Skip to main content

 

 

                สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในแคว้นคาตาลุนญ่ามิใช่สิ่งใหม่ที่ประชาชนชาวสเปนมิอาจคาดเดาได้ เนื่องจากประเด็นความต้องการเป็นอิสระ มีความสามารถปกครองตนเอง หรือแยกออกมาประกาศเป็นรัฐใหม่ ล้วนแล้วแต่เคยเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป แล้วคุโชนขึ้นมาใหม่ตามวัฏจักรเศรษฐกิจการเมืองและกงล้อแห่งยุคสมัย

อัตลักษณ์ของชาติตามรัฐธรรมนูญ

หากพูดถึงเอกลักษณ์ของชาติ เราอาจได้ยินเรื่อง เสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพของฝรั่งเศส แต่ในสเปน รัฐธรรมนูญ 1978 ได้บัญญัติไว้ใน มาตรา 2 ว่าการเมืองการปกครองจะอยู่บนหลักการ 3 ประการ คือ เอกภาพ (Unity) อำนาจปกครองตนเอง (Autonomous) และภราดรภาพ (Solidarity)  การจัดรูปรัฐหรือแบ่งส่วนการปกครองใดๆจึงตั้งอยู่บนหลักการทั้งสามที่อาจเหมือนย้อนแย้งกันเอง แต่กลับเป็นความพยายามจัดสรรอำนาจให้แว่นแคว้นทั้งหลายสามารถหลอมหลวนอยู่ในชาติเดียวกันแต่ยังธำรงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของตนได้ โดยใช้ภราดรภาพเป็นตัวถักร้อยทุกแคว้นประสานเข้าหากัน

ภราดรภาพภาคปฏิบัติจะทำให้ทุกแคว้นอยากอยู่ร่วมกันหรือไม่ อาจจะได้เห็นในกรณีของขบวนการแยกดินแดนคาตาลุนญ่าที่สัมพันธ์กับเรื่องจัดสรรภาษีและงบประมาณระหว่างรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นต่อไป  แต่การปรากฏอยู่ของแคว้นปกครองตนเองและยังอยู่ในร่มของราชอาณาจักรสเปนย่อมแสดงให้เห็น2หลักการแรกชัดเจน

 

การออกแบบรูปรัฐและการปกครองส่วนท้องถิ่นในรัฐธรรมนูญสเปน เพื่อรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อที่แตกต่าง

เมื่อครั้งยกร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสเปนฉบับปัจจุบัน 1978 ประเด็นที่มีการถกเถียงยาวนานและยากจะออกแบบบทบัญญัติให้ราบรื่นไร้ตะเข็บที่สุด ก็คือ ประเด็นการจัดรูปรัฐ และการวางโครงสร้างรูปแบบการปกครองส่วนท้องถิ่น ว่ารัฐบาลกลางจะมีความสัมพันธ์กับรัฐบาลท้องถิ่นมากเพียงไหน ในเรื่องอะไร ประเด็นอะไร เพราะในขณะที่ร่างรัฐธรรมนูญนั้น บาดแผลและประวัติศาสตร์ของบางแคว้นก็ยังประทุอยู่ภายใน รวมถึงความพร้อมความแข็งแกร่งของแต่ละแคว้นในดินแดนสเปนก็ไม่เท่ากัน

ในที่สุดคณะกรรมการยกร่างก็เลือกที่จะกระจายอำนาจในการปกครองไปสู่แคว้นต่างๆ และคงอำนาจบางส่วนไว้ที่รัฐบาลกลาง จนได้รูปแบบการปกครองแบบสหพันธรัฐ/กึ่งสหพันธรัฐภายใต้ร่มราชอาณาจักรสเปน ตามหมวด 8 แห่งรัฐะรรมนูญ   โดยแคว้นต่างๆสามารถเลือกได้ว่าจะยกสถานะขึ้นเป็นแคว้นปกครองตนเอง (Autonomous Community) ที่มีโครงสร้างองค์กรปกครองระดับแคว้นทันที มีอำนาจจัดการกิจกรรมต่างๆเต็ม ครบที่รัฐธรรมนูญให้ไว้เลยหรือไม่ ซึ่งคาตาลุนญ่าเป็นแคว้นหนึ่งที่ประกาศเป็นแคว้นปกครองตนเองทันที เพราะมีความพร้อมอยู่แล้ว เนื่องจากเคยมีธรรมนูญของแคว้น มีสภานิติบัญญัติออกกฎหมาย และสภาปกครองแคว้นในการบริหารอยู่ก่อนแล้ว

