ngoasil's picture

<p><strong>มองทางไม่เห็นทาง</strong></p><p style="margin-top: 0.64cm; margin-bottom: 0cm"><span>มองทางไม่เห็นทาง มองรอยย่างไม่เห็นรอย คือชื่อเต็มๆ ของคอลัมน์ <br /><br /></span><span>สืบเนื่องมาจากวันหนึ่ง ได้มีโอกาสเผชิญหน้ากับความตาย บนเรือโดยสารลำเล็กๆที่โยกไหวจวนเจียนจะล่มลง กลางทะเลลึก เห็นคนขับเรือยังสงบนิ่ง จึงเชื่อว่าเขาต้องพาเราไปตลอดรอดฝั่งแน่ เขาน่าจะรู้จักทั้งรอยทางและเท่าทันทั้งคลื่นลม เพราะ สิ่งที่เขาเป็น กับสิ่งที่เขาทำ คือสิ่งเดียวกัน นั่นคือ ลูกทะเล <br /></span><span>จึงได้ &quot;วางใจ&quot; ลงอย่างแท้จริง และพร้อมเผชิญกับความตายอย่างนิ่งงัน<br /><br /></span><span>การเดินทางบนผืนโลก จึงเป็นการพยายามเดินตามรอยทาง ของผู้ที่มี &quot;ทาง ที่ไร้ทาง รอยย่าง ที่ไร้รอย&quot;<br /></span><span>การเขียน เป็นเพียงการเตือนตัวเองเรื่อง &quot;หนทาง&quot; ว่าอย่าประมาท เพราะนาวาชีวิตอาจอัปปางลงเพราะคลื่นลมแรงเมื่อใดก็ได้<br /></span><span>ที่น่าเวทนากว่านั้น คือ ตายอย่างดื้นรนขัดขืนต่อความตาย เพราะขาดความไว้วางใจในเส้นทาง และไร้ผู้นำทาง</span></p><p><br /><strong><br />เงาศิลป์</strong>&nbsp;<br /><br />เป็นนักเดินทางอีกคน มีถิ่นฐานบ้านเกิดอยู่ในอำเภอหนึ่งของจังหวัดนครศรีธรรมราช <br /><br />เคยเขียนเรื่องสั้น สารคดี รายงานข่าว สู่สื่อสิ่งพิมพ์อยู่ช่วงหนึ่งกระทั่งออกมาเดินทางค้นหาความหมายชีวิต เดินทางไกล บนเส้นทางอันหลากหลาย มีบทเรียนชีวิต ทั้งทะเลและเทือกเขา จากสามัญชนและหนทางธรรม<br /><br />เธอขอเก็บเงียบประวัติชีวิตไว้เป็นมุมส่วนตัว มารู้จักผ่านเส้นทาง และตัวหนังสือของเธอกันดีกว่า</p><p>&nbsp;</p><p><font color="#ff0000">ติดต่อ </font>: shadowy26@hotmail.com</p>

บล็อกของ ngoasil

ทามัน เนการ่า ป่าฝนมลายา (4)

25 December, 2009 - 00:00 -- ngoasil

ประมาณตีสาม เราค่อยๆไต่ขึ้นสู่เขตภูเขาสูง ฉันนึกเดาเอาว่าที่นี่น่าจะเป็นเขตรัฐสลังงอร์ เพราะว่าเผอิญสายตาปะทะกับป้ายที่เขียนว่า เกนติ้ง ไฮแลนด์ มีลูกศรชี้ไปทางซ้ายมือ แต่รถยังมุ่งหน้าตรงไป กระทั่งฉันเห็นเมืองเล็กๆมีไฟฟ้าสว่างไสว สาดจับที่รูปปั้นขององค์พระศิวะสีทองอร่ามความสูงร่วมร้อยเมตร ยืนตระหง่านตรงปากทางขึ้นถ้ำซึ่งมีขนาดใหญ่โตมโหฬาร ไม่น้อยไปกว่ากัน ฉันรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาว่าจะเป็นถ้ำบาตู ฮินดูสถานที่สำคัญของคนมาเลเซียเชื้อสายอินเดีย และถัดมาอีกไม่เกินครึ่งชั่วโมง มีป้ายเขียนไว้ว่า พิพิธภัณฑ์โอรัง อัสลี ฉันจึงมั่นใจว่าตอนนี้เรากำลังปีนอยู่บนสันเขาสูงที่ทอดตัวยาวกั้นแผ่นดินมาเลเซียออกเป็นตะวันออกและตะวันตก และเราย่างเข้าสู่เขตรัฐสลังงอร์แล้วจริงๆ

ทามัน เนการ่า ป่าฝนมลายา (3)

18 December, 2009 - 00:00 -- ngoasil

คุณเคยเดินทางไปในทิศทางที่ไม่คุ้นเคยบ่อยไหม ขณะนั้นหัวใจของคุณเต้นเป็นจังหวะอะไร มันระทึกตื่นเต้นโครมครามปานช้างป่าตกมันหรือเปล่า หรือว่าเรียบเรื่อยราวห่านหงส์กระดิกปลายเท้าแผ่วใต้สายน้ำนิ่ง แล้วเคลื่อนร่างไปข้างหน้าอย่างละมุน แม้แต่ผิวน้ำก็แทบจะไม่กระจาย

ทามันเนการ่า ป่าฝนมลายู (2)

11 December, 2009 - 00:00 -- ngoasil

กำแพงบางๆ ที่กั้นระหว่างความทุกข์กับความสุข คือความกระหายใคร่รู้ในบางสิ่งบางอย่างที่ต้องหาคำตอบด้วยตนเอง จะเรียกสิ่งนั้นว่า ความท้าทาย การผจญภัย หรือความใฝ่รู้ ก็น่าจะได้ แต่บางทีมันกลับเป็นเครื่องจองจำบีบรัดหัวใจให้อึดอัดจนหายใจไม่ออก และฉันไม่ชอบอารมณ์นั้นเลย ฉันจึงต้องพยายามจะเป็นฝ่ายชนะมันด้วยการออกเดินทางเพื่อไปหาคำตอบ แม้จะอยู่สุดหล้าฟ้าเขียวก็ตาม

 

ทามันเนการ่า ป่าฝนมลายู ( 1)

4 December, 2009 - 00:00 -- ngoasil

ป่าในสำนึก คือวิหารอันโอฬาร ที่เปลี่ยนแปลงรูปทรงทุกขณะที่เคลื่อนเข้าใกล้ มีพลังดึงดูด มีมนต์สะกด มีความยิ่งใหญ่ที่ข่มให้เราตัวเล็กลง ฉันจึงหลงรักการถูกครอบงำนี้ อย่างไม่อยากถอนใจ

ประตูบานที่สาม

27 November, 2009 - 00:00 -- ngoasil

ฉันได้ตายลงแล้วจริงๆ เพราะเบื้องหน้าที่มองเห็นคือท่านท้าวพญายมราช

"ทำไมเจ้าจึงเลือกประตูบานที่สาม"
น้ำเสียงเข้มขรึมไม่ด้อยไปกว่าท่วงท่าอันน่าเกรงขามบนบัลลังค์ ฉันซึ่งนั่งคุกเข่าก้มหน้าหลบสายตา ยิ่งต้องทำตัวห่อลีบ ประหนึ่งหลบหลีกคมหอกดาบที่พุ่งมาพร้อมกับคำถามนั้น

ดวงธรรมที่นำทาง

20 November, 2009 - 00:00 -- ngoasil


 

ลูกรักของแม่ ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ทำให้เรารู้จักคำว่าสูญเสียได้อย่างลึกซึ้ง แม้แต่แม่เองก็ยังต้องครุ่นคิดย้อนหลังไปว่า ถ้าสามารถย้อนเวลาไปแก้ไขหรือป้องกันการจากพรากที่แสนจะรันทดนี้ได้ ในตอนไหนได้บ้าง แม่ก็จะทำ

ถ้าแม่รู้ว่าลูกจะอยู่กับเราไม่นาน แม่จะไม่ส่งลูกไปอยู่กับคนอื่น แม้คนนั้นจะเป็นปู่กับย่าก็ตาม
ถ้าแม่รู้ว่าลูกป่วยหนักและมีเวลาเหลืออีกไม่นานนัก แม่จะไม่เชื่อหมอที่วินิจฉัยในครั้งแรก ถ้ารักษาลูกได้ด้วยวิธีใดๆ เพื่อให้ลูกหายขาด แม่ก็จะทำ

