คลินิกกฎหมาย 20: ซื้อของโจรโดยไม่รู้ตัว

เรื่องถัดมาเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับน้องวัยรุ่นคนหนึ่งซึ่งพึ่งมารู้จักกันด้วยเหตุแห่งความซวยครับ   ปัญหาจากการขับขี่มอเตอร์ไซค์นั่นเอง แต่ไม่ใช่การประสบอุบัติเหตุหรอกนะครับ แต่เป็นเรื่องของความซวยที่มากระแทกหน้าเสียมากกว่า   คงสงสัยกันแล้วว่าเป็นมาอย่างไร ไปติดตามเรื่องที่น้องเขาเล่าได้เลยครับ

“โหยยย พี่ผมจะเล่าให้ฟัง วันนั้นนะ ผมกับเพื่อนไปหาอะไรกินกันที่หลังมหาวิทยาลัยเพราะเพิ่งเตะบอลกันเสร็จเหนื่อยมากหิวมาก   พอไปถึงร้านดังที่คนชอบไปที่นัดกับเพื่อนคนอื่นไว้ก็นำรถมอเตอร์ไซค์ไปจอดเทียบฟุตบาทจอดอยู่หน้าร้านเลย เพราะว่ากำลังเห่อบิ้กไบค์คันใหม่ที่เพิ่งไปได้มาเป็นรางวัลหลังเรียนจบและเริ่มทำงาน   กะว่าถ้ามาจอดหน้าร้านแล้วจังหวะเดินลงไปเข้าร้านนี่สาวคนไหนหันมามองต้องได้กรี้ดแน่ๆ แหม่...จริงดั่งที่คิดเลยครับ แค่จังหวะที่ขับเข้ามาคนก็หันมามองกันพรึ่บแล้ว พอก้าวท้าวลง ถอดหมวกกันน็อคเท่ห์ๆ เดินก้าวท้าวเข้าร้านช้าๆ หยั่งกะดาราหนังจีนที่มีเพลงเปิดประกอบเลยครับ   บ่องตง เท่ห์ฝุดๆ อ่ะพี่จังหวะนั้น   หลังจากเข้าไปทักทายเพื่อนที่โต๊ะแล้วก็จัดแจงหาที่นั่งฝั่งที่หันหลังเข้าร้านเพราะต้องคอยมองออกไปไม่ให้ใครมายกรถหายไป เหมือนที่เป็นข่าวครับ  ปล่อยไปได้ยังไงของรักของหวงแต่จริงๆแล้วก็เล็งด้วยแหละครับว่า มีสาวคนไหนกรี้ดรถเราบ้างจะได้เหล่ไว้ก่อนจะเขาไปคุย หึ หึ หึ

นั่งกินกันไปได้สักพักพวกเราก็เห็นมีชาย 2 คนอายุประมาณ 20-25 และ 40-45 ปี ขับรถกระบะมาจอดขวางมอเตอร์ไซค์พวกเราไว้ เราก็สะดุ้งตกใจกันเล็กน้อยนึกว่าเอาล่ะเว้ย มันมาแล้วจริงๆ ต้องออกไปยืนพิงให้รู้ว่ามีเจ้าของหน่อยแล้ว    เมื่อพวกเราทำทีว่าจะย้ายรถเข้ามาด้านในที่จอดของร้าน  เขาสองคนก็เข้ามาถามว่า น้องเป็นเจ้าของรถเหรอ?  เมื่อเพื่อนตอบว่าใช่!   ชายทั้ง 2 คนก็พุ่งเข้ามาต่อยเตะและรุมกระทืบเพื่อนผม หลังจากที่ผมได้สติจึงเข้าไปห้ามและเมื่อเพื่อนๆตามออกมาจึงได้ห้ามปรามกันไว้ ก่อนจะถามว่า พวกพี่มาทำร้ายเพื่อนผมทำไม ทำอย่างนี้ตั้งใจจะมีเรื่องกันใช่ไหม   พี่เขาไม่พูดอะไรแต่คนหนึ่งหันเดินกลับไปที่รถ ก่อนจะเอามือถือมาโทรแจ้งความ แล้วหันกลับมาบอกคนที่ยืนประจันหน้ากับพวกเราว่า เออ แจ้งความแล้วนะ เดี๋ยวตำรวจมาที่ร้าน    แล้วก็บอกพวกผมว่า ไม่ต้องไปไหน จะแจ้งความก็ได้นะ เดี๋ยวตำรวจมาแล้ว ไม่ต้องรีบ

