Skip to main content

ปีนี้หนาวเหน็บจนคางสั่น

ฟันกระทบกันดังกึกๆ วิทยุรายงานว่า หนาวที่สุดในรอบ 30 ปี ผมวัย 10 ขวบกับอุ๊ยคำ (มารดาของพ่อหรือแม่)เข้านอนแต่หัวค่ำ ไม่ได้มาหิง(ผิง)ไฟข้างรั้วเหมือนทุกคืน พ่อแม่ผมที่อยู่อีกหลังหนึ่ง มานั่งหิงไฟสักพัก พ่อได้ส่งเสียงถามอุ๊ย


แม่หลับละยัง ?”

อุ๊ยคำซึ่งนอนห่มผ้าต้วบ(ผ้าห่ม)หลายผืน บนสุดเป็นผ้าต้วบใหม่ขนฟูสีเหลืองลายดอกที่พ่อซื้อให้

ยังบ่ะหลับเตี้ย คืนนี้มันหนาวล้ำไป”

ลมกลางข่วง(ลาน)บ้าน พัดเย็นขนาดแม่ สักกำ เจ้าก็ขึ้นบ้านแล้ว...

รักนอนละกาแม่ ?” แม่ผมพูดกับอุ๊ยคำบ้าง

กำลังงีบ จะไปนั่งหิงไฟเมินเน้อ ลมมันเย็น กำเดียวจะบ่ะสบาย”

ไปนอนเน้อแม่” พ่อบอกอุ๊ยคำ

เอ่อๆ ! ไปเต้อะ”

อุ๊ย หนาวก่อ” ผมกระซิบข้างหู

หนาวบ่ะหนาว ตีนปอจะเป๋นเกี่ยว(ตะคริว)”

รักก่อหนาว จนนอนงอเป็นกุ้งแห้งแล้ว”


อุ๊ยเอื้อมมือมาจัดผ้าห่มให้คลุมตัวผมจนทั่ว บอกให้นอน ผมยืดคอไปหอมแก้มอุ๊ยหนึ่งครั้ง แก้มอุ๊ยหอมสบู่ซันไลท์ที่มีสีเหลืองและเย็น อุ๊ยสอนให้ผมไหว้พระก่อนนอน ผมนึกได้ ค่อยพลิกตัวคุกเข่าโดยไม่ให้ผ้าห่มออกจากตัว อุ๊ยรู้ว่าผมขยับตัว ถามในความมืดสลัวว่า ทำอะไร ผมบอกว่าไหว้พระ อุ๊ยว่าดีๆ จะทำให้พระเจ้าคุ้มครอง จิตใจสงบไม่ฝันร้าย ไม่นานเราก็หลับใหลภายใต้ผ่าห่มอุ่น ไม่มีโอกาสได้ยินเสียงน้ำค้างหยด ไม่ได้เห็นเจ้านากหมาของผมนอนขดตัวสั่นคลุกขี้เถ้าข้างกองไฟที่เริ่มมอด

 

ใกล้สว่าง

เสียงไก่ขันดังเยือกเย็นเสียดความหนาวมาในค่ำคืน ความเย็นได้ลดลงถึงขีดต่ำสุดของคืน มันหนาวจนไม่อยากลุก เช้านี้เป็นวันเสาร์ ขอนอนอุ่นในผ้าห่มต่อไป นึกได้ว่าได้ “ตั้งกว่าง” ที่ต้นมะเกี๋ยงต้นหนึ่ง ทางทิศตะวันออก มีต้นมะเกี๋ยงทั้งหมดสามต้นปลูกเรียงแถวไปยังกึ่งกลางรั้ว ดึงผ้าห่มออกไว้ข้างตัวช้าๆกลัวอุ๊ยตื่น อุ๊ยขยับตัวถามว่าไปไหนแต่เช้า ผมบอกว่า ไปดูกว่างที่ตั้งไว้ ผมรีบลุกขึ้น ยังไม่ล้างหน้าวิ่งลงบันไดไป ลำอ้อยท่อนหนึ่งแขวนไว้กับกิ่งต้นมะเกี๋ยง

 

 

มีกว่างตั้งตัวหนึ่งผูกไว้

เป็นกิ่งที่ยื่นออกไปเด่นชัดกว่ากิ่งอื่น ไม่สูงมากนัก อยู่ในตำแหน่งที่กว่างตัวอื่นจะบินมาในอากาศได้สะดวกทุกทิศทาง ผมมาถึงที่กว่างตั้งไว้ เดินไปรอบลำอ้อย ใจวาบด้วยความยินดี มีสีดำตรงข้างลำอ้อย ตรงข้ามกว่างตั้งเป็นสีดำมีขนาดพอๆ กับกว่างตั้ง ผมเดินไปคว้าไม่สอยใต้ต้นมะเกี๋ยง ใช้ปลายไม้ไผ่ที่เป็นง่ามอ้า สอดเสียบตรงลวดที่อยู่เหนือท่อนอ้อย ลวดนี้จะงอปลายด้านหนึ่งเสียบอ้อยท่อนบน ปลายด้านบนของลวดดัดงอคล้ายขอเบ็ด เพื่อสะดวกในการแขวนอ้อย เขาบนของกว่างถูกผูกด้วยเชือกเส้นเล็กๆ เป็นเงื่อนตะกรุดเบ็ด เชือกนี้ยาวราวศอกหนึ่งถูกโยงไปผูกกับหลักไม้ที่เสียบอ้อย ท่อนอ้อยกว่างถึงมือผมแล้ว มองดูมันอย่างตื่นเต้น มันเป็นกว่างแซม กว่างชนิดนี้ตัวมันจะบอบบาง เขายาวแหลม ไม่สั้นแบบกว่างกิ และไม่ยาวเหมือนกว่างโซ้ง มือซ้ายจับลวดที่งอเหนือท่อนอ้อย ผิงไม้สอยกับต้นมะเกี๋ยง มือขวาจับกว่างแซมที่ตั้งได้ กลัวมันบินหนี ผมรู้สึกอุ้งเท้าเย็น หมอกคลุมไปทั่วลานบ้าน บ้านทั้งหลังเหมือนจมอยู่ในหมอก หลังคาตองตึง(ใบพลวง)เปียกชื้นไปหมด เดินมุ่งมาบ้าน ถึงตีนบันได น้ำมันเย็นไม่อยากล้างเท้า ใช้กะลาที่วางครอบบนไม้ไผ่เล็กๆที่ปักโด่ข้างหม้อน้ำล้างเท้า ตักน้ำรดหลังเท้า ใช้เท้าขัดกันไปมา ล้างน้ำอีกหน สะลัดเท้าเดินขึ้นบันไดบ้าน

 

ฟ้าเริ่มสาง

ได้ยินเสียงอุ๊ยล้างหน้าบ้วนปาก หม้อนึ่งสำหรับนึ่งข้าวเหนียวตั้งบนเตาไฟ เปลวไฟสีส้มปนเหลืองลามเลียก้นหม้อนึ่งสีดำ เปลวไฟตวัดไปมาเหมือนมีชีวิต แดดส่องแสงสว่างอบอุ่นมาขับไล่หมอกเย็น ความสว่างค่อยเพิ่มขึ้น หมอกถอยรนและจางหายช้าๆ อุ๊ยเดินลงบันไดมาก่อไฟให้เจ้า “นาก” หมาขนสีน้ำตาลยามประจำบ้าน ที่นอนขดตัวบนขี้เท้าข้างกองไฟเก่า เปลวไฟลุกสว่าง เจ้านากลืมตามองอุ๊ยเหมือนขอบคุณ ตัวมันสั่นด้วยความหนาวเย็น พักหนึ่งจึงหายสั่น ค่อยหลับตานอนหลับหายใจสม่ำเสมอ อุ๊ยเดินขึ้นบันไดมานั่งใกล้ๆผม ที่กำลังวุ่นอยู่กับกระป๋องใส่กว่างหลายตัว เช่น กว่างกิ กว่างแซม กว่างซาง กว่างตัวเมีย


ได้กว่างใหม่ก่อ กี่ตั๋ว ?”

ได้กว่างแซมตั๋วนึ่ง”

อุ๊ยนึกว่าได้กว่างโซ้ง”

กว่างโซ้งรูปร่างเป็นอย่างใด ?”

กว่างโซ้ง ตั๋วมันใหญ่กว่ากว่างแซม เขามันยาวกว่าตั๋ว ตั๋วกับเขามันงามขนาด ทรหดอดทน บางตั๋วชนเก่งและหลวก(ฉลาด)ขนาด”

รักอยากได้กว่างโซ้งงามๆสักตัว... แต้นา”

เอากว่างไปตั้งกู้คืน ก่อคงจะได้สักวัน...ใจ๋เย็นไว้...ลงไปหิงไฟได้แล้ว

อุ๊ยก่อไฟหื้อรักแล้ว เออ ! พับผ้าต้วบเก็บสุด(มุ้ง)หื้ออุ๊ยกำ ล้างหน้าแปรงฟัน แล้วก็ลงไปหิงไฟ.

บล็อกของ ถนอมรัก เดือนเต็มดวง

ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
  เสียงร้องเพลงดังขึ้นพร้อมกับอิเล็กโทน แต่ยังไม่ปรากฏตัวผู้ร้อง เร้าใจผู้ชมให้อยากเห็นหน้ายิ่งนัก ครู่เดียว   บนเวทีปรากฏร่างผู้ชาย 2 คน หญิง 2 คน เดินออกมาจากหลังเวที คนแรกเดินถือไมค์ร้องนำออกมา แนวเพลง “พรศักดิ์ ส่องแสง” กล่อมผู้ชมด้วยเพลงยอดฮิตในอดีต “เมียเด็ก” เสียงดีพอใช้ได้ทีเดียว เพ่งดูชัดๆเป็นหัวหน้าคณะช่างซอ สิงห์คำนั่นเอง ยังคงสวมชุดเดิม ช่างซออีก 3 คนเต้นเป็นหางเครื่อง สะบัดแข้งขาหมุนตัวพอใช้ได้ ช่างซอหญิงทั้ง 2 คน เปลี่ยนนุ่งกางเกงขาสั้นสีขาว เสื้อแขนกุดสีสดใส …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
    ผู้ใหญ่บ้านเดินมาหน้าเวที   ยื่นใบแดงให้ฝ่ายชาย 1 ใบ   ฝ่ายหญิงอีก 1 ใบ   ผู้รับก้มไหว้ในท่าที่คิดว่าสวยที่สุด   ยังไม่พอ   ผู้ขับซอทั้ง 4 คน ประกอบด้วย   สิงห์คำ   แจ่มจันทร์   ก้าน   ผ่องพรรณ   คนหลังนี่เนาวรัตน์จ้องดูเธอมากกว่าใคร   เธอสวยทันสมัยถูกใจมาก   ทุกคนช่วยกันขับซออ้อนรายต่อไป   มีรายชื่อในสมองมากมาย   รวมทั้งในกระดาษและที่มีคนกระซิบบอกอีกหลายชื่อ   เป็นช่วงเวลาเป็นเงินเป็นทองของพวกเขา  …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
  ใครบ้างไม่ชอบ ความสวยงาม คนสวยคนหล่อ ดวงอาทิตย์ขึ้น ทะเลหมอกยอดดอย อาหารอร่อย กาแฟรสเข้ม ทะเลกับหาดทราย สวนดอกไม้นานาพันธุ์   เสียงนกร้อง น้ำตกสาดซัดหินผา    สายลมต้องใบไม้ผะแผ่ว ระฆังชายคาโบสถ์วะแว่ว และเสียงมนุษย์ที่ขับขานเป็นท่วงทำนองเสียงเพลง ผมชอบฟังเพลงตั้งแต่เด็ก ร้องเพลงเมื่อเรียนชั้นประถมศึกษา พอโตก็ร้อง เคยร้องกับวงดนตรีครูดอย ชื่อวง “สนเกี๊ยะ” คนร้องกับดนตรีไปคนละทาง เรียกว่าร้องไม่เป็นสรรพรส ทำให้นักดนตรีวุ่นวายทั้งวง เขาคงกลัวจะเสียชื่อ …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
ความหนาวเย็นแห่งฤดูหนาว จากไปโดยไม่ล่ำลา ลมร้อนพัดเข้ามาแทน แม้ไม่เชื้อเชิญ ระหว่างรอยต่อปลายกุมภาพันธ์ ได้ยินเสียงนก “ปิ้ดจะลิว”(นกกรงหัวจุก) ส่งเสียง “ปิ้ดจะลิวๆ” ตอนเช้าตรู่ ยังไม่เห็นตัวเสียงมาก่อน นกจี๋เจี๊ยบ(นกกางเขน)ส่งเสียงแหลมสูงเจื้อยแจ้วประชัน จักจั่นเป็นฝูงส่งเสียงแซ่สนั่นที่ต้นสักข้างบ้าน ไม่เห็นตัวอีกเช่นกัน เหมือนนักร้องลูกทุ่งดัง ระดับหัวหน้าวง ต้องร้องอยู่หลังม่านเวทีสักท่อนหนึ่งก่อน แล้วจึงค่อยเดินตัวตรงมาดเท่ในชุดสากล ปรากฏตัวต่อมิตรรักแฟนเพลง น้ำแม่ขานที่คั่นระหว่างบ้านทุ่งแป้ง(อำเภอสันป่าตอง) …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
พอทราบข่าว ผลการประกวดภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 20 ประจำปี 2553 ณ ศูนย์การค้า เซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บิช เมื่อค่ำวันที่ 6 มีนาคม 2554 ว่า ผู้ได้รับรางวัล ผู้แสดงนำหญิงยอดเยี่ยม เป็นสาวน้อยวัย 18 ปี หน้าตาใสๆ น่ารัก ชื่อ “หนูนา” หนึ่งธิดา โสภณ(160 ซ.ม./44 กก.) จากหนังเรื่อง “กวน มึน โฮ” เธอสามารถทำคะแนนนำสาวพลอย เฌอมาลย์ สาวสวยเข้มฝีมือจัดจ้าน ที่แสดงเรื่อง “ ชั่วฟ้าดินสลาย” จากบทประพันธ์ของ “เรียมเอง” หรือ มาลัย …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
 
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
    ผมสูดปากเบาๆ มันแสบตาแทบลืมไม่ขึ้น น้ำตาเริ่มไหล “ลุงขยับหน้าเข้ามาใกล้อีกนิด ให้คางวางบนแผ่นพลาสติก หน้าผากชิด นั่งนิ่งๆนะครับ.” หมอหนุ่มเริ่มหมุนกล้องที่ติดกับส่วนที่ผมวางคาง ปรับกล้องจนผมรู้สึกว่าผิวเลนซ์กล้องมันแทบติดดวงตา แสงไฟสว่างจ้าเข้มลำเล็กพุ่งเข้าดวงตา หมอตรวจทั้งสองข้าง ปากก็พูดพึมพำ “ความดันตาปรกติ” หมอปรับระยะกล้องตรวจใหม่ บอกผมให้วางคางบนแผ่นพลาสติก ส่วนหน้าผากชิดติดกับแผ่นเหล็กข้างหน้า ฝ่ามือผมทั้งคู่วางบนโต๊ะเพื่อทรงตัว หมอส่องกล้องตรวจตาทีละข้างอีกรอบ ให้ผมกลอกตามองข้างบน แล้วมองล่าง…
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
  ฟลอเรนซ์ ไนติงเกล   รอหมอนานๆน่าเบื่อ ส่วนใหญ่นั่งเงียบที่แถวเก้าอี้ หูคอยฟังนางพยาบาลเรียกพบหมอ ส่วนตานั้นจับจ้องดูความเคลื่อนไหวของนางพยาบาล บางคนฆ่าเวลาด้วยการพูดคุยกับคนข้างเคียง ได้ยินนางพยาบาลที่ประจำห้องตรวจรียกชื่อคนไข้เป็นระยะๆ แล้วผายมือให้นั่งรอคิวที่เก้าอี้ข้างประตูห้องตรวจ นั่งรอหมอนานๆไม่รู้ทำอะไร ผมฆ่าเวลาโดยมองดูสิ่งรอบๆตัวให้สบายตา ดูพยาบาลชุดขาวสะอาด ผิวขาวสะอาดสะอ้าน คนนี้หน้าสวย คนนั้นตาสวย คนนี้พูดเพราะ ทุกคนเคลื่อนไหวตลอด บ้างก้มหน้าพิมพ์ข้อมูลที่โต๊ะคอมพิวเตอร์ …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
  วันนี้ขับรถยนต์ จากบ้านทุ่งแป้ง อำเภอสันป่าตอง เวลา 7.32 น หมอนัดตรวจตา ที่โรงพยาบาลสวนดอก(มหาราช) เชียงใหม่ เป็นช่วงเวลาเร่งรีบของทุกคน บ้างรีบไปทำงาน บ้างรีบไปเรียนหนังสือ ถนนจึงมากมายด้วยรถรา พอวิ่งเข้าเขตตัวอำเภอสันป่าตอง รถเริ่มติด และติดหนาแน่นขึ้นเมื่อวิ่งเข้าเขตอำเภอหางดง เริ่มเข้าสู่ตัวเมืองเชียงใหม่ รถจักรยานยนต์วิ่งกันหวาดเสียว วิ่งเร็ว แซงซิกแซกซ้ายขวา รถวิ่งเลียบตามคูเมืองด้านนอก ไปช้าๆ ผ่านหน้าโรงพยาบาลสวนดอกแล้ว เคลื่อนตัวช้ามาก ถนนมีเท่าเดิม รถมากขึ้นทุกๆวัน…
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
ผมขับรถออกจากบ้าน คุณแม่จันทร์สม สายธารา เลี้ยวซ้ายปากซอย มุ่งตรงกลับบ้าน อดนึกถึงคำพูดของ พ่อครูคำผาย นุปิง ศิลปินแห่งชาติ ประเภทเพลงพื้นบ้าน-ขับซอ ปี พ.ศ. 2538 ที่ปรากฏในอินเตอร์เน็ต หัวข้อ “ ซอพื้นบ้านล้านนา คุณค่าแห่งดนตรีที่ถูกเมิน” “ ยุคนี้ไม่ใช่ยุคของซออีกต่อไป ในอดีตซอได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ในหมู่บ้านล้านนาไปที่ไหนๆก็มีซอ ซอสมัยก่อนได้เงินหลักร้อย ซึ่งถือว่าสูงมากในเวลานั้น แตกต่างจากตอนนี้ที่มีเด็กรุ่นใหม่เพียงไม่กี่คนเท่านั้น ที่สนใจจะเรียนซอกันอย่างจริงจัง กลุ่มคนฟังในปัจจุบัน …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
  ลองอ่านความหมาย คำว่า “รัก” ของนักเขียนเอเชียชาวญี่ปุ่น เจ้าของรางวัลโนเบลปี ค.ศ.1968 เขาคือ ยาสึนาริ คาวาบาตะ กล่าวในงานเขียนของเขาชื่อ “เสียงแห่งขุนเขา”