Skip to main content

 

ปลายเดือนมกราคม ศกนี้ องค์การ Freedom House อันเป็น NGO อเมริกันที่คอยติดตามสอดส่องประเมินเสรีภาพและประชาธิปไตยทั่วโลกนับแต่สงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา ได้เผยแพร่รายงานประจำปี Freedom in the World 2015 https://freedomhouse.org/sites/default/files/01152015_FIW_2015_final.pdf  ซึ่งระบุว่าปีที่แล้วมาเสรีภาพพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (civil liberties ตัวชี้วัดความเป็นเสรีนิยม & political rights ตัวชี้วัดความเป็นประชาธิปไตย) เสื่อมทรุดลงทั่วโลกโดยทั่วไป มาตรวัดเสรีภาพสากลขององค์การตกต่ำลงทุกปีตลอดช่วง ๙ ปีที่ผ่านมา อุดมคติประชาธิปไตยตกอยู่ภายใต้การคุกคามที่ใหญ่โตที่สุดในรอบ ๒๕ ปี

รายงานของ Freedom House ชี้ว่าปีค.ศ. ๒๐๑๔ ถือเป็น “ปีที่หม่นหมองเป็นพิเศษ” เกิดการปะทุขึ้นของการก่อการร้ายรุนแรงและยุทธวิธีที่ก้าวร้าวทั่วโลก ตะวันออกกลางเป็นภูมิภาคที่ปรากฏการสูญเสียเสรีภาพชัดเจนที่สุด กลุ่มสู้รบแห่งรัฐอิสลามฆ่าฟันผู้คนจำนวนมากในการเข้ายึดพื้นที่ประเทศอิรักและซีเรียส่วนหนึ่ง การนำที่ขาดประสิทธิภาพและกดขี่ในประเทศทั้งสองเปิดช่องโหว่ให้กลุ่มสู้รบแห่งรัฐอิสลามเข้าปฏิบัติการได้ ซีเรียถูกจัดอันดับว่ามีเสรีภาพต่ำสุดในรอบสิบปีในสภาพที่มีทั้งสงครามกลางเมืองและการก่อการร้ายรุนแรง ในทางกลับกันตูนีเซียเป็นข้อยกเว้นในบรรดาประเทศที่เกิดเหตุวุ่นวายทั้งหลาย โดยถือเป็นประเทศอาหรับเดียวที่กลายเป็นประเทศเสรี (free) ในรอบ ๔๐ ปีที่ผ่านมา
(อนึ่ง Freedom House จัดอันดับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกออกเป็น ๓ ประเภทตามคะแนนด้านเสรีภาพพลเมืองและสิทธิทางการเมืองที่แต่ละประเทศได้จากการประเมิน ได้แก่ free, partly free, unfree หรือเสรี, กึ่งเสรี, ไม่เสรี)
 
Arch Puddington รองประธานด้านวิจัยของ Freedom House ผู้เขียนรายงานประจำปี ๒๐๑๔ นี้ชี้ว่าการสูญเสียเสรีภาพที่ร้ายแรงที่สุดในปีที่แล้วเป็นผลมาจากการก่อการร้าย เขากล่าวว่า:
“การคลี่คลายของเหตุการณ์ที่น่าหดหู่ที่สุดอย่างหนึ่งคือกระแสสูงของการก่อการร้าย ในอดีตที่ผ่านมา เราไม่เคยพบเห็นผลกระทบของการก่อการร้ายต่อประชาธิปไตยอย่างมีนัยสำคัญเท่ากับที่เกิดขึ้นในปี ๒๐๑๔ มาก่อนเลย” การก่อการร้ายทำให้คนนับพัน ๆ พลัดถิ่นที่อยู่ ผู้หญิงถูกลักพาตัวหรือจับตัวไปเป็นสินศึก มีการสังหารชนส่วนน้อยทางศาสนาในตะวันออกกลาง แอฟริกาและเอเชียใต้
 
Freedom House ระบุว่าสภาพที่ขาดเสรีภาพแบบประชาธิปไตยสร้างภาวะแวดล้อมที่เอื้อให้การก่อการร้ายเติบใหญ่ขึ้น ประชากรราว ๒.๖ พันล้านคนทั่วโลกอาศัยอยู่ในสภาพเงื่อนไขที่ “ไม่เสรี” คิดเป็นประมาณ ๑ ใน ๓ ของประชากรทั่วโลก
 
