให้ โสภา 
                                        แ ร ง งา น หนอ แ ม่ ทา น ท
 
                                               ค น โ ซ หิ ว คือ ม่ ข้า 
                                        หยาดน้ำตาหลั่งเปรอปรน
                                        แ ม่ ข้า ตามท้องถนน 
                                        เทียวขอทานอยู่ โทง โทง
 
                                              แ ม่ ข้า คือ โ ส เ ภณี 
                                        ถูกกดขี่ ถูก กลโกง
                                        ถูกย่ำเหยียดค่าลง
                                        ดุจ ดั่ง ทาส  บ่ เป็น 
 
                                             แ ม่ ข้า คือ เ พ ศ แม่
                                        ทั้งผู้แก่ อีก เยาว์วัย 
                                        หลากล้นระคนไป
                                        มากน้ำใจ แ ม่ หลั่งริน
  
                                              คือ แ ม่ แห่งโ ลก ห ล้า
                                       ตี นแ ม่ ข้า นั้นติ ดดิน 
                                       ใช่ เหิรฟ้าโบกโบยบิน
                                       จาก แดนใด ใน โลกา
  
                                               คือ แ ม่ แห่ง เพศม่
                                       หลอมดวงแดแด่วิญญาณ์ 
                                       แกร่งกร้านแท้เจียวหนา
                                       แ ม่ แบกโลก นิรันดร
 
                                             นะโม ลู ก กราบไหว้ 
                                      แ ม่ ยิ่งใหญ่ยิ่งสิงขร
                                      แด่ แ ม่ ด้วย คำ พ ร 
                                      จาก ด ว ง ใ จ ลู ก  เ ก ลื่อ น ดิ น !!!   @
 
ค่า น้ำ น ม
 
                              @      แ ม่ นี้มีคุณอันใหญ่หลวง แ ม่เฝ้าหวงห่วงลูกแต่หลังเมื่อยังนอนเปล
                             แ ม่ เราเฝ้าโอละเห่    กล่อมลูกน้อยนอนเปลไม่ห่างหันเหไปจนไกล
                             แต่เล็กจนโตโอ้ แม่ ถนอม แ ม่ ผ่ายผอมย่อมเกิดจากรักลู ก ดั่ง ดวงใจ
                             เติบโตโอ้เล็กจนใหญ่   นี่แหละหนาอะไรมิใช่ใดหนาเพราะค่าน้ำ น ม
 
                                  ควรคิดพินิจให้ดี   ค่าน้ำ น ม แ ม่นี้ จะมีอะไรเหมาะสม 
                             โอ้ ว่า แ ม่ จ๋า ลู ก คิดถึงค่าน้ำน ม เลือดในอกผสม กลั่นเป็นน้ำ น ม ให้ ลู ก ดื่มกิน
                             ค่าน้ำ น ม ควร ชวนให้ลู ก ฝัน     แต่เมื่อหลังเปรียบดังผืนฟ้า หนักกว่าแผ่นดิน
                                บวชเรียนพากเพียรจนสิ้น หยดหนึ่งน้ำ น ม กิน   ทดแทนไม่สิ้นพระคุณ แ ม่ เอย  @
 
ไ ด้ ยิ น เพลงนี้ทีไร น้ำตาคลอเบ้า คนแต่ง  -  คนร้อง โดนใจนัก ให้ร้องก็ร้องเพลงนี้ไม่จบด้วยแสนตื้นตันใจ
 มิได้เศร้าสร้อย แต่ตื้นตันใจ ในพระคุณของแม่...ต้องมีใครเป็นเช่น ฉั น อยู่มากด้วย เมื่อได้ยินเพลงนี้ แม่ อุ้มชูทะนุถนอม
 
ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา แ ม่ รั ก ห่ ว ง ใ ย ลูกๆ ทุกๆคน ( เราอย่าเพิ่งไปโทษ โกรธไปประจานผู้หญิงเพียงอย่างเดียวที่คลอดลูก แล้วทิ้งเอาไว้ ...   แน่นอนเราก็มิต้องการให้เกิดขึ้นเช่นนี้   แต่ก็ต้องโทษ โกรธระบบโครงสร้างสังคมที่อยุติธรรมด้วย... สังคมอภิมหาบริโภคทุนนิยมโลกาวินาศสามานย์สุดโต่ง ด้วย...   ที่นับถือวัตถุเงินตราเป็นดุจพระเจ้าองค์ใหม่ ! และโทษทั้งเผด็จการทุกสายพันธุ์ด้วย (เผด็จการรัฐสภาพลเรือนสามานย์ , เผด็จการศักดินาอมาตยาธิปไตยเผด็จการทหารท๊อปบู๊ทสามานย์ ฯลฯ)
 
