Skip to main content

เมื่อใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว หากใจและกายไม่สอดคล้องกับความรู้สึกและความต้องการ  ทางออกของใครหลายคนจึงเลือกที่จะเยียวยารักษาทางกายมากกว่าทางใจ  จึงเป็นผลให้ใครหลายคนเลือกที่จะทำการ “ผ่าตัดแปลงเพศ”

ในส่วนของพนักงานบริการที่เราคุ้นกันในเมืองไทย ก็มีจารึกไว้แล้ว โดยหนุ่มสจ๊วตที่แปลงโฉมเป็นแอร์กี่ เอ้ยไม่ใช่ค่า แอร์โฮสเตส เรียกเสียงวิพากวิจารณ์จากมหาชนมิใช่น้อย

ส่วนของเรือสำราญ พนักงานบริการที่ต้องพบปะผู้โดยสารจากหลายประเทศทั่วโลกก็มีเธอผู้นี้ ... เช่นเดียวกัน

วันนี้ชาน่าได้มีโอกาสพบกับเพื่อนร่วมงานบริการชาวต่างชาติคนหนึ่ง ซึ่งเมื่อก่อนเค้าคือ คนทำงานบริการที่เป็นผู้ชาย  แต่ตอนนี้ทุกคนต้องเรียกเธอว่าพนักงานบริการผู้หญิง “หนึ่งเดียวคนนี้” เมื่อร่างกายจากชายกลายเป็นหญิง  แต่งชุดพนักงานหญิงทำงานเหมือนสาวๆ ทั่วไป ทำให้เป็นที่จับตามองของหลายฝ่ายหลายคน ทั้งหัวหน้าและเพื่อนร่วมงาน

จึงพลาดไม่ได้ที่จะร่วมดริ้งกับเธอและสนทนาพาที  สัมภาษณ์เธอเผื่อจะกระจ่างแจ้งในทุกคำถามที่คุณอยากรู้  (ไม่ใช่แค่พี่ไทยเท่านั้นเพื่อนร่วมงานชาวต่างชาติหลายคนก็สนใจถามกันใหญ่เลยเชียวค่า)

คืนหนึ่งที่บาร์ของพนักงานบนเรือสำราญหรู ราคาเกือบห้าร้อยล้านเหรียญ ซึ่งเรือได้ล่องไปในทะเลแถบเมดิเตอร์เรเนี่ยนมุ่งหน้าไปหลายประเทศในยุโรป จึงนัดกับเธอหลังจากเสร็จจากงานแชมเปญจ์วอเตอร์ฟอล

20080529 chana 1

ชาน่า - หวัดดีเจสสิก้า  แหมพอเปลี่ยนชุดพนักงานใส่ชุดราตรีซวย เอ้ย ...สวยเชียวนะตัวเอง
Jessica - อ้าวชาน่า  มารอเรานานหรือยัง  
(เจสสิก้าแต่งชุดสีแดงแรงฤทธิ์ เพื่อมานั่งดื่มและเช็คเมล์ที่บาร์ของพนักงานและห้องอินเตอร์เน็ต รวมทั้งให้สัมภาษณ์หลังจากที่ชาน่าได้เชิญก่อนหน้านี้)

ชาน่า -  เราขออนุญาตสัมภาษณ์เผื่อเรื่องราวของเธอจะเป็นประโยชน์ และไขคำถามของใครหลายคนที่อยากรู้เรื่องราวของสาวบริการ กับการแปลงเพศ ต้องขอขอบคุณเป็นตัวแทนของคนอ่านคอลัมน์ของชาน่าหลายคนด้วยนะคะ  เอาหละ  ถามก่อนว่า ตอนที่เป็นกะเทยครั้งแรก ทางครอบครัวรู้แล้วเป็นไงบ้าง
Jessica-  ตอนที่เปิดเผยตัวเองครั้งแรก พ่อไม่ชอบเลย ต้องทำใจและทำเวลานานแสนนานกว่าที่ท่านจะรับได้  ส่วนแม่เข้าใจหัวอกลูกนะ   

