ราคาของประวัติศาสตร์ อันโตนิโอ กรัมชี่ (1919)

 

ราคาของประวัติศาสตร์
อันโตนิโอ กรัมชี่ (1919)

---------------------------------------------
มาจาก : L’Ordine Nuovo 7 มิถุนายน 1919
แปลเป็นภาษาอังกฤษครั้งแรก : โดย Michael Carney
แปลเป็นภาษาไทย : โดย จักรพล ผลละออ 2017

---------------------------------------------

 

ในการจะทำให้การปฏิวัติรัสเซียนั้นชอบธรรมและสามารถยืนหยัดอยู่ได้อย่างคงทนถาวรมีราคาบางประการที่ต้องจ่ายให้กับประวัติศาสตร์ มันคือราคาที่มากกว่าเลือดเนื้อและการเสียสละที่ต้องจ่ายให้สิ่งที่อยู่เหนือชะตากรรมของมนุษย์

 

อุปสรรคและการต่อต้านการปฏิวัติที่การปฏิวัติชนชั้นกรรมาชีพจะต้องเอาชนะให้ได้นั้นได้แสดงตัวออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนและยิ่งใหญ่กว่าที่การฏิวัติอื่นๆในอดีตเคยประสบ กลุ่มต่อต้านการปฏิวัตินี้มีความคิดอยู่บนเรื่องของการแก้ไขรูปแบบของทรัพย์สินส่วนบุคคลและทรัพย์สินประชาชาติในวิถีการผลิตและการแลกเปลี่ยนเท่านั้น ; พวกเขาเพียงแต่เสแสร้งทำเป็นสนใจต่อการรวมตัวและความร่วมมือของมนุษยชาติ ขณะที่การปฏิวัติชนชั้นกรรมาชีพที่เป็นการปฏิวัติเต็มรูปแบบนั้น : มุ่งมั่นที่จะยกเลิกระบบทรัพย์สินส่วนบุคคล ระบบทรัพย์สินประชาชาติ และโค่นล้มระบบชนชั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ทุกคน ไม่ใช่แค่ส่วนใดส่วนหนึ่ง แต่มันบีบบังคับให้มนุษย์ทุกคนต้องเคลื่อนไหว และเลือกฝั่งในความขัดแย้งและการต่อสู้ และให้มนุษย์ทุกคนต้องมีส่วนร่วมอย่างเปิดเผย นี่คือรากฐานของการเปลี่ยนผ่านรูปแบบทางสังคม : จากสังคมที่เป็นแบบกระจัดกระจาย มันกลายเป็นการวางรากฐานสังคมที่รวมศูนย์ ซึ่งบีบบังคับให้แต่ละสังคมต้องก่อร่างตัวมันเองให้อยู่ร่วมกับรัฐ ซึ่งมันต้องการให้มนุษย์ทุกคนมีจิตสำนึกทางประวัติศาสตร์และจิตสำนึกทางจิตวิญญาณ ด้วยเหตุนี้การปฏิวัติชนชั้นกรรมาชีพจึงเป็นเรื่องทาง : ด้วยเหตุนี้การปฏิวัติจึงจำเป็นจะต้องเอาชนะอุปสรรคและการต่อต้านอันยิ่งใหญ่อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และด้วยเหตุนี้การจะทำเรื่องดังกล่าวให้สำเร็จได้จึงมีราคาของประวัติศาสตร์ขนาดมหาศาลที่ต้องจ่าย อย่างเช่นที่ประชาชนรัสเซียได้ถูกบีบบังคับให้จ่ายไปแล้วในการปฏิวัติรัสเซีย

 

