Skip to main content

ในรอบหลายปีที่ผ่านมานี้มักมีวีรบุรุษยุคใหม่เกิดขึ้นมา(และน่าสนใจว่ามักเป็นผู้ชายเท่านั้น) ไม่ว่าตูน (วิ่ง) โตโน่ (ว่ายน้ำ) แล้วล่าสุดคือกัน จอมพลัง (เป็นที่พึ่งคนทุกข์ยากและเปิดเสียงผีไล่คนกัมพูชา) จากการสังเกตของผมจะพบว่าพวกเขามีลักษณะเหมือนกันดังต่อไปนี้

1. คนมองเห็นว่าวีรกรรมของพวกเขามาเติมเต็มความไร้ประสิทธิภาพของระบบราชการ

อันนี้ก็ไม่เชิงผิดแต่ก็เป็นการเติมเต็มเพียงชั่วขณะหรือเศษเสี้ยวเล็ก ๆ พวกเขาช่วยเหลือสังคมและประเทศเพียงแค่เวลาใดเวลาหนึ่งแบบผิวเผินผ่านการกระทำแบบง่ายๆ เน้นการสร้างความสะใจความประทับใจของมวลชน ในขณะปัจจุบันระบบราชการก็ยังเหมือนเดิมเพราะอยู่ใต้อำนาจของเครือข่ายอำนาจ หรืออาจแย่กว่าเดิมตามระบอบการเมืองที่ไร้เสถียรภาพในปัจจุบัน

ทว่าวีรบุรุษยุคใหม่ดังกล่าวก็ได้รับการยกย่องและผลตอบแทนอื่นๆ มากมาย จึงจะทำให้คนเลียนแบบในอนาคตอีกมากมาย และก็มาแบบเดิมเหมือนเป็นนักขุดทอง หรือป้อนยาฝิ่นให้มวลชนเมาไปวันๆ 

2. วีรกรรมของพวกเขาตั้งอยู่บนแนวคิดว่าคนไทยไม่เสียสละ ไม่ทำอะไรให้ประเทศชาติ

ในห้วงเวลาที่ผ่านมามีคนไทยจำนวนมหาศาลยอมเสียสละตนเพื่อช่วยเหลือสังคมและประเทศมากมายและยั้งยืนไม่ว่าเอ็นจีโอ หรือผู้นำประชาสังคม ผู้นำชุมชน ผู้เรียกร้องประชาธิปไตย ผู้นำแรงงาน นักเรียกร้องสิทธิมนุษยชน ฯลฯ แต่ไม่ได้รับการโปรโมตเหมือนวีรบุรุษยุคใหม่ นอกจากนี้ยังมีพรรคการเมืองและนักวิชาการที่เสนอให้มีการกระจายอำนาจและปฏิรูประบบราชการซึ่งถือว่าทำประโยชน์ให้สังคมและประเทศอย่างล้นพ้นถ้าแนวคิดของพวกเขาถูกนำไปปฏิบัติได้ แต่พวกเขากลับไม่ค่อยได้รับความสนใจอีกทั้งยังโดนโจมตีด่าทออีกด้วย

3. ไม่ยอมให้มีการตรวจสอบและการวิพากษ์วิจารณ์

เราควรคำนึงถึงธรรมชาติว่ามนุษย์ทุกคนนั้นเห็นแก่ตัวและสามารถทุจริตได้ ถ้ามีสิ่งเร้าอันเหมาะสม ไม่มีการตรวจสอบและการวิพากษ์วิจารณ์ แต่เมื่อมีการจุดกระแสวีรบุรุษ เราก็มักจะหลงลืมประเด็นนี้ไป คนที่วิพากษ์วิจารณ์ก็จะถูกด่าว่าไม่รักชาติ ขี้อิจฉาหรือถูกเปรียบว่าเหมือนหมาเห่าระหว่างทาง ฯลฯ อย่าลืมว่าในประวัติศาตร์ไทย มิจฉาชีพมากมายไม่ว่าในคราบฆราวาสหรือพระก็เคยถูกมองเช่นวีรบุรุษยุคใหม่เหมือนกัน จนเมื่อความผิดปรากฎหรือถูกแฉขึ้นมา พวกเขาก็โกยผลประโยชน์ไปอย่างมหาศาลแล้ว

4. พวกเขาจะไม่แตะปัญหาเชิงโครงสร้างเป็นอันขาด

วีรบุรษยุคใหม่ไม่มีการเรียกร้องให้มวลชนวิพากษ์วิจารณ์ ตรวจสอบรัฐโดยเฉพาะเรื่องการใช้อำนาจในทางมิชอบหรือการทุจริต หรือเรียกร้องให้สังคมมีการเปลี่ยนแปลงอะไรทั้งสิ้น มีแต่การเรียกร้องให้มีความสามัคคีในกรอบที่รัฐวางไว้ อันไม่น่าประหลาดใจว่ารัฐและนักการเมืองจะเข้ามาใช้คนเหล่านี้เป็นเครื่องมือได้อย่างสบายใจ คนใหญ่คนโตมาร่วมจับไม้จับมือในงาน หรือมาเป็นเจ้าภาพในงานแต่งให้ หรือบางคนจะโหนกระแสความรู้สึกอันรุนแรงที่มาพร้อมกับอุดมการณ์หลักของรัฐเช่นชาตินิยมและกองทัพนิยมซึ่งอาจนำปัญหาและผลเสียอันร้ายแรงมาสู่ประเทศในระยะยาว