ไม่นานก็มีตำรวจมา 2 นาย   โดยชาย 2 คนนั้นกลับตะโกนดังๆ เข้าไปในร้านให้ทุกคนได้ยินว่า “เนี่ยทุกคน ดูซิไอ้เนี่ยมันขโมยรถเพื่อนผม”   แล้วชี้ไปที่เพื่อนผมซึ่งนั่งประคบหน้าด้วยน้ำแข็งอยู่ หลังจากพูดคุยกันสักพักตำรวจก็เชิญตัวผมและเพื่อนรวมทั้งชาย 2 คนนั้นไปโรงพัก เพื่อทำการสอบสวน

ตำรวจถามเพื่อนผมว่าไปซื้อรถมอเตอร์ไซค์มาอย่างไร เพื่อนบอกว่าจากชายคนหนึ่งขายในราคา 200,000 บาท โดยติดต่อกันทางอินเตอร์เน็ตซึ่งมีเว็บไซต์ที่ประกาศขายรถมอเตอร์ไซค์บิ้กไบค์มือสองกัน เพราะอย่างที่รู้ว่าจะมีเจ้าของรถที่ได้คันใหม่มาอยากจะปล่อยคันเก่า หรือจะปล่อยคันเก่าเพื่อเอาเงินไปซื้อคันใหม่กันตลอดเวลา   คนขายบอกว่าร้อนเงินจะปล่อยรถให้ในราคา 200,000 บาท ซึ่งราคาในตลาดมือสองมันเกือบๆ 250,000 บาท แต่เค้าว่าต้องรีบใช้งดสดจริงๆ เพื่อนผมสบโอกาสเพราะอยากได้รถรุ่นนี้มานาน จึงรีบคว้าไว้    พอตำรวจถามอีกฝ่ายว่ารู้ได้ยังไงว่ารถคันนี้เป็นของตนเอง ชายคนที่ทำร้ายร่างกายเพื่อนผม ให้การว่า รถมีการตกแต่งแต่รหัสอุปกรณ์ตกแต่งรถตรงกับรถตัวเอง พร้อมทั้งเอารูปในโทรศัพท์มือถือให้ตำรวจดู ซึ่งตำรวจก็เห็นว่ารายละเอียดที่นายคนที่ทำร้ายร่างกายบอกไว้และรูปภาพตรงกับรถมอเตอร์ไซค์ต้นเรื่องจริงๆ

จากนั้นเขาก็เล่าเรื่องให้การกับตำรวจฟังว่า รถคันดังกล่าวนี้ได้ถูกขโมยไปด้วยความประมาทของเพื่อนเขาเองที่ไปจอดไว้ในซอยย่านสถานที่ท่องเที่ยวยามค่ำคืน ก็เลยเที่ยวขับตระเวนหามาหลายวันจนมาพบรถเข้าที่ร้านซึ่งเกิดเหตุ   หลังจากพูดคุยกันสักพักตำรวจจึงบอกว่าถ้าจะทำเรื่องฟ้องร้องกันไปอาจเสียเวลา เอาเป็นว่ามันชัดอยู่แล้วว่านี่รถใครก็ให้คืนเขาไป ส่วนฝั่งเราก็ค่อยไปติดตามคนที่เอารถขโมยมาขายเพื่อทวงเงินคืน และจับเข้าคุกดีกว่า   พวกเราเห็นว่าไม่น่าจะใช่นะที่ต้องมาเสียรถไปโดยยังไม่ได้คืนมา ก็พยายามเถียงกลับไป    ทำให้ตำรวจบอกว่าเหตุการณ์ดังกล่าวนี้จะทำให้เพื่อนข้าพเจ้าเองได้รับข้อกล่าวหารับซื้อของโจร และจะส่งฟ้องศาลนะถ้าไม่ยอมคืนรถเขาไป

ผมก็ไม่รู้จะทำอย่างไรต่ออ่ะพี่ จึงได้แต่ทำตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจบอกคือยืนเฝ้าเพื่อนที่ต้องนอนในคุกเพื่อรอทำเรื่องประกันตัวในเช้าวันต่อมา  แล้วโทรเรียกพ่อเพื่อนให้มาทำเรื่องขอประกันตัว และตอนนี้ก็ยังรอไปให้การแก่ศาลเมื่อถึงวันนัด แต่เจ็บใจที่เพื่อนโดนต่อยแต่ตำรวจไม่ว่าอะไรสักคำ”   ทุกวันนี้น้องๆทั้งสองจึงเปลี่ยนจากบิ้กไบค์มาเป็นจักรยานเสือหมอบแทน

วิเคราะห์ปัญหา

1.              การซื้อของมือสองจากเว็บไซต์ที่มีลักษณะการขายสินค้าดังกล่าวเป็นประจำ เป็นเหตุที่จะนำมาอ้างได้ไหมว่าได้ซื้อสินค้ามาโดยสุจริต และกฎหมายต้องคุ้มครองกรรมสิทธิ์เหนือทรัพย์นั้น