ฉะนั้น คำว่า  " แ ม่ใจร้าย   ...  แม่ใจยักษ์ "ก็จะไม่หลุดออกจากปากตามผู้พูด หรือ ตามสื่อต่างๆ ให้ได้ยิน ได้เห็น ฯลฯ  แ ม่ สามารถตา ย แทน ลู ก ได้ไม่ว่าจะเป็น คน สัตว์ สิ่งมีชีวิต ฯลฯ เพศแ ม่เป็นพระคุณที่เราต้องคารวะบูชา (รัก แ ม่ นึกถึง พระคุณ แ ม่ ก็อย่าลืม นึกถึง พระคุณ พ่ อ ด้วย )
 
- - -  ที่เขียนเรื่อง แ ม่ นี้มาแลกเปลี่ยนกันกับท่านผู้อ่าน ไม่เกี่ยวกับเรื่องวันแม่ที่แสนจะอึกกระทึกครึกโครมแซ่ซ้องสรรเสริญ ณ ทั่วทุกมุมเมือง เน้อ  ...  ฉั นเขียนก็เพราะว่า ฉั น รั ก แ ม่ คิดถึง แ ม่...   ฉั น มี แ ม่ แห่ง ปฐพี ของฉั น เพียงค น เ ดี ย ว เท่านั้น แ ม่ ที่ให้กำเนิด ฉั น มา ... แต่บัดนี้ พระคุณแม่แห่ง ฉั น ท่านได้กลับคืนสู่อ้อมอกอันอบอุ่นของ แ ม่พ ระ ธ ร ร ม ชา ติ ไปแล้ว !!!
 
*หมายเหตุ :  *  ที่เราเรียก  " พ่อ  -  แ ม่ "ว่า   " คุณพ่อ  -   คุณแม่ " นั้น คงไม่ใช่เรื่องดัดจริต เนื่องมาจาก " พ่อ  = แม่" ของเรามีพระคุณต่อเรามหาศาล ต่อเรา นั่น่เอง   ( ฉั น คิดตามความคิดเห็นของ ฉั น เอง)... ท่านผู้ใดรู้ที่มาที่ไปของคำๆนี้ โปรดกรุณา บอกที่มาที่ไปของคำๆนี้เป็นวิทยาทานแด่ ฉั น และท่านผู้อ่านด้วย ก็จักเป็นพระคุณยิ่ง
 