นอกจากให้โอกาสแคว้นเลือกวางระบบแคว้นปกครองตนเองแล้ว รัฐธรรมนูญสเปนยังให้บางแคว้นคงอัตลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ของตนในบางเรื่อง แตกต่างจากรัฐอื่นได้ด้วย โดยที่ชัดเจนและเป็นประเด็นมาก คือ การให้แคว้นบาสก์และแคว้นนาร์บาร์ร่ามีอิสรภาพในการจัดเก็บภาษีและจัดสรรงบประมาณของตนเองได้มาก รัฐบาลจะไม่เข้าแทรกแซงหรือรวบอำนาจทั้งหมดไปจากแคว้น  ทำให้บาสก์สามารถจัดระบบรัฐสวัสดิการที่เข้มแข็งและจัดระบบประกันความเสี่ยงรองรับชีวิตคนได้มาก ตามประวัติศาสตร์เศรษฐกิจการเมืองที่มีความเป็นซ้ายเฟเบียน (สังคมนิยมแบบชุมชนสวัสดิการ) เป็นต้น

 

ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกลางระดับชาติกับรัฐบาลท้องถิ่นระดับแคว้น

รัฐธรรมนูญสเปนมิได้ให้รายละเอียดของแคว้นปกครองตนเอง แต่ให้อำนาจแคว้นริเริ่มจัดตั้งองค์กรนิติบัญญัติและบริหารปกครอง กำหนดขอบเขตอำนาจด้วยร่างธรรมนูญปกครองตนเองแห่งแคว้นโดยเปิดช่องไว้ตามรัฐธรรมนูญ แต่อำนาจตุลการพิพากษาคดีความต่างๆยังต้องอยู่ภายใต้โครงสร้างของระบบศาลสเปนทั้งหมด

ทั้งนี้ระบบกฎหมายที่ใช้รัฐสภาระดับชาติจะวางกรอบกฎหมายทั่วไป แล้วให้สภาแคว้นออกกฎหมายเฉพาะลงรายละเอียด แต่องค์กรศาลผู้บังคับตามกฎหมายอยู่ภายใต้โครงสร้างรัฐสเปนแบบรวมศูนย์

อำนาจในการจัดสรรทรัพยากรทางการเงินการคลัง จัดเก็บภาษี และธนาคารกลาง ล้วนอยู่ภายใต้อำนาจรัฐบาลกลาง เว้นเพียงสองแคว้น คือ บาสก์ และนาร์บาร์ร่า ตามข้อบัญญัติเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่ยืนยันสิทธิอำนาจของทั้งสองตามที่มาทางประวัติศาสตร์

 

เมื่อรัฐบาลกลางต้องการบังคับรัฐบาลท้องถิ่น

เมื่อแคว้นต่างๆมีอำนาจในการริเริ่มเรื่องต่างๆขึ้นมาบังคับใช้ รัฐบาลกลางจึงทำหน้าที่ตรวจสอบควบคุมความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ผ่านกลไกการยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ เช่น กรณีธรรมนูญแคว้นคาตาลุนญ่าที่สภาแคว้นเสนอขึ้นใหม่ในปี 2006 มีถ้อยคำประกาศความเป็น “ชาติคาตาลัน” และออกแบบขอบเขตอำนาจองค์กรที่สัมพันธ์กับองค์กรระดับรัฐบาลกลางในลักษณะจำกัดอำนาจรัฐบาลกลางขยายอำนาจรัฐบาลท้องถิ่น จนรัฐบาลสเปนส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความเพิกถอนบทบัญญัติบางส่วนของธรรมนูญดังกล่าวในปี 2010 จนเป็นปมขัดแย้งกินแหนงระหว่างสองฝ่าย  