การปฏิวัติรัสเซียนั้นได้รับชัยชนะและสามารถยืนหยัดอยู่ได้จนถึงปัจจุบันเหนืออุปสรรคทางประวัติศาสตร์ มันได้แสดงให้เห็นว่าประชาชนชาวรัสเซียสามารถปกครองตนเองได้แบบที่ไม่มีประเทศไหนทำได้มาก่อน มันแสดงให้เห็นว่าพวกเขาคือคนจำนวนมากที่ทุ่มเทการใช้ชีวิตเพื่อการศึกษา (ทดลอง) รูปแบบทางการเมืองและเศรษฐกิจ ตลอดทศวรรษที่ผ่านมาผู้ที่อยู่ภายนอกได้วิเคราะห์และวิพากษ์ปัญหาของการปฏิวัติ ผู้ที่อยู่ภายในความขัดแย้งที่ได้ต่อสู้กับพลังอำนาจที่เหนือกว่าของระบบซาร์ก็ทำให้พวกเขาแข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้า ขณะที่ใครก็ตามที่อาศัยอยู่กับรูปแบบสังคมแบบทุนนิยมในยุโรป เอเชีย หรืออเมริกา ก็จะแช่ตัวเองอยู่กับโลกของการค้าและประวัติศาสตร์ในปัจจุบัน อันจะนำไปสู่การได้มาซึ่งจิตสำนึกในการตอบโต้ที่ถูกต้องและชัดเจน ที่เยือกเย็นและแหลมคมราวกับดาบของผู้พิชิต

 

พรรคคอมมิวนิสต์รัสเซียกลายมาเป็นตัวแสดงนำในระเบียบทางสังคมใหม่ ขณะที่เลนินก็ได้ให้คำสัญญาแก่ผู้ใกล้ชิดของเขาว่าเขาจะแสดงตนเองเป็นรัฐบุรุษที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุโรป ชายผู้เป็นอิสระจากยศศักดิ์ ผู้เป็นตัวแทนความโกรธแค้นและความต้องการของประชาชน ชายผู้คิดอยู่เสมอถึงการยึดครองพลังทางสังคมทั้งหมดในโลกที่สามารถแปรเปลี่ยนมาเป็นพลังในการสนับสนุนการปฏิวัติ ชายผู้ถือครองการตรวจสอบและการทำลายพวกผู้นำกระฎุมพีที่เจ้าเล่ห์และเสแสร้ง

 

ส่วนประกอบสำคัญอื่นนั้นคือแนวคิดคอมมิวนิสต์ ซึ่งพรรคคอมมิวนิสต์จะต้องเผยแพร่มัน ขณะที่ชนชั้นกรรมาชีพที่มีจิตสำนึกจะทำให้มันปรากฎเป็นรูปธรรมขึ้น นอกเหนือจากนั้นยังมีสิ่งสำคัญอื่นก็คือประชาชนรัสเซียจำนวนมากนั้นกำลังทรุดโทรม ขาดการจัดตั้ง และถูกทิ้งลงไปในเหวลึกของความยากจน ความป่าเถื่อน อนาธิปไตย และการล้มละลายอันเป็นผลมาจากสงครามอันรุนแรงและยาวนาน ความสำเร็จทางการเมือง และผลงานชิ้นเอกทางประวัติศาสตร์ในการปฏิวัติรัสเซียของพรรคบอลเชวิคนั้นล้วนประกอบขึ้นด้วยสิ่งต่างๆที่กล่าวมานี้ : ในการลุกขึ้นเพื่อโค่นล้มยักษ์ และในการมอบคืน (หรือการมอบให้เป็นครั้งแรก) รูปธรรมและพลวัตของการพังทลายความโกลาหลนี้ ; ต้องมีความรู้ที่จะเชื่อมโยงแนวคิดคอมมิวนิสต์เข้ากับจิตสำนึกร่วมของประชาชนรัสเซีย จะต้องมีการวางรากฐานอันมั่นคงบนฐานของสังคมคอมมิวนิสต์อันจะเป็นการเริ่มต้นกระบวนการพัฒนาการของประวัติศาสตร์ หรืออาจจะกล่าวสรุปได้ว่าจะต้องมีการเปลี่ยนผ่านทางประวัติศาสตร์อันจะเป็นการทดลองมาตรฐานของที่เป็นจริงของระบบเผด็จการชนชั้นกรรมาชีพ การปฏิวัตินั้นจะต้องไม่ใช่เพียงแค่ภาชนะอันกลวงเปล่าหรือวาทศาสตร์อันเลื่อนลอย เมื่อมันเริ่มก่อรูปร่างของตนขึ้นมาในฐานะของรัฐ เมื่อมันกลายเป็นระบบที่บริหารจัดการอำนาจ สังคมไม่อาจดำรงอยู่ได้หากปราศจากรัฐซึ่งเป็นจุดกำเนิดของกฎหมายและหน้าที่ทั้งมวล และเป็นเครื่องยืนยันถึงความมั่นคงและความสำเร็จของกิจกรรมทางสังคมทั้งหมด การปฏิวัติชนชั้นกรรมาชีพก็เช่นกันเมื่อมันได้รับชีวิตและเริ่มต้นการก่อตั้งแบบแผนของรัฐแบบชนชั้นกรรมาชีพ ผู้รักษากฎหมายของชนชั้นกรรมาชีพ ซึ่งจะพัฒนารูปแบบการเป็นบ่อเกิดของวิถีชีวิตและอำนาจของชนชั้นกรรมาชีพตามธรรมชาติ

