Skip to main content

ก่อนนี้
เคยได้ฟังอาจารย์ เทพศิริ สุขโสภา  ศิลปิน นักเขียนชื่อดังแห่งสยามและสากล ท่านกล่าวว่า 


"บ้านผมอยู่สุโขทัย หน้าน้ำท่วม ชาวบ้านดีใจเพราะมีปลาให้จับกินกัน แม่น้ำยมมีแหล่งพันธุ์ปลาอุดมสมบูรณ์หลากชนิด ชาวบ้านปลูกบ้านมีใต้ถุนสูง นาข้าวนั้นหรือก็เป็นพันธุ์ข้าวพื้นบ้าน เวลาน้ำหลากมา ต้นข้าวก็ชูต้นขึ้นสูง น้ำหลากเป็นเรื่องธรรมดา เขาก็ไหลลงสู่เจ้าพระยา มันจะบ้าหรือที่คิดจะสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นกั้นแม่น้ำยม ไอ้คนที่คิดแบบนี้มันพวกอวิชชา มีกึ๋น สติปัญญาซะมั่งซี”  อ้ายเทพศิริฯ พูดในวงเสวนาที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่นานมาแล้ว อ้ายเทพศิริฯ คือลูกแม่น้ำยม ตัวจริง เสียงจริงด้วย

ฉัน และเพื่อน กวี นักคิด นักเขียน ศิลปิน ฯลฯ ไปเยือนให้กำลังใจพี่น้องสะเอียบมาหลายครั้งแล้ว พี่น้องพาไปดูป่าสักทองอันงดงามสีทองอร่ามมากมาย พอได้อ่านหนังสือพิมพ์ที่คนประเภท “แก่เพราะกินข้าว เฒ่าเพราะอยู่นาน”  …เจ้ามายา นักธุรกิจกินเมือง ฯลฯ นายสนั่น ขจรประศาสน์ บอกว่าจะสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น ทำนองว่า ไม้สักทองมีเพียงไม่กี่ต้น หรือต้นเดียว เหมือนกะที่น้าหมัก…สมัคร สุนทรเวช  กล่าวโป้ปดมดเท็จต่อผู้สื่อข่าวต่างประเทศว่าในวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ มหาโหด มีคนตายเพียงคนเดียว เอ๊า อโหสิ เพราะน้าหมักจากไปแล้ว!   ฉั นอ่านหนังสือพิมพ์แล้วเลือดในกายเดือดปุด ปุด … ต้องให้พี่น้องชาวสะเอียบ ลากคอลุงหนั่นไปถ่างตาดูป่าไม้สักทองอันเรืองไรมหาศาล แล้วลุงหนั่นจะรู้ว่าป่าไม้สักทองมีเยอะแยะหรือไม่? ไอ้พวกนักธุรกิจกินบ้าน กินเมือง นักเลือกตั้ง ฯลฯ มันก็เห่าหอนแบบนี้แหละทุกพรรค ทุกรัฐบาล ฯลฯ ดังนั้นนายสนั่น ขจรประศาสน์ น้ำตาจระเข้มายา เธอแน่จริงหรือไม่? ถ้าชาวบ้านสะเอียบ จะลากคอนายเข้าไปยลชมป่าไม้แม่ยม
 
การสร้าง เขื่อนคือการทำลายป่า ทำลายรากเหง้าวิถีชีวิตของชุมชน ของโลก ทำลายนิเวศน์ ฯลฯ มันมิได้แก้ไขน้ำท่วม หรือการผันน้ำดอก ฯลฯ ที่แท้จริงมันคือผลประโยชน์ของพ่อค้า นักกินเมือง หรือแม้กระทั่งปูนซีเมนต์ไทย (ใครเป็นนายทุนใหญ่ฉันก็บ่ฮู้เน้อ)  คราหนึ่ง ฉันและเพื่อนกวีนักเขียน ศิลปิน นักวิชาการ(ที่ไม่ได้ทรยศต่อวิชาชีพ) ไปสะเอียบ ฉันจำได้ พี่น้องชุมนุมต่อ ต้านการที่จะสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น มีอธิบ่ดี (ต้องใช้คำว่า บ่ดี) กรมชลประทานคนหนึ่ง (จำชื่อไม่ได้แล้ว แต่ไม่จำเป็นต้องจำให้เสนียดหู) ขึ้นกล่าวบนเวทีการชุมนุมของพี่น้องชาวบ้านว่า

 “ผมมีหน้าที่สร้างเขื่อน ถ้าไม่สร้างจะให้ผมทำอะไร” … ปัดโธ่ แม่มมมมม บัดซบ สติปัญญาของข้าราชการ (ความจริงต้องเรียกว่า ข้าราษฏร์)  ระดับใหญ่ที่กินเงินเดือนภาษีของประชาชน … กึ๋นเอ็งคิดได้เพียงแค่นี้ฤา? มันแสนจะทูเรชั่นหว่ะ