สถานการณ์ปัจจุบันรัฐบาลกลางอาจใช้มาตรา 155 เพื่อระงับอำนาจปกครองตนเองของรัฐบาลท้องถิ่น โดยรัฐบาลกลางจะทำหนังสือแจ้งไปยังรัฐบาลท้องถิ่นให้รักษากฎหมายและรัฐธรรมนูญ หากรัฐบาลท้องถิ่นไม่ปฏิบัติ รัฐบาลกลางก็จะขอการอนุมัติจากวุฒิสภาเพื่อระงับอำนาจปกครองตนเองของแคว้นแล้วเข้าปกครองเองโดยตรง   จึงเป็นที่มาว่านายกรัฐมนตรีมาริอาโน่ ราฆอย ทำหนังสือให้ปรานสภาแคว้นคาตาลุนญ่าบอกมาว่าจะประกาสอิสรภาพหรือไม่  เพราะจะได้ดำเนินการตามขั้นตอน ม.155 ต่อไป   โดยมาตรการนี้ไม่เคยมีการใช้มาก่อนเลยในสเปน

 

การเมืองระดับประเทศอลหม่านเข้าทางนักการเมืองท้องถิ่น

การชูธงให้คนตาลุนญ่าทำประชามติของพรรคโปเดโมสเพื่อสร้างแนวร่วมกับพรรคนิยมคาตาลัน นั้นเป็นการหักเหลี่ยมการเมืองระดับชาติของสองพรรคใหญ่ของสเปน ทั้งพรรคประชาชน(ฝ่ายขวา รัฐบาล) และพรรคสังคมนิยม(ฝ่ายซ้าย ฝ่ายค้าน) เพราะเป็นแนวทางที่สุดโต่งในสายตานักการเมืองระดับชาติของสเปน   แต่สะท้อนให้เห็นว่าโปเดโมสที่เป็นพรรคซ้ายจัดนั้นอ่านอารมณ์ของมวลชนได้ดีกว่ามาก

ไม่ใช่อารมณ์ของคนที่อยากแยกดินแดน แต่อารมณ์ของคนที่อยากส่งเสียงให้รัฐบาลกลางได้ยิน ปนไปกับความผิดหวังที่มีต่อพรรคการเมืองเก่าแก่ทั้งสองขั้ว ว่าไม่อาจสนองความต้องการของประชาชนได้อีกแล้ว  เห็นได้จากคะแนนพรรคโปเดโมสที่ได้แบ่งพรรคใหญ่มาจากทุกแคว้น แต่ในแคว้นคาตาลุนญ่าได้กลายเป็นเรื่องประชามติกำหนดอนาคตแคว้นไป

 

จากขบวนการเมืองขนาดใหญ่ สะเทือนถึงชีวิตประจำวัน

เมื่อปี 2013 ที่ข้าพเจ้าได้ไปเริ่มต้นชีวิตนักเรียนนั้น ประเด็นชาตินิยมคาตาลันเป็นเรื่องอ่อนไหวแต่สามารถพูดคุยได้ การรณรงค์ทางการเมืองหรือการพูดคุยประเด็นนี้ในวงข้าวและกาแฟสามารถกระทำได้ และพูดกันตรงๆได้อย่างถึงพริกถึงขิง แม้จะต้องระมัดระวังก็เพียงไม่ให้อารมณ์เดือด

