Skip to main content

ปีศาจตนหนึ่งกำลังหลอกหลอนโลกสมัยใหม่ ปีศาจคริปตนาธิปไตย เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ใกล้จะทำให้คนแต่ละคน กลุ่มแต่ละกลุ่ม สื่อสารปฏิสัมพันธ์กันได้แบบไม่ต้องเปิดเผยตัวตนโดยสมบูรณ์ คนสองคนอาจแลกเปลี่ยนข้อความ ทำธุรกิจ และเจรจาสัญญาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ต้องรู้จักชื่อเสียงเรียงนามหรือตัวตนทางกฎหมายของกันและกัน ปฏิสัมพันธ์บนเครือข่ายจะไม่สามารถตามรอยได้ด้วยการเปลี่ยนเส้นทางของข้อความแบบเข้ารหัสและกล่องข้อมูลที่ออกแบบให้ป้องกันการปลอมแปลงโดยอาศัยโปรโตคอลการเข้ารหัสที่ป้องกันการปลอมแปลงได้แทบทุกรูปแบบ ชื่อเสียงจะกลายเป็นหัวใจสำคัญในการเจรจาต่างๆ สำคัญเสียยิ่งกว่าอันดับความน่าเชื่อถือที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน พัฒนาการเหล่านี้จะปรับเปลี่ยนธรรมชาติของการกำกับดูแลของรัฐบาล ความสามารถในการจัดเก็บภาษีและควบคุมปฏิสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ความสามารถในการเก็บรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ ตลอดจนเปลี่ยนผันธรรมชาติของความไว้เนื้อเชื่อใจและชื่อเสียงไปโดยสิ้นเชิง

เทคโนโลยีที่ใช้ในการปฏิวัติซึ่งแน่นอนว่าจะเป็นทั้งการปฏิวัติทางสังคมและเศรษฐกิจ มีอยู่ในทางทฤษฎีมานานนับทศวรรษ รากฐานของวิธีการเหล่านั้นประกอบด้วยการเข้ารหัสกุญแจสาธารณะ ระบบการพิสูจน์ข้อมูลโดยไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลชุดนั้น และซอฟต์แวร์โปรโตคอลต่างๆ สำหรับการสื่อสารปฏิสัมพันธ์ พิสูจน์ตัวตน และยืนยันความถูกต้อง จนถึงทุกวันนี้ความสนใจต่อเทคโนโลยีเหล่านี้ยังคงจำกัดในแวดวงการประชุมทางวิชาการในยุโรปและสหรัฐอเมริกา การประชุมซึ่งถูกจับตาอย่างใกล้ชิดโดยสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ (NSA) กระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ เครือข่ายคอมพิวเตอร์และคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเริ่มมีความเร็วมากพอจะทำให้อุดมคติเหล่านี้เป็นจริงได้ และในอีกสิบปีข้างหน้าจะมีความเร็วมากขึ้นจนทำให้แนวคิดเหล่านี้เกิดขึ้นจริงในทางเศรษฐกิจและไม่อาจยับยั้งได้อีกต่อไป เครือข่ายความเร็วสูง โครงข่ายบริการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัล (ISDN) กล่องข้อมูลที่ป้องกันการปลอมแปลง สมาร์ทการ์ด ดาวเทียม ทรานสมิตเตอร์ระบบเคยูแบนด์ (Ku-band) คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ประมวลผลได้หลายล้านคำสั่งต่อวินาที (multi-MIPS) และชิบเข้ารหัสซึ่งกำลังพัฒนากันอยู่ในเวลานี้ จะเป็นเทคโนโลยีส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดการปฏิวัติ

แน่นอนว่ารัฐย่อมพยายามชะลอหรือยับยั้งไม่ให้เทคโนโลยีเหล่านี้ถูกใช้งานกันในวงกว้างโดยอ้างเรื่องความมั่นคงของชาติ การใช้เทคโนโลยีโดยบรรดาผู้ค้ายาเสพติดและผู้หนีภาษี และความหวาดกลัวว่าสังคมจะล่มสลาย ความกังวลเหล่านี้จะเป็นจริงแน่ คริปตนาธิปไตยจะทำให้ความลับของชาติค้าขายกันได้โดยเสรีและทำให้สินค้าผิดกฎหมายและข้าวของที่ถูกขโมยมาสามารถซื้อขายกันได้ด้วย มิหนำซ้ำตลาดคอมพิวเตอร์แบบนิรนามจะยิ่งทำให้ตลาดอันน่าขยะแขยงของการลอบสังหารและขู่กรรโชกเกิดขึ้นจริง องค์กรอาชญากรรมต่างชาติจะเป็นผู้ใช้งานคริปโตเน็ต (CryptoNet) ด้วยความกระตือรือร้น แต่ไม่ว่าอย่างไรทั้งหมดนี้ก็ไม่อาจยับยั้งการแพร่กระจายของคริปตนาธิปไตยได้

เทคโนโลยีการพิมพ์ปรับเปลี่ยนและลดทอนอำนาจของระบบกิลด์และโครงสร้างอำนาจทางสังคมในยุคกลางฉันใด เทคโนโลยีการเข้ารหัสลับก็จะปรับเปลี่ยนธรรมชาติของการแทรกแซงเศรษฐกิจขององค์กรเอกชนและรัฐบาลไปอย่างถึงรากฉันนั้น เมื่อผนวกเข้ากับตลาดข้อมูลข่าวสารที่กำลังเกิดขึ้นใหม่ คริปตนาธิปไตยจะสร้างตลาดสภาพคล่องสูงให้กับสินค้าทุกชนิดตราบที่สามารถแปลงให้เป็นคำและทำให้เป็นภาพ สิ่งประดิษฐ์ที่ดูไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรอย่างลวดหนามทำให้การล้อมรั้วท้องทุ่งอันกว้างใหญ่เกิดขึ้นได้ฉันใด การค้นพบทางคณิตศาสตร์อันแสนลึกลับซึ่งดูไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรนักนี้ก็จะเป็นดั่งคีมตัดลวดที่จะรื้อถอนรั้วลวดหนามที่โอบล้อมทรัพย์สินทางปัญญาเอาไว้ฉันนั้น

จงลุกขึ้นเถิด พวกเราไม่มีอะไรจะเสียนอกเสียจากรั้วลวดหนามของเราเอง!.

ทิโมธี ซี. เมย์, 1988
tcmay@netcom.com

แปลจาก: https://groups.csail.mit.edu/mac/classes/6.805/articles/crypto/cypherpunks/may-crypto-manifesto.html

