Skip to main content

 

ที่นี่
ยังอยู่ที่นี่
ที่ที่เปิดโอกาสให้คุณได้เยียวยารักษาปีกแห่งถ้อยคำของคุณ
ที่หักร่องแร่งจากการโบยบินต่อสู้เพื่อการอยู่รอดของชีวิต
ในสังคมการแก่งแย่งแข่งขันที่เต็มไปด้วยความรุนแรงและโหดร้าย
จนกระทั่งหายสนิทและกลับมาโบยบินได้ดั่งเดิม
พร้อมกับการพัฒนาความคิดทางสังคมและการเมืองจากที่นี่
ที่เสนอข่าวสารความรู้ทางสังคมและการเมืองอย่างรอบด้านและลึกซึ้ง
ซึ่งคุณมิอาจหาได้จากสื่อมวลชนกระแสหลักที่เต็มด้วยพันธะและเงื่อนไข
ที่ต้องประนีประนอมกับการตลาดและแหล่งทุนต่างๆในสังคม
ซึ่งเป็นฐานทางเศรษฐกิจอันเข้มแข็งและมั่งคั่ง
ที่ทำให้สื่อมวลชนกระแสหลักมากมายหลายสื่อ
ไม่สามารถ สื่อปรากฏการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในสังคม
ออกมาสู่สาธารณชนได้หมดทุกเรื่องราวและลงลึกจนถึงต้นตอ
แต่คุณสามารถรับรู้ได้จากที่นี่

วันนี้ ใครต่อใครที่เคยเข้ามาอยู่ด้วยกันที่นี่ร่วมกับคุณ
ต่างพากันแยกย้ายจากกันที่นี่ไปจนเกือบจะหมดสิ้น
ด้วยเหตุผลของแต่ละบุคคลที่เราต้องเคารพสิทธิส่วนบุคคลของเขา
แต่คุณยังยืนหยัดอยู่ที่นี่กับคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาแทนที่คนรุ่นก่อนที่จากไป
เพราะที่นี่มีสิ่งที่คนธรรมดาสามัญในโลกนี้หาได้ยากแสนยาก
และมีผู้คนดังกล่าวมากมายในโลกนี้
ต้องแลกเอาด้วยคุกตะรางหรือไม่ก็ด้วยชีวิต - อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
นั่นคือ เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น

ขอบคุณที่นี่ ที่ช่วยปลุกจิตสำนึกคนมากมายหลายคน
ให้รู้จักคำว่า เสรีภาพ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีค่าสูงสุดของมนุษย์
ในสังคม...ที่ผู้คนถูกกระทำให้มีแต่เรื่องที่ต้องหวาดกลัว
...แม้แต่การพูดสิ่งที่ถูกต้องและชอบธรรม
ซึ่งเป็นความกล้าหาญทางจริยธรรมอันสูงส่งที่สุดของมนุษย์...
ก็ยังหาได้ยากแสนยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร
เพราะสังคมเรามีแต่สิ่งที่น่ากลัว
ที่ผู้กุมอำนาจในสังคมสร้างขึ้นมาให้ผู้คนต้องหวาดกลัว
พร้อมกับบทลงโทษผู้ที่อยู่ใต้อำนาจที่ไม่ยอมกลัวและบังอาจไปแตะต้อง
ผู้คนในสังคมเราจึงมีแต่เรื่องที่ต้องกลัว...และคอยคิดแต่จะวิ่งหนี

แม้แต่ผี ที่เราถูกกระทำให้กลัว
โดยไม่มีบทลงโทษใดๆในสังคมมาบังคับลงโทษคนที่ไม่กลัวผี
นอกจากความน่ากลัวและความดุร้ายของผีซึ่งเป็นเพียงคำบอกเล่า
และจินตภาพของผีจากบรรพชนที่สืบทอดกันมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์
แต่เราก็ยังกลัวผี...และวิ่งหนีผี - มาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์มาจนถึงทุกวันนี้
ทั้งๆที่ต่างก็ไม่แน่ใจว่าผีมีจริงหรือเปล่า
เพราะเราต่างคอยกลัว คอยคิด...แต่จะวิ่งหนีผี
แต่ไม่เคยคิด...จะหยุดหันหน้าไปมองดูผีให้เห็นตัวตนจริงๆของผี
เพื่อทำความรู้จักและทำความเข้าใจ
“การมีอยู่” และ “เป็นอยู่” ของผี กันเลยสักครั้ง
ผีอาจจะมีจริงหรืออาจไม่มีจริงก็ได้
แต่ผู้ที่ทำให้เรากลัวผีนั่นแหละ...มีจริงอย่างแน่นอนมาทุกยุคทุกสมัย
และนี่คือต้นตอของสาเหตุ - ที่เราจะต้องหันหน้าเข้าไปเผชิญ
ทั้งผู้สร้าง สิ่งที่น่ากลัว และ สิ่งที่เขาทำให้เรากลัว และ ความกลัวของเรา
เพื่อทำความรู้จักและเข้าใจให้จงได้ว่าทั้งหมดคืออะไร
และด้วยความรู้ความเข้าใจที่สามารถอธิบายออกมาอย่างเป็นเหตุเป็นผล
บนพื้นที่ของเสรีภาพในสังคมเท่านั้น - ที่จะทำให้มันสั่นคลอน
หรือถูกลิดรอนออกไปโดยมติของสังคมส่วนใหญ่ที่ไม่ยอมรับ
และทำให้เราก้าวพ้นออกมาจากความกลัว
และ “ที่นี่” คือพื้นที่แห่งแรกของความกล้าหาญในการใช้เสรีภาพในสังคมไทย
ที่ใครต่อใครยังอาจต้องแลกมาด้วยคุกตะราง - สวัสดี.
.
23 ตุลาคม 2554 - 21 พฤษภาคม 2555 กระท่อมทุ่งเสี้ยว เชียงใหม่