แต่เมื่อวันที่ข้าพเจ้าสำเร็จการศึกษาการหยิบเรื่องนี้มากลางวงคณาจารย์สอบวิทยานิพนธ์ที่มาจากหลายแคว้น พุดได้หลายสำเนียงหลายภาษา กลับกลายเป็นว่ามิควรพูดเสียแล้วเพราะอาจทำลายบรรยากาศการสังสรรค์  สาเหตุมาจากการรณรงค์เชิงวัฒนธรรมที่เร้าความรู้สึกคนให้มีจุดยืนทางการเมืองที่แรงกล้า และความระแวงว่าจะกินแหนงแคลงใจกัน

โดยมีสกู้ปข่าวและบทสัมภาษณ์ในหนังสือพิมพ์สเปนเล่าเรื่องคนคาตาลันหรือคนที่มาจากแคว้นอื่นของสเปนว่า พวกเขาเกรงกลัวการแสดงความเห็นต่อต้านขบวนการประกาศอิสรภาพเพราะอาจทำให้เจ้านาย ผู้บังคับบัญชา ลูกค้า นายจ้าง ผู้อาวุโส เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ ไม่พอใจ ชีวิตหน้าที่การงานตนอาจจะได้รับผลกระทบ

แต่คุณค่าที่ใหญ่กว่า คือ สิทธิมนุษยชน ช่วงท้ายการรับประทานอาหาร กรรมการทั้งหลายจึงคุยเรื่องนี้กันจริงจังนับชั่วโมง บนพื้นฐานของเสรีภาพในการแสดงออกตามระบอบประชาธิปไตย

 

การขยายผลความขัดแย้งผ่านสื่อเครือข่ายสังคม Political Social Network and its impacts

การปลุกเร้าอารมณ์ความรู้สึกคนให้เข้าร่วมขบวนการหรือต่อต้านขบวนการอย่างรุนแรงก็สอดรับกับสิ่งที่ มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก ออกมาแสดงความเสียใจที่โซเชียลเน็ตเวิร์คมีส่วนขยายความขัดแย้ง การแสดงออกรุนแรง ดูหมิ่นเหยียดหยามอาฆาตมาดร้าย เพราะมีผู้ที่ใช้เครือข่ายแสดงออกความคลั่งชาติทั้งคาตาลันและเอสปันญ่อล รวมถึงมีนักเกรียนเข้าไปก่อกวน ยั่วยุอารมณ์ซึ่งกันและกันอย่างต่อเนื่อง

รวมถึงใช้เป็นช่องทางในการเรียกระดมคนออกมารณรงค์เดินขบวนและชุมนุมในพื้นที่สาธารณะในปริมาณมหาศาลอย่างที่ปรากฏ  และยังเป็นที่รวมกลุ่มของพวกหัวรุนแรงสุดโต่งของทุกฟากฝ่ายให้มาเจอกันและกล้าแสดงตัวทำกิจกรรมในพื้นที่สาธารณะมากขึ้น

 

ถ้ายังอยู่ร่วมกันในช่วงทศวรรษนี้ จะมีผลดีผลเสียอย่างไร

ผลเสีย คือ คาตาลุนญ่าจะติดหล่มการเมืองระหว่างประเทศที่ไร้เสถียรภาพ ไร้ภาวการณ์นำ ติดอยู่กับพรรคการเมืองใหญ่สองขั้วที่ไม่สนองมวลชน  การทุจริตคอรัปชั่นในวงราชการและนักการเมืองทำให้คำถามถึงการจ่ายภาษีให้มาดริดขุดรีดมีต่อไป  รวมถึงต้องอยู่กับระบบราชการที่ล่าช้าไร้ประสิทธิภาพทำให้การพัฒนาช้า ไม่ส่งเสริมทุนและผู้ประกอบการรายใหม่ให้พร้อมแข่งในตลาดโลก