บล็อกของ Apolitical

Apolitical
วลีอันเยี่ยมยอดที่อธิบายการทำงานของระบบทุนนิยมในโลกแห่งความเป็นจริงได้เป็นอย่างดี (ผมไม่แน่ใจว่าใครพูดเป็นคนแรก แต่ผมได้ยินมาจากนอม ชอมสกี) คือมัน “ทำให้ความเสี่ยงและต้นทุนเป็นของสังคม แต่ทำให้กำไรเป็นของเอกชน” (The socialization of risk and cost, and the privatization of profit.)
Apolitical
ถ้ามองในแง่วัตถุล้วนๆ ความเป็นจริงก็เป็นไปตามที่อาร์เธอร์ ฉู อธิบายไว้ นั่นคือ ทุกอย่างล้วนเป็นผลมาจากแรงงานทั้งสิ้น
Apolitical
การออกแบบระบบใหม่ให้ตอบสนองต่อผลประโยชน์ในลักษณะอื่นๆ เช่น ผลประโยชน์ของพวกเราทั้งหลาย ย่อมถูกนิยามว่าเป็นการกระทำที่ “สุดโต่งและถอนรากถอนโคน”
Apolitical
ในแวดวงชาวอนาธิปัตย์ มีการแบ่งแยกระหว่างกลุ่มที่สนับสนุนตลาด กับกลุ่มที่สนับสนุนการวางแผนแบบกระจายศูนย์ เช่น เศรษฐกิจแบบมีส่วนร่วม (participatory economics) หรือคอมมูนแบบสหพันธ์ (federated communes) ในขณะที่งานของลุดวิก ฟอน มิเซส และฟรีดริช ฮาเย็ค ชี้ให้เห็นปัญหาหลายๆ อย่างของการวางแผนแบบรวมศูนย์
Apolitical
ไรท์ไม่ได้เป็นเพียงนักทฤษฎียูโทเปียในโลกจริง แต่เป็นนักปฏิบัติด้วย เขาเดินทางท่องโลกเพื่อตามหาการต่อต้านท้าทายทุนนิยม สนทนากับนักกิจกรรมที่พยายามทำให้ความใฝ่ฝันของพวกเขาเกิดขึ้นจริง
Apolitical
ความย้อนแย้งคือ การทำให้ AI หลุดพ้นจากการเป็นสินค้า แม้จะเป็นก้าวออกจากระบบทุนนิยมแบบเดิม แต่สุดท้ายกลับเป็นการเสริมอำนาจให้กับเจ้าขุนมูลนายยุคใหม่
Apolitical
เงิน โดยเฉพาะเงินประเภทเครดิต (credit money) คือหนึ่งในสิ่งประดิษฐ์ที่เกิดจากความร่วมมืออันยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย หากไม่มีเงิน การแบ่งงานกันทำอย่างละเอียดซับซ้อนย่อมดูจะเป็นไปไม่ได้เลยยกเว้นในระบบที่รัฐควบคุมอุตสาหกรรมไว้ทั้งหมด และแม้ในกรณีเช่นนั้นเองก็ตาม เราก็ยังจำเป็นต้องมีบางสิ่งที่
Apolitical
“เราอาจมองเห็นร่องรอยของศาสนาได้ในทุนนิยม กล่าวคือ ทุนนิยมมีบทบาทสำคัญในการบรรเทาความกังวล ความทุกข์ทรมาน และความปั่นป่วนที่ศาสนาในอดีตเคยพยายามตอบสนอง”“ทุนนิยมอาจเป็นตัวอย่างแรกของลัทธิความเชื่อที่สร้างความรู้สึกผิดแทนที่จะสร้างการไถ่บาป”
Apolitical
นักอนาธิปไตย นักสังคมนิยม คอมมิวนิสต์ มาร์กซิสต์ และกลุ่มต่อต้านระบบทุนนิยมและกลุ่มหลังทุนนิยม ต่างให้การสนับสนุนสหกรณ์คนทำงาน (worker cooperatives) มาอย่างยาวนาน ในฐานะวิธีการเพื่อส่งเสริมความเป็นเจ้าของของคนทำงาน (worker-ownership) และประชาธิปไตยในที่ทำงานภายใต้ระบบทุนนิยม โครงสร้างภายในของการต
Apolitical
นี้เองคือคุณค่าที่แตกต่างของเลเยอร์ทางสังคมของ Ethereum มันคือการผสมผสานแรงจูงใจทางเศรษฐกิจเข้ากับการยึดมั่นในหลักการที่ไม่ปล่อยให้สิ่งเหล่านี้กลืนกิน
Apolitical
Ethereum มีชุมชนย่อยที่มีเป้าหมายหลากหลาย ไม่มีเรื่องเล่าเรื่องเดียวที่ครอบงำ เป้าหมายของการสร้างสแต็กนี้คือเพื่อสนับสนุนความหลากหลายดังกล่าว ขณะเดียวกันก็พยายามผลักดันให้ระบบที่หลากหลายเหล่านี้สามารถทำงานร่วมกันได้ดียิ่งขึ้น
Apolitical
สำหรับโลกคริปโต การปรับปรุงความปลอดภัยแบบเปิดกว้างแก่สาธารณะคือทางเลือกเดียวที่เป็นไปได้