Skip to main content

เรื่องความไม่เท่าเทียมกันทางเพศ หรือความผิดโทษฐานที่เกิดมาเป็นรักร่วมเพศในโลกนี้ยังมีให้เห็นอีกหลายมุมของโลก อันเนื่องมาจากวัฒนธรรมประเพณี ธรรมเนียมที่แตกต่างกัน


ชาน่าเคยได้รับเมล์ส่งต่อจากเพื่อนที่ส่งภาพของสองหนุ่มน้อยวัยเบญจเพส ชาวตะวันออกกลางที่ถูกประหารด้วยการแขวนคอประจาร โทษฐานที่เป็นรักร่วมเพศของประเทศในตะวันออกกลางเมื่อหลายปีมาแล้ว ตอนนั้นดูด้วยความสลดและเกิดความสงสารจนพูดไม่ออก


วันนี้อยากนำเรื่องราวของชายสองคนนี้มากล่าวถึงเพราะได้เข้าไปอ่านจดหมายฉบับหนึ่งของหนุ่มรักร่วมเพศจากอิหร่านที่เขียนมาถึงเว็บไซด์เกย์ชื่อดังของโลก เพื่อถ่ายทอดและระบายความในใจ


จดหมายฉบับนี้เขียนมาจาก Arsham Parsi เป็นวัยรุ่นหนุ่มที่เกิดมาบนประเทศที่ต้องห้ามสำหรับการแสดงตัวตนเป็นคนรักร่วมเพศ ในเนื้อความของจดหมายนั้นเขาได้เล่าถึงความลำบากที่ต้องใช้ชีวิตแบบเกย์ ซึ่งหลายครั้งที่เขาได้อฐิษฐานให้ตัวเขาเองได้กลายเป็นคนปกติที่มีจิตใจรักในเพศตรงข้าม แต่สุดท้ายมันก็เป็นไปไม่ได้ ในโลกวิถีของเกย์ในประเทศปิดและไม่ยอมรับอย่างตะวันออกกลางนั้น มันเป็นสิ่งที่ทรมานเหลือเกิน ยากที่จะพบปะ “ชาวเรา” หรือ “คนที่เข้าใจ”


สุดท้ายนายปาร์ซี่ ก็เข้าใจตัวเองและยอมรับกับสิ่งที่เป็นอยู่ จนเขาคิดที่อยากจะก่อตั้งสมาคมเพื่อเรียกร้องแต่สุดท้ายความฝันกับความจริงก็แตกต่างกัน เขาต้องอพยพระเหเร่ร่อนออกนอกประเทศ เพื่อความปลอดภัยในชีวิต เขาได้นั่งรถไฟไปตุรกีในฐานะผู้ลี้ภัยซึ่งได้ไปรายงานตัวที่ Ankara (หนึ่งในเมืองของประเทศตุรกี) แม้เขาจะไปถึงตุรกีแล้วเขาก็ยังไม่หยุดที่จะต่อสู้เพื่อสิทธิเกย์มนุษยชน “When I fled to Turkey, I promised my God that I would continue my support for Iranian queers and that would be my form of worship.” หลังจากนั้นแปดเดือนต่อมา เขาก็ได้ติดต่อและได้เข้าไปประเทศแคนาดา



เขาเล่าว่าก่อนที่จะหนีเข้าประเทศตุรกีนั้นเพื่อนรักของเขาสามคนก็ได้ฆ่าตัวตายเพราะไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร “ทำยังไงได้ก็ในเมื่อเกิดมาเป็นเกย์” มากกว่านั้นล่าสุดตำรวจชาวอิหร่านก็ได้จับกุมเกย์สองคน ที่จัดงานปาร์ตี้ร่วมกลุ่มกันขึ้นอย่างลับๆ โดยไม่รู้ว่าผลจะเป็นเช่นไร


เขาเล่าว่า "Since childhood I could not find any attraction to the opposite sex; yes of course I am a homosexual," says Farsad, 26 “ตั้งแต่ผมยังเด็กแล้ว ผมไม่เคยมีความรู้สึก (ทางเพศ) อะไรกับเพศตรงข้ามเลย แน่นอนหละผมเป็นรักร่วมเพศ”