5. เน้นการโปรโมต การสร้างกระแส

ซึ่งตรงนี้โซเชียลมีเดียมีอิทธิพลอย่างสูง มีการสร้างแฟนคลับซึ่งอาจจะประกอบด้วยผู้สนับสนุนอารมณ์ร้อนแรง หรือไอโอซึ่งหมายถึงหน้าม้าที่ถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อปลุกกระแสสร้างวีรบุรุษไม่ว่าการแสดงความคิดเห็นแบบไร้เหตุผลหรือการปล่อยข่าวปลอมเช่นบอกว่าดาราดังหรือแม้แต่ปูตินยกย่องกัน จอมพลัง หรือบางรายการซึ่งยอดนิยมแต่มีคอนเน็คชั่นกับนักการเมืองซึ่งสนับสนุนกัน จอมพลังก็จะจัดรายการเพื่อโจมตีคนวิพากษ์กันอย่างไร้ยางอาย

บล็อกของ อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์

อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
    ฟังเพลงของเขามามากต่อมากแล้วเรามาทายกันดีกว่าว่าหน้าตาของเขาน่าจะเป็นอย่างไร สูงผอม บอบบาง ขี้โรค อารมณ์อ่อนไหวง่ายและหน้าตาเต็มไปด้วยความทุกข์อยู่ไม่คลาย ?  และเมื่อเห็นภาพของโชแปงซึ่งเป็นภาพถ่ายของเขาเพียงภาพเดียว (ไม่นับภาพวาดอีกหลายๆ ภาพ และภาพยนตร์ที่อิงกับชีวิตของเขา) ก็ค
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
จำได้หรือไม่กับพิธีเปิดกีฬาโอลิมปิกของอังกฤษเมื่อปี 2012 ที่มีภาพยนตร์สั้น ซึ่งสร้างความประหลาดใจและความประทับใจให้กับคนดูทั่วโลกอย่างมาก เมื่อเจมส์ บอนด์ (แสดงโดย ดาเนียล เครก) ได้เดินทางไปถวายการอารักขาให้สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 (แสดงโดยพระองค์จริง) ที่พระราชวังบักกิงแฮมก่อนจะเสด็จโด
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
       คนไทยมักจะรู้จักอุปรากร Madame Butterfly  หรือ คุณนายผีเสื้อ  เป็นอย่างดีผ่านบทละครร้องเรื่องสาวเครือฟ้าของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ ที่ทรงดัดแปลงหรือได้รับแรงบันดาลใจมาจากอุปรากรเรื่องนี้ซึ่งแสดงถึงโศกนาฏกรรมของความรักระหว่างคน 2 เชื้อชาติคือ
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
       หากเข้าใจเปรียบเทียบ Psycho นั้นเปรียบดังดาวซึ่งจรัสแสงที่สุดเท่าที่ฮอลลีวู้ดจะมีไว้ประดับท้องฟ้าแห่งวงการภาพยนตร์โลกประเภทตื่นเต้นสยองขวัญ แน่นอนว่าผู้สร้างสรรค์ภาพยนตร์ซึ่งทำให้คนดูเหงื่อทะลักเกือบทั้งเรื่องทั้งที่มีเครื่องปรับอากาศย่อมไม่ใช่ใครอื่นนอกจากราชาแห่งภาพยน
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
 ตอนที่ 1    
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
   บทความนี้ขออุทิศให้ภรรยาของอ้ายจรัลซึ่งครั้งหนึ่งผู้เขียนบทความนี้มีโอกาสได้รู้จัก
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
      โยฮันน์ เซบาสเตียน บาค (Johann Sebastian Bach) ถือได้ว่าเป็นคีตกวีผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของวงการดนตรีคลาสสิก เขาเป็นผู้บุกเบิกดนตรียุคบาร็อค (Baroque) ซึ่งเป็นดนตรีที่เรียบง่าย ฟังสบายๆ ไม่ดุเดือดเหมือนกับแนวโรแมนติกที่บุกเบิกโดยเบโธเฟนในหลายสิบปีให้หลัง  ด้วยดนตรีของบ
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
     เคยมีอยู่ครั้งหนึ่ง เมื่อไม่นานมานี้ สังคมไทยเกิดคำฮิตกับเพศชายคือคำว่าเมโทรเซ็กซัล (Metrosexual) หรือเรียกสั้นๆ ว่าเมโทร กระนั้นก็ทำให้คนเข้าใจไปเป็นคำ ๆ เดียวหรือใกล้เคียงกับ  คำว่า Homosexual หรือ พวกรักร่วมเพศ จึงกลายเป็นมองว่าคนพวกนี้เป็นเกย์ทั้งนั้น  ตามความจริ
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
 Ran(1985) เป็นงานชิ้นโดดเด่นและใช้ทุนสุดมหาศาลของยอดผู้กำกับภาพยนตร์อย่างอาคิระ คุโรซาวาในช่วงบั้นปลายที่เขาหันมาทำภาพยนตร์เป็นสีธรรมชาติ บางคนอาจจะชอบภาพยนตร์สีธรรมชาติเรื่องก่อนหน้านี้ของเขาคือ kagemusha หรือนักรบเงา (1980) แต่ผมคิดว่า Ran จัดว่าเป็นภาพยนตร์ที่เปี่ยมด้วยเนื้อ
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
                                        
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
   
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
ปีเตอร์ ไชคอฟสกี (Pyotr Ilyich Tchaikovsky) คีตกวีชื่อดังที่สุดคนหนึ่งของรัสเซีย ไม่ได้เก่งแค่แต่งเพลงประกอบบัลเลต์อย่างเช่น Nutcracker หรือ Swan Lake รวมไปถึงไวโอลินและเปียโนคอนแชร์โตอันลือชื่อ หากแต่ยังฉกาจในการแต่งซิมโฟนี ซึ่งแต่ละบทก็มีชื่