โดนัลด์ ทรัมป์ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเข้าประจำการในทะเลแคริบเบียนของเวเนซุเอลาเมื่อไม่นานมานี้ และก่อนหน้านี้ได้มีปฏิบัติการโจมตีเรือของเวเนซุเอลาซึ่งถูกสงสัยว่าเป็นเรือค้ายาเสพติดมากกว่า 20 คร้้ง มีผู้เสียชีวิตหลายสิบคนถึงแม้ฝ่ายไม่เห็นด้วยจะบอกว่าไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนว่าเรือเหล่านั้นค้ายาเสพติดจริงและเป็นการละเมิดอธิปไตยประเทศอื่น
ช่วงก่อนหน้านี้ได้เกิดสงครามน้ำลายระหว่างทรัมป์และประธานาธิบดีของเวเนซุเอลาคือนิโคลัส เมาดูโรซึ่งไม่ถูกกับทรัมป์มาอย่างยาวนานขณะทรัมป์โจมตีเมาดูโรว่าเป็นเจ้าพ่อรัฐยาเสพติดผสมผู้ก่อการร้ายที่ทำให้โคเคนหลั่งไหลเข้าสหรัฐฯ เมาดูโรก็ด่าทรัมป์ว่าทำตัวเป็นจักรวรรดินิยม มุ่งโค่นเก้าอี้ของเขา อนึ่งเวเนซุเอลานั้นมีความเป็นปรปักษ์กับสหรัฐฯ มายาวนานตั้งแต่ประธานาธิบดีคนก่อนคือฮูโก ซาเวซซึ่งยึดถือลัทธิสังคมนิยม การคว่ำบาตรน้ำมันโดยสหรัฐฯ ยังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจของเวเนซุเอลาซึ่งก็ย่ำแย่อยู่แล้ว
และในขณะนี้น่านฟ้าของเวเนซุเอลาถูกปิดตัวลงท่ามกลางความตึงเครียดระหว่าง 2 ประเทศซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าสหรัฐฯ จะมีปฏิบัติการทางทหารต่อเวเนซุเอลา (หรือจะเรียกว่าสงครามก็ได้ถ้าจะไม่เข้มงวดในความหมายทางกฎหมายมากนัก)
ทำไมทรัมป์จึงแสดงท่าทีคุกคามเวเนซุเอลาอย่างรุนแรงเช่นนั้น
เป็นไปได้ว่าสหรัฐฯ ก็หวังผลคือน้ำมันจากเวเนซุเอลา แต่ผมยังเห็นว่าทรัมป์เลียนแบบประธานาธิบดีหลายคนก่อนหน้านี้ที่ต้องการใช้ปฏิบัติการทางทหารเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของประชาชนจากปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศหรือเรื่องอื้อฉาวบางอย่างเช่นบิล คลินตันและบุชผู้ลูก แต่ทรัมป์มักแสดงตนว่าเป็นชายแกร่ง แม้จะมักยกตนว่าจะเป็นผู้สร้างสันติภาพให้แก่โลก แต่หลายเดือนต่อมาความสำเร็จไม่มีความชัดเจน รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพก็ไม่ได้ ซ้ำร้ายก็บริหารประเทศก็ล้มเหลว เศรษฐกิจไม่ดี การขึ้นกำแพงภาษีต่อประเทศต่างๆ ก็พบอุปสรรคจากฝ่ายตุลาการ ความนิยมในตัวประธานาธิบดีตกต่ำ ก็เป็นไปได้ว่าทรัมป์จะสร้างภาพใหม่เป็นผู้ปราบปรามศัตรูตัวฉกาจของโลกและเผด็จการผู้ชั่วร้ายอย่างเมาดูโร
ทว่าอนาคตนั้นไม่แน่นอนเหมือนความคิดของทรัมป์ที่ใครก็คาดเดาได้ยาก จึงเป็นไปได้ทุกทางนั้นคือ
1. สหรัฐฯ ไม่ได้มีปฏิบัติการทางทหารในที่สุด เพียงแต่ข่มขู่เวเนซุเอลาเฉยๆ เพื่อให้เมาดูโรยอมเจรจาด้วยและยอมสหรัฐฯ อะไรสักอย่าง และทรัมป์ก็ได้ความนิยมของตนอันจะช่วยพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งกลางเทอมในปีหน้า อันเป็นกลยุทธ์ที่ทรัมป์ชอบ โดยก่อนหน้านี้แกก็ได้ยกหูคุยกับเมาดูโรมาแล้ว เข้าทำนองเปิดเจรจาไปก่อน (ซึ่งก็คงรู้ดีว่าเมาดูโรไม่ยอมง่ายๆ )
หรือ
2. มีปฏิบัติการทางทหารแต่จำกัดเช่นภาคพื้นอากาศและน้ำ ไม่ขยายความรุนแรงถึงขั้นยกพลขึ้นบนเพื่อโค่นล้มผู้นำเหมือนในอัฟกานิสถานและอิรักเพื่อให้เมาดูโรยอมปฏิบัติตามแบบใดแบบหนึ่ง แต่ทรัมป์จะโฆษณาเสียใหญ่โตเพื่อความนิยมซึ่งน่าจะได้มากกว่าข้อหนึ่งเพราะมีการเคลื่อนไหวและสะใจพวกขวานิยมความรุนแรงในอเมริกา อันนี้มีความเป็นไปได้สูง
หรือ
3. สหรัฐ ฯ อาจทำสงครามใหญ่โตถึงขั้นโค่นล้มเมาดูโรก็ได้ ตามคำขู่ของทรัมป์ และให้ผู้นำฝ่ายค้าน (ซึ่งได้รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพแต่ก็กล่าวอุทิศรางวัลให้ทรัมป์เหมือนเป็นนกรู้) ขึ้นเป็นประธานาธิบดีแทน แต่สหรัฐฯ คงไม่ถึงขั้นเข้ายึดครองเต็มตัวเหมือนยุคบุชเพราะการเสียชีวิตของทหารอเมริกันจะส่งผลถึงความนิยมของประธานาธิบดี