 

พรรคบอลเชวิคได้มอบรูปแบบของรัฐให้กลายเป็นความรู้และบทเรียนทางประวัติศาสตร์แก่ชนชั้นแรงงานและชาวนาสากล ; พวกเขาได้ออกแบบองค์กรให้มีความซับซ้อนและยืดหยุ่น พวกเขาได้แตกหักกับรูปแบบในอดีตแต่ก็ดำเนินการต่อจากอดีตไปพร้อมกัน กล่าวคือพวกเขาได้แยกรูปแบบรัฐออกจากธรรมเนียมแบบเดิมๆ แต่พวกเขาพัฒนามันต่อและแทนที่ธรรมเนียมเดิมด้วยธรรมเนียมหรือวัฒนธรรมของชนชั้นกรรมาชีพ ในแง่นี้นี่จึงเป็นการปฏิวัติเพราะพวกเขาได้ปลูกฝังค่านิยมและระเบียบางสังคมใหม่ลงไป การแตกหักจึงเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เพราะโดยธรรมชาติของประวัติศาสตร์นั้นมันไม่อาจจะเดินถอยหลังกลับได้ มิเช่นนั้นแล้วมหันตภัยอันยิ่งใหญ่ย่อมจะตกลงสู่สังคมรัสเซียเป็นแน่ ดังนั้นมันจึงจำเป็นที่จะต้องมีการต่อสู้ทางประวัติศาสตร์ตั้งแต่ส่วนประกอบขั้นพื้นฐานไปจนถึงส่วนประกอบเชิงซ้อน ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเอาชนะและรวบรวมมันเข้าไว้ด้วยกันกับรัฐใหม่ของชนชั้นกรรมาชีพ

 

รัฐใหม่นี้จำเนจะต้องได้การสนับสนุนจากผู้ภักดีจำนวนมากในรัสเซีย รัฐใหม่จึงจำเป็นจะต้องแสดงตัวให้เห็นว่าตัวมัน้เองก็คือรัฐ คือชีวิต คือจิตวิญญาณ คือธรรมเนียม และคือสมบัติอันสำคัญยิ่ง รัฐโซเวียตนั้นถูกชี้นำโดยพรรคคอมมิวนิสต์บอลเชวิคซึ่งได้รับารสนับสนุนจากคนกลุ่มน้อยทางสังคมที่เป็นภาพตัวแทนของจิตสำนึกทางชนชั้น เป็นตัวแทนของผลประโยชน์ทางชนชั้นอันสำคัญยิ่ง นั่นคือกลุ่มกรรมกรอุตสาหกรรม และเมื่อมันกลายไปเป็นรัฐของประชาชนชาวรัสเซียทุกคน มันจึงจำเป็นจะต้องพยายามและทำงานอย่างไม่ย่อท้อในการขยายการโฆษณา ในการทำให้ตื่นรู้ ในการให้ความรู้แก่ประชาชนภายในรัฐคอมมิวนิสต์รัสเซีย นำโดยความมุ่งมั่นอันชัดเจนของผู้เชี่ยวชาญ Nikolai Lenin ผู้ซึ่งมุมานะและไม่ย่อท้อของพรรคคอมมิวนิสต์ ผู้มีความเข้าใจและศรัทธาอันแรงกล้าต่อชนชั้นแรงงาน โซเวียตได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นอมตะผ่านรูปแบบขององค์กรทางสังคมซึ่งมีความยืดหยุ่นและยึดมั่นต่อความต้องการสำคัญ (การเมืองและเศรษฐกิจ) ของประชาชนส่วนใหญ่ในรัสเซีย ที่จะตอบโจทย์ความต้องการและให้ความเชื่อมั่นแก่ความหวังของผู้ถูกกดขี่ทั่วโลก