ชาน่า- แล้วก่อนที่ตัดสินใจผ่าตัดแปลงเพศหละ เป็นยังไงบ้าง
Jessica -ก็คิดอยู่นานเหมือนกันแต่สุดท้ายก็ต้องทำเพราะคิดว่าเรามีโอกาส เจสสิก้าคิดว่าหลายคนมากที่ยังไม่มีโอกาส ฉะนั้นหากเราพร้อมจึงต้องรีบทำซะ เพราะชีวิตของเรามีอยู่ชีวิตเดียวจะกลัวอะไร  แต่ก็ขออนุญาตพ่อกับแม่ก่อนนะ

ชาน่า-ทราบข่าวว่า เจสสิก้าเลือกที่ไปผ่าตัดแปลงเพศที่เมืองไทยเหรอ
Jessica - ใช่แล้ว เพราะเจสสิก้า มีผู้ช่วยที่ทำงานเรือสำราญลำก่อนหน้านี้เป็นคนไทย เค้าแนะนำให้ไป ก็ต้องติดต่อทางอินเตอร์เน็ตก่อน  

ชาน่า-ทำไมถึงเลือกผ่าตัดที่เมืองไทย
Jessica -เหตุผลที่เลือกผ่าตัดที่เมืองไทยเพราะคิดว่า ราคาถูกกว่าหลายที่ และคิดว่าดีที่สุดนะเพราะเคยทราบข่าวดาราฮอลลี่วู๊ดหลายคนไปทำศัลยกรรมความงามที่เมืองไทย  และมั่นใจว่าหมอที่เมืองไทยเค้ารู้ว่าจะต้องทำอย่างไร แปลงร่างชายให้เป็นหญิงได้อย่างงดงาม “สมจริง”  เพราะเคยเปรียบเทียบที่เม็กซิโก ราคาแพงกว่าเยอะ และหมอก็ไม่ยอมผ่าตัดให้ด้วย แม้เราจะเป็นคนเม็กซิกัน

ชาน่า-เลือกไปผ่าตัดเมื่อไหร่
Jessica - เราผ่าตัดเมื่อสามปีที่แล้ว พอสมัครทางอินเตอร์เน็ตแล้ว หมอนัดจึงไปเมืองไทยช่วงพักร้อน  ตอนนั้นไปกับอดีตสามีชาวอิตาลี่ด้วย ซึ่งก็พักโรงแรม และเค้าก็ดูแลตลอด

ชาน่า-กลัวมั้ยก่อนผ่าตัด และหลังผ่าตัด
Jessica -ก็กลัวนะ คิดนานเชียวหละ แต่พอหลังผ่าตัด เจ็บมากเป็นเวลานานหลายเดือนเชียวแต่ก็ดีใจที่ตัวเองได้ทำในสิ่งที่อยากทำ และออกมาผลเกินคาด  เจสสิก้าไม่ได้กินฮอร์โมนผู้หญิงก่อนผ่าตัดเลยนะ ต้องมากินหลังจากผ่าตัด  ซึ่งตอนนั้นหมอสั่งงดเหล้า แอลกอฮอล์เพราะจะมีผลต่อฮอร์โมน

ชาน่า-ใช้เวลาผ่าตัดนานแค่ไหนเหรอคะ
Jessica -ประมาณเก้า ชั่วโมง ซึ่งต้องนอนรักษาแผลที่โรงพยาบาล

ชาน่า-อยากทราบว่า เลือกโรงพยาบาลไหน พอจะบอกได้มั้ยคะ  จำชื่อโรงพยาบาลได้มั้ย
Jessica -อ๋อ บอกได้ค่ะ  เลือกผ่าตัดที่โรงพยาบาลยันฮี

ชาน่า-ค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่
Jessica -เมื่อสามปีที่แล้ว ราคาประมาณ 16,000 เหรียญ  (คิดเป็นเงินไทยประมาณ  เกือบห้าแสนบาทในตอนนั้น)  ทำงานเกือบทั้งปีเชียวนะเธอกว่าจะได้ร่างกายเป็นหญิง สมใจนึก  โอ้โห...

20080529 chana 2

ชาน่า-คิดว่าพอใจมั้ยคะ
Jessica - ก็พอใจนะ ทำหลายอย่างเช่นผ่าตัดหน้าท้องให้เรียบเนียน  แต่ตอนนี้ยังอยากทำอีกหลายอย่างเช่น ทำหน้าอกเพิ่ม ทำก้นให้เด้งดึ๋ง
 
ชาน่า-ถามเรื่องเกี่ยวกับงานบ้างนะคะ  อย่างเจสสิก้าทำงานเป็นพนักงานบริการบนเรือสำราญ ซึ่งก่อนผ่าตัดเค้าก็รู้ว่า เป็นผู้ชายแล้วตอนนี้ทางเอเจนซี่ที่ประเทศเม็กซิโก เค้าส่งเธอมาในฐานะ นาย หรือนางสาว
Jessica – ชื่อที่มาทำงานเรือยังเป็นนายอยู่นะตอนนี้  เพราะทางต้นสังกัด ที่แอลเอ เค้าก็คิดว่าเป็นพนักงานผู้ชาย

ชาน่า-อ้าว ... เหรอ แล้วผ่านตรวจแมวเข้าเมือง เอ้ย ตรวจคนเข้าเมืองได้ยังไงเหรอคะ
Jessica -(หัวเราะ)  ก็บอกกับเจ้าหน้าที่ตรงๆ สิคะว่าเราคือ กะเทยแปลงเพศ  เพราะยังๆ ลายนิ้วมือ กับรูปหน้ายังคงเหมือนกับพาสปอร์ตอยู่แล้ว อย่างลายนิ้วมือไม่สามารถเปลี่ยนได้นี่นา เค้าก็ให้ผ่าน  ตอนแรกเค้าก็งงเป็นไก่ตาแตกเหมือนกันว่า “นี่ใช่คุณเหรอ”  (หัวเราะ)  

ชาน่า-ใช่ ชาน่าเข้าใจ  แล้วทำงานกับบริษัทเรือสำราญนานหรือยัง
Jessica -ทำมาหลายปีแล้ว แต่ตั้งแต่แปลงเพศแล้วทำมาได้สามปี

20080529 chana 3

ชาน่า-ตอนที่แปลงเพศแล้วกลับมาทำงานใหม่ ๆ ฟีดแบ็คเป็นอย่างไรบ้าง
Jessica - ตอนแรกก็ใส่ชุดพนักงานชายนั่นแหละ แต่หัวหน้าบอกว่า ไม่ได้แล้วเธอต้องเปลี่ยนชุดเป็นพนักงานผู้หญิงเพราะทั้งหน้าอก และผมเริ่มยาวขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งหัวหน้าเค้าก็เข้าใจนะเพราะพวกเค้าหลายคนก็เป็นเกย์ หัวอกเดียวกันด้วย (ยิ้ม ๆ)

ชาน่า-เคยหนักใจ หรือมีปัญหาอะไรในเรื่องนี้หรือไม่
Jessica -มีสิคะ  เรือบางลำที่ไปทำงาน หัวหน้าเค้าก็รับไม่ได้  เรียกประชุมกันยกใหญ่ว่าจะทำอย่างไร จะให้พักห้องกับเพศหญิง หรือเพศชาย  บางทีก็กดดันมาก  เคยเหมือนกันตอนที่กลับจากพักร้อนแล้ว ไปทำงานเรือลำใหม่ หัวหน้าและเพื่อนร่วมงานมองเราเหมือนตัวประหลาด ตัวแปลก แทบจะลาออกกลับไปบ้านเลยเชียวนะ

ชาน่า- แล้วเจสสิก้าทำอย่างไร
Jessica -ก็ทำดีที่สุด ทำหน้าที่ของพนักงานตามที่บริษัทเค้าคาดหวัง สุดท้ายก็ผ่านไปได้  หัวหน้าหลายคนก็รับได้ บางคนก็ดูเหมือนจะไม่รับอะไรใด ๆ ทั้งสิ้น

ชาน่า-กับเพื่อนร่วมงาน ต่างเชื้อชาติ ต่างวัฒนธรรม หลากหลายกว่า สี่สิบสองเชื้อชาติทำงานร่วมกันหละ เป็นยังไงบ้างคะ
Jessica -บางคนยังจำได้ว่าคือ  ผู้ชายมาก่อน เจอกันอีกทีแต่งเป็นหญิงซะแล้ว  ไปทางไหนก็มีแต่คนมอง เม้าท์แตก  แต่ก็ไม่ได้เกรงกลัวอะไรนะ ใครอยากมองก็มองไป

ชาน่า- ผู้โดยสารที่เธอบริการล่ะ
Jessica - ส่วนมากเค้าจะไม่ถาม คิดว่าบางคนก็ไม่รู้นะว่าเราแปลงเพศมา เพราะอิชั้นตัวเล็กเสียงก็ไม่ใหญ่ด้วย

ชาน่า-เคยบอกผู้โดยสารมั้ย
Jessica -ก็เคยนะ พวกเค้าบางคนก็ไม่เชื่อ บอกว่ามันเป็นไปไม่ได้หรอก หลากหลายคำถาม จนพักหลังเนี่ยไม่บอกดีกว่า

ชาน่า- เอาล่ะ อยากถามเรื่องราวความรัก -รสนิยมทางเพศบ้าง เป็นยังไงในความรู้สึก
Jessica -มีผู้ชายหลายคนที่เข้ามาในชีวิต  พวกเขาบางคนก็แค่ ต้องการ ... อยากร่วมลองด้วย...   บางคนพอหลังจากเค้ารู้ว่า เราไม่ใช่ หญิง หลายคนก็หายไป..  แต่บางคนก็รับได้  และคิดจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน เพราะเค้าบอกว่าเค้าไม่แคร์ คบกันที่ใจ ส่วนร่างกายเธอก็เป็นเหมือนหญิง เค้ารับได้
“ถ้าจะชอบ ก็คือนี่ล่ะตัวฉัน  I am what I am”   เคยมีแฟนแต่ตอนนี้ก็ยังไม่มีนะ เป็นโสดอีกแล้ว...

ชาน่า- แหม..ไม่เป็นไรหรอก สวยๆ อย่างเจสสิก้า ขี้คร้านมีแต่ผู้ชายจะวิ่งชนกันเข้ามาหา
Jessica -  (ยิ้มๆ) คิดว่ารอคนที่ใช่มากกว่า หากไม่ใช่ก็จะไม่เสียเวลาด้วย  หรืออาจจะแค่ผ่านมา ผ่านไป

ชาน่า- ถามเรื่องอนาคตว่าใฝ่ฝันอยากทำงานอะไร  หรือคิดโครงการอะไรบ้างคะ
Jessica -  ฉันคิดว่า ฉันอยากเป็นดารา นักแสดง หรือนางโชว์ ทำงานที่ตัวเองรักหนะค่ะ

ชาน่า-ฝากบอกอะไรกับคนอ่านคอลัมน์ของชาน่าบ้าง  
Jessica -ถ้าอยากจะแปลงเพศเมื่อพร้อมจริงๆ  ก็ทำเลย เพราะหลังจากนั้น เราอาจจะไม่มีโอกาส   คุณมีหนึ่งชีวิต อยากทำอะไรก็ทำซะ ไม่ได้ผิดกฎอะไรนี่นา  ฝากบอกคนไทยด้วยว่า เจสสิก้าชอบเมืองไทยมาก เป็นประเทศที่น่าอยู่ ผู้คนน่ารักค่ะ  ขอบคุณสำหรับกำลังใจด้วยนะคะ

