Skip to main content
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
ผลงานน้องจูนี่ไฟไฟ ไฟ ไฟไฟ กำลังลุกไหม้บ้านเมืองของเราเร้ว เร็วเข้าเถิดรีบมาช่วยกันดับไฟเร็วๆเข้า บ้าบ้า บ้า บ้าบ้าบอคอแตกที่สุดในโลกมัวไปสนใจมัวไปทะเลาะเบาะแว้งมัวไปทุ่มเถียงกันให้เสียเวลาทำไมว่าพวกรัฐบาลหรือว่าพวกพันธมิตรใครเป็นคนลงมือจุดไฟเผาใช้น้ำมันเบนซินยี่ห้ออะไรบริษัทอะไรเป็นผู้ผลิตใครเป็นคนคิดวางแผนใครเป็นคนสั่งการ
Hit & Run
   (ที่มาภาพ: http://thaithai.exteen.com/images/photo/thaithai-2550-11-4-chess.jpg)หลังจากการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ความขัดแย้งทางชนชั้น การปะทะกันระหว่าง "ความเชื่อในคุณธรรม vs ความเชื่อในประชาธิปไตย" เริ่มปรากฏตัวชัดขึ้นเรื่อยๆ และได้ก่อให้เกิดความรุนแรงจากมวลชนทั้งสองกลุ่มฝั่งคุณธรรม อาจเชื่อว่า หากคนคิดดี ทำดี ปฏิบัติดีแล้ว เราจะอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข และปัญหาใหญ่ที่สุดของสังคมในขณะนี้คือ จริยธรรมของคนที่ข้องเกี่ยวกับการเมือง ดั้งนั้น จึงพยายามกดดันให้นักการเมืองเข้ากรอบระเบียบแห่งจริยธรรมที่ตนเองคิด หรือไม่ก็ไม่ให้มีนักการเมืองไปเลยฝั่งประชาธิปไตย อาจเชื่อว่า หากให้เกียรติคนทุกคนอย่างเท่ากัน และปฏิบัติตามกติกาประชาธิปไตยอย่างเคร่งครัด จะทำให้สังคมเดินหน้าต่อไปได้ ปัญหาใหญ่ๆ จะค่อยๆ คลี่คลาย ความรุนแรงนี้ได้ผลักให้สองอุดมการณ์กลายเป็นศัตรูกัน และมีการปะทะกันทั้งทางความคิด หรือแม้แต่ลงไม้ลงมือสร้างความรุนแรงทางกายภาพในหลายแห่ง จนกระทั่งมีคนเจ็บ คนตายแม้เราจะไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่กระนั้นการให้เกียรติบุคคลที่อยู่ตรงข้ามกับเรา เป็นสิ่งที่พึงตระหนัก โดยกับเฉพาะมวลชนที่ไม่มีบทบาทในการเป็นแกนนำ และโดยเฉพาะในสถานการณ์เลวร้ายที่ทำให้เราเกลียดชังฝ่ายตรงข้ามอย่างเหลือแสน ทั้งยังรู้สึกเศร้าสลด หมดหวังกับความสูญเสียที่เกิดขึ้นเมื่อเรากล่าวโทษการปลุกปั่น ยั่วยุ ไม่ว่าจากฝ่ายใด เป็นเรื่องแน่นอนที่เรามักพุ่งไปที่ตัวแกนนำที่นำการเคลื่อนไหว คอยปลุกเร้าความคิด อารมณ์ของผู้เข้าร่วม แต่อาจไม่ถูกต้องทั้งหมดทีเดียว หากจะกล่าวเลยไปว่าคนตัวเล็กตัวน้อยที่ต้องตายเพราะความรุนแรงทางการเมืองนั้น เป็น ‘เบี้ย' ที่ถูกชักจูงมาอย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นฝั่ง นปก. หรือ ฝั่งพันธมิตรฯ เพราะการพูดแบบนั้นอาจจะเป็นการดูถูกฐานความคิด ความเชื่อที่ผู้คนสมาทานมันจึงมีความแตกต่างกันอยู่ระหว่างการวิจารณ์ความคิด ความเชื่อนั้นโดยตรง หรือการวิจารณ์ ‘ตัวเร้า' ที่ทำให้ความเชื่อสำแดงพลังในทางไม่ถูกต้อง กับ การวิจารณ์ว่าผู้คนขาดวิจารณญาณ และมองเหมารวมเป็นก้อนๆ  