นานมาแล้วที่ฝรั่งเศส มีพิธีกรรมทุบเขื่อนทิ้งเพื่อคืนสายน้ำให้ฝูงปลาและประชาชน ฯลฯ มีบาทหลวงองค์หนึ่งเป็นองค์พิธี ท่านตีระฆังเป็นสัญญาณให้ประชาชนพังเขื่อน ชาวบ้านก็กรูเข้าทุบเขื่อนจนพังทลายหายวับไปกับตา ระวังประเทศไทย ประชาชนอาจทำเช่นนี้ได้เน้อ
… อย่าอ้างว่า god dam … เขื่อนมีประโยชน์สารพัดนึก  หน้าแล้ง น้ำไม่พอเลี้ยงเขื่อน  แม่มมมมก็ไม่ปล่อยน้ำ  หน้าฝนน้ำล้นท่วมเขื่อนกลัวเขื่อนพัง แม่มมมมมก็ปล่อยน้ำให้ท่วมที่นา ที่ดินของชาวบ้านไป … โอ้ มันแสนจะทูเรชั่น หว่ะ
 
ขอบอก ขอบอกการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นมิได้ช่วยเรื่องน้ำท่วมดอก บนดอย ภูเขาที่ห่างจากบริวณจะสร้างเขื่อน หน้าฝน  สายน้ำต่างๆ บนภูเขาก็จะไหลลงสู่แม่น้ำยมนับหลายสาย…  สนั่น ขจรประสาท! (ขอใช้คำนี้) เธอเอากึ๋น และถ่างแหกดวงตาไปดูซะมั่ง
 
เอ๊า … พี่น้องชาวสะเอียบและทุกตำบล พากันเทียบเชิญนายสนั่นฯ ให้นั่งสะเหลี่ยง แห่แหนแต๋นแต้ ลากคอแบกเขาให้ไปแหกตายลชมดงป่าสักทองอันอร่ามตา หรือให้ไปดูฝูงนกยูงรำแพนด้วย …สมควรแล้วที่พี่น้องสะเอียบทำการสาปแช่ง ฌาปาณกิจ จระเข้เฒ่าตัวนี้ ! @

 

