<!-- @page { margin: 2cm } P { margin-bottom: 0.21cm } A:link { color: #0000ff } --> <p style="margin-bottom: 0cm">&ldquo;<font face="Tahoma, sans-serif"><font size="2">ธรรมใจ ไดอารี่&rdquo; </font></font> </p> <p style="margin-bottom: 0cm"><font face="Tahoma, sans-serif"><font size="2">เป็นบันทึกการเดินทางภายในและแสวงหาความจริงของชีวิต</font></font></p> <p style="margin-bottom: 0cm"><font face="Tahoma, sans-serif"><font size="2">ผ่านการเจริญสติในชีวิตประจำวันของคนธรรมดาคนหนึ่ง</font></font></p> <p style="margin-bottom: 0cm"><br /> </p> <p style="margin-bottom: 0cm"><font face="Tahoma, sans-serif"><font size="2">ผู้เขียนคือ &ldquo;พันธกุมภา&rdquo; </font></font> </p> <p style="margin-bottom: 0cm"><font face="Tahoma, sans-serif"><font size="2">เกิดเดือนกุมภาพันธ์ เป็นคนหนุ่มวัยยี่สิบกว่าๆ เรียนหนังสือยังไม่จบ </font></font> </p> <p style="margin-bottom: 0cm"><font face="Tahoma, sans-serif"><font size="2">แต่เลือกเรียนรู้ทางสังคม โดยทำงานในเรื่องที่เกี่ยวกับชีวิตความรัก ความสัมพันธ์ของวัยรุ่น</font></font></p> <p style="margin-bottom: 0cm"><font face="Tahoma, sans-serif"><font size="2">พันธกุมภา จึงอุปมาเหมือนเป็น &ldquo;ภารกิจของความรัก&rdquo; ที่คนๆ หนึ่งอยากมอบให้กับทุกๆ ชีวิต</font></font></p> <p style="margin-bottom: 0cm"><font face="Tahoma, sans-serif"><font size="2">เพื่อความรักที่เติบโต เข้มแข็ง และเรียนรู้ ท่ามกลางความเข้าใจซึ่งกันและกัน</font></font></p> <p style="margin-bottom: 0cm">&nbsp;</p> <p style="margin-bottom: 0cm"><font face="Tahoma, sans-serif"><font size="2">ติดต่อที่ </font></font><font face="Times New Roman, serif"><font face="Tahoma, sans-serif"><font size="2">: </font></font><font color="#0000ff"><u><a href="mailto:kuumpaphan@hotmail.com"><font face="Tahoma, sans-serif"><font size="2">kuumpaphan@hotmail.com</font></font></a></u></font><font face="Tahoma, sans-serif"><font size="2"> </font></font></font> </p>

บล็อกของ pantakumpa

วิถีแห่งความจริง

ชีวิตนี้แสนสั้นและใจก็เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา

เช้าสายบ่ายค่ำจิตใจไม่เหมือนเดิม กายก็มีทั้งสุขและทุกข์แปรปรวนไปตามธรรมดา

ชีวิตแต่ละวันจึงแสนจะสั้นและดูแล้วไม่เที่ยงเอาเสียเลย

จนบางครั้งรู้สึกกลัวว่าจะไม่ได้ทำอะไรก่อนที่ลมหายใจจะหมดไป

จึงต้องใคร่ครวญคิดคำนึงอยู่เสมอๆ ว่าตั้งแต่เกิดมามีอะไรที่ตัวเองยังไม่ได้ทำบ้าง

และก็ควรจะใช้เวลาที่เหลืออยู่ของชีวิตนี้เพื่อลงมือทำสิ่งนั้นอย่างจริงจังไม่ใช่แค่คิดและปล่อยทิ้งไว้เฉยๆ

ธรรมใจไดอารี่ ฉบับธรรมทาน^^

เร็วๆ นี้ผมและญาติธรรมกำลังร่วมกันดำเนินการจัดพิมพ์ธรรมใจไดอารี่ ฉบับธรรมทาน ซึ่งพี่ๆ ญาติธรรม ทุกๆ คน ที่ได้มาพบเจอ รู้จัก สนทนาธรรมกัน ได้ช่วยเหลือ เกื้อกูล ให้คำปรึกษา แนะนำต่างๆ มากมาย และเมื่อมีผู้เสนอให้ทำ ธรรมใจไดอารี่ขึ้น

หากเราต้องจากกัน....