อย่างที่พูดๆ กันทั้ง นปก. ถูกจ้างมาสามร้อย ห้าร้อย หรือ คนชั้นกลางถูกสื่อทันสมัยล้างสมองคงได้แต่ทิ้งคำถามให้คนหลังฉาก คนบนเวที แกนนำของฝ่ายต่างๆ ว่า อุดมการณ์ที่ท่านยึดถือ สิ่งที่ท่านพร่ำพูด กำปั้นที่ท่านชูขึ้นฟ้า ท่านเชื่อสิ่งนั้นกี่มากน้อย ? ท่านเคารพต่อเพื่อนร่วมอุดมการณ์ของท่านเพียงไหน ? น้ำตาของท่านไหลรินให้กับชีวิตที่สูญเสียอย่างแท้จริงหรือไม่ ? ไม่ว่าใครจะชื่นชมหรือก่นประณามท่าน แต่คำตอบที่แท้จริงจะอยู่กับท่านจนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต
เมธัส บัวชุม
ตายเป็นตาย เจ๊งเป็นเจ๊ง ละเลงเลือดแผ่นดินเดือด ถ่อยเถื่อน สะเทือนไหมเหล่าแกนนำ อำมหิต คงสะใจประเทศไทย ใกล้พังยับ นับวันรอพันธมิตร ป่วนเมือง ระส่ำสุดเตรียมอาวุธ รบกับใคร กระไรหนอกองทัพธรรม กำมีดพร้า ฆ่าให้พอทำเพื่อ "พ่อ" สนธิลิ้ม และจำลอง ละอองดาว ( http://www.prachatai.com/05web/th/home/comment.php?mod=mod_ptcms&ContentID=13977&SystemModuleKey=HilightNews&System_Session_Language=Thai ) พอฝุ่นควันจากเหตุการณ์สลายหายไป ภาพปรากฏก็เริ่มชัดเจนขึ้น ข้อเท็จจริงค่อย ๆ แสดงตัวออกมาทีละส่วน ๆ ก่อนจะกลายเป็นภาพรวมใหญ่ ทำให้การใส่ความและการโฆษณาชวนเชื่อของแกนนำพันธมิตรฯ ที่หวังโค่นรัฐบาลประชาธิปไตย ด้วยการเอาเลือดของประชาชนที่แม้จะอยู่ฝ่ายเดียวกับตนเองมาสาดใส่แล้วใส่ความว่าเป็นฝีมือของรัฐบาล หวังกล่าวหาจนรัฐบาลดิ้นไม่หลุด แต่เชื่อเถอะว่า ไม่ช้าไม่นาน บาปกรรมทั้งหมดที่ทำไว้ก็ย้อนเข้าตัวเอง
แสงดาว ศรัทธามั่น
          ฉัน รัก ดวงตาหญิงสาวเจ็บปวดร้าวจิตวิญญาณ เหลือที               โ ล ก แล้งร้อนร้างไร้ทุกที         วันนี้ ด ว งตา เ ธ อ ยังสดใส          ... ฉัน รัก หัวใจของชายหนุ่ม      ร้อนรุ่ม วิ ญญาณ์ กว่าไหน          โ ล ก รู้ว่า เ ธ อ นั้นจริงใจ          ด ว ง ตาบอกไว้ ฉั น รู้          ... ฉัน รัก หัวใจมนุษยชาติ         งามพิลาสหลอมรัก สถิตสู้          หญิงสาว ชายหนุ่ม เชิดชู            แก่เฒ่าเยาว์วัย กอบกู้ เ ส รี             ยังจำได้เราก้าวย่างสู่ ทางฝัน       ชนด้นดั้นทำลายการก ด ขี่            เปิดประตูเดือนตุลาฯ ก็พอดี... 37 ปี - 33 ปี เดือนตุลาฯ- 16 ปี พฤษภาฯ แห่ง -          - ม หา ป ระ ชา ช น         คารวะดวงใจคนกล้ามิล้าถอย      มิรอคอย - หัวใจคงเข้มข้น คมตุลาฯ - คมพฤษภาฯ คมกล้าแกร่ง      คมคน หากล่วงพ้นอวิชชากล้าฝ่าฟัน            เย็นสายลมโชยชื่น โลมลูบไล้เพลงหัวใจผองชนพร้อมรังสรรค์            ใครจักเปลี่ยนสีแปรธาตุ ไม่ว่ากันโลกเรานั้นคงหมุนเคลื่อน มิเปลี่ยนแปร             ปิด ประตู เดือน ตุลาฯ - พฤษภาฯ ลงเสียบ้าง             เปิดประตูโลกกว้าง - ปิดบาดแผลโลกหลอมรัก