Vietnam ONE WAY#14 ซิ่งมอเตอร์ไบค์ในฮานอย(อีกครั้ง)

ฮานอยเป็นหัวเมืองใหญ่ทางภาคเหนือของเวียดนาม สถานที่ที่มีอัตราการเติบโตของจีดีพีไม่เป็นรองเมืองอื่นๆ (ยกเว้นตอนนี้เวียดนามเจอภาวะเงินเฟ้อ) กับความรุ่งเรืองแห่งอดีต


อดีตแห่งภูมิภาคหนึ่งของจีนที่ได้ชื่อว่า อันนัม


ประกอบไปด้วย การจราจรอันคับคั่ง(จริงๆ ก็คับคั่งทุกเมืองใหญ่แหละ)ย่านโอลด์ ทาวน์ ทะเลสาบคืนดาบ บาร์เกย์และดนตรีแนวแทรนส์


เราเจอฟั้งกี้ มั้งกี้หัวมุมถนนย่านใจกลางเมือง หลังจากที่เดินตามหามาตั้งแต่หัวค่ำ ในอาคารพาณิชย์ 1 คูหา ไกด์คนเก่งจากเกาะกั๊ตบาแนะนำให้เรามาย่านนี้ เหตุผลหนึ่งเพราะเป็นย่านบาร์เกย์ที่คนในเพศที่ 3 สามารถจะแสดงออกมาได้อย่างเต็มที่ เกย์ในเวียดนามไม่ได้รับการยอมรับเหมือนกับเมืองไทย (อันที่จริงในเมืองไทยก็ยอมรับกันเฉพาะเมืองใหญ่เท่านั้น)


และเหตุผลต่อมา ดนตรีแนวแทรนส์

แทรนส์ เป็นดนตรีแนวเทคโนฯที่เพิ่งเฟื่องและมีอายุไม่ควรจะเกิน 10 ปี ฟังกี้ มังกี้ เป็นหนึ่งในบาร์ที่นำดนตรีแนวนี้เข้ามาเล่นในเวียดนามเป็นแห่งแรก ข้อมูลว่ามาอย่างนั้น


ทันทีที่เปิดประตู ทำนองหนักหน่วงไหลทะลักออกมาจากช่องราวกับน้ำป่าไหลหลากสัญลักษณ์ลิงแต่งตัวแนวฟั้งกี้ สวมหมวกแก้ปกลับด้าน กางขาบานสามส่วนกะเสื้อตัวโคร่ง มีหูฟังอันใหญ่แนบหน้าและเต้นรำอย่างไม่สนใจโลก เด่นหราอยู่หน้าบาร์


หนุ่มบริกรชายหญิงชาวเวียดนาม ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์มีรูปลิงกำลังเต้นอยู่ที่หน้าอก ออกมาต้อนรับ ที่นี่ เป็นอีกโลกที่ให้พวกเขาได้แสดงออกอย่างเต็มที่


ผู้จัดการเป็นเด็กสาวตัวโต อายุ 19 ปี ลูกครึ่งโซ-เวียต (โซเวียตกะเวียดนาม) เข้ามาทักทายแขกแปลกหน้า เธอบอกว่า เธอมาเรียนที่เวียดนาม เป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยน รัฐศาสตร์และกฏหมายระหว่างประเทศในมหาวิทยาลัยฮานอย อยู่ที่นี่เกือบ 10 ปี


กลางวันเรียนหนังสือ กลางคืนทำงาน จนเป็นผจก. อิอิ

สังคมที่นี่ยังอนุรักษ์อยู่มาก คนรุ่นก่อนมองเรื่องเพศที่สามเป็นเรื่องผิดปกติ”

เธอสนทนา

แต่ก็อีกนั่นแหละ เด็กๆ เข้าใจความรู้สึกของพ่อแม่ดี”

ประโยคนี้ เธอมีกังวานเสียงคาดหวัง

....


ฮานอยเป็นเมืองหลวงเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน แฝงด้วยมนต์เสน่ห์ งดงามด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์โคโลเนียล มีทะเลสาบน้อยใหญ่ถึง 18 แห่ง สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่อยู่ใจกลางเมืองและการโชว์หุ่นกระบอกน้ำ ...