บล็อกของ ถนอม ไชยวงษ์แก้ว

ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
ชีวิตเอย เหตุใดเล่า เจ้าจึงเศร้าโศกเสียใจร้องไห้คร่ำครวญ ให้กับบางสิ่งที่เจ้าได้สูญเสียมันไป เหมือนนมที่หกออกจากแก้วไปแล้ว...ตกลงบนพื้นดิน วันแล้ววันเล่า ไม่รู้จักจบสิ้น  
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
12 เมษายน 2545 วันครบรอบวันเกิด...ที่แสนจะเจ็บปวด ขณะนั่งรถจักรยานยนต์ออกตรวจพื้นที่กับคู่หู ขับรถผ่านไปทางบ้านพ่อแม่ผู้พัน นายเก่าที่มาหยิบยืมเงินเราแล้วไม่ยอมใช้คืน เมื่อสองสามปีที่แล้ว พอเจอหน้า จอดรถจะเข้าไปถาม นายกลับรีบเดินหนี อนิจจา ! นายเอ๋ยนาย...ดอกไม่ต้องขอเพียงแค่ต้นคืนได้ไหม...
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
  7   ครับ รายละเอียดเรื่องราวของเขา ที่ผมอยากรู้อยากเห็นเหลือเกิน เริ่มปรากฏอยู่ในบันทึกหน้านี้นี่เอง และเมื่อหยิบหน้าคอลัมน์ “ศาลาคลายร้อน” ที่เขาถ่ายสำเนาจากหนังสือนิตยสาร “ชีวิตรัก” มาให้ผม ซึ่งเป็นหน้า คอลัมน์ - ในช่วงที่เขาได้แบกเป้ออกไปตะลอนทัวร์ ช่วยคุณวนัสนันท์ ตามที่เขาตั้งปณิธานเอาไว้ออกมาอ่าน เพื่อทำความรู้จักทั้งคอลัมน์และตัวตนของคุณวนัสนันท์ ที่นำมือแห่งความเมตตาของคุณวรรณและคุณแขคนไทยในต่างประเทศ มาฉุดเขาขึ้นมาตจากขุมนรกอันลึกล้ำดำมืดแห่งหนี้สิน และมือแห่งความเมตตาอีกมากมายที่หลั่งไหลติดตามมา... ผมพบว่าคอลัมน์ “ศาลาคลายร้อน” ของคุณวนัสนันท์…
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
6 หลังจากงานศพของพ่อแล้ว เขาก็เริ่มตกเข้าไปอยู่ในวังวน - ของการหมกมุ่นครุ่นคิด...เป็นทุกข์อยู่กับหนี้สินอีก และพยายามต่อสู้กับตัวเองอย่างถึงที่สุด ระหว่างการคิดทำลายตัวเองตามพ่อไป เพื่อหนีความทุกข์ปัญหาอันหนักหนาสาหัส และการพยายามคิดหาเหตุผลต่างๆนานาที่จะมีชีวิตอยู่อีกต่อไป...
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
30 ตุลาคม 2539 วันนี้ นายเรียกข้าราชการตำรวจทั้งโรงพักมาประชุม เพื่อร่ำลาไปรับตำแหน่งใหม่ เห็นพวงมาลัย...ที่นายดาบหัวหน้าสายแต่ละสาย เตรียมมาให้นายแล้ว ได้แต่นึกเสียดาย... ท่านมากอบโกย...แล้วก็ไป
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
  3. เขากลับกรุงเทพฯไปได้หนึ่งอาทิตย์กว่าๆ ผมก็ได้รับกล่องพัสดุขนาดใหญ่ หนักเกือบสองกิโลกรัมจากเขา เมื่อแกะกล่องออกมา ผมก็พบแฟ้มเก็บต้นฉบับที่เขาถ่ายสำเนามาจากหน้าคอลัมน์ “สะพานบุญ” ที่เขาเคยเขียนในนิตยสาร “ย้อนรอยกรรม”และ จากหน้าคอลัมน์ “ศาลาแรงบุญ” ในนิตยสาร “แรงบุญแรงกรรม” ที่เขาเขียนอยู่ในปัจจุบัน นับรวมกันได้ 60 กว่าเรื่อง หนาประมาณ 200 กว่าหน้ากระดาษ A4 รวมทั้งสำเนาต้นฉบับที่เขาถ่ายจากหน้าคอลัมน์ “ศาลาคลายร้อน” ของคุณวนัสนันท์ จากหนังสือ “ ชีวิตรัก” 15 แผ่น และจากกรอบหน้าคอลัมน์หนังสือพิมพ์รายวันที่เขียนยกย่องชื่นชมเขา 3 - 4 แผ่น
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
 1.  จินตวีร์ เกียงมี หรือที่มีชื่อเต็มยศว่า จ.ส.ต.จินตวีร์ เกียงมี ซึ่งปัจจุบันรับราชการตำรวจ ตำแหน่ง งานธุรการอำนวยการกองวิจัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ที่ใครต่อใครต่างรู้จักกันทั่วไปทั้งประเทศ และเลื่องลือไปถึงเมืองนอกเมืองนาในวันนี้ ในฐานะ จ่าตำรวจใจบุญ ที่แบกเป้เที่ยวตะลอนๆ ไปช่วยเหลือคนที่กำลังตกทุกข์ได้ยาก แทบทุกหนทุกแห่งในประเทศ ที่ส่งเสียงร้องทุกข์โอดโอยมาให้เขาได้ยิน ซึ่งเราได้รับรู้เรื่องราวของเขาจากสื่อต่างๆ  ไม่ว่าจะเป็นสื่อทางวิทยุ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร อินเตอร์เน็ต ฯลฯ และที.วี.แทบทุกช่องที่นำเรื่องราวของเขา มาบอกเล่าแก่สาธารณะชน  
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
 สมัยที่ผมยังทำงานเป็นนักดนตรีประจำร้าน สายหมอกกับดอกไม้ ของคุณอันยา โพธิวัฒน์ คู่ชีวิตของคุณจรัล มโนเพ็ชร ศิลปินผู้ยิ่งใหญ่แห่งล้านนา ผู้ล่วงลับไปแล้ว ก่อนจะออกมาทำงานเขียนและงานเกี่ยวกับหนังสืออย่างเต็มตัวในทุกวันนี้ ผมจำได้อย่างแม่นยำว่า ภายในร้านสายหมอกกับดอกไม้ นอกจากเฟอร์นิเจอร์และเครื่องประดับตกแต่งภายใน ที่ประกอบด้วย โต๊ะ เก้าอี้ ที่เป็นเครื่องไม้ ภาพเขียน รูปปั้น และ ข้าวของเครื่องใช้ ผลงานเพลงของคุณจรัลในตู้โชว์ ตลอดจนรูปภาพของคุณจรัลตามฝาผนังห้องในอิริยาบถต่างๆแล้ว ยังมีกระจกเงาเก่าแก่บานหนึ่ง กว้างประมาณ สองฟุต สูงท่วมหัว ประดับอยู่ตรงมุมห้องโถงด้านขวามือใกล้ๆกับเวทีเล่นดนตรี…
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
  3 กันยายน 2552 ปีนี้ นอกจากจะเป็นวันรำลึกครบรอบการจากไปของ จรัล มโนเพ็ชร ศิลปินผู้ยิ่งใหญ่แห่งล้านนาแล้ว วันนี้ยังมาตรงกับวันจัดงาน " แอ่วสันป่าตอง " ซึ่งเป็นงานของโครงการย้อนยุคอำเภอสันป่าตอง ที่มีเป้าหมายที่จะแนะนำอำเภอสันป่าตองเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยมีสภาวัฒนธรรมอำเภอเป็นตัวหลักในการจัดงาน ร่วมกับองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนอีกมากมายหลายองค์กร ฯลฯ
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
  ก่อนอาทิตย์ตกในไร่ข้าวโพดสีส้มโชติโชนอยู่อีกครู่ใหญ่แผ่ร่มเงาความเวิ้งว้างกว้างออกไปอีกหนึ่งวันกลืนวันวัยในวันนี้
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
  ฉันเอยฉันทลักษณ์ ยากยิ่งนักจะประดิษฐ์มาคิดเขียน เป็นบทกวีงามวิจิตรสนิทเนียน มิผิดเพี้ยนตามกำหนดแห่งกฎเกณฑ์
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
มิ่งมิตร เธอมีสิทธิ์ที่จะล่องแม่น้ำรื่น ที่จะบุกดงดำกลางค่ำคืน ที่จะชื่นใจหลายกับสายลม