พ ลั ง หล้า หลอม ด ว ง แ ด             ยุ ท ธ ศา ส ต ร์ - ยุ ท ธ วิ ธี ... ที่แท้ ต้อง ห ยั ด ยื นมิใช่ให้ ลืมเลือน เดือนตุลาฯ - พฤษภาฯ          ด ว ง ใจ ก ล้า ผองเพื่อน อันดาษดื่นป ระ วั ติ ศา ส ต ร์ ต้อง จ ดจำปลุกคนตื่น              หลอม พ ลั ง พลิกฟื้น สั ง ค ม ใ หม่ ให้ ง ด งา ม !!!                                                                   คารวะรำลึกจิตวิญญาณเดือนตุลาฯ - พฤษภาฯ                                                                   ผู้กล้าทั้งผู้ที่ยังอยู่ และผู้เสียสละชีพ --หมายเหตุ -- บทนี้ เขียนในหนังสือ "ศิลปกับสังคม" ปี 2546 , "สถาบันปรีดีพนมยงค์" และได้เขียนเพิ่มเติมปรับปรุงใหม่ (2551)  
เมธัส บัวชุม
นายแพทย์ประเวศ วะสี ผู้ซึ่งรู้จักกันโดยทั่วไปภายใต้โลโก้ “ราษฎรอาวุโส” เป็น “ผู้ใหญ่” ที่ใครต่อใครรู้จักกันดี เพราะคำพูดคำอ่านหรือแนวคิดของท่าน ตกเป็นข่าวพาดหัวอยู่เสมอทางหน้าหนังสือพิมพ์และได้รับการขานรับจากกลุ่มคนน้อยใหญ่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นนักวิชาการ นักเคลื่อนไหว นักกิจกรรม แม้กระทั่งข้าราชการ บทบาทของนายแพทย์ประเวศ วะสี ในหลาย ๆ วาระและโอกาส มีความสำคัญและมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงสังคมการเมืองไทยอย่างสูง จนคว้ารางวัลต่างๆ มามากมาย ไม่ว่าจะเป็นรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น บุคคลดีเด่นของชาติ รางวัลแมกไซไซ รางวัลจากยูเนสโก เหรียญเชิดชูเกียรติจาก WHO เป็นที่ยอมรับโดยไม่มีข้อกังขาว่า นายแพทย์ประเวศ วะสี เป็น “ผู้ใหญ่” ที่มีความเป็นห่วงเป็นใยในบ้านเมืองอย่างลึกซึ้ง พอมีเหตุอะไรที่อาจส่งผลกระทบให้บ้านเมืองเสียหาย นายแพทย์ประเวศ วะสี เป็นคนแรกๆ ที่ออกมา “เตือนสติ” หรือ “ชี้ทางออก” ให้แก่สังคมซึ่งโดยทั่วไปแล้วสามารถจุดประเด็นได้เป็นที่น่าสนใจ
เมธัส บัวชุม
นอกจากจะรู้จักใช้ “สี” ให้เป็นประโยชน์แล้ว ลัทธิพันธมิตรยังมีความสามารถพิเศษในการ ”เปลี่ยนสี” ให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป หรือ “เลือกสี” ให้เหมาะกับกาละเทศะ เพราะจะใช้ “สีเดียว” ทุกเวลาและสถานที่คงไม่ได้ การรู้จัก “เปลี่ยนสี” นี้เป็นการปรับตัวเช่นเดียวกับที่เราได้เห็นในสัตว์หลายชนิดที่สามารถสร้างสีให้เกิดความกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมหรือสื่อสารกับสัตว์ตัวอื่นๆ ไม่ว่าสัตว์นั้นจะเป็นผู้ล่าหรือผู้ถูกล่า หรือจะเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่มีหรือไม่มีกระดูกสันหลังต่างก็มีความสามารถในการเปลี่ยนสีด้วยกันทั้งนั้น
เมธัส บัวชุม