รายงานชี้ว่ารัสเซียเข้าไปพัวพันกับความรุนแรงในภาคตะวันออกของยูเครนรวมทั้งเข้ายึดคาบสมุทรไครเมีย รายงานยังวิจารณ์ทางการรัสเซียที่โจมตีสื่อมวลชนรัสเซียว่าเป็นการไม่เคารพมาตรฐานประชาธิปไตย
 
รายงานตั้งข้อสังเกตการที่รัฐบาลอียิปต์ผลักดันดอกผลทางประชาธิปไตยที่เพิ่งได้มาให้ถอยหลังลงคลองไป ทั้งยังปราบปรามสื่อมวลชน กลุ่มสิทธิมนุษยชนและผู้เห็นต่างทางการเมืองด้วย
 
Freedom House กล่าวว่ารัฐบาลตุรกีและจีนได้เปิดฉากรณรงค์อย่างก้าวร้าวเพื่อเล่นงานปฏิปักษ์ของตน
 
Thomas Huges ผู้อำนวยการบริหารของกลุ่ม Article 19 องค์กรสิทธิมนุษยชนของอังกฤษที่ปกป้องเสรีภาพในการแสดงออก เสรีภาพสื่อสิ่งพิมพ์และการเข้าถึงข่าวสารข้อมูล http://www.article19.org/index.php กล่าวว่าความเปลี่ยนแปลงในสหรัฐอเมริกาและพันธมิตรตะวันตกทั้งหลายได้ทำร้ายอุดมคติประชาธิปไตย
“แนวโน้มน่าเป็นห่วงยิ่งอย่างหนึ่งเกิดขึ้นในกลุ่มประเทศทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือที่ซึ่งเราเคยเห็นการปกป้องสิทธิมนุษยชนสากลอย่างเข้มแข็งแต่เดิมมา เพราะได้เกิดการล่วงละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเด็นต่าง ๆ เช่น การติดตามสอดส่องมวลชนขนานใหญ่ เหล่านี้นับเป็นการสร้างกรณีตัวอย่างที่ส่งผลเชิงลบอย่างยิ่ง”
 
Freedom House ฟันธงว่าความผิดพลาดใหญ่โตที่สุดที่ระบอบประชาธิปไตยจะทำลงไปได้ก็คือการยอมรับความคิดที่ว่าเราไม่มีปัญญาความสามารถจะทำอะไรได้หรอกเมื่อเผชิญกับจอมเผด็จการที่ใช้กำลังหรือข่มขู่คุกคามคนอื่น เอาเข้าจริงกลับเป็นปุถุชนพลเมืองสามัญต่างหากผู้พร้อมจะลุกขึ้นมาท้าทายผู้ปกครองเหล่านี้
 
หมายเหตุ บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกในเฟซบุ๊ก 'Kasian Tejapira' เมื่อวันที่ 1 ก.พ.58