ผลดี คือ สเปนและคาตาลุนญ่ายังคงสถานะตลาดขนาดใหญ่ และแรงงานทุกระดับสามารถเคลื่อนย้ายไปทำงาน บรรษัทห้างร้านสามารถส่งสินค้า ให้บริการและลงทุนได้อย่างอิสระไร้รอยต่อ คาตาลุนญ่าไม่ต้องเร่งหาเงินมาจ่ายหนี้ 67 พันล้านยูโรให้ธนาคารกลางสเปน หากสเปนวีโต้สมาชิกสหภาพยุโรปของคาตาลุนญ่า ก็จะมีรอยต่อความสัมพันธ์สมาชิกประเทศในสหภาพยุโรปเพราะการส่งออก 2/3 ของคาตาลุนญ่านั้นอยู่ในสหภาพยุโรป รวมถึงปัญหาการใช้สกุลเงินยูโรเพราะธนาคารกลางคาตาลุนญ่าจะไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขภายใต้ธนาคารกลางสหภาพยุโรป

ยิ่งกว่านั้นประชาชนที่อยู่ในแคว้นคาตาลุนญ่าหรือคนคาตาลันที่ออกไปอยู่ที่อื่นจะมีเวลาวิเคราะห์ข้อมูลก่อนตัดสินใจได้อย่างมีสติ

 

ประเด็นคาใจและหมุดหมายด้านสิทธิมนุษยชน

ปัญหาที่จะทำให้อยู่ด้วยกันต่อไปยากลำบากก็คือ บาดแผลจากการละเมิดสิทธิมนุษยชน

การละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยรัฐบาลกลางสเปนทั้งเรื่องการสลายชุมนุมรุนแรง การบุกรวบแกนนำขบวนการประกาศอิสรภาพโดยปราศจากหมายศาล การบุกปิดสำนักงานเว็บไซต์ดอตคาตาลัน ไปจนถึงการดักฟังบุคคลสำคัญ ล้วนเป็นประเด็นที่น่ากังวล

กลับกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยรัฐบาลท้องถิ่นคาตาลุนญ่าที่รวบรัดกระบวนการประชามติและไม่ประกันเสรีภาพในการแสดงออกของผู้ไม่เห็นด้วยกับขบวนการ ก็เป็นประเด็นสำคัญเพราะประชาธิปไตยต้องให้ความสำคัญกับคะแนนเสียง

 

ท่าทีขององค์การระหว่างประเทศ

ผู้ตรวจการเสรีภาพในการแสดงออกของสหประชาชาติกังวลต่อการควบคุมและคุกคามของรัฐบาลกลางสเปนจากหลายกรณีที่เกิดขึ้น

สหภาพยุโรปไม่แทรกแซงกิจการภายในรัฐสเปน โดยให้ทั้งสองฝ่ายแสวงหาทางออกกันเอง ตราบใดที่ยังไม่มีการกระทำละเมิดกฎบัตรสิทธิขั้นพื้นฐานของสหภาพยุโรปอย่างร้ายแรง

คณะมนตรีแห่งยุโรปและศาลสิทธิมนุษยชนยุโรปจะรับเฉพาะคดีที่มีการละเมิดปฏิญญาสิทธิมนุษยชนยุโรป ดังนั้นการยื่นขอกำหนดอนาคตตนเองของ”กลุ่มชนคาตาลัน” จึงไม่อยู่ในเขตอำนาจของศาลสิทธิมนุษยชนยุโรป

องค์การนิรโทษกรรมสากลก็มีรายงานถึงการใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุในการสลายชุมนุมของตำรวจปราบจลาจลสเปน

 

แล้วจะอยู่ร่วมกันต่อไปได้อย่างไร

เป้าหมายที่เป็นไปได้ทั้งในแง่การรอมชอมทางการเมืองและผลทางกฎหมายรัฐธรรมนูญ คือ การต่อรองเพื่อเพิ่มอำนาจปกครองตนเองให้กับแคว้นคาตาลุนญ่า ในลักษณะของการยกระดับเป็นเขตปกครองพิเศษทางภาษีและงบประมาณ (Catalunya Pais – Catalunya Country) ดุจดังปรากฏอยู่แล้วในการปกครองตนเองของแค้วนบาสก์ (Basque Pais – Basque Country) กล่าวคือมีอิสรภาพในการจัดเก็บภาษีเพื่อจัดทำงบประมาณของตนเองมากขึ้น สามารถกำหนดการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อจัดทำบริการสาธารณะและจัดสรรงบประมาณที่แตกต่างจากแคว้นอื่นได้มากยิ่งขึ้น  [ปัจจุบันการปกครองตนเองคาตาลุนญ่าอยู่ในระดับ Catalunya Community ซึ่งไม่มีอิสรภาพทางภาษีและงบประมาณจากรัฐบาลกลางมากนัก คนคาตาลันจึงบ่นเสมอว่า “เราผลิตได้ 20% ของทั้งประเทศ แต่ได้คืนกลับมาไม่ถึงครึ่ง” (ได้รับจัดสรรงบประมาณ 10% ตามหลักภราดรภาพที่รัฐบาลกลางต้องนำเงินไปอุดหนุนแคว้นอื่นที่สถานะทางเศรษฐกิจด้อยกว่า และเป็นเหตุให้แคว้นคาตาลุนญ่าต้องกู้ยืมเงินจากรัฐบาลกลางจนเป็นหนี้มากเป็นลำดับ 3)

 

 

ผู้เขียน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทศพล ทรรศนกุลพันธ์

 