บล็อกของ แสงดาว ศรัทธามั่น

แสงดาว ศรัทธามั่น
ฉั น นั่งคุยกับ อ. เปี๊ยก(เพื่อนร่วมชีวิตกับสุดสะแนน) ใต้ร่มต้นมะปราง ลิ้นจี่ ลำใย ฯลฯ ณ ร้าน - บ้าน "สุดสะแนน" ฉั นมักมาพำนักที่นี่เสมอด้วยความกรุณาของผองเพื่อนพีน้องสุดสะแนน ดังที่ฉั น เคยเขียนว่า ที่นี่เป็นป่าในเมือง รายล้อมด้วย ตึก คอนโด เกสต์เฮ้าส์ ฯลฯไก่ชนรูปร่างสง่างามคุ้ยเขี่ยหาอาหารใต้ร่มไม้กะ อ.เปี๊ยก ที่ผูกเปลนอนใต้ร่มไม้ ไก่ชนตัวนี้รอดชีวิตมาได้ เพื่อนๆจะเอาไปต้มกิน แต่ "อ.คิง" เอามาที่สุดสะแนน ก่อนที่เพื่อนๆจากเชียงของ, เชียงราย จะมาบ้าน "อ้ายต้อม และ พี่กบ" ที่สันทรายแม่โจ้, เชียงใหม่....เพื่อนๆ จากเชียงของคือผู้ที่ปกป้องรักษารากเหง้าวิถีชีวิตให้กับโลก แผ่นดิน…
แสงดาว ศรัทธามั่น
เ ดื อ น - ดา ว งามแจ่มฟ้าลาวัณย์แ ร ม - เรืองรองพลันบรรเจิดจ้าป ระ กา ย - เดือนดาวแห่งคืนวันดับวูบ แล้วเฮยเ รื อ ง - เรื่อเหลืองอร่ามแล้วอาบโลก งามนิรันดร์ ฯน้ อ ง ชา ย....ยินข่าวเจ้ากลับคืนสู่ผืนดินข่าวคราวจากผองเพื่อนแห่งล้านนาฉัน งงงวย และใจหายต่อมา... เริ่มเข้าสู่ห้วงภวังค์จิตสมาธิ* " ต ถา ตา .... มันเป็นไปเช่นนั้นเอง "
แสงดาว ศรัทธามั่น
(1) ธ ร ร ม ชา ติบ่า ยในห้วงฤดูฝนนี้ ณ "สุดสะแนน"ฟ้าครื้มเมฆ ใบไม้ไม่ไหวติง ผีเสื้อยังคงเริงรำร่อนดูดดื่มเกสรดอกไม้ ไก่แจ้บางตัวคุ้ยเขี่ยหาอาหาร บางตัวก็พักผ่อนไซร้ขนนอนหลับ แม่ไก่ที่นี่มีสามสี่ครอก งดงามนักน่าขำและงดงามไก่แจ้ครอกหนึ่งมีแม่สองตัวช่วยกันเลี้ยง ถาม "อ้ายฮวก"เจ้าของร้านสุดสะแนนเธอบอกว่า "แม่ไก่สองตัวช่วยกันฝัก" งดงามมากเลย... ผีเสื้อสีน้ำเงินบินมาเกาะที่แก้วน้ำฉันฉันนั่งอยู่ใต้ร่มไม้มะม่วงอันร่มรื่น มดแดงมาเกาะที่แขนฉันฉันค่อยๆจับเขาไปปล่อยเกาะที่ร่มมะม่วง
แสงดาว ศรัทธามั่น
 (1)พรรษาราตรีพรรษาฤดูฉันนั่ง ณ ลานโล่งกว้างแห่งเมืองใหญ่ยามราตรีนี้ทุ่งฟ้าดูมิสดใสด้วยเมฆฝนทว่า...เป็นครรลองของธรรมชาติที่เป็นไปเช่นนั้นเอง“ตถาตา”
แสงดาว ศรัทธามั่น
( 1 ) พ ลิ้ ว โ ผ แ ล โ อ บ ก อ ดอรุณรุ่ง ฉันนั่งใต้ร่มไม้มะม่วง ณ ที่นี่มีต้นไม้พันธุ์ไม้หลากหลาย ฯลฯทั้งไม้ดอก ไม้แดก ( หมานถึงกินได้ ) เช่น มะม่วง มะปราง ลิ้นจี่ตาขบ ฯลฯ ที่นี่ ถือว่า เป็นป่าในเมือง มีความร่มรื่น มี นก หนูแมลง กระรอก ผีเสื้อ แมลงปอ กบ เขียด ปาด อึ่งอ่างคางคก และไก่แจ้ ฯลฯ ขณะฉันเดินออกกำลังกาย รับแสงตะวันยามเช้าไก่แจ้หลายตัวก็เริงรำย่ำย่างมาหาฉัน ฉันรู้ว่าเขาต้องการอะไรฉันรีบเดินไปเอาข้าวสาร ณ บ้าน - ร้านนี้ มาโปรยปรายให้พวกเธอบ้ า น - ร้านนี้ล้อมรอบไปด้วย ตึก คอนโด ด้านทิศตะวันออก กำลังสร้าง ตึก คอนโด ฉันคำนวณความสูงไม่ต่ำกว่าสิบชั้น...โอ้ ...นกกระจอกมาแล้ว…
แสงดาว ศรัทธามั่น
*1  เรียวนิ้ว บรรเลง เพลง บลูส์ กีร์ต้า     เรียวปาก พริ้ม ฮาร์โมนิการ์ขับขาน*2  กลอง บองโก้ บรรเลง เพลงรัก ฉ่ำชื่นบาน     โอบกอดโลก สุข สราญย์เบิกบาน ชีวี     สาก มือ นิ้ว ด้าน  ด้าน เหนี่ยว ไกปืน      ผงาดยืน สาดกระสุนใส่ ในทุกที่ *3  ระเบิดบาป กระสุนบ้า ณ เพลานี้      ถล่มโลก ให้ป่นปี้ ด้วย ไ ฟ ส ง ค ร า ม*4   เธอ “ผิวปากเป็นบทเพลงแห่งความคิดถึง”      เพราะรักจึงจิตวิญญาณ – หัวใจ มิอาจห้าม     …