การใช้ชีวิตในประเทศที่ปิดเช่นนั้น หนทางที่จะพบกลุ่มชาวเรา ทางหนึ่งที่เขาทำคือการพบเพื่อนทางอินเตอร์เน็ต ถึงกระนั้นก็ตาม ตำรวจก็ยังค้นพบจาก IP address และจับกุมอยู่เสมอ บ้างก็หนีรอด บ้างก็โดนจับ


ฤดูหนาวที่ผ่านมา เขาได้พบเพื่อนเกย์ในห้องแชทรูม หลังจากนั้นจึงตัดสินใจพบปะ และใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน วันหนึ่งจึงเชิญเพื่อนคนสนิทมาร่วมสังสรรค์อย่างลับๆ ในช่วงปีใหม่ แค่ 15 นาทีหลังจากปาร์ตี้ได้เริ่มตำรวจก็เข้าจับกุมทุกคน และได้ลำเลียงเข้าคุกจึงฉลองปีใหม่อย่างสุดเศร้า ไม่ใช่แค่จับเฉยๆ บางครั้งยังมีการชกต่อย รังเกียจเดียดฉันท์ของเจ้าหน้าที่ I still feel the pain caused by the fists pounding my face" “ผมยังคงเจ็บปวดเพราะโดนกำปั้นชกที่หน้า” เขากล่าว

 


บัญญัติกฏหมายว่าด้วย

Article 111 of the Islamic Penal Code states that, "Lavat is punishable by death so long as both the active and passive partners are mature, of sound mind, and have acted of free will." According to Articles 121 and 122 of the Penal Code, Tafkhiz (the rubbing together of thighs or buttocks, or other forms of non-penetrative "foreplay" between men) is punishable by one hundred lashes for each partner. Recidivism is punishable by death on the fourth conviction.


Article 123 of the Penal Code further provides that, "if two men who are not related by blood lie naked under the same cover without any necessity," each will receive 99 lashes. Iranian lesbians are not allowed to have an existence in Iran either. Many are forced by society and/or family to live a lie and marry a man. Women convicted of lesbian sex face flogging or, after conviction for a fourth time, the death penalty.”


หากชายสองคนที่ไม่ใช่สายเลือดเดียวกันนอนเปลื้องผ้า ภายใต้ผ้าผืนเดียวกันโดยไม่มีความจำเป็น” ก็ถือว่าผิดมหันต์ ขัดต่อกฏหมายได้


ข่าวการตายของสองหนุ่มน้อย ในวันที่ 13 เดือนพฤศจิกายน ปี คศ.2005 หนังสือพิมพ์ Tehran daily Kayhan รายงานว่ามีสองหนุ่มคือนาย Mokhtar อายุ 24 ปี และนาย Ali อายุ 25 ปี ในเมือง Gorgan รัฐบาลตัดสินประหารสองหนุ่มที่ขัดต่อกฏหมาย “Lavat” ในวันที่ 15 เดือน มีนาคม ปี คศ. 2005 หนังสือพิมพ์ Etemad รายงานว่า สองหนุ่มน้อยได้ถูกฆ่าตายเพียงเพราะว่า หนึ่งในภรรยาของสองหนุ่มนั้นได้ค้นพบว่าพวกเขาร่วมรักกัน โดยมีหลักฐานเป็นวีดีโอเทป (เหมือนการค้นพบการเป็นเกย์ของพระเอกหนังเรื่อง Brokeback mountain ที่ศรีภรรยาเห็นต่อตาว่าสองหนุ่มดูดปากกันอย่างถึงพริกถึงขิง)


ภายในเดือนเดียวกันนั้น หนุ่มน้อยวัย 18 ปีในเมือง Rasht ก็ถูกเผาไฟโดยพ่อผู้บังเกิดเกล้า เพราะรู้ว่าลูกชายเป็นเกย์จึงต้องเผาไฟ ราดน้ำมัน แล้วเผาตัวเองตายตามเพื่อไม่ให้อับอายต่อสังคม หนุ่มน้อยตายแต่พ่อรอดชีวิตได้


เขาได้เล่าอีกว่า กลุ่มรักร่วมเพศชาวอิหร่านหลายคนพยายามหนีออกนอกประเทศเหมือนกับที่เขาทำ


นอกจากนี้ เขายกตัวอย่าง Taraneh สาวเลสเบี้ยน ผู้หนีภัยมาอยู่ยุโรปด้วยวัย 21 ปี เมื่อก่อนเธอเคยจับเข้าคุกเพราะเป็นกลุ่มรักร่วมเพศ โดยอยู่ 27 เดือน โดยได้รับการทรมานอย่างมากและเธอก็ถูกบังคับให้ยอมรับถึงความเป็นเลสเบี้ยนของเธอ



ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นแค่ตัวอย่างที่เห็นถึงความไม่เป็นธรรม ความอันตราย และการถูกทำร้ายของกลุ่มรักร่วมเพศในประเทศอิหร่าน


ประธานาธิบดี นาย Ahmadine jad กล่าวว่า “พวกเราไม่มีกลุ่มรักร่วมเพศเหมือนประเทศคุณ” มันไม่จริงเลยPresident Ahmadinejad's statement that "we don't have homosexuals like in your country" is simply not true.


ในตอนท้ายของจดหมาย เขาบอกว่า

There are many gay and lesbian people in Iran, and they need your support. Right now.”


จดหมายฉบับนี้เขียนเมื่อวันที่ 28 เดือนกุมภาพันธ์ ปีนี้ ส่งถึงเว็บเกย์ชื่อดังของโลก “เกย์โรมีโอ” โดยนายArsham Parsiตำแหน่ง Executive director of the Iranian Queer Organization (IRQO) based in Toronto. ประเทศแคนาดา ติดตามรายระเอียดและความเคลื่อนไหวของพวกเขาได้ที่ www.irqo.net หรือ IRanian Queer Organization – IRQO, Formerly Persian Gay & Lesbian Organization – PGLO info@irqo.net Tel 001-416-548-4171


สิทธิและความเท่าเทียมกันเป็นสิ่งที่คนทุกคน และ “ชาวเรา” พยายามเรียกร้องแต่บางครั้งอุปสรรคและปัญหานั้นมีมากกว่าที่จะต่อสู้ได้ โดยเฉพาะในเรื่องของศีลธรรม ประเพณี เป็นสิ่งที่ลำบากยากที่จะเปลี่ยนแปลงและยอมรับได้


กลุ่มรักร่วมเพศไทยทั้งหลายโชคดีเหลือเกินที่เกิดมาบนผืนแผ่นดินไทย ทำอะไรก็ไม่เดือดร้อน แต่ขออย่างเดียวอย่าทำเรื่องเดือดร้อนและเป็นภัยสู่สังคมไทย แค่นี้คุณก็อยู่ผืนแผ่นดินไทยอย่างสงบสุขดังเช่นคนทุกเพศ ทุกวัยได้เช่นกัน


เป็นกำลังใจให้ “รักร่วมเพศ” ทุกคนทั่วโลกเป็นอยู่อย่างสันติสุข ในโลกใบนี้และชีวีนี้ที่เกิดมา....


ภาพจาก ISNA


บล็อกของ ชาน่า

ชาน่า
  หากใครเคยชมภาพยนตร์ไทยของจีทีเอช โดย บริษัท จอกว้าง ฟิล์ม จำกัด เมื่อปีที่แล้ว “หนีตามกาลิเลโอ” หลายคนคงจะประทับใจเรื่องราวและการต่อสู้ ความน่ารักและการใช้ชีวิตของสองสาวไทยที่ตัดสินใจไปเที่ยวและทำงานต่างประเทศ หนึ่งคนไปเพราะอกหัก อีกหนึ่งไปเพราะสอบตก อยากเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมใหม่  แต่สำหรับฉัน “ชาน่า” หนีไปเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ที่ตัดสินใจบินออกนอกประเทศ ความรู้สึกไม่ได้แตกต่างอะไรไปมากกว่านางเอกของหนังเรื่องนี้นักเลย  สุข เหงา เศร้า คละเคล้ากันไปยิ่งกว่าละครเสียอีก    แต่ชาน่าไม่ใช่นางเอกของเรื่อง แค่เกย์ที่หลายคนรู้จัก บ้างรู้จักฉันดี…
ชาน่า
หลายคนอาจจะเคยสงสัยเหมือนกับชาน่าว่าในสมัยก่อนวิถีชีวิตของเกย์เป็นเยี่ยงไร วันนี้จึงหาคำตอบและเป็นความต้องการทราบส่วนตัวด้วยค่ะ เพราะว่ามีโอกาสได้ดูละครเรื่องสาปภูษา จึงใคร่รู้เยี่ยงนักว่าประวัติความเป็นมาและสังคม กฎระเบียบบ้านเมืองเป็นเช่นใด ข้าใคร่รู้ ณ บัดเดี๋ยวนี้
ชาน่า
  เมื่อช่วงพักร้อนที่ผ่านมา ชาน่าและเพื่อน ๆ ได้พบปะสังสรรค์กันตามประสาเฮฮาปาร์ตี้ เพื่อนๆ ต่างไม่เจอกันมานาน มีทั้งเพื่อนชายจริง หญิงแท้และชาวหลากหลายทางเพศ
ชาน่า
"กระจกจ๋า บอกซาร่าหน่อยนะ ว่าผู้ชายคนเนี้ยะ...ใช่มะ ใช่มะ...." มาแล้ว มาแล้ว มาแล้ว จิ๋ม ซาร่า ท้าสัมผัส... มากับอัลบั้มชุดที่สอง "คนร่วมฝัน"   หากคุณได้ยินเพลงนี้ หลายคนอาจจะสงสัยว่าเป็นหญิงจริงหรือหญิงเทียม ไม่ว่าคุณจะมองผู้หญิงคนนี้อย่างไร ชาน่ามองเธอว่า เธอคือผู้ชายที่กลายเป็นผู้หญิงที่น่าค้นหาอีกคน ข้อความจากเพลง “เกินห้ามใจ” ของนักร้องสาวประเภทสองที่ชื่อจิ๋ม ซาร่า หรือชื่อที่ใช้ในวงการ “สุจินต์รัตน์ ประชาไทย” ผู้ชายทั้งแท่งที่ผันตัวเองให้เป็นผู้หญิงทั้งทิ่ม เธอผู้นี้เป็นคนไทยคนแรกที่กล้าไปผ่าตัดแปลงเพศไกลถึงดินแดนเมืองผู้ดี “อังกฤษ”
ชาน่า
  การมองโลกในแง่ร้าย การมีประสบการณ์ที่โหดร้าย หรืออยู่ในสังคมที่แย่ อาจจะทำให้คนในสังคมนั้นมีพฤติกรรมที่ไม่น่ารัก สังคมที่ไม่มีศีลธรรม สังคมทุนนิยมที่เอาแต่แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยช่วยให้คนกลุ่มนั้นมีทัศนคติและพฤติกรรมที่กลุ่มคนดีเค้าไม่ทำกัน วันนี้อยากนำเสนอเหตุการณ์ และ ศัพท์ของเกย์ที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับสังคมสีม่วงของเรา ถ้าหากหลีกเลี่ยงได้ สังคมเกย์ไทยจะน่าอยู่อีกเยอะเลยล่ะฮ่ะ
ชาน่า
  เกิดเป็นคนมีชื่อเสียง (.... อือ... อันที่จริงทุกคนล้วนมีชื่อเป็นของตัวเองทั้งน้านนน) ก็ลำบากทำอะไรก็เป็นเป้าสายตาของประชาชี จะกิน ดื่ม ขยับซ้ายก็เป็นข่าว ขยับขวาก็มองต่างมุม โดนรุมทำข่าวอีก เรียกได้ว่าสูญเสียความเป็นส่วนตัวมากทีเดียว เพราะนอกจากจะเป็นเครื่องมือของธุรกิจคนขายข่าว ขายเรื่องราวแล้วยังเป็นเหมือนสินค้าตัวหนึ่งทีเดียวฮ่ะ
ชาน่า
การมองโลกในแง่ดี(เกินไป) การทำดี การให้เพื่อคนที่เรารัก เคยรัก อยากรัก สุดท้ายคนนั้นกลายเป็นคนอื่นคนไกล คนไม่รู้จัก บางครั้งมันก็ยากที่จะสาธยายได้ว่า สิ่งที่เราทำไปนั้นมันเป็นไปทางทิศไหน หรือกว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ สะกดคำว่า ... สายเกินไป “โดน” กับตัวเองแล้วล่ะ
ชาน่า
  เคยคิดอยากเขียนนิยาย ที่ได้แรงบันดาลใจจากเรื่องจริงเหมือนกัน แต่ฝีมือการเขียนยังไม่เข้าขั้น และที่สำคัญเวลายังไม่เอื้ออำนวย เพราะต้องทำงานเป็นนางแบกโกอินเตอร์ ทำงานทุกวันฮ่ะ (นางแบก คือทำงานอาชีพแบกถาด บนเรือสำราญเจ้าค่ะ) สัปดาห์นี้อยากเขียนเรื่องจริงจากประสบการณ์ของชายคนหนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของชาน่า ที่เค้ากล้าเผยความเป็นเกย์ต่อครอบครัว ความจริงมันไม่เป็นเพียงแค่ความกล้า หากแต่เป็นสถานการณ์พาไป และอยากให้รับรู้ ยามเมื่อถึงเวลา เนื้อเรื่องและเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงจากครอบครัวคนไทยเชื้อสายจีนครอบครัวหนึ่ง เรียบเรียงโดยชาน่า ล้านนา ค่ะ
ชาน่า
ปีใหม่ก้าวผ่านมาตามวันเวลาของปฎิทิน ที่ถูกกำหนดไว้ วันเดือนปี (ใหม่) เป็นแค่กาลเวลาที่คนเรากำหนด นับจากวันที่ผมลืมตาดูโลก จนถึงวันนี้ วัน เวลา และปีเป็นสิ่งที่กำหนดอายุของคนเรา ใช่มันผ่านไปแล้ว ...ผ่านไปเข้าสู่วัยกลางคน ของคน ๆ หนึ่งที่ยืนหยัดอยู่บนโลกที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปใบนี้ มีหลายสิ่งที่ดีเข้ามา มีหลายคราที่รู้สึกแย่ หลากอารมณ์ที่ตัวเองสัมผัสได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ค้นพบและรับรู้อยู่เสมอคือ... ความเป็นตัวตนที่แท้จริงภายใต้จิตสำนึก  
ชาน่า
หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับการรณรงค์ การกระทำที่ไม่รุนแรงต่อเพศหญิง แต่น้อยคนนักจะเข้าใจและเห็นด้วยกับการที่ได้ทราบข่าว การกระทำรุนแรงต่อเพศพิเศษนั่นคือเกย์ หรือกะเทย ที่เกี่ยวข้องกับผองเพื่อนชาวเรา ชาน่าได้อ่านจดหมายฉบับหนึ่งที่ส่งถึงเว็บเกย์โรมีโอ (เว็บไซต์สังคมเกย์ที่ขึ้นชื่อของโลก) โดยคนที่เขียนมาเล่าเป็นเกย์ ที่ออกค่ายอาสากับหมอ เกี่ยวกับโรคเอดส์ ซึ่งมีโอกาสได้ไปหลายประเทศต่าง ๆ ขอแปลจดหมายฉบับนี้เพื่อผู้อ่านค่ะ
ชาน่า
ชาน่าชอบอ่านทุกอย่างที่ขวางหน้าถ้าหากมีเวลา แต่ถ้าไม่มีเวลามากนักก็เลือกบางเรื่อง ที่สนใจและเกี่ยวข้อง อย่างเรื่องฮา ฮา แม้บางครั้งบอกกับตัวเองว่า “ไร้สาระน่าดู...” แต่ลึก ๆ แล้วเนื้อหาบางส่วนอาจจะให้ความบันเทิงแบบไม่ต้องคิดอะไรมากอย่างเสียไม่ได้ ลองอ่านเรื่องราวที่ชาน่าเรียบเรียงโดยได้พล๊อตเรื่องจาก เมล์ส่งต่อ แต่แต่งเติมเป็นภาษาง่าย ๆ ของชาน่านะฮะ (ดั่งเพื่อนหลายคนตั้งฉายาให้ว่า ชาน่า ปั้นน้ำเป็นตัวจนแข็ง....) ... ด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม น้อง ๆ อายุต่ำกว่า 18 ปี ไม่อนุญาตให้อ่านนะคะ เป็นคอลัมน์เรต ฉ. เด็กควรอยู่ในความดูแลของผู้ปกครองด้วยค่ะ
ชาน่า
  ชีวิตความรักของเกย์น่ะหรือ... หลายคนผลักดัน ยิ่งดันยิ่งดัก ยิ่งผลักเหมือนยิ่งแบกโลก เคยมีเพื่อนของชาน่าหลายคน บอกว่า ... “ฉันเชื่อเรื่องความรักของเกย์ ...ว่าคือรักนิรันดร์” แต่ “ฉัน” กลับขอค้าน ที่ค้านในที่นี้คือ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล คนที่เชื่ออย่างนั้นหนึ่งในนั้นคือ “ฉันเอง” ชาน่า