แต่ก็นั่นล่ะ พูดไปเมื่อสายเสียแล้ว จะมีประโยชน์อะไร ที่จะรำพัน ดังนั้น สิ่งที่พอจะทำได้ คือ แม่อยากบอกกับคนที่เป็นพ่อแม่ทุกคนว่า อย่ามอบความรับผิดชอบเรื่องสุขภาพของลูกให้กับคนอื่นทั้งหมด พ่อแม่ต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย ยิ่งมากเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะเมื่อเกิดความผิดพลาด ความเสียใจจะเกิดขึ้นน้อยกว่า

กองบุญวิมุตตา

13 November, 2009 - 00:00 -- ngoasil

รุ่งขึ้นอีกวัน หลังจากเก็บอัฐิของลูกแล้ว ความเศร้าโศกค่อยๆ ถอยห่างไปจากเรา ในตอนสาย พ่อได้ประกาศเจตนารมย์ให้แก่ญาติมิตรทั้งหลายทราบว่า พ่อจะตั้ง “กองบุญแม่ชีป่าน” ขึ้น เพื่อเป็นการสนับสนุนกิจกรรมด้านธรรมะ แก่เยาวชนตามเจตจำนงค์ของลูกที่เคยบอกกับใครๆไว้ว่า อยากทำงานสืบต่อพระพุทธศาสนา แม่เชื่อว่า ในขณะที่พ่อกล่าวคำขอบคุณทุกๆคนที่นั่งอยู่ในถ้ำ ตอนนั้น ลูกได้รับรู้ด้วยเป็นแน่แท้

พิธีปลงศพ

6 November, 2009 - 00:00 -- ngoasil

 

 

ลูกสิ้นใจท่ามกลางวงล้อมของเหล่าผู้ที่รักและเมตตาลูก โดยเฉพาะหลวงพ่อซึ่งนั่งสมาธิสงบนิ่งตลอดเวลา ตั้งแต่ลูกมีอาการใกล้จะดับ จนผ่านนาทีแห่งการพลัดพรากนิรันดร์ไปแล้ว ท่านก็ยังนั่งหลับตาทำสมาธิอยู่อย่างนั้น อีกหลายนาที

บันทึกวันสุดท้าย

30 October, 2009 - 00:00 -- ngoasil

แม่ไล่สายตามองหาคำว่ามะเร็ง ในหน้ากระดาษบันทึกของลูก ตั้งแต่หน้าแรกจนกระทั่งหน้าสุดท้าย ในจำนวนกว่า 300 หน้า ไม่มีสักคำเดียวที่ลูกจะเขียนถึงมัน
 

จิตอัศจรรย์

23 October, 2009 - 00:00 -- ngoasil

 

อาจเป็นเพราะว่าแม่อยู่กับลูกตลอดเวลา จนกระทั่งคิดว่าความสงบนิ่งคืออาการปกติที่ลูกเป็นอยู่ แน่ล่ะ นิสัยของลูกไม่เหมือนเด็กอื่นๆมาตั้งแต่เล็กๆแล้ว ลูกเป็นเด็กที่มีสมาธิมาตั้งแต่ตัวน้อยๆ บางครั้งแม่เคยเห็นลูกนั่งเล่นตุ๊กตาบาร์บี้อยู่คนเดียว ทั้งแต่งตัวและหวีผมให้มันครั้งละนานๆ เป็นชั่วโมง สองชั่วโมง โดยไม่เบื่อหน่าย ก็นั่นคือกิจกรรมของเด็ก ภายในใจอาจมีจินตนาการมากมาย แต่ขณะที่เป็นคนป่วย การใช้เวลานิ่งเงียบอยู่กับตัวเองของลูก คือการเขียนบันทึกและอ่านหนังสือ ความนิ่งเงียบที่เกิดขึ้น ทำให้ลูกดูคล้ายผู้ใหญ่คนหนึ่ง ที่แม้กระทั่งพ่อกับแม่ก็ยังเกรงใจ ไม่กล้ารบกวน

 

Pages

Subscribe to RSS - บล็อกของ ngoasil