บล็อกของ เกษียร เตชะพีระ

เกษียร เตชะพีระ
เหนืออำนาจรัฐ ยังมีอำนาจทุน: อองซานซูจี วีรสตรีผู้ยืนหยัดต้านอำนาจรัฐเผด็จการทหารพม่า อ่อนข้อให้อำนาจทุนจีน
เกษียร เตชะพีระ
...ในทุก trust มี risk แฝงฝังอยู่อย่างมิอาจปัดป่ายบ่ายเบี่ยงเป็นอื่นได้ ก็เพราะ trust มันทำงานอย่างนี้ คือไม่เป็นทางการ ไม่มีกฎหมายครอบงำกำกับ มันหลวม ๆ สบตาเอ่ยปากขอรู้ไจวางใจกัน และความหลวมนี่แหละทำให้ทุกอย่างดำเนินการไปได้อย่างสะดวกราบรื่น ด้วยความไว้วางใจที่มีต่อกัน และฉะนั้นมันจึงเปิดช่องให้ trust ถูก abused ได้..
เกษียร เตชะพีระ
ความขัดแย้งชายแดนภาคใต้ กองทัพแก้ไม่ได้ เพราะโดยเนื้อแท้มันไม่ใช่ปัญหาการทหาร แต่เป็นปัญหาการเมือง ในที่สุดการแก้ปัญหาความขัดแย้งชายแดนภาคใต้นี้ต้องทำโดยรัฐบาล
เกษียร เตชะพีระ
...ก้าวต่อไปที่น่าจะเป็นของงานการเมืองฝ่ายรัฐบาลคือการรุกด้วยข้อเสนอรูปธรรมให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้ใช้สิทธิอำนาจตามกรอบรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยในการบริหารท้องถิ่นตนเองมากขึ้น ข้อเสนอนี้จะเป็นตัวช่วงชิงชนะใจมวลชน และกดดันปีกการทหารของฝ่ายผู้ก่อความไม่สงบให้ยอมรับทางออกทางการเมืองในที่สุด... 
เกษียร เตชะพีระ
เกษียร เตชะพีระ
เกษียร เตชะพีระ
ฝ่ายซ้ายมองสฤษดิ์เห็นเป็น "นัสเซอร์" ส่วนฝ่ายขวามองสฤษดิ์เห็นเป็น "เดอโกล" ส่วนสฤษดิ์นั้นเอาเข้าจริงเห็นตัวเองเป็น "พ่อขุนอุปถัมภ์แบบเผด็จการ" ผู้ฉีกรัฐธรรมนูญ ล้มประชาธิปไตย "แบบตะวันตก" กวาดล้างขุดรากถอนโคนมรดกการปฏิวัติ 2475 ทั้งทางสัญลักษณ์และโครงสร้างกฎหมาย เพื่อสร้าง "ประชาธิปไตยแบบไทย " โดยอิงอาศัยความชอบธรรมจากสถาบันกษัตริย์
เกษียร เตชะพีระ
เรื่องให้ฝ่ายรัฐควักเงินหลวงมาจ่ายส่วนต่างค่าแรงขั้นต่ำที่ปรับเพิ่มจากเดิมนั้น เป็นไปไม่ได้ ฝันลม ๆ แล้ง ๆ ไม่มีเยี่ยงอย่างที่ไหนในโลกทำกันครับ
เกษียร เตชะพีระ
มาตรา ๑๗๑ วรรคสี่ ของ รัฐธรรมนูญเพื่อป้องกันคนอย่างทักษิณ สะท้อนความหวาดระแวง - ไม่ไว้วางใจที่คณะผู้ร่าง รธน.ที่มีต่อตัวอดีตนายกฯทักษิณ และ เสียงข้างมากในสภาและเสียงสนับสนุนของประชาชนอีกชั้นหนึ่งเช่นกัน
เกษียร เตชะพีระ
ถึงปี ๒๐๓๐ สหรัฐฯจะไม่ได้เป็นอภิมหาอำนาจแบบที่เห็นอยู่ปัจจุบันอีกต่อไป, เศรษฐกิจจีนจะใหญ่ที่สุดในโลกและจะเติบโตไปแบบนั้นได้ต้องแก้ปัญหาใหญ่ ๒ อย่างใหญ่ ๆ จีนพึ่งพาทรัพยากรเข้มข้นในการเติบโต และทรัพยากรที่ว่ากำลังร่อยหรอ สังคมจีนกำลังชราภาพลงโดยเฉลี่ยอย่างรวดเร็ว, บทบาทของสหรัฐฯจะปรับเปลี่ยนเพราะโลกและนานาชาติคาดหวังให้สหรัฐฯทำตัวเป็นผู้บริหารจัดการจัดตั้งไกล่เกลี่ยหาทางออกข้อตกลงยุติความขัดแย้งรุนแรง
เกษียร เตชะพีระ
ความยุติธรรมที่ผู้มาทีหลังควรได้ร่วมบริโภคและยกระดับมาตรฐานการครองชีพดีขึ้นอย่างเท่าเทียม, กโลบายกระตุ้นเศรษฐกิจและอุ้มอุตสาหกรรมรถยนต์, ขีดจำกัดทางสิ่งแวดล้อมธรรมชาติและชีวิตเมืองของการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล