Skip to main content

หากไม่เชื่อ ลองถามคนรุ่นพ่อรุ่นแม่ปู่ย่าตาทวด ก็ได้ว่า “ท่านเกิดมาจากน้ำมือของใคร”
ร้อยทั้งร้อย ตอบได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า “หมอตำแย”

ยายคำ อายุ 77 ปี เป็นชาวไทใหญ่ แกเป็นหมอตำแยมาตั้งแต่รุ่นสาวหรือที่เรียกกันว่า ‘แม่เก็บ’ ในภาษาไทใหญ่ ปัจจุบัน ยายคำอาศัยอยู่ที่ ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน แข็งแรงและมีรอยยิ้มอยู่เสมอ

...

ยายคำเป็นหญิงชราที่ดูอารมณ์ดีที่สุดในโลก แววตาอ่อนโยน ไม่แข็งกร้าวแต่จัดเจนและเข้าใจชีวิต ผม
กดำและพูดจาฉะฉาน ไม่หลงๆลืมๆ เหมือนกับคนเฒ่าในวัยเดียวกัน

ชวนให้คิดถึงคำพูดที่ว่า หนุ่มแก่อยู่ข้างในหัวใจ

หลังการแต่งงาน ยายคำกับสามีชื่อนายหม่องคนกะเหรี่ยง ตัดสินใจใช้ชีวิตคู่ที่บ้านแม่สามแลบ ด้วยหน้าที่การงาน สามีของนางจากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ ยายคำไม่มีทางรู้ว่า การตัดสินใจไปค้าขายยังฝั่งพม่าในครั้งนั้น(ประมาณ 30 ปี ที่แล้ว)ของสามี จะทำให้นางต้องอยู่คนเดียวตราบจนวันนี้

ปัจจุบัน ยายคำอยู่กับลูกสาวคนเล็ก(นางนงนุช)ในจำนวนลูกทั้งหมด 8 คน

...

ยายคำ เป็นแม่เก็บหรือหมอตำแยและอย่างไม่เป็นทางการ ยายคำ คือ หมอทำคลอดของคนนอกรัฐ

ตลอดเวลามากกว่า 40 ยายคำ ทำคลอดให้คนที่รัฐไม่สนใจมาแล้วมากกว่า 100 คน ที่น่าทึ่งมากไปกว่านั้น ไม่เคยมีรายใดเสียชีวิต, บางคนยายคำทำคลอดให้พ่อกับแม่แล้วยังทำคลอดให้ลูก, บางคนมีลูก 3, 4, 5 คนขึ้นไปก็มาหายายคำ, รักษาตัวก่อนคลอดก็มาหายายคำ, ต้มสมุนไพร อยู่ไฟ หลังคลอดก็มาหายายคำ, ชีวิตใหม่อยู่ภายใต้น้ำมือของยายคำ, อย่างระมัดระวังและรอบคอบ, อย่างผู้เชี่ยวชาญและเจนจัดในการให้กำเนิด, ไม่เคยร้องขอค่าตอบแทน, ไม่เคยปฏิเสธความช่วยเหลือ, หากเกินกำลัง ยายคำจะแนะนำให้ไปหาหมอ

...

ด้วยความเชี่ยวชาญ ยายคำเล่าว่า มีหญิงชาวกะเหรี่ยงคนหนึ่งมาจากศูนย์อพยพแม่ลามา ต้องมาคลอดที่บ้านของตนเพราะไม่สามารถไปคลอดที่โรงพยาบาลได้ ยายคำให้พักอยู่ที่บ้านเพื่อรอคลอดเพราะเห็นใจที่เดินทางมาไกล ไม่มีญาติพี่น้องและไม่มีเงิน เมื่อถึงกำหนดคลอด ยายคำทำคลอดให้ตามปกติ ปรากฏว่า แทนที่จะเป็นทารก หญิงชาวกะเหรี่ยงคลอดออกมาเป็นก้อนนิ่มๆ สามีของนางและลูกๆ ของยายคำ ต่างตกตะลึงกับสิ่งที่เห็น อุทานออกมาว่า เป็นคนหรือเปล่า ยายคำ รู้ได้จากประสบการณ์ว่า รกห่อตัวทารกเอาไว้ จึงตัดและแกะรกที่ห่อตัวทารกออก แต่ตัวทารกก็อ่อนปวกเปียกมาก ตนเองก็ยังกังวลอยู่ว่าเด็กจะพิการ ต่อมา หญิงชาวกะเหรี่ยงนำเด็กคนนั้นมาไหว้ยายคำและแข็งแรงดี กรณีนี้ ยายคำบอกว่า หากไม่รีบตัดเอารกออกจากตัวทารกจะขาดอากาศและเสียชีวิตได้

...

ยายคำเป็นผู้ให้มาตลอดชีวิต จนมีลูกหลานเหลนไม่ต่ำกว่า 30 คน จากลูกของตน 8 คน ทำคลอดไม่ต่ำกว่า 100 คน
จนวันนี้ ยายคำและคนเหล่านี้ยังไม่ได้รับสัญชาติ

??????????