กระนั้นก็หลีกเลี่ยงปัญหาอื่นไม่ได้อยู่ดีนั่นคือถึงแม้เวเนซุเอลาไม่ได้มีความขัดแย้งระหว่างนิกายของอิสลามเหมือนอัฟกานิสถานและอิรัก แต่ก็มีปัญหาเรื่องชนชั้นและสังคมซับซ้อนตามแบบตนซึ่งก็เสี่ยงทำให้เกิดปัญหาวุ่นวายในอนาคตอันเป็นเรื่องธรรมดาของประเทศที่ผู้นำเผด็จการที่ปกครองประเทศมายาวนาน จู่ๆ ก็โดนโค่นล้ม
บล็อกของ อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
เข้าใจว่าผลงานของ William Shakespeare ที่คนไทยรู้จักกันดีรองจากเรื่อง Romeo and Julius ก็คือวานิชเวนิส หรือ Merchant of Venice ด้วยเหตุที่ล้นเกล้ารัชกาลที่หกทรงแปลออกมาเป็นหนังสืออ่านนอกเวลาสำหรับเด็กนักเรียนได้อ่านกัน และประโยค ๆ หนึ่งกลายเป็นประโยคยอดฮิตที่ยกย่องดนตรีว่า  
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
หากพูดถึงหนังเพลงหรือ musical ที่มีสีสันมากที่สุดเรื่องหนึ่งในทศวรรษที่ห้าสิบและหกสิบ เราก็คงจะนึกถึงเรื่อง West Side Story เป็นเรื่องแรก ๆ อาจจะก่อน Singin' in The Rain หรือ Sound of Music เสียด้วยซ้ำ ด้วยหนังเรื่องนี้มีจุดเด่นคือเพลงทั้งบรรเลงและเพลงร้องที่แสนไพเราะ ฝีมือการกำกับวงของวาทยากรอ
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
มักเป็นที่เข้าใจว่าอเมริกาเป็นประเทศแห่งความเท่าเทียมกัน อาจด้วยอเมริกานั้นไม่เคยเปลี่ยนผ่านยุคศักดินาเหมือนกับประเทศในเอเชียและยุโรป อเมริกาถึงแม้จะมีชนชั้นกลางมากแต่บรรดาในชนชั้นกลางก็มีการแบ่งแบ่งแยกที่ดีที่สุดคือเงิน รองลงมาก็ได้แก่ฐานะทางสังคม สีผิว เพศ ฯลฯ เอาเข้าจริงๆ ไม่มีสังคมไหนในโลกท
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
1.นอยด์ เป็นคำแสลงที่ถือกำเนิดได้มานานหลายปีแล้ว มาจากคำว่า noid กร่อน (โดยคนไทยเอง) จากศัพท์อังกฤษ paranoid ซึ่งแปลว่า ความวิตกกังวลว่าคนอื่นไม่ชอบหรือพยายามจะทำร้ายตัวเองแม้ว
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
ผีเป็นบุคคลที่เราไม่พึงปรารถนาจะพบ แต่เราชอบนินทาพวกเขาแถมยังพยายามเจอบ่อยเหลือเกินในจอภาพยนตร์ ทั้งที่ก็ไม่รู้ว่ามีตัวตนจริงหรือเปล่า ด้วยส่วนใหญ่ได้ยินกันปากต่อปาก ประสบการณ์ส่วนตัวก็ไม่ชัดเจน อาจเกิดจากความผิดปกติทางประสาทสัมผัส หรือการหลอกตัวเองก็ได้ ยิ่งหนังผีทำได้วิจิตร พิศดารออกมามากเท่า
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
แปลและตัดต่อบางส่วนจากบทความ Gustav Mahler : The Austrian composer เขียนโดยเดรีก วี คุก จาก www.britannica.com
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
ทศวรรษที่ 80 ของฝรั่งคือปี 1980-1989 หรือว่าช่วง พ.ศ. 2523 ถึง พ.ศ.
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
ถึงแม้เบโธเฟน (Ludwig Van Beethoven) จะได้ชื่อว่าเป็น คีตกวีที่แสนเก่งกาจคนหนึ่งในยุคคลาสสิกและโรแมนติก แต่ศิลปะแขนงหนึ่งที่เขาไม่สู้จะถนัดนักคือการเขียนอุปรากร เหมือนกับ โมซาร์ท คาร์ล มาเรีย ฟอน เวเบอร์ หรือ โจอากีโน รอสซีนี ดังนั้นช่วงชีวิต 50 กว่าปีของเบโธเฟนจึงสามารถสร้างอุปรากรออกมาไ
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
ตามความจริง คำว่า Godfather เป็นคำที่ดีมาก หมายถึงพ่อทูนหัว ของศาสนาคริสต์ที่หมายถึงใครสักคนหนึ่งยอมรับเป็นพ่อทูนหัวของเด็กซึ่งเป็นลูกของคนอื่นในพิธีศีลจุ่มหรือ Baptism เขาก็จะเป็นผู้ประกันว่าเด็กคนนั้นจะได้รับการศึกษาทางศาสนาและถ้าพ่อแม่ของเด็กคนนั้นตายก็ต้องรับอุปการะ นอกจากนี้ยังหมายถึงฝ่ายห
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์
visionary ,under the shadow Prayut tries to be the most visionary politician,but he is merely under the shadow of Thacky.&