Skip to main content

ล่วงลับแล้วคงไม่ไปสวรรค์
เป็นผีบ้าน ผีทุ่ง ผีป่าเขา
คอยดูแลราษฎรพี่น้องเรา
เป็นขวัญทัพปลุกเร้ากำลังรบ

ล่วงลับแล้วอุบัติเป็นประชาทิพย์
ล่วงลับแล้วอุบัติเป็นประชาทิพย์
ได้ตายสิบเกิดแสนไม่รู้จบ
ทุกชิ้นส่วนเรืองร่างองคาพยพ
ทับถมทบสร้างถนนหนทางไท

ชีวิตดับยังระยับปณิธาน
ทอดฉายฉานใดไม่อาจบดบังได้
คมกระสุนสามารถตัดขั้วหัวใจ
แต่ไม่อาจตัดฝันใฝ่สู่เสรี
คมกระสุนสามารถตัดขั้วหัวใจ
แต่ไม่อาจตัดฝันใฝ่สู่เสรี

ธารโลหิตทะลักโชกเสื้อผ้าชุ่ม
สาวหนุ่มร่วงกลางปืนก้องกังวานถี่
ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง
ปัง ปัง ปัง ชีพผู้กล้าอุทิศพลี
โรยราหรี่แล้วจรัสวีรชน

ล่วงลับแล้วพวกเขาไม่ไปสวรรค์
กลั่นวิญญาณสิงสู่ทุกแห่งหน
เป็นหนึ่งเดียวกับนานาโลกสากล
อารยะชาติ พลเมือง รับเชิดชู

ท่านงีบหลับแล้ว! ปลุกคนตื่นวีรชน
ล้มพ่ายก็เริ่มต้นอีกครั้งสู้
สู้พ่าย สู้ใหม่ ได้ลองดู
เรียนรู้ช้ำให้เดินสู่ชัยชนะ
สู้พ่ายสู้ใหม่ได้ลองดู
เรียนรู้ซ้ำให้เดินสู่ชัยชนะ

                     ไม้หนึ่ง ก. กุนที

หมายเหตุ บทกวีที่ ไม้หนึ่ง ก.กุนที อ่านบนเวทีสนามหลวงเมื่อคืน 25 เมษายน 2552

บล็อกของ กวีประชาไท

กวีประชาไท
เสียง อิ่มอดอ่อนล้า             โรยแรง ลือ    เล่าความจำแฝง          เหลื่อมเร้น เสียง ลือเล่าตายแหง           เสร็จส่ง เรื่องฤๅ เล่า   เจื่อนเก้อหน้าเฟ้น        เก่าพร้อมใหม่หยิม ฯลฯ
กวีประชาไท
  แล้วดอกจานบ้านนาก็ร่วงหล่น           จากแล้งฝนผ่านพ้นสู่เหน็บหนาว แสงตะเกียงดวงน้อยก็ดับยาว            สายลมหนาวพาความเศร้ายังบ้านนา
กวีประชาไท
สิ้นเดือนเดินทางมาพร้อมกับว่างเปล่า
กวีประชาไท
ยุคเยื้องกรายย่ำเท้า หนาวลึก สารสื่อเร่งรู้สึก ท่ารู้ ความเป็นอยู่ด้านนึก ตกดิ่ง แล้วฤๅ เรียกว่าต่างกลุ่มกู้ ชาติเชื้อชนผอง ฯลฯ
กวีประชาไท
  โบยตีฉันเถิดความทรงจำ บัดนี้, ฉันยอมจำนนต่อทุกสิ่งแล้ว ต่อวิญญาณอันพ่ายพังกับความฝันในเวิ้งแล้ง ทิ้งไว้เพียงรอยเท้าในดินทราย
กวีประชาไท
มาเยี่ยมเยือนเพื่อนเก่าคนเคยรัก มาไถ่ถามว่าเหนื่อยหนักและท้อไหม กับชีวิตกับเรื่องราวความเป็นไป เหล้าจอกนี้รินให้เพื่อนดื่มกิน
กวีประชาไท
หนึ่งหยดพรสวัสดิ์นี้          สุขสรรค์ หยดเผื่อไว้เอื้อปัน            ตื่นย้ำ โดยลุคลื่นคลี่นครร-         ลองคลื่น ที่นี่ที่อื่นล้ำ                     หยั่งปลื้มปรีดิ์ถึง ฯลฯ 
กวีประชาไท
คนตายก็ตายไป คนอยู่ก็อยู่ไป ชีวิตหนึ่ง..ก่อนสู่เชิงตะกอน  
กวีประชาไท
    อรุณรุ่งแห่งการต่อสู้ฉายฉานแจ่มชัด ดั่งจะบอกว่า “แนวทางของประชาชนก็คือแนวทางประชาชน ดั่งจะบอกว่า “แนวทางของเผด็จการก็คือแนวทางของเผด็จการ
กวีประชาไท
    จึงใฝ่ฝันถึงวันที่สวยงาม               หลังโมงยามทะเลคลั่งฟ้าสดใส ชุบชีวิตฟื้นตื่นจากเดียวดาย          ปลุกดวงดาวพร่างพรายกลับคืนมา
กวีประชาไท
หากไทยไม่รู้จัก              รากฐานชาติย่อมย่อยแหลกราน    ทุกครั้งคนทุกส่วนอาจหาญ         โหมหักปลุกคลั่งไคล้เผลอพลั้ง    พ่ายเพ้อนิรันดร ฯลฯ