2.              การซื้อสินค้าที่มีราคาต่ำกว่าราคาท้องตลาดเป็นเหตุให้อีกฝ่ายอ้างได้หรือไม่ว่า เราได้ทรัพย์มาโดยทุจริตเพราะอาจคาดเดาได้ว่า ทรัพย์นั้นได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นความผิดหรือไม่

3.              การใช้สอยทรัพย์ที่ได้มาจากการซื้อขายและจ่ายเงินไปครบถ้วนแล้ว จะถือเป็นการรับของโจรได้หรือไม่อย่างไร

4.              หากสุดท้ายแล้วศาลตัดสินว่าต้องคืนรถให้กับเจ้าของเดิมไป เราจะทำอะไรกับเงินที่สูญเสียไปในการซื้อขายได้บ้าง

5.              การทำร้ายร่างกายเพื่อทวงคืนทรัพย์สิน แม้จะเป็นทรัพย์สินของเขาจริงๆ เป็นการกระทำที่กฎหมายอนุญาตหรือไม่

6.              การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานตำรวจที่ไม่ดูแลสิทธิของเราที่ถูกละเมิดเป็นความผิดตามกฎหมายหรือไม่ จะเรียกร้องสิทธิได้อย่างไร

การนำกฎหมายมาแก้ไข

1.              การซื้อของมือสองจากเว็บไซต์ที่มีลักษณะการขายสินค้าดังกล่าวเป็นประจำ เป็นเหตุผลอันชอบธรรมที่จะนำมาอ้างได้ว่าได้ซื้อสินค้ามาโดยสุจริต และกฎหมายต้องคุ้มครองกรรมสิทธิ์เหนือทรัพย์นั้น ตามหลักกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เพื่อทำให้เกิดความมั่นใจในการทำธุรกรรมทางเศรษฐกิจ

2.              การซื้อสินค้าที่มีราคาต่ำกว่าราคาท้องตลาดอาจเป็นเหตุให้อีกฝ่ายอ้างได้เช่นกันว่า เราได้ทรัพย์มาโดยทุจริตเพราะอาจคาดเดาได้ว่า ทรัพย์นั้นได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งเป็นข้อต่อสู้ในทางแพ่งฯในการแย่งสิทธิในทรัพย์สิน   แต่ถ้าจะปรักปรำว่าล่วงรู้จนเป็นเจตนาชั่วทางอาญาต้องนำสืบเพิ่มเติมว่าคาดเดาแบบเล็งเห็นผลได้หรือไม่ว่านั่นเป็นของที่ได้มาแบบผิดกฎหมายแน่ๆ

3.              การใช้สอยทรัพย์ที่ได้มาจากการซื้อขายและจ่ายเงินไปครบถ้วนแล้วเป็นการใช้สิทธิตามธรรมดาเหนือทรัพย์นั้น จะถือเป็นการรับของโจรไม่ได้ เว้นแต่จะมีหลักฐานที่เชื่อได้ว่าผู้รับซื้อจะรู้แน่ถึงที่มาอันไม่ชอบด้วยกฎหมายของทรัพย์นั้น

4.              หากสุดท้ายแล้วศาลตัดสินว่าต้องคืนรถให้กับเจ้าของเดิมไป เราจะเรียกร้องเงินที่สูญเสียไปในการซื้อขายได้ด้วยการไล่เบี้ยตามกฎหมายแพ่งฯ แต่อาจให้ตำรวจช่วยเสริมได้โดยการฟ้องฉ้อโกงเพิ่ม

5.              การทำร้ายร่างกายเพื่อทวงคืนทรัพย์สิน แม้จะเป็นทรัพย์สินของผู้ทำร้ายจริงๆ ก็ถือเป็นการกระทำความผิดต่อร่างกายตามกฎหมายอาญา เนื่องจากกฎหมายไม่อนุญาตให้ทวงหนี้โดยใช้กำลังประทุษร้ายต่อผู้อื่น

6.              การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานตำรวจที่ไม่ดูแลสิทธิของเราที่ถูกละเมิดเป็นความผิดตามกฎหมายอาญาและโทษวินัย  จะเรียกร้องสิทธิให้เจ้าหน้าที่รับผิดได้

ช่องทางเรียกร้องสิทธิ

1.              คดีที่มีการแย่งชิงทรัพย์โดยมีการกล่าวหาว่า เป็นการลักทรัพย์ หรือรับของโจร ซึ่งเป็นความผิดทางอาญา ต้องเริ่มคดีกันที่ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจของพื้นที่ซึ่งเกิดเรื่อง

2.              หากเป็นเรื่องการแย่งชิงสิทธิในทรัพย์เท่านั้นก็ต้องฟ้องร้องสู้คดีกันในศาลแพ่งฯ

