Skip to main content

 

 

ในนามของความจน                    กูคือ ผู้ทุกข์ทนแห่งยุคสมัย

เลือดและเนื้อหลั่งรินไป               กองกระดูกน้ำตาใครมหึมา

\\/--break--\>

 

หรือน้ำตาคนทุกข์ยาก                 คือคนฐานรากแห่งชาติสมัย

กงล้อประวัติศาสตร์หมุนเคลื่อนไป พัฒนากันอย่างไรกูยิ่ง จน

 

หรือบาปกรรมกระทำกู                ยังทนอดสูยังยากไร้

หรือมีคนมันจัญไร                      มันกดเหยียบไว้ชนชั้นกู

 

หรือคนรวยก็รวยล้นฟ้า                หรือคนจนยิ่งต่ำค่าราคาสมัย

มือใครยาวก็สาวไป                     ใครไม่ทันถูกทิ้งไว้ให้จมดิน

 

หรือผู้แทนยังโกยกอบ                 อ้างความชอบกับเสียงที่ซื้อหา

ก็ประชาธิปไตยภาพลวงตา            ใช่ไหม..ยังเข่นฆ่าประชาชน

 

บทเรียนเดือนตุลายังตอกย้ำ          ผ่านรอยช้ำพฤษภาจำได้ไหม

กี่คราบเลือด กี่บาป กี่กระสุนใคร     อำนาจใดอนุญาตให้ฟาดฟัน

 

ยังกลบยังปิดยังบิดเบือน               ยังเชือดเชือนด้วยวาจาอันสามหาว

ฆาตกรยังลอยทุกค่ำเช้า                เสียงโหยหวนของคนเศร้าเงียบงันไป

 

หรือชีวิตก็แค่นี้                            หรือว่ามีทางอื่นไหม

ทางสีแดงสีเหลืองหรือสีอะไร          ทางที่เป็นที่ไปไทยเท่าเทียม

 

ในนามของความจน                    กูยัง ทุกข์ทนแห่งยุคสมัย

 

 

                                                                                       ปราโมทย์ แสนสวาสดิ์

 

 

 

 

บล็อกของ กวีประชาไท

กวีประชาไท
เสียง อิ่มอดอ่อนล้า             โรยแรง ลือ    เล่าความจำแฝง          เหลื่อมเร้น เสียง ลือเล่าตายแหง           เสร็จส่ง เรื่องฤๅ เล่า   เจื่อนเก้อหน้าเฟ้น        เก่าพร้อมใหม่หยิม ฯลฯ
กวีประชาไท
  แล้วดอกจานบ้านนาก็ร่วงหล่น           จากแล้งฝนผ่านพ้นสู่เหน็บหนาว แสงตะเกียงดวงน้อยก็ดับยาว            สายลมหนาวพาความเศร้ายังบ้านนา
กวีประชาไท
สิ้นเดือนเดินทางมาพร้อมกับว่างเปล่า
กวีประชาไท
ยุคเยื้องกรายย่ำเท้า หนาวลึก สารสื่อเร่งรู้สึก ท่ารู้ ความเป็นอยู่ด้านนึก ตกดิ่ง แล้วฤๅ เรียกว่าต่างกลุ่มกู้ ชาติเชื้อชนผอง ฯลฯ
กวีประชาไท
  โบยตีฉันเถิดความทรงจำ บัดนี้, ฉันยอมจำนนต่อทุกสิ่งแล้ว ต่อวิญญาณอันพ่ายพังกับความฝันในเวิ้งแล้ง ทิ้งไว้เพียงรอยเท้าในดินทราย
กวีประชาไท
มาเยี่ยมเยือนเพื่อนเก่าคนเคยรัก มาไถ่ถามว่าเหนื่อยหนักและท้อไหม กับชีวิตกับเรื่องราวความเป็นไป เหล้าจอกนี้รินให้เพื่อนดื่มกิน
กวีประชาไท
หนึ่งหยดพรสวัสดิ์นี้          สุขสรรค์ หยดเผื่อไว้เอื้อปัน            ตื่นย้ำ โดยลุคลื่นคลี่นครร-         ลองคลื่น ที่นี่ที่อื่นล้ำ                     หยั่งปลื้มปรีดิ์ถึง ฯลฯ 
กวีประชาไท
คนตายก็ตายไป คนอยู่ก็อยู่ไป ชีวิตหนึ่ง..ก่อนสู่เชิงตะกอน  
กวีประชาไท
    อรุณรุ่งแห่งการต่อสู้ฉายฉานแจ่มชัด ดั่งจะบอกว่า “แนวทางของประชาชนก็คือแนวทางประชาชน ดั่งจะบอกว่า “แนวทางของเผด็จการก็คือแนวทางของเผด็จการ
กวีประชาไท
    จึงใฝ่ฝันถึงวันที่สวยงาม               หลังโมงยามทะเลคลั่งฟ้าสดใส ชุบชีวิตฟื้นตื่นจากเดียวดาย          ปลุกดวงดาวพร่างพรายกลับคืนมา
กวีประชาไท
หากไทยไม่รู้จัก              รากฐานชาติย่อมย่อยแหลกราน    ทุกครั้งคนทุกส่วนอาจหาญ         โหมหักปลุกคลั่งไคล้เผลอพลั้ง    พ่ายเพ้อนิรันดร ฯลฯ