Skip to main content

 อดีตประธานาธิบดีของฝรั่งเศสคือนิโคลา ซาร์กอซีกลายเป็นประธานาธิบดีฝรั่งเศสคนแรกในสาธารณรัฐที่ 5 ที่ต้องเดินเข้าคุกจริงๆ เมื่อไม่กี่วันมานี้เหมือนเป็นการเปรียบเปรยการเมืองในปัจจุบันของฝรั่งเศสเองที่มีความวุ่นวายอยู่เสมอมาอันอาจนำมาสู่ความตกต่ำของประเทศไปสู่ระดับที่คิดไม่ถึง อย่างในรอบไม่ถึง 2 ปีที่ผ่านมาที่รัฐบาลของประธานาธิบดีแอมานูแอล มาครง มีนายกรัฐมนตรีถึง 5 คน (ชนะไทยที่มีแค่ 3 คนในเวลาไล่เลี่ยกันเอง) เซบาสเตียน เลอกอนู นายกรัฐมนตรีคนล่าสุดถูกรัฐสภาอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างหนักหน่วง แม้จะถอดถอนไม่สำเร็จแต่เลอกอนูก็เลือกลาออกหลังจากบริหารประเทศได้ไม่ถึงเดือน 

และถึงแม้มาครงจะท้าทายฝ่ายตรงกันข้ามโดยแต่งตั้งเลอกอนูให้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง แต่ด้วยรัฐสภาที่เสียงแตกแยกกัน (hung parliament) อันประกอบไปด้วยพรรคการเมืองอุดมการณ์อันแตกต่างกันอย่างสังคมนิยม ค่อนกลางและขวาสุดโต่งอันมาจากการเลือกตั้งเมื่อปีที่แล้วที่สะท้อนถึงความไม่พอใจของคนฝรั่งเศสต่อการบริหารประเทศของมาครง รัฐบาลก็จะผลักดันให้งบประมาณหรือโครงการต่างๆ ให้ผ่านได้ยากยิ่ง ทำให้การเมืองฝรั่งเศสมีแต่ความวุ่นวายอย่างไม่สิ้นสุด ถึงแม้ประธานาธิบดีจะให้ยุบสภามีการเลือกตั้งใหม่ก่อนวาระคือ snap election ผลการเลือกก็อาจออกมาไม่ต่างจากเดิม ซ้ำร้ายค่ายของพรรคที่สนับสนุนมาครงคือพวกค่อนกลางอาจได้เสียงน้อยลงหรือพวกขวาจัดอาจได้เสียงมากขึ้นอันเป็นฝันร้ายของคนฝรั่งเศสจำนวนมาก

อนึ่งระบอบประธานาธิบดีกึ่งรัฐสภาของฝรั่งเศสถูกใช้ตั้งแต่การก่อตั้งสาธารณรัฐที่ 5 คือปี 1958 อันเป็นการผสมผสานระหว่างระบอบประธานาธิบดีและรัฐสภา แต่ประธานาธิบดียังคงมีอำนาจอย่างล้นพ้น ในขณะที่นายกรัฐมนตรีช่วยจัดการในบางเรื่องเช่นในด้านเศรษฐกิจประธานาธิบดีเป็นผู้แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี แต่ไล่นายกรัฐมนตรีออกไม่ได้ และนายกรัฐมนตรีสามารถถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยรัฐสภาจนต้องลาออก และด้วยเสียงแตกแยกในสภาดังข้างบน ทำให้การเมืองฝรั่งเศสไม่มีเสถียรภาพ

และปัญหาต่อมาคือแม้นายกฯ จะบริหารประเทศได้ย่ำแย่ แต่คนฝรั่งเศสก็จะโทษประธานาธิบดีมาครองผู้เป็นคนแต่งตั้งอยู่นั้นเอง ทำให้คะแนนความนิยมของเขาตกต่ำลงไปเรื่อยๆ จากเดิมที่ต่ำอยู่แล้วคือแค่ร้อยละ 16 เองและจากการสำรวจความคิดเห็นของคนฝรั่งเศส เสียงเกินร้อยละ 60 ต้องการให้มาครงลาออก นอกจากนี้พรรคการเมืองต่างๆ เรียกร้องเช่นนั้นเหมือนกัน แต่ประธานาธิบดีปฏิเสธเพราะต้องการดำรงตำแหน่งจนหมดวาระคือปี 2027 ด้วยในสาธารณรัฐที่ 5 มีเพียงประธานาธิบดีชาร์ล เดอโกลที่ลาออกในปี 1969 มาครงจึงไม่อยากจะได้ชื่อในประวัติศาสตร์ว่าเป็นคนที่ 2 ที่เป็นเช่นนั้น อนึ่ง มีวิธีเดียวที่จะให้เขาออกจากตำแหน่งคือการถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งหรือ impeachment ในกรณีการทำความผิดร้ายแรง ซึ่งต้องใช้เสียงของทั้งสภาบนและล่างถึง 2 ใน 3 จึงเกิดขึ้นได้ยาก มาครงจึงกลายเป็นจระเข้ขวางคลองที่กำจัดออกไปไม่ได้เสียที

กระนั้นถึงแม้จะดำรงตำแหน่งได้ครบวาระในที่สุด มาครงก็อาจได้ชื่อว่าเป็นประธานาธิบดีที่ความนิยมต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ อันแตกต่างจากตอนที่เขาเข้ารับตำแหน่งใหม่ๆ เมื่อปี 2017 ด้วยท่าทางน่าเลื่อมใส เป็นคนหนุ่มไฟแรง มีวิสัยทัศน์ไกลอันทำให้มาครงได้รับความนิยมสูงมากโดยเฉพาะในช่วงดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ แต่ปัจจุบันเป็นชะตากรรมของมาครองที่ชาวโลกในปี 2017 ซึ่งเคยตื่นเต้นในตัวเขาไม่คาดคิดมาก่อน

บล็อกของ อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์

อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
  
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
 
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
1.  รัฐไทยคิดว่าตัวเองเปรียบได้ดัง       (10  ประเทศที่ฉ้อราษฎรบังหลวงน้อยที่สุดในโลก) 
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
                               
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
 
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
 สหรัฐอเมริกาต้นทศวรรษที่ 60 ถือได้ว่าอยู่ในช่วงสำคัญที่สุดช่วงหนึ่งของสงครามเย็นนั้นคือวิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบา (Cuban Missile Crisis) ที่รัฐบาลฟีเดล คาสโตรยินยอมให้สหภาพโซเวียตนำขีปนาวุธติดหัวรบนิวเคลียร์มาตั้งไว้ในคิวบาเมื่อปี 1962 จนนำไปสู่การเผชิญหน้าระหว่า
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
  (ผมยืนยันว่าบทความแปลคือ "จอห์น ราเบ้ นาซีผู้เป็นพระโพธิสัตว์แห่งเมืองนานกิง" นั้นต้นฉบับเป็นของผมเองซึ่งได้เขียนลงบล็อกมานานแล้ว หลังจากไปลองค้นหาดูกูเกิลก็พบว่ามีการลอกเอาบทความของผมไปลงในเว็บของตัวเอ
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
                        
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
  หากจะพูดถึงผู้กำกับที่ชอบนำเอานวนิยายมาสร้างเป็นภาพยนตร์และประสบความสำเร็จอย่างมากมาย เซอร์ เดวิด ลีน (David Lean)ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มบุคคลเหล่านั้น ดังจะเห็นได้จากผลงานอลัง
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
                   ข้อสอบกลางภาควิชารัฐศาสตร์แบบสลิ่ม รหัส 11112
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
  บทความนี้แปลมาจาก "มุมมองที่มีต่อสตาลิน : อดีตและอนาคต" (Depictions of Stalin: The Past and the Future )