บล็อกของ ทศพล ทรรศนพรรณ

ทศพล ทรรศนพรรณ
ตลอดระยะเวลาแห่งความขัดแย้งทางการเมือง ได้มีกลุ่มต่างๆ เสนอทางออกของปัญหาด้วยการใช้กฎหมายมากมายหลายมาตรา   แต่มาตราหนึ่งซึ่งเป็นข้อถกเถียงมาก คือ การใช้รัฐธรรมนูญ ม.7 ตั้งแต่เมื่อคราวที่ยังใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 เรื่อยมาจนถึง ฉบับปี 2550   คนจำนวนไม่น้อยคงสงสัยมากว่า มาตรา 7
ทศพล ทรรศนพรรณ
เอาล่ะครับ พ่อแม่พี่น้อง เรื่องถัดไปนี่คงเป็นความสนใจของเพื่อนพ้องหลายๆพื้นที่นะครับ ผมได้รับแจ้งเข้ามาว่า  เจ้าพนักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่หนึ่งมีการเพิกเฉย ละเลย ดูแลปัญหาความเดือดร้อนของคนในพื้นที่ แถมยังมีเรื่องราวกินสินบาทคาดสินบนทำให้ชาวบ้านจนปัญญาจะหาทางแก้ไขเข้าไปอีก&n
ทศพล ทรรศนพรรณ
พลังเหนือมนุษย์ ที่จะพูดถึงในครั้งนี้ประกอบไปด้วยสองส่วน คือ พลังธรรมชาติ และพลังลี้ลับ   ซึ่งกฎหมายก็ได้พูดถึงสองสิ่งนี้อยู่ไม่น้อยทีเดียว
ทศพล ทรรศนพรรณ
เรื่องนี้เป็นสารพัดปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้ใช้แรงงานในยามที่เจอกับภาวะเศรษฐกิจตกสะเก็ด เราคงได้ยินเสียงผู้ประกอบการบ่นให้ฟังว่า ยอดสั่งซื้อตก กำไรหด ต้องลดกำลังการผลิตเพื่อให้บริษัทอยู่รอดกันใช่ไหมครับ  แต่ทราบไหมครับว่า ทุกครั้งที่บอกว่าขาดทุนและต้องลดต้นทุนหรือกำลังการผลิตนั้น มันหมายถึงการป
ทศพล ทรรศนพรรณ
             กฎหมายสมัยใหม่ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันนี้ มีสิ่งที่ต้องเข้าใจร่วมกันว่า ได้ให้อำนาจเด็ดขาดแก่รัฐในการบีบบังคับประชาชนในรัฐ และลงโทษผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมายโดยการใช้ความรุนแรงนับตั้งแต่ การประหารชีวิต การจำคุก การควบคุมตัว ริบทรัพย์ ในระบบกฎหมายอาญา  ไ
ทศพล ทรรศนพรรณ
ทุกท่านคงทราบกันแล้วนะครับว่าปัจจุบันกฎหมายไทยเกี่ยวกับเรื่องข่มขืนได้มีการปรับปรุงแก้ไขไปให้ทันกับสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นจริง เพราะมิใช่เพียง
ทศพล ทรรศนพรรณ
คงมีหลายคนสงสัยว่าทำไมนักกฎหมายมักย้ำเสมอว่าปัญหาทางกฎหมายต้องตอบในลักษณะ “หนึ่งคำถาม หนึ่งคำตอบ”    กล่าวคือ ในปัญหาเรื่องนั้นจะต้องมีคำชี้ขาดขององค์กรตุลาการหรือองค์กรวินิจฉัยชี้ขาดที่ชัดเจนแน่นอนเพียงหนึ่งเดียว   ห้ามมีคำตอบแตกต่างหลากหลาย   เช่น  
ทศพล ทรรศนพรรณ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งกับผู้ใช้รถใช้ถนนทั้งในเมืองและต่างจังหวัด เนื่องจากในบางเส้นทางจะมีด่านตรวจของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งเราก็ไม่แน่ใจว่าจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อถูกกักตัวหรือขอตัวค้นรถตอนถึงด่าน   ทั้งยังสงสัยกับพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ตรงด่านว่าใช่ตำรวจหรือไม่ มีอำนาจหน้าที่อะไ
ทศพล ทรรศนพรรณ
       หลายครั้งที่เราสงสัยกันว่าทำไมเรื่องที่เค้าเถียงกันแทบเป็นแทบตายไม่มีคำตอบที่ชัดเจนสักที ตำรวจก็บอกว่าต้องทำตามกฎหมายข้อนี้ นักกฎหมายก็อ้างว่าไม่ได้ต้องดูกฎหมายอีกฉบับด้วย แล้วพอไปออกรายการทีวีเถียงกันก็ยังไม่ค่อยจะรู้เรื่อง เพราะปัญหาเดียวกันไหงมีกฎหมายมาเกี่ยวข้องต้อง
ทศพล ทรรศนพรรณ
ปัจจุบันมีคนจำนวนมากเข้าไปทำงานตามร้านอาหารหรือสถานบริการต่างๆมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ตามจำนวนร้านรวงที่ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด จุดไหนมีคนทำงานหรือเรียนหนังสือเยอะๆก็จะมีร้านตั้งมาดักไว้เต็มไปหมด ก็มีคนพูดไว้เยอะว่าร้านอาหารที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นแหล่งมั่วสุมของนักศึกษาหรือว่าคนทำงานในวัยหนุ่มสาว&
ทศพล ทรรศนพรรณ
ตอนนี้เราจะมาดูกันนะครับว่า ทำไมเมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้นมาในสังคม เราจึงต้องใช้กฎหมายมายุติความขัดแย้ง   เหตุผลของเรื่องนี้ก็ต่อมาจากตอนที่แล้วซึ่งเราบอกว่า กฎหมาย คือ กติกา ที่สังคมกำหนดขึ้นมาร่วมกัน เพื่อชี้ว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์ต่างๆขึ้น แล้วตกลงกันไม่ได้ จะ “ยุติ” ความขัดแย้งอย่างไรใ
ทศพล ทรรศนพรรณ
เรื่องที่ผมจะเอามาเล่าสู่กันฟังเป็นความเดือดร้อนแสนสาหัสของน้องสองคนซึ่งได้รับผลกระทบจากการประกาศภาวะฉุกเฉิน เคอร์ฟิว ในช่วงที่มีการปราบปรามและสลายการชุมนุม   ซึ่งมันเกี่ยวพันกับชีวิตคนธรรมดาอย่างเราๆท่านๆมากขึ้น เพราะสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2