แสงดาว ศรัทธามั่น
Up fighting together for "FRIEND OF BURMA" and give power heart hug for.......FRIEND SENDING  STRENGTH TO NAGIS VICTIMS"พ ลั ง ใ จและโอบกอดแด่การ ลุ ก ขึ้ น สู้ของพี่น้องชนเผ่า และป ระ ชา ช น ชา วพ ม่า (มิใช่ชนชั้นปกครองรัฐบาลเผด็จการทหารฟัสซิสม์มิยันม่าร์) และพี่น้องที่ถูกพายุนากิส โหมซัดกระหน่ำทำให้ต้องตายนับแสนๆ คนและสูญหายอักนับหมื่นคน******
แสงดาว ศรัทธามั่น
ภาพประกอบจาก http://www.flickr.com/photos/poakpong/2301645201/  ..... เ พ ลง ROCK ผสานเพลง เ ร ก เ ก้"บอบมาเล่ย์" and WE CAN PLAY พริ้งผ่องใสทั้ง ไทย - สากล - ลูกทุ่ง ...COUNTRY SIDEทั้ง เพลง ฉ่ อ ย ชื่นฉ่ำไล้ เพลง ร อ ง เ ง็ งเพลง ลำ เพ ลิ น เพลง จ๊ อย ซ อเพลง ป ว่า เ ก อ ญ อ พลิ้วบรรเลงเพลง รั ก โ ล ก เฉิดเชวงคือ บทเพลง แห่ ง รั ก อั น งด งา ม !!!For Humanity friend on Earth ... We Love Y ou !!!!คิมหันตฤดู, 22 เมษายน 2551"สุดสะแนน", ล้านนาอิสระ , เจียงใหม่
แสงดาว ศรัทธามั่น
* @ " ปุ๋ ย ... นั น ท โ ช ติ  ชั ย รั ต น์ "เพื่อนแจ่มชัด สู้เพื่อโลก - ประชาชนได้สุขสันต์พริ้มบทเพลงกล่อมเห่เป็นนิรันดร์พลิ้วเพลงฝันกล่อมโลก กล่อมชีวี- - - ชั่วชีวาแห่งเธอแกร่งกล้างามเสมอนั้นเหลือที่คุณค่า คงมั่น หยัดยืน ณ ปฐพีร่วม " ลุ ก ขึ้ น สู้ " เพื่อพี่น้องผู้ถูกกดขี่ ... ประชาชน... เ ธ อ มี จิ ตวิ ญ ญา ณ สะอาดสดใสงา ม ด ว ง ใ จ เ จิ ด จ้าแจ่มเหลือล้นแห่งเพื่อนพี่น้อง " ส มั ช ชา ค น จ น "เพื่อ ผู้ทุกข์ทน ทุกข์ยาก ได้กำ ชั ย !!!... พริ้ มตาหลับลงเถิด เพื่อนแก้วเอ๋ยสายลมโชยพัดรำเพย อวยพรให้ผีเสื้อ แมลงปอ แล ดอกไม้โ ล ก เ อ กภ พ จั ก ร วาล ฉ่ำไล้ โอบกอด เ ธ อ** จิ ต วิ ญญา ณ- เ ธ…
แสงดาว ศรัทธามั่น
"ท่าน ค า ลิ ล ยิ บ ร า น "คือหนึ่งในมหาปราชญ์กวีแห่งโลกหล้าปลุกปลอบเพื่อนมนุษยชาติให้งดงามจิตวิญญาณ์หลอมคุณค่าชีวีโลกให้ ฉ่ำ บา น !
แสงดาว ศรัทธามั่น
*** "มองดูความจริงซีพี่ น้องผองเพื่อน"มองดูแล้วย้ำเตือนคนหนุ่มสาวโลกร้อนแล้งเลวร้ายเนิ่นนานยาวทั้งเหน็บหนาวปวดร้าวทุกคราวครั้ง
แสงดาว ศรัทธามั่น
@ - - - ป รา ก ฏ กา ร ณ์ธรรมชาติดูเหี้ยมโหดเกรี้ยวกราดโกรธทำลายไปทั่วดิน ฟ้า อากาศ ดูน่าสะพรึงกลัวแตกตัว เติบใหญ่ ไปทุกที่ลูกเอ๋ย... แม่ก็รู้ ลูกเจ็บปวดร้าวรวด ทุกข์ทรมาน เหลือที่ก็ แ ม่ ก็ อยู่ ของ แ ม่ อยู่ ดี ดีแล้ว ลู ก อัปรีย์ ไยมาย่ำยีกดขี่ข่มเหง แ ม่ ทำ ไม ?แ ม่ เองก็เจ็บปวดรวดร้าวนักเหน็บหนาว รุ่มร้อนประจักษ์ เจ็บป่วยไข้ไฉนเล่ามาเฆี่ยนโบยตี มาสุมไฟรุกไล่ ทำลาย ล้างผลาญเจ้า ลู ก ริ ยำ เอ๋ย ...ไย เ ธ อ ไม่รู้ ?อวิชชาพรั่งพรูกรูกลบหมดสิ้นโลภ โกรธ หลง เมามัว เข่นฆ่าแ ผ่ น ดิ นพังภินท์ไปหมดทั่วเอกภพ จักรวาลลูกหลานเอ๋ย ... แ ม่ก็ปวดเจ็บ ...หนาวเหน็บเมื่อม า ร ลู ก มาล้างผลาญหยุดเถิดยังมิสาย…