เป็นคำเชิญของใบปิดโฆษณาการท่องเที่ยวที่เจอได้ทั่วไป


โรงแรมระดับหรู อย่างเช่น โซฟิเทลในเครือเซ็นทรัลหรือเกรซ พาราไดซ์ จากอังกฤษ เข้ามาลงทุนในฮานอย พร้อมเสนอตัวเองยกระดับความหรูหราให้แก่ผู้มาเยือนและนักท่องเที่ยวผมสีทอง ฮานอยยุคใหม่เจือกันไประหว่างความศิวิไลซ์และวัฒนธรรมเก่าฯ


โลกที่ผ่านมา ฮานอยเต็มไปด้วยการปลูกฝังอุดมการณ์สร้างชาติแนวสังคมนิยมอย่างมาร์กซ์ เลนินหรือเฟเดอริก เองเกล หนังสือและการสื่อสารอื่นๆ กลายเป็นสิ่งต้องห้าม ทั้งในเชิงวัฒนธรรมและการใช้ชีวิต


ปัจจุบัน โลกของฮานอย เต็มไปด้วยอินเทอร์เน็ต คาเฟ่ วัฒนธรรมฮอลลีวู้ดและหนังสือนู้ด ผ่านสายตาเป็นห่วงเป็นใยทางวัฒนธรรมของผู้ใหญ่ในสังคม(นิยม)เวียด !!!


ใครสักคน บอกเอาไว้ว่า เราคงปฏิเสธทุนใหม่ไม่ได้ อยู่ที่ว่า เราจะอยู่กะมันอย่างไรหรือการยอมรับเช่นนี้เท่ากับเป็นความพ่ายแพ้ในโลกสังคมนิยม ..หรือว่า นี่เป็นแนวทางใหม่ของโลกสังคมนิยม


เปล่า อย่างน้อยนักสังคมนิยมคงไม่คิดเช่นนั้น !!!


แม้แต่ คำโฆษณาชวนเชื่อที่เคยยกย่องชนชั้นกรรมาชีพ ปลดแอกตัวเองออกจากทุนนิยมสามานย์และลัทธิจักวรรดินิยมกลับเป็นการสร้างชาติแบบใหม่ด้วยการพัฒนาไอทีและเทคโนโลยียุคศตวรรษที่ 20 เพื่อโครงสร้างระบบอุตสาหกรรมที่จะนำพาประเทศก้าวหน้า


เริ่มต้นที่การพัฒนาการท่องเที่ยว

เริ่มต้นด้วยการเปิดเสรีการลงทุนและบริษัทฟิลิป มอริส เข้ามาลงทุนในโฮจิมินท์

รีสอร์ท โรงแรม และ กรรมาชีพชาวเวียดเป็นพนักงานจัดสวนหย่อมในสวนหน้าโรงแรม

เพื่อชาติยุคใหม่ ไชโย

เปล่า ไม่มีเรื่องอะไรต้องกังวล

ผมยกเบียร์ดำ รสขมในแบบอเมริกันขึ้นดื่มในฟั้งกี้ มั้งกี้ !!

?????

 

28_8_01
ซิโคล่และฮานอย เป็นของคู่กัน

 

28_8_02

บาเก็ต และ สาวเวียด เป็นของคู่กัน

28_8_03
ความสามารถพิเศษ ห้ามลอกเลียนแบบ

28_8_04
ดูสิครับว่า คับคั่ง แค่ไหน

28_8_05
สงสารแต่น่ากิน

28_8_06
นกกระเรียนเหยียบเต่าในโอลด์ ทาวน์ มหาวิทยาลัยเก่าแก่แห่งหนึ่งของโลกอยู่ที่ฮานอย

28_8_07

ตำราเก่าเก็บ อายุมากกว่า 1,000 ปี


28_8_08
มหาวิทยาลัยเก่า


28_8_09
เด็กรุ่นใหม่มาเต้นแนวฮิพฮอพ หน้าจัตุรัสกลางเมือง

28_8_10
ฮานอยยามกลางคืน ริมทะเลสาบคืนดาบ

JUST DO iT 'ลูกผู้ชายสายน้ำ' #2

ทิศทางการเติบโตของธุรกิจการท่องเที่ยวที่สะเปะสะปะทำให้ชาวบ้านหลายคนทิ้งชีวิตเรือกสวนไร่นา หันมาเป็นผู้ประกอบการอย่างไร้ทิศทาง ไร้การจัดการ ไร้ความคิด ในสังคมมือใครยาวสาวได้สาวเอาที่ต้องการแต่ประโยชน์ส่วนตน

JUST DO iT 'ลูกผู้ชายสายน้ำ' #1

แดดยามบ่ายกระทบสายน้ำเป็นริ้วเต้นระริกรินไหลไปตามแก่งหินน้อยใหญ่ ทิวไม้สองฝั่งแน่นขนัดทอดกายยึดผืนดินไม่ให้น้ำกัดเซาะ ราวกับมืออันอบอุ่นของแม่ที่โอบอุ้มทารกแนบอก