20080529 chana 4

Profile
Name  : Hande  yener (turkish name means flowers) Or Jessica   
Birth  : 18 August- 26 years old
Birth Place : Acalpulco, Mexico
Hobbies :  like to go to the Gym, Disco, read the book etc,.
Favorite Place : Tahiti, The city of Transexual, Thailand  
Wanna tell :  I have only one life so I wanna have a happy one. Be yourself.

Special Thanks to Jessica ,Miss Mexico-my beautiful friend onboard ,Life @ sea Emerald Princess
“Jessica you not made in Mexico anymore I can tell now you made in Thailand”.


คืนนั้นต้องขอบคุณเพื่อนสาว เจสสิก้าที่พูดคุยกันจนกลายเป็นเพื่อนสนิทชิดเชื้อชาวต่างชาติของชาน่าจนหลายคนถามว่า เราเป็นเพื่อนสนิทกันเหมือนนานหลายปีมาก

ต้องขอบอกว่า หากมีโล่ห์สักอันอยากจะมอบให้เธอ สาว(ประเภทสอง)งาม ตำแหน่ง ...ช่างกล้า  ขอจารึกไว้ ณ คอลัมน์แล้ววันนี้   
     
เพื่อนร่วมงานชาวต่างชาติบางคน ถามชาน่าว่า  “เธออยากจะแปลงเพศมั้ย”
อิชั้นก็ต้องตอบไปตามตรงว่า  “ไม่หรอกค่า เพราะแก่เกินแปลง อีกอย่างทางบ้านฉันครอบครัวยังไม่รู้เลย  ที่สาวแตก ขนาดนี้ก็เพราะอยู่ไกลบ้าน ทำอะไรก็ได้ไม่มีผลกระทบกระเทือน นี่ลjะตัวฉัน แต่พอกลับไปบ้านเกิด... ชาน่า แมนยกกำลังสองแม้จะไม่สุด สุด แต่ก็...นะ... เก็กชง ตามกาละและเทศะเจ้าค่ะ”

ใครจะเป็นเพศไหน ไม่สำคัญ หากแต่ทุกคนในสังคมจะยอมรับที่ความสามารถและความเท่าเทียมกันของมนุษย์  ให้โอกาสทุกคน โดยไม่แบ่งแยกเพศเป็นกำแพงกั้น   แล้วเราก็จะอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นสุข  ... ความสำคัญอยู่ที่  “คุณ” คือใคร

ชาน่า  สัมภาษณ์เพื่อนสาวเม็กซิกัน จากบาร์ของพนักงาน ในขณะที่เรือกำลังจะจอดเมือง อิสตันบูล ประเทศตุรกี  Summer 2008 ค่ะ...