3.              หากต้องการไล่เบี้ยคนที่มาหลอกขายรถมอเตอร์ไซค์ต้องฟ้องที่ศาลแพ่งฯ แต่อาจให้ตำรวจช่วยตามหาด้วยการแจ้งความคดีฉ้อโกงต่อตำรวจแล้วฟ้องในศาลอาญาเพื่อให้คนที่มาหลอกรับผิดทางอาญา และเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งฯไปในคราวเดียวกันก็ได้

4.              การทำร้ายร่างกายสามารถแจ้งต่อเจ้าหน้าที่บ้านเมืองให้จับกุมและดำเนินคดีได้ทันที

5.              หากเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบสามารถร้องทุกข์ต่อผู้บังคับบัญชาได้ แต่ถ้าไม่คืบหน้าให้ร้องเรียนต่อ ปปช.

สรุปแนวทางแก้ไข

                ใช้หลักกฎหมายทรัพย์ และความผิดต่อร่างกายและทรัพย์ทางอาญา และกระบวนการยุติธรรม ซึ่งกรณีนี้จะต้องมีการนำสืบของฝ่ายที่กล่าวหาให้ได้ว่าทรัพย์นั้นเป็นของตน หากมิได้ก็จะกล่าวหาว่าเราขโมยหรือรับของโจรไม่ได้ และเอาทรัพย์กลับคืนไปไม่ได้ อย่างไรก็ดีแม้ทรัพย์เป็นของเขาจริงแต่ในทางแพ่งนั้น หากทรัพย์ใดที่ผู้ซื้อได้ซื้อมาโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนย่อมได้รับการคุ้มครองสิทธิ   ส่วนเจ้าของทรัพย์เดิมก็ให้ฟ้องไล่เบี้ยเอาจากคนที่ขโมยมาหรือร้านที่รับของโจรมาขาย ส่วนคดีทำร้ายร่างกายย่อมเป็นความผิดทางอาญาแจ้งความเอาผิดได้ ส่วนเจ้าหน้าที่ประพฤติมิชอบต้องร้องต่อผู้บังคับบัญชา และ ปปช.



 

 

การเมืองของกฎหมาย 62 : ผูกขาดชีวิต

เกษตรกรรมถือเป็นวิถีการผลิตที่อยู่ควบคู่กับชีวิตคนไทยจำนวนไม่น้อยมาเป็นเวลานาน   แต่ในปัจจุบันนี้การผลิตในวิถีทางเดิมได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างที่คนในสังคมไทยมิได้ตระหนักรู้    ความคิดและจินตนาการเดิมเกี่ยวกับเกษตรกรรมที่มีทุ่งนาสีเขียว ชาวนารวมตัวกันลงแขกเกี่ยวข้าว หรือทำการผลิตอย่างหลากหลายในพื้นที่

การเมืองของกฎหมาย 61 : กฎหมายสงคราม และมาตรการ “จากเบาไปหาหนัก”

การใช้กำลังเข้าประหัตประหารกันของมนุษย์ปรากฏอยู่อย่างต่อเนื่องยาวนานควบคู่กับทุกสังคม   แต่ก็มีหลายอารยธรรมพยายามสร้างขอบเขตและแนวทางในการควบคุมความเสียหายของการใช้กำลังมิให้กระทบกระเทือนชีวิตผู้คน ทรัพย์สิน และสังคม มากเกินกว่าจะธำรงเผ่าพันธุ์ของมนุษย์ไว้ได้

การเมืองของกฎหมาย 60 : การเมืองเรื่องความยุติธรรมระหว่างคนต่างยุค

 

            ในยุคนี้คงไม่มีใครปฏิเสธหลักการที่เรียกว่า “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” เพราะไม่ว่าจะเป็นองค์กรในภาคส่วนไหนก็ได้นำหลักการนี้มาปรับใช้กับการทำงานและแสดงออกว่าเป็นภาพลักษณ์หลักขององค์กรตนเอง

การเมืองของกฎหมาย 59 : อาเซียน กับ หลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในรัฐ

การรวมกลุ่มประเทศในระดับภูมิภาคเพื่อสร้างนโยบาย หรือกฎหมายร่วมกันของรัฐสมาชิก ตั้งอยู่บนหลักความสมัครใจเข้าร่วมของรัฐ โดยส่วนใหญ่ยึดถือเจตจำนงของรัฐเป็นสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด   เนื่องจากรัฐทั้งหลายที่เข้ารวมกลุ่มนั้นย่อมีความหวังที่จะบรรลุเป้าหมายความเจริญก้าวหน้า และประโยชน์ของรัฐตนเป็นที่ตั้ง  หล