 
**   ขอบคุณ ไอ่หนู "น้องโอ๋" ที่กรุณาจดเพลง "ค่าน้ำนม"ให้อ้ายแสงดาวฯ

บล็อกของ แสงดาว ศรัทธามั่น

แสงดาว ศรัทธามั่น
ฉั น นั่งคุยกับ อ. เปี๊ยก(เพื่อนร่วมชีวิตกับสุดสะแนน) ใต้ร่มต้นมะปราง ลิ้นจี่ ลำใย ฯลฯ ณ ร้าน - บ้าน "สุดสะแนน" ฉั นมักมาพำนักที่นี่เสมอด้วยความกรุณาของผองเพื่อนพีน้องสุดสะแนน ดังที่ฉั น เคยเขียนว่า ที่นี่เป็นป่าในเมือง รายล้อมด้วย ตึก คอนโด เกสต์เฮ้าส์ ฯลฯไก่ชนรูปร่างสง่างามคุ้ยเขี่ยหาอาหารใต้ร่มไม้กะ อ.เปี๊ยก ที่ผูกเปลนอนใต้ร่มไม้ ไก่ชนตัวนี้รอดชีวิตมาได้ เพื่อนๆจะเอาไปต้มกิน แต่ "อ.คิง" เอามาที่สุดสะแนน ก่อนที่เพื่อนๆจากเชียงของ, เชียงราย จะมาบ้าน "อ้ายต้อม และ พี่กบ" ที่สันทรายแม่โจ้, เชียงใหม่....เพื่อนๆ จากเชียงของคือผู้ที่ปกป้องรักษารากเหง้าวิถีชีวิตให้กับโลก แผ่นดิน…
แสงดาว ศรัทธามั่น
เ ดื อ น - ดา ว งามแจ่มฟ้าลาวัณย์แ ร ม - เรืองรองพลันบรรเจิดจ้าป ระ กา ย - เดือนดาวแห่งคืนวันดับวูบ แล้วเฮยเ รื อ ง - เรื่อเหลืองอร่ามแล้วอาบโลก งามนิรันดร์ ฯน้ อ ง ชา ย....ยินข่าวเจ้ากลับคืนสู่ผืนดินข่าวคราวจากผองเพื่อนแห่งล้านนาฉัน งงงวย และใจหายต่อมา... เริ่มเข้าสู่ห้วงภวังค์จิตสมาธิ* " ต ถา ตา .... มันเป็นไปเช่นนั้นเอง "
แสงดาว ศรัทธามั่น
(1) ธ ร ร ม ชา ติบ่า ยในห้วงฤดูฝนนี้ ณ "สุดสะแนน"ฟ้าครื้มเมฆ ใบไม้ไม่ไหวติง ผีเสื้อยังคงเริงรำร่อนดูดดื่มเกสรดอกไม้ ไก่แจ้บางตัวคุ้ยเขี่ยหาอาหาร บางตัวก็พักผ่อนไซร้ขนนอนหลับ แม่ไก่ที่นี่มีสามสี่ครอก งดงามนักน่าขำและงดงามไก่แจ้ครอกหนึ่งมีแม่สองตัวช่วยกันเลี้ยง ถาม "อ้ายฮวก"เจ้าของร้านสุดสะแนนเธอบอกว่า "แม่ไก่สองตัวช่วยกันฝัก" งดงามมากเลย... ผีเสื้อสีน้ำเงินบินมาเกาะที่แก้วน้ำฉันฉันนั่งอยู่ใต้ร่มไม้มะม่วงอันร่มรื่น มดแดงมาเกาะที่แขนฉันฉันค่อยๆจับเขาไปปล่อยเกาะที่ร่มมะม่วง
แสงดาว ศรัทธามั่น
 (1)พรรษาราตรีพรรษาฤดูฉันนั่ง ณ ลานโล่งกว้างแห่งเมืองใหญ่ยามราตรีนี้ทุ่งฟ้าดูมิสดใสด้วยเมฆฝนทว่า...เป็นครรลองของธรรมชาติที่เป็นไปเช่นนั้นเอง“ตถาตา”
แสงดาว ศรัทธามั่น
( 1 ) พ ลิ้ ว โ ผ แ ล โ อ บ ก อ ดอรุณรุ่ง ฉันนั่งใต้ร่มไม้มะม่วง ณ ที่นี่มีต้นไม้พันธุ์ไม้หลากหลาย ฯลฯทั้งไม้ดอก ไม้แดก ( หมานถึงกินได้ ) เช่น มะม่วง มะปราง ลิ้นจี่ตาขบ ฯลฯ ที่นี่ ถือว่า เป็นป่าในเมือง มีความร่มรื่น มี นก หนูแมลง กระรอก ผีเสื้อ แมลงปอ กบ เขียด ปาด อึ่งอ่างคางคก และไก่แจ้ ฯลฯ ขณะฉันเดินออกกำลังกาย รับแสงตะวันยามเช้าไก่แจ้หลายตัวก็เริงรำย่ำย่างมาหาฉัน ฉันรู้ว่าเขาต้องการอะไรฉันรีบเดินไปเอาข้าวสาร ณ บ้าน - ร้านนี้ มาโปรยปรายให้พวกเธอบ้ า น - ร้านนี้ล้อมรอบไปด้วย ตึก คอนโด ด้านทิศตะวันออก กำลังสร้าง ตึก คอนโด ฉันคำนวณความสูงไม่ต่ำกว่าสิบชั้น...โอ้ ...นกกระจอกมาแล้ว…
แสงดาว ศรัทธามั่น
*1  เรียวนิ้ว บรรเลง เพลง บลูส์ กีร์ต้า     เรียวปาก พริ้ม ฮาร์โมนิการ์ขับขาน*2  กลอง บองโก้ บรรเลง เพลงรัก ฉ่ำชื่นบาน     โอบกอดโลก สุข สราญย์เบิกบาน ชีวี     สาก มือ นิ้ว ด้าน  ด้าน เหนี่ยว ไกปืน      ผงาดยืน สาดกระสุนใส่ ในทุกที่ *3  ระเบิดบาป กระสุนบ้า ณ เพลานี้      ถล่มโลก ให้ป่นปี้ ด้วย ไ ฟ ส ง ค ร า ม*4   เธอ “ผิวปากเป็นบทเพลงแห่งความคิดถึง”      เพราะรักจึงจิตวิญญาณ – หัวใจ มิอาจห้าม     …