ตั้งแต่ก่อนรัฐประหาร 19 กันยายน ปี 49 กระทั่งปัจจุบัน  อันธพาล-ลัทธิพันธมิตร ได้ผลิต ตอกย้ำนำเสนอ วาทกรรมทางการเมืองต่าง ๆ จำนวนมาก ผ่านเครือข่ายการสื่อสารที่กว้างขวางและร่วมด้วยช่วยกันกับองค์กรอันหลากหลายไม่ว่าจะเป็นสถาบันการศึกษา บุคคลที่มีชื่อเสียง สว. ลากตั้ง ดารา ฯลฯ  ทั้งที่เป็นวาทกรรมเพื่อมุ่งทำลายฝ่ายตรงข้ามและใช้ในการยกยอปอปั้นลัทธิตนเอง วาทกรรมบางอย่าง ลัทธิพันธมิตรประดิษฐ์ขึ้นโดยตรงสำหรับการกรรโชกข่มขู่รัฐบาลและสังคม แต่บางวาทกรรมไม่ได้คิดขึ้นเองหากแต่นำมาจากประธานองคมนตรี นักวิชาการ ราษฎรอาวุโส สื่อมวลชน และจากบรรดาบุคคลที่เทิดทูนระบอบอมาตยาธิปไตยไว้เหนือหัว แล้วลัทธิพันธมิตรนำมาขยายความเพิ่มเติม  ดัดแปลง ให้ความหมายใหม่วาทกรรมไม่ใช่ความจริงแต่เป็นกระบวนการสร้างความจริง เป็นกระบวนการที่ทำให้ความเท็จกลายเป็นเรื่องน่าเชื่อถือ และมีน้ำหนักกระทั่งกลายเป็นความจริงที่ยอมรับกันโดยทั่วไป จะว่าไปแล้ว สถาบันและองค์กรในกระบวนการยุติธรรมก็เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการนี้ มากไปกว่านั้นเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการสถาปนาความจริง เช่น คำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญซึ่งไม่ใช่แค่ความคิดเห็นแต่ได้กลายเป็นความจริงที่ยุติ
แพร จารุ
ยามเช้าได้อ่านงานของดอกสตาร์ เธอเขียนจั่วหัวว่า เชียงใหม่แพ้ซ้ำซาก Chiangmai lost her beauties. ข้อเขียนของเธอบอกว่า ผังเมืองฉบับใหม่ซึ่งตอนนี้อยู่ในช่วง ๙๐ วัน ที่คนได้รับความเดือดร้อนจากผังเมืองฉบับนี้จะยื่นคำร้องเพื่อคัดค้าน ถ้ารัฐบาลไม่รับฟังและผังเมืองฉบับนี้ผ่าน โฉมหน้าเมืองเชียงใหม่คงจะอัปลักษณ์สุด ๆ รอวันตายลูกเดียว มีเรื่องฝายทั้งสามแห่งคือ ฝายพญาคำ ฝายหนองผึ้งและฝ่ายท่าศาลาอีก ของเก่าแก่ภูมิปัญญาของบรรพบุรุษสร้างไว้ให้ลูกหลานชาวล้านนาได้ประโยชน์กลับจะรื้อทิ้งโดยเห็นแก่ประโยชน์เล็กน้อยที่เทียบไม่ได้เลยกับความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นกับบ้านเมืองกับลูกหลานในอนาคต“โถน่าสงสารคนเชียงใหม่ ของดีบรรพบุรุษสร้างให้ไม่รักษา น่าสมเพชจริงๆ นะคะ” ฝายทั้งสามสร้างในรัชกาลที่ ๒ เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านเพื่อทดนํ้าให้เกษตรกรและผู้ใช้นํ้าแถบอำเภอสารภี เวียงกุมกาม จังหวัดลำพูน กรมศิลปากรถือว่าเป็นโบราณสถานด้วยค่ะ แต่กรมชลฯ รื้อฝายทั้งสามแล้วจะสร้างประตูระบายนํ้าในแม่นํ้าปิง  ดอกสตาร์ให้เหตุผลว่า๑. เป็นการผลักดันของภาคธุรกิจการท่องเที่ยวและเจ้าของกิจการโรงแรมขนาดใหญ่ที่อยู่ริมแม่นํ้าเพราะว่าฝายพญาคำเป็นอุปสรรค์ในการล่องเรือพานักท่องเที่ยวชมแม่นํ้าซึ่งไปได้ไม่ไกลมากนัก โรงแรมอยากจะเพิ่มจุดขายโดยที่มีการรับส่งนักท่องเที่ยวทางเรือ (เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๖-๒๕๔๗ ได้เริ่มผลักดันการรื้อฝายมาครั้งหนึ่งแล้ว อีกประการหนึ่งถ้ามีการทำประตูระบายนํ้าแล้วระดับนํ้าจะสูงขึ้นมากจนสามารถที่จะมีเรือสำราญจากประเทศจีนที่จะล่องเรือผ่านแม่นํ้าปิงเป็นการเพิ่มรายได้ให้แก่ธุรกิจการท่องเที่ยว ๒. เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๘ เมื่อเชียงใหม่เกิดนํ้าท่วมใหญ่จึงมีการผลักดันโครงการณ์ที่จะรื้อฝายอีกครั้งหนึ่ง ดอกสตาร์ เป็นคนเชียงใหม่ เธอเล่าว่า เธออยู่กับน้ำท่วมทุกปี ตั้งแต่วัยเด็กเป็นนักเรียนน้ำท่วมสองสามวันก็จบ น้ำไม่ขังไม่เน่าจึงไม่มีปัญหา
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
ระบอบการเมือง                ที่ดีที่สุดในโลกนี้มี                                   หรือไม่มีถ้าหากมี                          แล้วถูกขยำขยี้ทิ้งไปยัง สามารถพลิกฟื้น           กลับคืนมาใหม่ เพราะมันเป็นเพียงแบบแผน ที่ไร้ชีวิตจิตใจถูกขยำขยี้ทิ้งไป                สักกี่ครั้ง ( เช่น ประชาธิปไตย )ถึงคราวจำเป็น                   ต้องหวนคืนกลับไปใช้ร่างขึ้นมากำหนดใหม่          ยังได้คืนเหมือนเดิม แต่ ชีวิตคน                       แม้เพียง หนึ่ง คนไม่ว่า                               ฝ่ายใดมาดแม้น                          มีอันเป็นไปเหมือนดั่งใบไม้                 ถูกเด็ดออกจากขั้ว ระบอบการเมือง                ใดใดที่ดีที่สุด                          ในโลกนี้ ( หรือโลกหน้า )ก็ไม่อาจ                         ชุบชีวิตเข าผู้ตายแล้ว ฟื้น             กลับคืนมาใหม่ - เหมือนระบอบแบบแผนที่ไร้ชีวิต ทำไม เขาผู้เป็นประชาชน    จึงต้องเป็นคนแรกและเป็นคนสุดท้าย            ที่ต้องสิ้นชีพสังเวยทั้งฝ่ายชนะ                     และผู้ปราชัยในเกมการต่อสู้                 ทุกยุคทุกสมัย ทำไม ทำไม ทำไม           พวกเขาจึงต้องเป็นคนแรก            และเป็นคนสุดท้ายที่ต้อง ตาย ตาย ตาย        ตาย ตาย ตาย ตาย ตาย ตาย ตาย ตาย...เมื่อผู้นำทั้งสองฝ่าย          มิอาจตกลงกันได้ – ด้วยสันติวิธี ทำไม...             กระท่อมทุ่งเสี้ยว เชียงใหม่
เมธัส บัวชุม
กลุ่มอันธพาลการเมือง หรือแก๊งมาเฟียเป็นปัญหาเสมอมาสำหรับการสถาปนากติกาการปกครองและระเบียบการเมือง ทั้งนี้เพราะเป็นกลุ่มที่กฎหมายและการจัดระเบียบทางสังคมไม่สามารถควบคุมจัดการได้ คุกคามต่อสวัสดิภาพความเป็นอยู่ปกติของคนโดยทั่วไปเพราะกลุ่มอันธพาลการเมือง หรือแก๊งมาเฟียดำรงชีพอยู่ได้ก็ด้วยการขู่เข็ญกรรโชกกระทั่งใช้กำลัง หรือใช้กฎหมู่เพื่อให้มาในสิ่งที่ตนเองต้องการ นอกจากจะไม่ผลิตอะไรออกมาแล้ว กลุ่มอันธพาลการเมืองยังคอยรีดไถเงินจากน้ำพักน้ำแรงของคนอื่น ซึ่งก็เป็นเช่นเดียวกับการข่มขู่รีดไถหรือล็อบบี้อย่างชาญฉลาดของกลุ่มอันธพาลการเมืองที่เรียกตนเองว่าพันธมิตรอย่างสมบูรณ์แบบที่กลุ่มพันธมิตร เปลี่ยนแปลงตนเองจากผู้ประท้วงรัฐบาลตามสิทธิในรัฐธรรมนูญเป็นแก๊งมาเฟียและกลุ่มอันธพาลการเมืองที่อยู่เหนือกฎหมาย