 

สงครามอันต่อเนื่องยาวนานได้ก่อให้เกิดความยากจน ความป่าเถื่อน และอนาธิปไตย ; องค์กรและกลไกบริการทางสังคมได้พังทลายลง ; สังคมมนุษย์นั้นโดยตัวมันเองก็พังทลายลงสู่การกลายเป็นสังคมของชนเผ่าเร่ร่อนของกลุ่มคนว่างงาน ที่ไม่มีเจตจำนงค์ ไม่มีกฎระเบียบ เป็นเสมือนของเสียในกองขยะ แต่รัฐสังคมใหม่ได้รวบรวมเอาซากปรักหักพัง เศษซากที่ผุพังของสังคมมาไว้ด้วยกันและประกอบมันขึ้นใหม่ นี่เป็นการสร้างความศรัทธา ระเบียบวินัย จิตวิญญาณ และความปรารถนาขึ้นมาใหม่

 

แต่นั่นยังไม่เพียงพอ ประวัติศาสตร์จะไม่ยินยอมและยอมรับต่อข้อพิสูจน์หรือการป้องกันดังกล่าว ศัตรูที่น่ากลัวได้ตระเตรียมกำลังอันเข้มแข็งเอาไว้อย่างไม่มีท่าทีโอนอ่อนเพื่อต่อต้านรัฐใหม่ เงินปลอมจะเข้าปะทะและทำลายพลเมือง ความอดอยากหิวโหยจะทำลายพวกเขา เมื่อรัสเซียถูกปิดกั้นเส้นทางออกสู่ทะเล และถูกตัดขาดจาดเส้นทางคมนาคมและตัดขาดจากความช่วยเหลือของขบวนการสมานฉันท์ที่อื่นๆ นี่เป็นการตัดขาดจาก Ukraine, Donetz basin, Siberia และจากตลาดทุกหนแห่งที่มีวัตถุดิบและอาหาร พร้อมๆกับที่ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาอื่นๆ : การลุกฮือ การทรยศหักหลัง ความป่าเถื่อน และปฏิบัติการก่อการร้ายและวินาศกรรมซึ่งถูกจ้างวานมาโดยพวกกระฎุมพี ที่อาจจะทำให้เสียงโห่ร้องแห่งชัยชนะเมื่อครั้งก่อการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงไปแบบกลับหัวกลับหางเพราะการทรยศ

 

แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญอีกต่อไป โซเวียตได้ทำการต่อต้านอย่างสุดกำลัง : จากความวุ่นวายและภัยพิบัติดังกล่าวที่พวกกระฎุมพีพยายามก่อขึ้นมันได้สร้างกองทัพอันเข้มแข็งที่จะกลายเป็นกระดูกสันหลังให้กับรัฐชนชั้นกรรมาชีพขึ้น

ความบีบคั้นจากกองกำลังอันยิ่งใหญ่ของศัตรูบีบบังคับให้รัสเซียดึงเอาพลังของพวกปัญญาชนและความยืดหยุ่นทางประวัติศาสตร์มาปรับใช้ด้วยความจำเป็นตามสถานการณ์ โดยปราศจากการยอมแพ้ การประนีประนอมในกระบวนการพัฒนาไปสู่สังคมคอมมิวนิสต์