สำหรับผมกับแฟน เราทั้งสองคบกันด้วยเหตุแห่งความศรัทธาที่มีต่อกัน ในวันที่เราเจอกันครั้งแรก แม้ไม่ได้รู้สึกอยากจะได้มาครอบครองแต่ด้วยความที่เธอเป็นวัยรุ่นคนหนึ่งที่สนใจในทางธรรม ทั้งการถือศีล และการปฏิบัติ ทำให้เราทั้งสองได้สนทนาและแบ่งปันการภาวนาของกันและกันและก็ได้คุยกันเรื่อยมา

ทุกข์ในทุกๆ วัน

วันธรรมดาวันหนึ่ง ชีวิตประจำวันก็ผ่านไปด้วยเหตุปัจจัยเหมือนเดิม มีประชุม ทำค่าย อบรม เดินทางจัดกิจกรรมตามจังหวัดต่างๆ ได้เจอผู้คนมากหน้าหลายตา มีโอกาสได้สนทนากันตามเรื่องราวที่แตกต่างกันไป แต่ข้างในใจกลับเต็มไปด้วยความเฉื่อยชา เบื่อหน่าย ไม่ค่อยมีความสุขเท่าใดนัก

ทวนกระแสใจ

การได้สังเกตจิตใจของตัวเองตามความเป็นจริงตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พบว่าจิตใจนี้มีธรรมชาติแปรเปลี่ยนไปมาตามเหตุปัจจัยเงื่อนไขชีวิต แล้วยังมีปกติไหลลงสู่ที่ต่ำ ไปสู่ความอยากได้ อยากดี อยากมี อยากเป็น ความโกรธ ขุ่นเคือง หงุดหงิด ความไม่รู้เนื้อรู้ตัว ขาดสติ เผลอหลงใหลไปกับโลกของความคิดและสิ่งภายนอกใจ

ของขวัญสำคัญของชีวิต

คำอวยพรจากเพื่อนๆ พี่น้อง หลายๆ คน ส่งมายังผมหลายฉบับ ทำให้เกิดความปีติยินดี ที่ได้รับคำอวยพรอย่างยิ่ง และผมก็ได้ตอบกลับไปยังเพื่อนๆ พี่น้อง ทั้งที่ส่งมาและไม่ได้ส่งมา อีกหลายๆ คน การให้พรจึงเสมือนเป็นการให้กำลังใจและบอกให้กันและกันรู้ว่ายังคงระลึกถึงกันอยู่เสมอ

ใจที่มัวรู้ตัวให้ทัน

บ่อยครั้งที่การเจริญสติของใครหลายคนติดอยู่กับอารมณ์คือหลงไปแช่อยู่กับอารมณ์นานจึงทำให้เกิดการเผลอยึดมั่นในอารมณ์นั้น กลายเป็นติดหลุม เผลอลงไปแช่ จะรู้สึกมัวๆ หรือเผลอไปแทรกแซง จนยากยิ่งนักที่จะรู้สึกตัวทัน ทั้งนี้ครูบาอาจารย์ท่านแนะไว้ว่าอาจเป็นเพราะจิตยังไม่ถึงฐานหรือจิตยังไม่ตั้งมั่น

ใจดู รู้ใจ ในชีวิตประจำวัน

 

ในการภาวนาบ่อยครั้งนักที่ผมมักจะได้ยินคนอื่นๆ มาเล่าให้ฟังทำนองว่า สถานที่นี้ไม่ดีเลย ไม่เหมาะที่จะภาวนาเลย เสียงก็ดัง คนก็เยอะ ไม่มีที่ ไม่มีทางเดินจงกรมหรือนั่งปฏิบัติเลย เพราะมองว่าการที่จะภาวนาได้นั้นจะต้องไปในสถานที่ที่มีรูปแบบ เช่น มีทางให้เดินจงกรม มีเบาะให้นั่งภาวนา เป็นต้น

เข้าเงียบภาวนา ที่ถ้ำผาปล่อง

ปลายเดือนตุลาคม 2552 นี้ ผมได้มีโอกาสไปภาวนากับพี่ๆ ญาติธรรมเชียงใหม่ ที่สำนักสงฆ์ถ้ำผาปล่อง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ซึ่งพวกเราไปกัน 4 คน ได้แก่ พี่เอ้ พี่ยา พี่นา และผม ซึ่งผมรู้จักพี่ๆ ผ่านทางการสนทนาในอินเตอร์เน็ตและทุกๆ คนก็ภาวนาในแนวดูจิตเหมือนๆ กัน

ตัวร้ายในใจตน

บ่อยครั้งที่รู้สึกตัว และอารมณ์ต่างๆ เกิดขึ้นภายในใจ มันยิ่งทำให้เห็นว่าเราสามารถตามรู้ ตามดูสภาวะต่างๆ ได้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ด้านบวก หรืออารมณ์ด้านลบที่เกิดขึ้นภายในใจ สิ่งต่างๆ เหล่านี้มีหน้าที่เหมือนกันคือ ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ไม่สามารถควบคุมหรือบังคับบัญชาได้

Pages

Subscribe to RSS - บล็อกของ pantakumpa