ประสาท มีแต้ม
1. คำนำ ขณะนี้มีผู้คนจำนวนหนึ่งกำลังครุ่นคิดถึง "การเมืองใหม่" ซึ่งยังไม่เป็นที่แน่ชัดนักว่ามันคืออะไรกันแน่ ทราบแต่ว่า "การเมืองเดิม" ซึ่งก็คือการเมืองแบบตัวแทน (representative democracy) กำลังมีปัญหาหลายอย่างและรุนแรงขึ้นทุกขณะบทความนี้จะนำเสนอความล้มเหลวของ "การเมืองแบบตัวแทน" อย่างสั้นๆ พร้อมกับนำเสนอ "การเมืองแบบไฮเพอร์ (hyperpolitics)" ให้พอเป็นประกายเบื้องต้น หากสังคมนี้สนใจก็มีช่องทางให้ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมกันต่อไป2. สาเหตุความล้มเหลวของการเมืองแบบตัวแทนเราท่องกันจนขึ้นใจมาตั้งแต่วัยเด็กแล้วว่า สาเหตุสำคัญของการมี "การเมืองแบบตัวแทน" คือเป็นเพราะคนมันเยอะ สภามันแคบจึงต้องมีการเลือกตั้ง "ผู้แทน" เข้าไปพูด ทำหน้าที่แทนเราในสภา คำถามก็คือว่า แล้วผู้แทนที่เราเลือกเข้าไปแล้ว ได้ทำหน้าที่ตามเจตจำนงที่ประชาชนผู้เลือกตั้งได้กำหนดไว้หรือไม่ ขอย้อนไปดูตัวอย่างที่เกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ สักสองตัวอย่าง
เมธัส บัวชุม
ไม่ต้องเป็นผู้ฉลาดหลังเหตุการณ์เราก็จินตนาการได้ไม่ยากว่าการชุมนุมก่อน 19 กันยายน 2549 ของกลุ่มพันธมิตร ฯ นั้นเป็นการออกบัตรเชิญให้ทหารทำรัฐประหารแม้ว่าบางคนอาจคิดว่าเป็นไปไม่ได้ การชุมนุมของพันธมิตร ฯ หลังพรรคพลังประชาชนได้เป็นรัฐบาลก็เช่นเดียวกัน ไป ๆ มา ๆ ก็เหมือนเดิมคือการออกบัตรเชิญให้ทหารล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอีกคำรบหนึ่ง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลพลังประชาชนได้บทเรียนมาแล้วก่อนหน้านี้ และได้รู้ว่าความผิดพลาดในรายละเอียดเพียงนิดเดียวอาจเป็นเงื่อนไขนำไปสู่การยึดอำนาจรอบสองได้ รัฐบาลจึงระมัดระวังอย่างยิ่งในการจัดการกับม็อบพันธมิตร ฯ แต่โอกาสที่จะเกิดการรัฐประหารขึ้นก็ใช่ว่าจะไม่มี โอกาสที่จะเกิดรัฐประหารก็มีเหมือนกันทั้งนี้เพราะม็อบพันธมิตร ฯ ได้รับการหนุนหลังจากคนหลายกลุ่มรวมทั้งสื่อมวลชนกระแสหลักการชุมนุมเคลื่อนไหวของพันธมิตรนั้นเรียกได้ว่า "ทำลายสถิติ" น่าฉงนใจอย่างยิ่งว่าแรงผลักดันชนิดใดหนอที่ทำให้คนมาเข้ากลุ่มรวมตัวกันได้ยาวนานขนาดนี้ บางคนอธิบายว่าเป็นเรื่องของผลประโยชน์ เมื่อมีคนไปจ้างให้มาชุมนุม ประชาชนก็มา แต่ผมเชื่อว่าหลายคนที่ไปชุมนุมกับพันธมิตร ฯ นั้นไม่เกี่ยวกับค่าจ้าง แต่เป็นความเชื่อฝังหัวบางประการ รวมทั้งความเชื่อที่ว่าในที่สุดกลุ่มพันธมิตร ฯ จะได้รับชัยชนะ