รัฐโซเวียตจึงถูกมองว่าเป็นอันตรายและภัยร้ายแรงต่อกระบวนการทางอารยธรรมของมนุษยชาติ

 

เมื่อรัฐอื่นๆไม่สามารถอยู่ร่วมกันกับรัฐกรรมาชีพรัสเซียได้ และพลังของรัฐอื่นๆนั้นไม่สามารถจะทำลายรัสเซียลงได้ เมื่อวิธีการของพวกทุนนิยม – ผู้ผูกขาดข้อมูลข่าวสาร ความพยายามที่จะสร้างการใส่ร้าย การทุจริต การปิกั้นเส้นทางทางบกและทะเล การคว่ำบาตร การก่อวินาศกรรม การหักหลังอย่างไร้ยางอาย (Prinkipo) การละเมิดหลักการสิทธิมนุษยชน (การทำสงครามโดยไม่มีการประกาศสงคราม) การกดดันทางทหารและยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย – ไม่มีอำนาจที่จะต่อกรกับแรงศรัทธาของประชาชนแล้ว นี่จึงเป็นความจำเป็นทางประวัติศาสตร์ที่รัฐอื่นๆจะต้องสูญสลายไปหรือไม่ก็เปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นเหมือนรัสเซีย

 

การแบ่งแยกชาติพันธุ์ของมนุษย์จะดำรงอยู่อีกไม่นาน มนุษยชาติมีแนวโน้มที่จะรวมตัวกันทั้งในเรื่องทั่วไปและระดับจิตใจ นี่เป็นแนวโน้มที่ระบบจะปรับเปลี่ยนตัวเองไปสู่ระบบที่มนุษย์จะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขในการสร้างโลกใหม่ รูปแบบของสังคมที่จะก่อร่างตัวเองให้สามารถตอบสนองความต้องการของมนุษยชาติได้ ในรัสเซียภายหลังความหายนะจากสงคราม จากการปิดกั้นเส้นทางการค้า ปราศจากความช่วยเหลือ ยืนหยัดอยู่ด้วยความเข้มแข็งภายในสามารถอยู่รอดมาได้เป็นปีที่สอง ในขณะที่รัฐทุนนิยมที่ได้รับความช่วยเหลือจากทั่วโลก กลับต้องหันไปเพิ่มการขูดรีดเอากับรัฐอาณานิคมเพื่อต่อชีวิตตัวเอง แต่ก็ยังคงทรุดโทรมลง กลายเป็นการเพิ่มการพังทลาย และการทำลายให้กระจายตัวออกไป

 

การปฏิวัติรัสเซียนั้นต้องจ่ายราคาของประวัติศาสตร์ ราคาของความตาย ราคาของความยากจน ความอดอยาก การเสียสละ และการโดดเดี่ยว และวันนี้การต่อสู้ได้มาถึงจุดไคลแม๊กซ์ : ประชาชนรัสเซียได้ยืนหยัดขึ้นด้วยสองขาของพวกเขาเอง พวกเขาได้ติดอาวุธให้กับตัวเองซึ่งมันไม่อาจจะถูกทำลายลง ; พวกเขาได้จ่ายราคาของมันไปแล้ว ด้วยการป้องกันตนเองจากฝูงทหารรับจ้าง จากพวกกลุ่มโจร ที่ต้องการจะสูบเลือดและฉีกกระชากหัวใจของพวกเขา พันธมิตรโดยธรรมชาติของพวกเขานั้นมีอยู่นั่นก็คือพี่น้องกรรมาชีพจากทั่วโลก ที่จำเป็นจะต้องลุกขึ้นและฝึกฝนนักรบผู้จะเข้าร่วมและสนับสนุนการต่อสู้แบบที่ไม่มีใครจะหยุดยั้งได้.