บล็อกของ ชาน่า

ชาน่า
"The  show must go on" ไม่ว่าช่วงเศรษกิจจะแย่ การเมืองจะทรงหรือทรุด ภาวะบันเทิงจะไม่โชติช่วงชัชวาลย์ งานไม่ค่อยเข้าเท่าไหร่ก็ไม่สำคัญ แต่ด้วยใจรักและโอกาสที่คุณพอทำได้ วันนี้ป้าเดย์ นางโชว์รุ่นเก๋า กลับมาผงาดบนเวทีของวงการบันเทิงอีกครั้งอย่างอลังการด้วยงานโชว์เริ่ดหรูครั้งสุดยอดยิ่งใหญ่ใน "The Last Day Show: Will I Survive?" การแสดงผสมผสานของรูปแบบและการดำเนินเรื่องแบบ Musical
ชาน่า
ใต้ฟ้าเมืองไทยภายใต้ความรัก การดูแลและห่วงใยของกลุ่มหลากหลายทางเพศ เรายังมีอีกสมาคมหนึ่งที่เป็นที่รู้จักกันมากว่าสิบปี วันนี้ชาน่าอยากแนะนำให้ทุกท่าน ชายจริง หญิงแท้ กะเทย เกย์ เก้ง กวาง เสือใบ อีแอบทั้งหลายได้รู้จักกับอีกสมาคมหนึ่งที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อบริการกลุ่มหลากหลายทางเพศค่ะ นั่นคือ “สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย”
ชาน่า
เรื่องใดที่ไม่มีในเมืองไทย ชาน่าสรรค์หามาเม้าท์ เพราะถือว่าหากโอกาสพาไป ไม่เสียหาย ทำไมจะไม่ล่ะ... ? หลายคนอยากรู้เรื่องราวความเป็นไป เป็นมา หรือแอบคิดในใจว่า "คิดได้ไง ไปหาดเปลือย ?..." บางคนอาจจะมองในแง่ลบทันใดว่า "นังนี่ต้องเป็นโรคจิตแน่เลย ...." ต่างคนนานาจิตตังนะคะ เอาล่ะค่ะให้เวลาตั้งคำถาม ก่อนที่คุณจะได้ทุกคำตอบที่ต้องการ คนที่เข้ามาอ่านย่อมมีจุดประสงค์คืออยากจะรู้บางสิ่งที่ยังไม่รู้ แต่รับรองว่า หากอ่านเรื่องนี้แล้ว คุณได้มากกว่าที่คุณคิดซะอีกค่ะ ถือว่าเป็นเรื่องเล่าจากประสบการณ์ต่างแดนที่ไปสัมผัสมาละกันนะคะ
ชาน่า
อีกเดือนกว่าเรือก็จะนำพาอิฉันไปสู่ยุโรปอีกแล้วค่ะ คราวนี้ไปเส้นทางเดิมที่เคยไปเมื่อซัมเมอร์ปีที่แล้ว "เมดิเตอร์เรเนี่ยน" อาทิ ประเทศอิตาลี กรีซ โมนาโค ฝรั่งเศส สเปน โปรตุเกส โครเอเซีย ตุรกี เป็นต้น หลังจากนั้นจะกลับมาพักร้อนที่เมืองไทยสองเดือนก่อนจะไปเยือนแถบสแกนดิเนเวีย รัสเซีย โปแลนด์ อังกฤษ ฟินแลนด์ นอร์เวย์ เดนมาร์ก เยอรมัน ในซัมเมอร์ปีนี้ โดยส่วนตัวของชาน่า เวลาไปแต่ละเมือง สิ่งที่ต้องค้นหาคือการใช้ชีวิตตามประสาเกย์เกย์ จะได้นำมาเล่าเม้าท์ต่อกัน จนเพื่อนมอบตำแหน่งให้สาขา "ราชินีเม้าท์แตกได้โล่ห์" สัปดาห์นี้ขอจับเข่า เม้าท์เล่าเรื่องของประเทศตุรกี เมืองอิสตันบูล…
ชาน่า
ก่อนอื่นต้องขอแสดงความดีใจกับนักแสดงฝีมือระดับโลกที่ได้รับรางวัลหมาด ๆ สาขา “นักแสดงนำฝ่ายชายยอดเยี่ยม” ฌอน เพนน์ ที่คว้ารางวัล Academy Awards ครั้งที่ 81 ไปครองอย่างสมศักดิ์ศรี แม้ชีวิตจริงของเค้าจะไม่ใช่เกย์ก็ตาม มิลค์ เป็นหนังที่กล่าวถึงการต่อสู้เพื่อสิทธิของชาวรักร่วมเพศที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล 1 ใน 5 ของหนังดังระดับโลกอีกเรื่องหนึ่ง คืนวันอาทิตย์ปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ชาน่าได้มีโอกาสดูการถ่ายทอดสดตรงจาก ทีเอ็นที ณ โรงละครโกดัก แอลเอ โดยหนังเรื่องนี้เข้าชิงหลายรางวัล เช่น หนังดีเด่น ผู้กำกับดีเด่น แม้จะไม่ได้รางวัลแต่อย่างน้อย…
ชาน่า
“วันนี้ดีใจที่ได้ผัว หลังจากเสียตัวมาหลายหน วันนี้มีผัวเป็นตัวตน จะได้ไม่มีคนหมิ่นประนาม หยามดูแคลน” คำกลอนที่ได้ยินจากเพื่อนแล้วจี้เหลือเกิน บทกลอนของหล่อนบทนี้ เหมือนคำประกาศชัยชนะว่า “ฉันมีสามีแล้วย่ะ” ประมาณนั้น มันทำให้จุดประกายเป็นเรื่องราวที่อยากนำเสนอค่ะ แหม...แหม ...แหม คุณคะ ชีวิตของเกย์ กะเทย กว่าจะได้ใครเป็นตัวตน มีคนรักที่เค้ารักเราจริง ๆ นั้นมันสุดแสนจะหายาก บางคนบอกว่า “ยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร” ซะอีก ประเภทที่ได้ ๆ ส่วนมาก หลังจากพ้นช่วงน้ำต้มขมก็ยังเรียกว่าหวาน ผ่านไปไม่นาน สุดท้ายจะลงเอยแบบ “ทางใครก็ทางมัน” หรือว่า “เป็นสามีและภรรยาในนามเท่านั้น”…
ชาน่า
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วหลายคนคงจะได้ดูรายการทีวี รายการ "จับเข่าคุย" ซึ่งดำเนินรายการโดย คุณสรยุทธ์ มีผู้ร่วมรายการคือ คุณเกย์นที และคุณวัลลภ นามวงศ์พรหม ซึ่งเป็นกรรมการเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม สภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ คุณคงจะได้ชมและใช้พิจารณญาณในการชมรายการโทรทัศน์ที่กล่าวถึงประเด็นข่าวเด่นของบ้านเมือง ในรายการมีผู้ร่วมรายการที่ออกมาแฉถึงพฤติกรรมที่เสื่อมทำลายศาสนา คือคุณนที และผู้ให้เหตุผลและตอบรับ ขัดแย้ง โดยคุณวัลลภ โดยสรุปรวมๆ ของเนื้อเรื่อง พูดประเด็นการใช้ย่ามสีชมพู การห่มดอง จีวร พฤติกรรมที่แสดงออกถึงอาการแต๋วแตก แต๋วแหว๋ว แต๋วไม่เหมาะสม เป็นต้น
ชาน่า
การสื่อสารในโลกปัจจุบันนั้นล้ำสมัย มีหลายสื่อให้ประชาชนได้เลือกบริโภค หากจะย้อนไปในสมัยก่อน การสื่อสารถึงกัน หรือแม้แต่เฉพาะกลุ่มเป็นเรื่องที่ลำบากมากนัก หากจะเข้าประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเกย์ หรือ กลุ่มรักร่วมเพศ สื่อทางหนังสือ เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ทำให้สื่อสารถึงกลุ่มกันได้ในสมัยโบราน แต่ก็มีความลำบากไม่ใช่น้อยสำหรับใครที่ต้องแอบใช้ชีวิตปกปิดตัวเอง การเก็บสื่อต่าง ๆ เหล่านั้นคงจะลำบากในการซุกซ่อน จนทำให้วิตกจริตเกรงว่าจะมีใครมาจับได้ว่าเป็นเกย์ มีหนังสือ สื่อเหล่านี้ครอบครอง ทางเลือกใหม่ในปัจจุบันบางคนเลือกที่จะเสพสื่อเพื่อชาวเราผ่านทางอินเตอร์เน็ต…
ชาน่า
สัพเพเหระ หลากหลายสไตล์ในแต่ละสัปดาห์ที่ชาน่านำเรื่องราวของชาวรักร่วมเพศ หรือกลุ่มหลากหลายทางเพศมานำเสนอ โดยหวังว่าจากเพียงแค่ไม่กี่ประโยคที่คุณได้อ่านหรือสัมผัส จะเป็นประโยชน์ต่อคุณหรือใครสักคนไม่มากก็น้อย สัปดาห์นี้พลาดไม่ได้อีกหนึ่งโครงการดี ๆที่อยากแนะนำสำหรับชายรักชาย ช่วงปลายเดือนนี้ เรามีโครงการดีๆ มาเสนอให้คุณฮ่ะ ชื่อโครงการที่ว่านี้คือเข้าค่าย "ทักษะชีวิตพิชิตเอดส์ ครั้งที่ 29" ซึ่งทางสมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทยร่วมกับ สถาบันวิจัยสาธารณะสุข(สวรส.) ได้จัดขึ้นในระหว่างวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 24-25 มกราคม 2552 ณ ค่ายริมขอบฟ้า เมืองโบราณ…
ชาน่า
สวัสดีปีใหม่ค่ะ วันเวลาผ่านไปอย่างไวจากวันเป็นเดือน จากเดือนเลื่อนเป็นปี ก้าวเข้าสู่ปี คศ. 2009 ขออวยพรให้ทุกคนก้าวหน้า อย่าก้าวถอยหลัง ก้าวไปอย่างมีสติ ไม่ประมาท และทุกย่างก้าวถ้าหากเราทำดี ชีวีก็มีสุขเป็นกุศลที่มองไม่เห็นแต่คุณจะสัมผัสได้ วันหยุดยาวติดต่อกันตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงปีใหม่นี้ หลายคนมีโอกาสกลับไปสู่มาตภูมิ ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวอย่างเป็นสุข ทำงานเหนื่อยมามากแล้ว บางครั้ง บางวันอย่าลืมให้รางวัลกับบางวันของชีวิตด้วยนะฮะ สัปดาห์นี้ชาน่าขอพาคุณ ๆ ไปเที่ยวประเทศที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานสี่ห้าพันปี นั่นคือ กรีซ แต่สถานที่ๆ ชาน่าจะพาไปท่องเที่ยวครั้งนี้ หลายคนอาจจะไม่คุ้นหู…
ชาน่า
เรื่องความไม่เท่าเทียมกันทางเพศ หรือความผิดโทษฐานที่เกิดมาเป็นรักร่วมเพศในโลกนี้ยังมีให้เห็นอีกหลายมุมของโลก อันเนื่องมาจากวัฒนธรรมประเพณี ธรรมเนียมที่แตกต่างกัน ชาน่าเคยได้รับเมล์ส่งต่อจากเพื่อนที่ส่งภาพของสองหนุ่มน้อยวัยเบญจเพส ชาวตะวันออกกลางที่ถูกประหารด้วยการแขวนคอประจาร โทษฐานที่เป็นรักร่วมเพศของประเทศในตะวันออกกลางเมื่อหลายปีมาแล้ว ตอนนั้นดูด้วยความสลดและเกิดความสงสารจนพูดไม่ออก
ชาน่า
ท่ามกลางความหนาแน่นของผู้คน นักเดินทางโดยเครื่องบิน ขาเข้าและขาออกนอกประเทศ ณ สนามบินสุวรรณภูมิในค่ำวันหนึ่ง “หวัดดีครับชิน ยินดีที่ได้รู้จัก ได้ยินแต่ชื่อเสียงเลียงนามมานานแล้วครับ” เสียงของพี่หนึ่งทักทายเมื่อครั้นที่เราพบกันครั้งแรกที่สนามบินสุวรรณภูมิ ในวันที่ผมกำลังจะบินไปทำงานต่อที่ต่างประเทศ