แสงดาว ศรัทธามั่น
Up fighting together for "FRIEND OF BURMA" and give power heart hug for.......FRIEND SENDING  STRENGTH TO NAGIS VICTIMS"พ ลั ง ใ จและโอบกอดแด่การ ลุ ก ขึ้ น สู้ของพี่น้องชนเผ่า และป ระ ชา ช น ชา วพ ม่า (มิใช่ชนชั้นปกครองรัฐบาลเผด็จการทหารฟัสซิสม์มิยันม่าร์) และพี่น้องที่ถูกพายุนากิส โหมซัดกระหน่ำทำให้ต้องตายนับแสนๆ คนและสูญหายอักนับหมื่นคน******
แสงดาว ศรัทธามั่น
ภาพประกอบจาก http://www.flickr.com/photos/poakpong/2301645201/  ..... เ พ ลง ROCK ผสานเพลง เ ร ก เ ก้"บอบมาเล่ย์" and WE CAN PLAY พริ้งผ่องใสทั้ง ไทย - สากล - ลูกทุ่ง ...COUNTRY SIDEทั้ง เพลง ฉ่ อ ย ชื่นฉ่ำไล้ เพลง ร อ ง เ ง็ งเพลง ลำ เพ ลิ น เพลง จ๊ อย ซ อเพลง ป ว่า เ ก อ ญ อ พลิ้วบรรเลงเพลง รั ก โ ล ก เฉิดเชวงคือ บทเพลง แห่ ง รั ก อั น งด งา ม !!!For Humanity friend on Earth ... We Love Y ou !!!!คิมหันตฤดู, 22 เมษายน 2551"สุดสะแนน", ล้านนาอิสระ , เจียงใหม่
แสงดาว ศรัทธามั่น
* @ " ปุ๋ ย ... นั น ท โ ช ติ  ชั ย รั ต น์ "เพื่อนแจ่มชัด สู้เพื่อโลก - ประชาชนได้สุขสันต์พริ้มบทเพลงกล่อมเห่เป็นนิรันดร์พลิ้วเพลงฝันกล่อมโลก กล่อมชีวี- - - ชั่วชีวาแห่งเธอแกร่งกล้างามเสมอนั้นเหลือที่คุณค่า คงมั่น หยัดยืน ณ ปฐพีร่วม " ลุ ก ขึ้ น สู้ " เพื่อพี่น้องผู้ถูกกดขี่ ... ประชาชน... เ ธ อ มี จิ ตวิ ญ ญา ณ สะอาดสดใสงา ม ด ว ง ใ จ เ จิ ด จ้าแจ่มเหลือล้นแห่งเพื่อนพี่น้อง " ส มั ช ชา ค น จ น "เพื่อ ผู้ทุกข์ทน ทุกข์ยาก ได้กำ ชั ย !!!... พริ้ มตาหลับลงเถิด เพื่อนแก้วเอ๋ยสายลมโชยพัดรำเพย อวยพรให้ผีเสื้อ แมลงปอ แล ดอกไม้โ ล ก เ อ กภ พ จั ก ร วาล ฉ่ำไล้ โอบกอด เ ธ อ** จิ ต วิ ญญา ณ- เ ธ…
แสงดาว ศรัทธามั่น
"ท่าน ค า ลิ ล ยิ บ ร า น "คือหนึ่งในมหาปราชญ์กวีแห่งโลกหล้าปลุกปลอบเพื่อนมนุษยชาติให้งดงามจิตวิญญาณ์หลอมคุณค่าชีวีโลกให้ ฉ่ำ บา น !
แสงดาว ศรัทธามั่น
*** "มองดูความจริงซีพี่ น้องผองเพื่อน"มองดูแล้วย้ำเตือนคนหนุ่มสาวโลกร้อนแล้งเลวร้ายเนิ่นนานยาวทั้งเหน็บหนาวปวดร้าวทุกคราวครั้ง
แสงดาว ศรัทธามั่น
@ - - - ป รา ก ฏ กา ร ณ์ธรรมชาติดูเหี้ยมโหดเกรี้ยวกราดโกรธทำลายไปทั่วดิน ฟ้า อากาศ ดูน่าสะพรึงกลัวแตกตัว เติบใหญ่ ไปทุกที่ลูกเอ๋ย... แม่ก็รู้ ลูกเจ็บปวดร้าวรวด ทุกข์ทรมาน เหลือที่ก็ แ ม่ ก็ อยู่ ของ แ ม่ อยู่ ดี ดีแล้ว ลู ก อัปรีย์ ไยมาย่ำยีกดขี่ข่มเหง แ ม่ ทำ ไม ?แ ม่ เองก็เจ็บปวดรวดร้าวนักเหน็บหนาว รุ่มร้อนประจักษ์ เจ็บป่วยไข้ไฉนเล่ามาเฆี่ยนโบยตี มาสุมไฟรุกไล่ ทำลาย ล้างผลาญเจ้า ลู ก ริ ยำ เอ๋ย ...ไย เ ธ อ ไม่รู้ ?อวิชชาพรั่งพรูกรูกลบหมดสิ้นโลภ โกรธ หลง เมามัว เข่นฆ่าแ ผ่ น ดิ นพังภินท์ไปหมดทั่วเอกภพ จักรวาลลูกหลานเอ๋ย ... แ ม่ก็ปวดเจ็บ ...หนาวเหน็บเมื่อม า ร ลู ก มาล้างผลาญหยุดเถิดยังมิสาย…