ขอบคุณ หนังสือทำมือ ยายคำ “พยานบุคคลผู้รู้เห็นการเกิดของคนไร้สัญชาติมากที่สุด” จัดทำโดย ศูนย์เครือข่ายเด็กและชุมชน

 

20080306 เด็กๆ ชาวกะเหรี่ยง
เด็กๆ ชาวกะเหรี่ยง ภาพนี้ถ่ายที่บ้านแม่ดึ๊ อีกบ้านหนึ่งริมขอบแนวชายแดนไทย จ.แม่ฮ่องสอน

 

20080306 ยายคำ (1)

20080306 ยายคำ (2)

20080306 ยายคำ (3)

20080306 ยายคำ (4)

20080306 ยายคำ (5)

20080306 ยายคำ (6)
ยายคำ มารดาหรือแม่เก็บในภาษาไทยใหญ่ ของคนนอกรัฐ
20080306 คงไม่ต้องบบรยายครับ
คงไม่ต้องบบรยายครับ!

 

บล็อกของ กฤนกรรณ สุวรรณกาญจน์

กฤนกรรณ สุวรรณกาญจน์
กฤนกรรณ สุวรรณกาญจน์
กฤนกรรณ สุวรรณกาญจน์
ทิศทางการเติบโตของธุรกิจการท่องเที่ยวที่สะเปะสะปะทำให้ชาวบ้านหลายคนทิ้งชีวิตเรือกสวนไร่นา หันมาเป็นผู้ประกอบการอย่างไร้ทิศทาง ไร้การจัดการ ไร้ความคิด ในสังคมมือใครยาวสาวได้สาวเอาที่ต้องการแต่ประโยชน์ส่วนตน
กฤนกรรณ สุวรรณกาญจน์
แดดยามบ่ายกระทบสายน้ำเป็นริ้วเต้นระริกรินไหลไปตามแก่งหินน้อยใหญ่ ทิวไม้สองฝั่งแน่นขนัดทอดกายยึดผืนดินไม่ให้น้ำกัดเซาะ ราวกับมืออันอบอุ่นของแม่ที่โอบอุ้มทารกแนบอก
กฤนกรรณ สุวรรณกาญจน์
คลิ๊กที่ภาพเพื่อดูภาพขยาย    
กฤนกรรณ สุวรรณกาญจน์
คนงานบนเรือขนสินค้าขนาดใหญ่ริมฝั่งโขง กำลังทำงานของพวกเขา เรือขุดทรายตักทรายจากกลางลำน้ำ ชายชราหาปลาอยู่บนเรือท้องแบน ธุรกิจการค้าคึกคัก ...
กฤนกรรณ สุวรรณกาญจน์
เชียงคานเมืองริมฝั่งโขง ถูกพูดถึงมากมายในหมู่นักท่องเที่ยว นักเดินทางหลายคนหยุดเวลาเอาไว้ที่นั่นด้วยการนอนอ่านหนังสือเป็นอาทิตย์ ...
กฤนกรรณ สุวรรณกาญจน์
ทุกเช้าๆ คุณแม่ชาวปกาเกอญอจะออกมาสะพายลูก ... ระหว่างเดินไปตามถนนกลางหมู่บ้าน ระหว่างอาบน้ำริมห้วยแม่แงะ ระหว่าง รอ ...
กฤนกรรณ สุวรรณกาญจน์
ในลมหนาวมีใบหน้าใสซื่อ ดูเหมือนว่า จะกลายเป็นธรรมเนียมไปแล้วอย่างยิ่ง ที่จะต้องถ่ายภาพใบหน้าคน ... ทุกปีที่ไปงานวันเด็กไร้สัญชาติ รอยยิ้มของคนหลังภูเขา อ่อนโยนแบบเด็กๆ ..
กฤนกรรณ สุวรรณกาญจน์
ห้องทะเบียนราษฏรเคลื่อนที่ถูกจำลองขึ้นบนลานโล่งบริเวณบ้านผู้ใหญ่บ้าน ,คนไร้รัฐบ้านแม่แพะมารวมตัวกันเพื่อทำประชาคม ,ยกมือรับรองสถานะบุคคลเป็นพยานรู้เห็นว่าครอบครัวที่ได้รับการสำรวจทั้งหมดอยู่บนผืนดินแห่งนี้มานาน ก า เ ล
กฤนกรรณ สุวรรณกาญจน์
ดินแดนอันไกลโพ้นเหนือความคิดฝัน ,เทือกเขาและดวงตะวันนิ่งงัน ราวกับภาพวาด
กฤนกรรณ สุวรรณกาญจน์
มุมหนึ่งของเชียงคาน จ.เลย ,หากใครเคยไปเชียงคานจะเห็นแม่น้ำโขงยาวสุดลูกหูลูกตา ก่อนจะลับหายเข้าไปยังฝั่งลาวตรงแก่งคุดคู้ ,ในภาพมองเห็นเรือดูดทรายเอกชน ,แนวโน้มการพัฒนาเพื่อให้เป็นเมืองท่องเที่ยว ,คนที่นั่นออกปากปฏิเสธเป็นพัลวันถึงความไม่ต้องการให้เจริญขีดสุดแบบปาย ,แต่ขณะเดียวกันก็อ้าแขนต้อนรับนักท่องเที่ยว ,รวมถึงนักเก็งกำไรเข้ามาหาซื้อที่ดิน ,หลับตาก็พอมองออกว่าภายในระยะ 5-10 ปี เชียงคานจะอยู่ในสภาพของเมืองท่องเที่ยวที่ถึงพร้อมไปด้วยสาธารณูปโภคที่เสนอสนองความต้องการของคนในทุกระดับชั้น ,แต่ความเห็นส่วนตัว ผมชอบปายคับ (คลิ๊กที่ภาพเพื่อขยายภาพ)